สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน วิปัสสนาจิตอิสสาคนได้ทุเรียน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.56 KB
วันที่แก้ไข6 กรกฎาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน วิปัสสนาจิตอิสสาคนได้ทุเรียน _คำถามจาก คุณพิมพ์เพชรรุ้ง วันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๐ กราบนมัสการ พ่อท่านฯ สมณะโพธิรักษ์ ที่เคารพอย่างสูง ลูกขอกราบเรียนผลการปฏิบัติธรรมของลูกในช่วงที่ผ่านมา เกี่ยวกับการจัดการกิเลสของตัวเอง และจะขอคำชี้แนะจากพ่อท่านฯ ดังนี้ค่ะ เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ลูกได้พบว่าตัวเองมีกิเลสชอบกินทุเรียน ถึงขั้นที่อยากกินทุเรียนทุกวัน จนเช้าวันหนึ่งขณะที่กำลังช่วยงานพี่เข่ง (ใจแก้ว) มีสิกขมาตุนำเอาทุเรียนในถุงที่ได้จากการบิณฑบาตรมาฝากไว้ให้พี่ปราณี (น้องสาวพี่เข่ง) ลูกเห็นแล้วเกิดจิตตัวอิจฉาขึ้นมา และจับตัวมันได้ก่อนที่จะแสดงอาการทางกายหรือวาจา ใดๆออกไป ต่อมา(พ่อครูว่า ควรใช้คำว่า อิสสา แทนอิจฉา) ลูกได้สารภาพกับพี่เข่งว่า ตัวเองเกิดจิตโลภอยากกินทุเรียนและยังเกิดจิตอิจฉาขึ้นมาอีกด้วย ลูกจึงตัดสินใจว่า จะต้องจัดการกับจิตตัวร้ายนี้ ด้วยการลงโทษไม่ให้กินทุเรียนเลยจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลูกได้ดูอาการของจิตในช่วงแรกๆ เห็นว่ามันดิ้นพอสมควร เวลาที่เห็นทุเรียนเหลืองอร่าม พร้อมกับกลิ่นหอมน่ากิน แต่ไม่ให้มันกิน และพอนานเข้า จิตมันก็หายดิ้น จนถึงวันนี้ จิตที่อยากกินทุเรียนมันหายไป ลูกได้เห็นความไม่เที่ยงของจิตที่อยากกินทุเรียนค่ะ แต่ก็อบรมตนเองว่า ถ้าจิตไม่มีดูดก็ต้องไม่มีผลักด้วย จึงต้องคอยเฝ้าระวังจิตในเรื่องนี้อยู่ (พ่อครูว่าต้องพยายามให้เกิดปัญญา การกดข่มเราก็มีได้ตามสัญชาตญาณ แต่ต้องให้เกิดปัญญา ว่ากิเลสมันไม่เที่ยง มันยากๆ เป็นเหตุแห่งทุกข์ และมันไม่ใช่ตัวตน ใครก็เข้าใจคำสอนพระพุทธเจ้าอันนี้ แต่คุณจะเกิดสภาวะ เกิดความเฉลียวฉลาดจริงๆว่ามันไม่เที่ยง มันเป็นเหตุแห่งทุกข์ มันยังอยู่เมื่อไหร่ก็เป

อ่านต่อ

็นตัวที่ทำให้แย่ จะต้องชัดเจนว่า มันไม่มีตัวตน มันไม่ใช่ของจริง มันไม่มีหรอก มันเกิดมาหลอกเรา แล้วมันก็ทำให้เราเป็นทุกข์ เราต้องเป็นทาส บำเรอมัน ต้องเห็นความเฉลียวฉลาดเกิดปัญญา ในการพิจารณาทุกครั้งจนปัญญาเกิด พลังงาน Coefficient ทับทวีคูณ ยกกำลัง จนมีจริงพลังจริง อาเสวนาภาวนาพหุลีกัมมังต้องทำให้มากทำให้บ่อย ทำอย่างนั้นมันถูกแล้ว ทำให้เกิดผลอย่างไร ภาวนา ทำให้มากพหุลีกัมมัง แล้วปัญญาจะเกิดทับทวีได้)

ส่วนจิตตัวร้ายอีกตัวหนึ่ง คือ “ตัวอิจฉา” ทั้งที่ลูกเคยฝึกอบรมจิตมาแล้ว และ หลงคิดว่า ตัวเองคงไม่อิจฉาใครแล้ว แต่มันก็โผล่มาอิจฉา ที่เห็นคนอื่นได้ลาภทุเรียน จนได้ ลูกจึงอยากขอคำแนะนำจากพ่อท่านฯ ว่า การจัดการจิต “ตัวอิจฉา” ที่แสนน่าเกลียดนี้ ลูกควรจะต้องทำตามลำดับขั้นอย่างไรบ้าง ลูกจะตั้งใจฝึกฝนขัดเกลาตัวเองให้เป็นคนดีขึ้นเรื่อยๆ และกราบอาราธนา ขอให้พ่อท่านฯ รักษาสุขภาพเพื่ออยู่สอนลูกๆ ต่อไปอีกนานๆ นะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ พิมพ์เพชรรุ้ง พ่อครูว่า...เราต้องเทียบกับตัวที่เราทำได้ จนแข็งแรงเฉยไม่มีอารมณ์หวั่นไหว วางสนิท ไม่มีทางอื่น ต้องเผชิญหน้าไม่หนี และคิดว่าตอนนี้คุณคงสู้มันได้ แต่อาจต้องสู้ ยังไม่วางเฉย ก็ต้องทำอย่างนี้แหละ ถ้ามีผู้เอาใจใส่ศึกษาฝึกฝนอย่างนี้อาตมาก็คงจะอยู่ไปอีกนาน แต่ก็อย่าตั้งความหวังไว้

600703_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาอวตารเป็นลำดับ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน