บทที่ 1.pdf

โฟลเดอร์pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์171 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 1 บทน ำ ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญของปัญหำ ในศตวรรษที่ 21 โรคเบาหวานได้เป็นปัญหาสาธารณสุขที่ส าคัญของทั่วโลก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากข้อมูลของสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ พบว่า 1 ใน 11 ของประชากรวัยผู้ใหญ่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน และคาดว่าปี 2583 จะมีผู้ป่วยเบาหวานถึง 642 ล้านคน (International Diabetes Federation. 2016 : 15) เนื่องจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปร่วมกับพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสมจึงเอื้อต่อการเกิดเบาหวาน และผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่ควบคุมระดับน้ าตาลในเลือดไม่ได้จึงส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมาที่พบบ่อย ได้แก่ ภาวะแทรกซ้อนทางตา ไต เท้า หลอดเลือดหัวใจและสมอง (Liu et al. 2013 : 80-88) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวาน ร่างกายเกิดความเสื่อม อ่อนล้า ความทนต่อการท างานต่าง ๆ ลดลงกว่าที่เคย (Wim JC de Grauw. 1999 : 133-139) ความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนอาจน ามาซึ่งความพิการต่าง ๆ เช่น สูญเสียการมองเห็น อัมพาต สูญเสียอวัยวะจากแผลเบาหวาน เป็นต้น จากสถิติพบว่าทั่วโลกโดยเฉลี่ยทุก 30 วินาทีจะมี ผู้สูญเสียขาและเท้าจากโรคเบาหวานหนึ่งข้าง และเบาหวานยังเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตก่อนเวลาอันควรปีละ 4 ล้านคนต่อปีหรือเฉลี่ย 8 วินาที ต่อ 1 คน (International Diabetes Federation 2012. อ้างถึงในกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. 2556 : 52) โรคเบาหวานจึงเป็นภัยคุกคามต่อคุณภาพชีวิตของคนทั่วโลก ส าหรับประเทศไทยปัญหาโรคเบาหวานก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับทั่วโลก ซึ่งพบว่า ประชากรอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป มีความชุกเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.9 ในปี 2552 เป็นร้อยละ 8.9 ใน ปี 2557 กระทรวงสาธารณสุขได้ท าการคาดประมาณจ านวนผู้ป่วยโรคเบาหวานอายุ 35 ปีขึ้นไป ระหว่างปี 2554-2563 จะมีผู้ป

อ่านต่อ

่วยเพิ่มขึ้น 2 เท่าภายใน 6 ปี (ส านักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข. 2554 : 19-23) ปี 2555 พบภาวะภาวะแทรกซ้อนต่างๆถึงร้อยละ 15.88 มากที่สุด คือ ภาวะแทรกซ้อนทางไต ร้อยละ 25.09 รองลงมา คือ ภาวะแทรกซ้อนทางตา ร้อยละ 18.9 เท้า ร้อยละ 17.13 หัวใจร้อยละ 10.22 สมอง ร้อยละ 10 (สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์. 2556 : 1) มีผู้เสียชีวิตจากเบาหวาน 7,749 ราย หรือเฉลี่ยวันละ 22 คน (นุชรี อาบสุวรรณ และนิตยา พันธุเวทย์. 2556 : 1-4) และพบอัตราตายจากโรคเบาหวานระหว่าง ปี 2555-2558 เพิ่มขึ้นจาก 12.1 ต่อประชากรแสนคน เป็น 19.4 (กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. 2559 : 18) จังหวัดยโสธรเป็นจังหวัดหนึ่งที่ประสบกับปัญหาโรคเบาหวาน มีผู้ป่วยเบาหวานที่ขึ้นทะเบียน ปี 2554-2556 จ านวน 17,742 ,19,463 และ 21,291 ราย ตามล าดับ และในปี 2556 มีอัตราความชุกของโรคเบาหวาน 4,699.34 ต่อประชากรแสนคน มากเป็นอันดับหนึ่งของเขตบริการสาธารณสุขที่ 10 (เขตบริการสาธารณสุขที่ 10. 2556 : 1-5) ส่งผลให้จ านวนครั้งของการเข้านอนโรงพยาบาลด้วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นทุกปีจากปี 2550 จ านวน 6,164 ครั้ง ในระยะ 5 ปีเพิ่มขึ้นเป็น 7,664 ครั้ง ในปี 2554 (ส านักนโยบายและยุทธศาสตร์. 2556) ซึ่งการเข้านอนโรงพยาบาลแสดงถึงความรุนแรงของ โรคที่กระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้ป่วยโรคเบาหวาน บางรายถึงขั้นเสียชีวิต 2 อ าเภอค าเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร มีอัตราความชุกของโรคเบาหวานอยู่ในอันดับต้น ๆ ของจังหวัดยโสธร ซึ่งในปี 2556 พบผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด จ านวน 3,080 ราย คิดเป็น 5,007.29 ต่อประชากรแสนคน ในขณะที่อัตราความชุกในภาพรวมของจังหวัดยโสธรเพียง 4,699.34 ต่อประชากรแสนคน พบผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ าตาลในเลือดได้เพียงร้อยละ 13.96 อ าเภอค าเขื่อนแก้วจึงน าปัญหาโรคเบาหวานมาจัดเป็นประเด็นสุขภาพที่ส าคัญอันดับหนึ่ง (ส านักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร. 2556 : 61) โดยพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขและสร้างสุขภาพแบบพึ่งตนบนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จัดบริการแบบผสมผสานกับหลักการแพทย์วิถีธรรมและทางเลือกอื่น ๆ เช่น สมาธิบ าบัด SKT เป็นต้น ส่งผลให้ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ าตาลในเลือดได้เพิ่มขึ้นตามล าดับในปี 2557-2559 คือ 29.72 , 35.01 , 37.5 (ส านักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร. 2559 : 224-225) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความส าเร็จในระดับหนึ่งของการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายขาด เป้าหมายสูงสุดของการรักษาจึงไม่ใช่การหายของโรคแต่จะจึงมุ่งเน้นให้ผู้ป่วยเบาหวานมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถด าเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข (สมลักษณ์ จึงสมาน. 2557 : 15) การมีคุณภาพชีวิตที่ดีนั้นไม่เพียงเฉพาะการควบคุมระดับน้ าตาลหรือภาวะแทรกซ้อนทางกายได้เท่านั้นยังมีความเชื่อมโยงกันในหลายมิติทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ด้านจิตใจก็ต้องดูแลให้สามารถจัดการกับอารมณ์มีสติในการจัดการปัญหาต่าง ๆ มีสัมพันธ์ภาพที่ดีเข้ากับครอบครัวและสังคมได้ ตลอดจนการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย ดังนั้นความส าเร็จของการรักษาคือ คุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าการประเมินคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานหมายถึงการประเมินผลของการรักษานั่นเอง (Richard R. 2000 : 21) จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาคุณภาพชีวิตและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อ าเภอค าเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เพื่อจะได้ข้อมูลให้หน่วยงานหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้น าไปใช้ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยเบาหวานให้สามารถด ารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขใกล้เคียงกับคนปกติต่อไป ค ำถำมกำรวิจัย 1. ปัจจัยของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อ าเภอค าเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร มีอะไรบ้าง 2. คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อ าเภอค าเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เป็นอย่างไร 3. ปัจจัยใดมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อ าเภอค าเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร วัตถุประสงค์ของกำรวิจัย 1. เพื่อศึกษาปัจจัยของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อ าเภอค าเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร 2. เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อ าเภอค าเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร 3. เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อ าเภอค าเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร 3 สมมติฐำนกำรวิจัย อย่างน้อย 1 ปัจจัยมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อ าเภอค าเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ขอบเขตของกำรวิจัย 1. เนื้อหำ 1.1 ปัจจัยของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อ าเภอค าเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ในการศึกษา นี้ผู้วิจัยใช้แนวคิดทฤษฎีแบบจ าลองการวางแผนส่งเสริมสุขภาพ (PRECEDE–PROCEED Model) ของกรีน และคลูเตอร์ (Green and Kreuter. อ้างถึงในจุฬาภรณ์ โสตะ. 2554 : 154) ประกอบด้วย 3 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยน า ปัจจัยเอื้อ และปัจจัยเสริม โดยเน้นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 1.2 คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อ าเภอค าเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ในการศึกษานี้ ผู้วิจัยใช้แนวคิดการประเมินคุณภาพชีวิต 4 ด้านขององค์การอนามัยโลก (The WHOQOL Group อ้างถึงในกรมสุขภาพจิต. 2541 : 102-109) ได้แก่ ด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 2. ประชำกร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อายุ 35-59 ปี อ าเภอ ค าเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร จ านวน 1,382 คน (ส านักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร. 2560) 3. กลุ่มตัวอย่ำง กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อายุ 35-59 ปี อ าเภอ ค าเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร จ านวน 302 คน ที่สมัครใจตอบแบบสอบถาม ก าหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้ตารางส าเร็จรูปของเครจซีและมอร์แกน (Krejcie & Morgan) (บุญชม ศรีสะอาด. 2545 : 43) สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน 4. ตัวแปรที่ใช้ในกำรศึกษำ 4.1 ตัวแปรพยากรณ์ ได้แก่ ปัจจัยของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ดังนี้ 4.1.1 ปัจจัยน า ได้แก่ (1) อายุ (2) เพศ (3) การศึกษา (4) อาชีพ (5) รายได้ (6) ระยะเวลาการเป็นเบาหวาน (7) ระดับน้ าตาลในเลือด (8) ภาวะแทรกซ้อน (9) ความรู้ (10) ทัศนคติ (11) การปฏิบัติตน 4 4.1.2 ปัจจัยเอื้อด้านการสนับสนุนจากระบบบริการสาธารณสุข 4.1.3 ปัจจัยเสริมด้านการสนับสนุนจากสมาชิกในครอบครัว 4.2 ตัวแปรเกณฑ์ ได้แก่ คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ใน 4 ด้าน ดังนี้ 4.2.1 ด้านร่างกาย 4.2.2 ด้านจิตใจ 4.2.3 ด้านสังคม 4.2.4 ด้านสิ่งแวดล้อม นิยำมศัพท์เฉพำะ ปัจจัย หมายถึง สิ่งที่เป็นองค์ประกอบทั้งภายนอกและภายในของผู้ป่วยเบาหวานชนิด ที่ 2 ประกอบด้วย 1. ปัจจัยน า หมายถึง ปัจจัยภายในของบุคคลซึ่งเป็นคุณลักษณะที่ติดตัวกับบุคคลนั้นมาก่อนหรือประสบการณ์ในการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ส าหรับปัจจัยน าในการวิจัยนี้ ได้แก่ 1.1 อายุ หมายถึง ระยะเวลาตั้งแต่เกิดจนถึงวันเก็บข้อมูลนับเป็นปีเต็ม ในการวิจัยนี้คือ อายุ 35-59 ปี 1.2 เพศ หมายถึง เพศหญิงหรือเพศชาย 1.3 การศึกษา หมายถึง วุฒิการศึกษาสูงสุดที่ได้รับตามระบบการศึกษา แบ่งเป็น 5 ระดับได้แก่ ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย อนุปริญญา และปริญญาตรีขึ้นไป 1.4 อาชีพ หมายถึง ประเภทหรือชนิดของงานที่ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อ าเภอค าเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร นั้นท าอยู่ บุคคลส่วนมากมีอาชีพเดียว หากมีอาชีพมากกว่า 1 อาชีพ ให้นับอาชีพที่มีชั่วโมงท างานมากที่สุดแบ่งเป็น 6 หมวด ได้แก่ เกษตรกรรม รับจ้าง ค้าขาย แม่บ้าน ธุรกิจส่วนตัว รับราชการ/พนักงานของรัฐ และอาชีพอื่นๆ 1.5 รายได้ หมายถึง รายรับทั้งเป็นเงินเดือน หรือสิ่งของโดยประมาณค่าเป็นจ านวนเงินรวมกัน เฉลี่ยต่อเดือน แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ ต่ ากว่าหรือเท่ากับ 5,000 บาท รายได้ 5,001-10,000 บาท รายได้ 10,001-15,000 บาท และรายได้ 15,001 บาท ขึ้นไป 1.6 ระยะเวลาการเป็นเบาหวาน หมายถึง ระยะเวลาการป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ตั้งแต่เริ่มได้รับการวินิจฉัยถึงวันที่เก็บข้อมูล แบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ ต่ ากว่า 5 ปี ระหว่าง 5-9 ปี ระหว่าง 10-14 ปี และตั้งแต่ 15 ปี ขึ้นไป 1.7 ระดับน้ าตาลในเลือด หมายถึง ระดับน้ าตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 หลังงดอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ครั้งสุดท้าย ก่อนท าการเก็บข้อมูล แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ น้อยกว่า 125 mg/dl ระหว่าง 125-154 mg/dl ระหว่าง 155-182 mg/dl และตั้งแต่ 183 mg/dl ขึ้นไป 1.8 ภาวะแทรกซ้อน หมายถึง โรคหรือการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นหลังจากป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ ได้แก่ เบาหวานขึ้นตา ไตวาย แผลเรื้อรังที่เท้าหรือได้ตัดนิ้วเท้าหรือขา โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง 5 1.9 ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 หมายถึง ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุ อาการ การวินิจฉัย การรักษา การใช้ยา ภาวะแทรกซ้อนและและการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 1.10 ทัศนคติเกี่ยวกับโรคเบาหวาน หมายถึง ความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึกความโน้มเอียงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพื่อให้มีพฤติกรรมที่สอดคล้อง จนน าไปสู่การแสดงออกทางพฤติกรรมการดูแลตนเอง เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 1.11 การปฏิบัติตนของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 หมายถึง การปฏิบัติตนของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างถูกต้องในการปฏิบัติตนเกี่ยวกับ อารมณ์ อาหาร ออกก าลังกาย บุหรี่ สุรา การใช้ยา การตรวจตามนัด และแนวทางในการดูแลสุขภาพตนเองเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ปัจจัยเอื้อ หมายถึง คุณลักษณะของสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านกายภาพ และสังคมวัฒนธรรม เป็นทรัพยากรที่จะช่วยเกื้อกูลให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มีคุณภาพชีวิตที่ดี ในที่นี้คือ ปัจจัยเอื้อด้านการ สนับสนุนจากระบบบริการสุขภาพ หมายถึง การได้รับบริการด้านสุขภาพของกลุ่มตัวอย่างจากระบบบริการสุขภาพของรัฐ โรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุข ในด้านการรับรู้ข้อมูลการเจ็บป่วย การตรวจรักษา ค าแนะน า ปัจจัยเสริม หมายถึง ปัจจัยที่มีความเชื่อมโยงและเป็นหุ้นส่วนส าคัญที่ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 จะได้รับหรือคาดว่าจะได้รับจากบุคคลอื่น เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถจัดการปัญหาโรคเบาหวานของตนเองได้อย่างเหมาะสม อันเป็นผลให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีคุณภาพชีวิตที่ดี ในที่นี้คือ ปัจจัยเสริมด้านการสนับสนุนจากสมาชิกในครอบครัว หมายถึง การสนับสนุน การช่วยเหลือจากสมาชิกในครอบครัวที่ปฏิบัติต่อกลุ่มตัวอย่างในชีวิตประจ าวัน ในด้านอาหาร ออกก าลังกาย อารมณ์ เป็นแรงจูงใจเสริมพลังในการดูแลสุขภาพตนเอง ตลอดจนการช่วยเหลืออื่น ๆ ปัจจัยที่มีอิทธิพล หมายถึง สิ่งที่เป็นองค์ประกอบทั้งภายนอกและภายในของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อันเป็นเหตุซึ่งส่งผลต่อระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 คุณภาพชีวิต หมายถึง การสะท้อนความรู้สึก ความพึงพอใจในชีวิตของปัจเจกบุคคลใน 4 มิติ ได้แก่ ร่างกาย จิตใจ สังคม และ สิ่งแวดล้อม ที่รับรู้ได้จากสภาพความเป็นจริงของชีวิต ณ ช่วงเวลานั้น ๆ ดังนี้ 1. ด้านร่างกาย หมายถึง สุขภาพทางร่างกายที่มีอวัยวะครบถ้วนและมีความสมบูรณ์สามารถท างานได้ตามปกติ รูปร่างทรวดทรงสมส่วน ปราศจากโรคภัย มีก าลังในการปฏิบัติกิจวัตรประจ าวันตามบทบาทหน้าที่ได้ตามปกติ โดยไม่เหนื่อยอ่อนเพลีย มีอายุยืนยาวไม่ตายก่อนวัยอันควร 2. ด้านจิตใจ หมายถึง ความสมบูรณ์ด้านจิตใจ มีความเข้มแข็งและมั่นคง สามารถเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นได้ทั้งในสถานการณ์ปกติ และไม่ปกติ ยอมรับได้ตามสิ่งที่เกิด ขึ้นจริง รู้จักคลายเครียดให้ตนเองได้ สามารถปรับตัวให้เกิดดุลยภาพกับสิ่งแวดล้อม สังคม ด ารงชีวิตอยู่ด้วยความสุข 3. ด้านสังคม หมายถึง ความรับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ตามบรรทัดฐานของสังคม และปฏิบัติตนตามกฎระเบียบข้อบังคับ โดยความรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของสังคม มีคุณธรรม จริยธรรม ความรัก ความเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีสัมพันธภาพที่ดีต่อบุคคลอื่น สามารถปรับตัวและด ารงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข 6 4. ด้านสิ่งแวดล้อม หมายถึง การสัมผัสรับรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวในด้านต่าง ๆ ค่านิยม ความเชื่อวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ซึ่งรับรู้ว่ามีชีวิตอยู่อย่างอิสระ ไม่ถูกกักขังหรือบีบบังคับจากค่านิยมความเชื่อของสังคมความรู้สึกปลอดภัยในที่อยู่อาศัย มีสิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ดี ปราศจากมลพิษ และสิ่งรบกวนต่าง ๆ มีการคมนาคมสะดวก มีแหล่งประโยชน์ทางด้านอาหาร การรักษาโรค สวนสุขภาพ การเงินเศรษฐกิจ และการรับรู้ข่าวสารต่าง ๆ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 หมายถึง ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ าตาลในเลือดสูงกว่าคนปกติ คือตั้งแต่ 126 mg/dl ขึ้นไป โดยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ เนื่องจากตับอ่อนสร้างอินซูลินได้ไม่เพียงพอ ร่างกายจึงไม่สามารถน าน้ าตาลในเลือดซึ่งได้จากอาหารไปใช้ได้ตามปกติท าให้ระดับน้ าตาลในเลือดสูง ซึ่งจะเป็นในวัยผู้ใหญ่ ประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับ 1. ได้ทราบปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อ าเภอค าเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร 2. ได้ทราบคุณภาพชีวิตโดยภาพรวม คุณภาพชีวิตด้านร่างกาย คุณภาพชีวิตด้านจิตใจ คุณภาพชีวิตด้านสังคม และคุณภาพชีวิตด้านสิ่งแวดล้อม ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อ าเภอค าเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร 3. ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อ าเภอค าเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ต่อไป

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

pdfปก.pdf
28 เมษายน 2562
pdfบทที่ 3.pdf
28 เมษายน 2562
pdfบรรณานุกรม.pdf
28 เมษายน 2562
pdfบทที่ 2.pdf
28 เมษายน 2562
pdfบทที่ 5.pdf
28 เมษายน 2562
pdfบทที่ 4.pdf
28 เมษายน 2562
pdfภาคผนวก.pdf
28 เมษายน 2562
pdfภาคผนวก จ.pdf
28 เมษายน 2562
pdfภาคผนวก ข.pdf
28 เมษายน 2562
pdf_บรรณานุกรม.pdf
28 เมษายน 2562