08 บทที่ 3.pdf
เนื้อหาในไฟล์
49 บทที่ 3 วิธีด ำเนินกำรวิจัย การด าเนินงานวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) แบบกลุ่มเดียว โดยท าการทดสอบก่อนและหลังเข้าโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม (Pretest- Posttest Control Group Design) ของผู้ที่มีภาวะน้ าหนักเกินและโรคอ้วน ในค่ายสุขภาพสวนป่า นาบุญ อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ผู้วิจัยได้ด าเนินการตามขั้นตอน ดังนี้ ประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำง ประชากร คือ ผู้ที่มีภาวะน้ าหนักเกินและโรคอ้วน ที่มาเขาค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม สวนป่านาบุญ อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหารทั้งหมด ในเดือนธันวาคม 2560 จ านวน 234 คน กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่มีภาวะน้ าหนักเกินและโรคอ้วน ที่มาเขาค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม สวนป่านาบุญ อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ในเดือนธันวาคม 2560 มีอายุระหว่าง 40-59 ปี มีดัชนีมวลกายเกินมาตรฐาน (BMI เกิน 23.00) และความดันโลหิตไม่เกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ได้กลุ่มตัวอย่างจ านวน 117 คน ผ่านการคัดกรองตามเกณฑ์ที่ก าหนดดังนี้ 1. เกณฑ์คัดเข้า (Inclusion Criteria) ของกลุ่มตัวอย่าง คือ 1.1 สมัครใจเข้าร่วมโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม 1.2 สมัครใจให้ข้อมูลและรับการประเมินภาวะสุขภาพ 1.3 ผู้หญิงและผู้ชายที่มีอายุระหว่าง 40-59 ปี 1.4 มีดัชนีมวลกาย ตั้งแต่ 23.00 ขึ้นไป 1.5 ความดันโลหิตไม่เกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท 1.6 เป็นผู้ที่ไม่ได้ใช้ยาลดน้ าหนักหรือสารเคมีใด ๆ 1.7 ไม่เป็นโรคหัวใจหรือโรคที่เป็นอุปสรรคในการลดน้ าหนัก 1.7 สามารถอ่านและเขียนภาษาไทยได้ 2. เกณฑ์ในการคัดออกจากการวิจัย (Exclusion Criteria) ของกลุ่มตัวอย่าง คือ 2.1 ไม่สมัครใจเข้าร่วมโปรแกรมฯ ต่อ 2.2 ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ เครื่องมือ
อ่านต่อ
ที่ใช้ในกำรเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย 1. โปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม โดยผู้วิจัยศึกษาผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องและแนวคิดต่าง ๆ รวมทั้งปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์วิถีธรรม จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ผู้มีประสบการณ์ในฐานงานต่าง ๆ ของค่ายสุขภาพวิถีธรรม และประสบการณ์ของผู้วิจัยเอง มาเป็นแนวทางในการสร้างโปรแกรมสุขภาพให้มีประสิทธิภาพต่อผู้ที่มีภาวะน้ าหนักเกินและโรคอ้วน โดยใช้เวลาใน 50 การเข้าค่ายเรียนรู้ และฝึกปฏิบัติ 9 วัน ณ สวนป่านาบุญ อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เน้นสอนให้กลุ่มตัวอย่างได้รับองค์ความรู้ และปฏิบัติกิจกรรมตามโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม เพื่อให้เกิดผลการเปลี่ยนแปลงของน้ าหนักตัว ระดับดัชนีมวลกาย และระดับความดันโลหิต โดยมีรูปแบบการเรียนรู้แบบกลุ่มย่อย โดยผู้วิจัยและทีมจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมเป็นผู้สอน ประกอบด้วยการบรรยาย การสาธิต และการฝึกปฏิบัติจริง โดยมีสื่อที่ใช้ในกิจกรรม ได้แก่ 1.1 วีดีทัศน์คนค้นคนแนะน าองค์กรและองค์ความรู้แพทย์วิถีธรรม 1.2 วีดีทัศน์และหนังสือสวดมนต์ บททบทวนธรรมตามแนวแพทย์วิถีธรรม 1.3 วีดีทัศน์แนะน าการสวนล้างล าไส้ใหญ่ด้วยตนเองพร้อมอุปกรณ์ในการท า สวนล้างล าไส้ใหญ่ด้วยตนเอง 1.4 บุคคลผู้มีประสบการณ์ในการเดินเร็ว และในการลดน้ าหนักที่ประสบความส าเร็จ 1.5 บุคคลผู้มีประสบการณ์ในด้านการใช้ธรรมะ ละบาป บ าเพ็ญบุญกุศล ท าจิตใจ ให้ผ่องใส คบมิตรดีสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ ควบคุมสิ่งเร้า และลดละเลิกการบริโภคสิ่งที่เป็นโทษต่อสุขภาพขณะลดน้ าหนัก ซึ่งมีส่วนส าคัญอย่างมากต่อการลดน้ าหนัก ของผู้เข้าร่วมโครงการ 1.6 หนังสืออาหารปรับสมดุลร้อนเย็น 1.7 คู่มือลดน้ าหนักตามหลักการแพทย์วิถีธรรม กลุ่มตัวอย่าง จะได้รับความรู้ ค าแนะน า และการฝึกปฏิบัติในขณะที่เข้าค่ายสุขภาพ วิถีธรรม 9 วัน โดยมีกระบวนการด าเนินกิจกรรม ดังนี้ 1.7.1 กลุ่มตัวอย่างฝึกปฏิบัติ ให้ได้รับประสบการณ์ด้วยตนเอง 1.7.2 การบรรยาย สาธิต แนะน า และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ จากบุคคล ที่ประสบความส าเร็จในการลดน้ าหนักจากการปฏิบัติตามหลักการแพทย์วิถีธรรม 1.7.3 การบรรยาย สาธิต แนะน า และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ จากสื่อ วีดีทัศน์ 1.7.4 กลุ่มตัวอย่างร่วมแลกเปลี่ยนผลการปฏิบัติกิจกรรม และสรุปสภาวะร่างกายและจิตใจ ตารางที่ 5 โปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม รำยกำร ระยะเวลำปฏิบัติ 1. การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุล ดื่มก่อนรับประทานอาหาร 5 - 15 นาที และตอนท้องว่าง 2. การรับประทานอาหารปรับสมดุล 2.1 การรับประทานอาหาร 2.1.1 มื้อเช้า รับประทานข้าวต้มผักทรงเครื่อง 9 วัน ๆ ละ 30 นาที 51 ตารางที่ 5 (ต่อ) รำยกำร ระยะเวลำปฏิบัติ 2.1.2 มื้อกลางวัน รับประทานอาหารตามล าดับ และฝึกเคี้ยวอาหารแบบย่ ายีมาร (เคี้ยวจนละเอียดเป็นน้ าก่อนกลืน หรืออาจจะเคี้ยวอย่างน้อยกว่า 30 ครั้งต่อ 1 ค า) 9 วัน ๆ ละ 3 ชั่วโมง 2.1.3 มื้อเย็น รับประทานข้าวต้มกุ๊ย+ผัดผักรวม (ที่หลากหลาย) 9 วัน ๆ ละ 30 นาที 2.2 ฝึกปรุงอาหารปรับสมดุล 5 วัน ๆ ละ 2 ชั่วโมง 2.3 วิเคราะห์ค่าพลังงานและสารอาหาร โดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูป INMUCAL-NVersion 3 9 วัน ๆ ละ 3 มื้อ 3. การออกก าลังกาย 3.1 การเดินเร็ว คือ การเดินให้เร็วกว่าปกติ โดยท าท่าคล้าย ๆ วิ่ง แต่ไม่วิ่ง ในขีดที่เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่าที่สุด นานเท่าที่เราเริ่มทนได้ ยากได้ล าบากแล้วผ่อนลง แล้วเริ่มเดินให้เร็วขึ้นอีกเมื่อทนได้ยากได้ล าบากให้ผ่อนลง ท าสลับกันไปมา 8 วัน ๆ ละ 30-50 นาที (รวมวอร์มอัพหรืออบอุ่นร่างกาย 5-10 นาที และคลูดาวน์หรือการคลายอุ่นร่างกาย 5 - 10 นาที) 3.2 กิจกรรมทางกายตามฐานงานต่าง ๆ คือ ฐานกสิกรรม ไร้สารพิษ ฐานท าความสะอาดศาลาอบรม ฐานท าความสะอาดห้องน้ า ฐานแยกขยะ ฐานครัว (ท าอาหาร และท าความสะอาดในครัว) 8 วัน ๆ ละ 1-2 ชั่วโมง 4. การสวนล้างล าไส้ใหญ่ด้วยตนเอง (ดีท็อกซ์) ตามที่ได้เรียนรู้ในค่าย ด้วยน้ าเปล่าหรือน้ าสมุนไพรที่ถูกกับสภาพร่างกายเพื่อท าให้การขับถ่ายดีขึ้น หรือช่วยให้ล าไส้ใหญ่ท างานได้เร็วและสะดวกขึ้นอย่างรู้สึกสบายใจ 8 วัน ๆ ละ 1 ครั้ง ๆ ละ 1 ชั่วโมง 5. การใช้ธรรมะ ละบาป บ าเพ็ญบุญกุศล ท าจิตใจให้ผ่องใส คบมิตรดีสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ ควบคุมสิ่งเร้า และลดละเลิกการบริโภคสิ่งที่เป็นโทษต่อสุขภาพขณะลดน้ าหนัก ด้วยการสวดมนต์ ทบทวนธรรม ฟังธรรม สนทนาธรรม และการบันทึกสภาวะกายและใจ ซึ่งเป็นแนวทางส าคัญที่จะควบคุมเร้าหรือสิ่งกระตุ้นทั้งจากภายใจและภายนอก รวมถึงการพากเพียรตัดวงจรหรือลดละเลิกพฤติกรรมที่ท าให้เกิดความรู้สึกหิว เบื่อหน่าย หรือท้อแท้ 9 วัน ๆ ละ 3 ชั่วโมง 6. การรู้เพียรรู้พักให้พอดี คือ การประมาณระหว่างการเพียรในการปฏิบัติตามโปรแกรมและการพักผ่อนให้พอดีกับสภาพร่างกาย ตื่น 04 : 30 น.เข้า นอนไม่เกิน 21 : 00 น. ระหว่างวันร่วมกิจกรรมเต็มที่ตามก าลังที่มีของแต่ละคน 52 รายละเอียดของโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากภาคผนวก ก 2. แบบบันทึกส่วนบุคคล แบบบันทึกส่วนบุคคลใช้ในการบันทึกน้ าหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย และความดันโลหิต ก่อนและหลังได้รับโปรแกรม โดย Pretest ในวันที่ 2 ของค่ายและ posttest ในวันที่ 9 ของค่าย โดยมีรายละเอียด คือ ชื่อ สกุล เพศ อายุ น้ าหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย และความดันโลหิต ซึ่งผู้วิจัยพัฒนาเครื่องมือมาจากนวลรัดดา ประเปรียว (2558 : 214) 3. แบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ลักษณะของแบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามกิจกรรมของโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ผู้วิจัยได้พัฒนาเครื่องมือมาจากนิตยาภรณ์ สุระสาย (2558 : 201) ซึ่งเป็นแบบสอบถามการปฏิบัติตามโปรแกรมแบบประเมินค่า (Rating Scale) ที่ผู้วิจัยศึกษาวิธีการมาจาก Likert (Likert Scale) จ านวน 26 ข้อ ข้อค าถามมีทั้งค าถามด้านบวกและด้านลบ โดยมีระดับในการปฏิบัติ 5 ระดับ คือ ปฏิบัติประจ า ปฏิบัติบ่อยครั้ง ปฏิบัติบางครั้ง ปฏิบัตินาน ๆ ครั้ง ไม่เคยปฏิบัติ ให้ผู้ตอบเลือกเพียงข้อเดียว (ธีรวุฒิ เอกะกุล. 2555 : 128) ซึ่งได้ให้ความหมายของแต่ละข้อดังนี้ ปฏิบัติประจ า หมายถึง ปฏิบัติเป็นประจ าสม่ าเสมอ หรือ 9 วัน ปฏิบัติบ่อย หมายถึง ปฏิบัติส่วนมากแต่ไม่เป็นประจ า หรือ 6-8 วัน ปฏิบัติบางครั้ง หมายถึง ปฏิบัติบางครั้ง หรือ 2-5 วัน ปฏิบัตินาน ๆ ครั้ง หมายถึง ปฏิบัติเป็นส่วนน้อย หรือ ไม่เกิน 1 วัน ไม่เคยปฏิบัติ หมายถึง ไม่เคยปฏิบัติเลย หรือ 0 วัน การให้คะแนนในกรณีที่กลุ่มตัวอย่างตอบเป็นบวกและเป็นลบ จะให้คะแนนในการปฏิบัติ ดังตารางที่ 6 ตารางที่ 6 การให้คะแนนในการปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม กำรปฏิบัติ คะแนนกำรปฏิบัติ ที่เป็นบวก คะแนนกำรปฏิบัติ ที่เป็นลบ ปฏิบัติประจ า 5 1 ปฏิบัติบ่อย 4 2 ปฏิบัติบางครั้ง 3 3 ปฏิบัตินาน ๆ ครั้ง 2 4 ไม่เคยปฏิบัติ 1 5 ระดับพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม แบ่งคะแนนแบบอันตรภาคชั้น (Class Interval) ใช้คะแนนสูงสุดลบด้วยคะแนนต่ าสุด แล้วหารด้วยจ านวนกลุ่ม ที่ต้องการแบ่ง บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ (2553 : 206) ดังนี้ 53 ระดับการปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม แบ่งคะแนนแบบ อันตรภาคชั้น (Class Interval) ใช้คะแนนสูงสุดลบด้วยคะแนนต่ าสุด แล้วหารด้วยจ านวนกลุ่ม ที่ต้องการแบ่ง บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ (2553 : 206) ดังนี้ Maximum-MinimumInterval = คะแนนสูงสุด-คะแนนต่ าสุดจ านวนชั้น = 5-13 = 1.33 ตารางที่ 7 ความหมายของระดับในการปฏิบัติตามช่วงของคะแนนเฉลี่ย ช่วงคะแนนเฉลี่ย ควำมหมำย ตั้งแต่ 1-.3 มีพฤติกรรมการปฏิบัติในระดับน้อย ระหว่าง 2.4-3.7 มีพฤติกรรมการปฏิบัติในระดับปานกลาง ระหว่าง 3.8-5 มีพฤติกรรมการปฏิบัติในระดับมาก 4. อุปกรณ์ที่ใช้ในตรวจร่างกาย 4.1 เครื่องชั่งน้ าหนัก (CAMRY รุ่น EB9314) 4.2 ไม้วัดส่วนสูง (SPORT LAND) 4.3 เครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติ (OMRON รุ่น JPN 1) ขั้นตอนในการตรวจร่างกาย คือ 4.3.1 ชั่งน้ าหนักหนัก วัดส่วนสูง และวัดความดันโลหิตของกลุ่มตัวอย่าง 4.3.2 ค านวณดัชนีมวลกาย โดยใช้สูตร ดังนี้ ดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ าหนัก (กิโลกรัม)ส่วนสูง (เมตร)2 5. ขั้นตอนในการสร้างเครื่องมือ 5.1 ขั้นออกแบบ 5.1.1 ศึกษาจากเอกสาร ต ารา และงานวิจัยที่เกี่ยวกับภาวะน้ าหนักเกินและโรคอ้วน องค์ความรู้แพทย์วิถีธรรม ภาวะสุขภาพ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 5.1.2 น าข้อมูลที่ได้จากการศึกษามาจัดสร้างโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล และแบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมฯ 5.1.3 ศึกษาอุปกรณ์ที่ใช้ตรวจภาวะสุขภาพ ได้แก่ เครื่องชั่งน้ าหนัก วัดส่วนสูง เครื่องคิดเลข เครื่องวัดความดันโลหิต 54 5.2 ขั้นพัฒนา 5.2.1 น าโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม แบบบันทึกข้อมูล แบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม และอุปกณ์ชั่งน้ าหนัก วัดส่วนสูง วัดความดันโลหิต เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อตรวจสอบแก้ไขเนื้อหา ความเที่ยงของอุปกรณ์ และภาษาที่ใช้ 5.2.2 ผู้วิจัยน าเครื่องมือมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม แบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ไปตรวจสอบความเที่ยงตรงของเนื้อหากับผู้เชี่ยวชาญจ านวน 5 ท่าน โดยตรวจสอบกระบวนการด าเนินการ ความเหมาะสมของกิจกรรม ที่ใช้ในโปรแกรมฯ ตรวจสอบภาษาในแบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ตลอดจนพิจารณาถึงความเหมาะสมทั่วไป จากนั้นน าข้อเสนอแนะมาปรับปรุง โดยแบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ผ่านการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน โดยใช้วิธี IOC (Item-Objective Congruence) พื่อวิเคราะห์ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ซึ่งค านวณจากความสอดคล้องของข้อค าถามที่สร้างขึ้น โดยทุกข้อค าถามในแบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมฯ ทั้ง 26 ข้อ มีค่า IOC เฉลี่ยเท่ากับ 0.8 ซึ่งแสดงว่าข้อค าถามนั้นสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายที่ต้องการ 5.3 ขั้นทดลองใช้ 5.3.1 น าโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรมที่ได้ ไปทดลองใช้กับกลุ่มที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกลุ่มตัวอย่างที่ท าการศึกษา (Try Out) คือ ผู้ที่มีภาวะน้ าหนักเกินและโรคอ้วน (มีดัชนีมวลกายตั้งแต่ 23.00 ขึ้นไป) มีอายุระหว่าง 40-59 ปี จ านวน 30 คน ในค่ายสุขภาพวิถีธรรมสวนป่านาบุญ 3 อ าเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ระยะเวลา 9 วัน พร้อมเก็บข้อมูลด้วยแบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมฯ 5.3.2 น าแบบแบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมฯ ไปตรวจสอบความเที่ยงของเครื่องมือ เพื่อวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) โดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา- Coefficient) (α-Coefficient) ตามวิธีของครอนบาค (Cronbach. 1970 : 161) ได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของแบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรม ฯ ทั้งฉบับเท่ากับ 0.847 5.3.3 อุปกรณ์ที่ใช้ในตรวจร่างกาย ได้แก่ เครื่องชั่งน้ าหนัก (CAMRY รุ่น EB9314) ไม้วัดส่วนสูง (SPORT LAND) และเครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติ (OMRON รุ่น JPN 1) ท าการตรวจ หาความตรงของเครื่องมือโดยตรวจสอบสภาพของเครื่องมือสม่ าเสมอ วิธีกำรเก็บรวบรวมข้อมูล การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองเรื่อง ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรมกับภาวะสุขภาพของผู้ที่มีภาวะน้ าหนักเกินและโรคอ้วน ในค่ายสุขภาพสวนป่านาบุญ อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร โดยเปรียบเทียบผลก่อนและหลังได้รับโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ผู้วิจัยด าเนินการทดลองตามขั้นตอนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 1. ระยะเตรียมการ 55 1.1 ผู้วิจัยเสนอเค้าโครงวิทยานิพนธ์และเครื่องมือการวิจัยต่อคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ รหัสจริยธรรม คือ HE-SRUU2-0010 1.2 น าจดหมายการผ่านการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เสนอต่อมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย สวนป่านาบุญ อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เพื่อขออนุญาตเข้าด าเนินการวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูล 1.3 ผู้วิจัยประชุมเตรียมความพร้อมของผู้ช่วยผู้วิจัย ซึ่งประกอบด้วย จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมผู้มีประสบการณ์ฐานงานค่ายสุขภาพวิถีธรรม นัดหมายเพื่อท าความเข้าใจรายละเอียดและแผนงาน ตลอดจนวิธีการปฏิบัติและการบันทึกผลการวิจัยให้เข้าใจและถูกต้องตรงกัน และมอบหมายให้ผู้ช่วยผู้วิจัยรับผิดชอบเป็นผู้ให้ความรู้ในฐานการเรียนรู้และการปฏิบัติกิจกรรม 1.4 จัดเตรียมเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย สื่อการสอน วัสดุอุปกรณ์ และสถานที่ใน การใช้ท ากิจกรรม 2. ระยะการด าเนินการทดลอง 2.1 ผู้วิจัยและผู้เข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม เข้าพื้นที่สวนป่านาบุญ อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ใช้เวลาในการเข้าค่าย 9 วัน 2.2 ผู้วิจัยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างตามคุณลักษณะที่ก าหนด จากนั้นนัดหมายกลุ่มตัวอย่างเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ของการวิจัย และขอความยินยอมจากกลุ่มตัวอย่าง โดยอธิบายประเด็นต่าง ๆ ให้ทราบดังต่อไปนี้ คือ 2.2.1 ผู้วิจัยให้ข้อมูลเกี่ยวกับงานวิจัยที่ต้องการเชิญชวนกลุ่มตัวอย่างเข้าร่วมโครงการ 2.2.2 มอบเอกสารชี้แจงข้อมูลแก่ผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยและหนังสือแสดงเจตนายินยอมเข้าร่วมการวิจัยให้แก่กลุ่มตัวอย่าง เพื่อทบทวน และท าความเข้าใจ 2.2.3 เปิดโอกาสให้แก่กลุ่มตัวอย่าง ให้ซักถามเกี่ยวกับข้อปฏิบัติต่าง ๆ ของการวิจัย 2.2.4 หากกลุ่มตัวอย่าง ต้องการเข้าร่วมการวิจัย ผู้วิจัยจะให้กลุ่มตัวอย่างลงนามในหนังสือแสดงเจตนายินยอมเข้าร่วมการวิจัย และรับคู่มือลดน้ าหนักตามหลักการแพทย์วิถีธรรม (รายละเอียดของคู่มือศึกษาได้ในภาคผนวก จ) 2.3 เก็บข้อมูลก่อนการทดลอง (Pre test) โดยใช้แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบบันทึกน้ าหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย ความดันโลหิต และแบบวัดพฤติกรรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม 2.4 ด าเนินการทดลองโดยผู้วิจัยจัดกิจกรรมตามโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรมให้แก่กลุ่มตัวอย่าง โดยใช้อาคารแก่นสุขของสวนป่านาบุญ อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เป็นสถานที่ฟังบรรยายและจัดกิจกรรม ดังนี้ วันที่ 1 บรรยายและสาธิตเทคนิค กลุ่มตัวอย่างปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม 6 ด้านได้แก่ (1) การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุล (2) การรับประทานอาหารปรับสมดุล (3) การเดินเร็วและการใช้แรงด้วยการบ าเพ็ญฐานงานต่าง ๆ (4) การสวนล้างล าไส้ใหญ่ด้วยตนเอง (5) การใช้ธรรมะ ละบาป บ าเพ็ญบุญกุศล ท าจิตใจให้ผ่องใส คบมิตรดีสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดี 56 เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ ควบคุมสิ่งเร้า และลดละเลิกการบริโภคสิ่งที่เป็นโทษต่อสุขภาพขณะลดน้ าหนัก ด้วยการสวดมนต์ ทบทวนธรรม ฟังธรรม และการสนทนาธรรม ซึ่งเป็นแนวทางส าคัญที่จะควบคุมเร้าหรือสิ่งกระตุ้นทั้งจากภายใจและภายนอก รวมถึงการพากเพียรตัดวงจรหรือลดละเลิกพฤติกรรมที่ท าให้เกิดความรู้สึกหิว เบื่อหน่าย หรือท้อแท้ และ (6) การรู้เพียรรู้พักให้พอดีระหว่างการพักผ่อนและการพากเพียรในการปฏิบัติตามกิจกรรมของโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม วันที่ 2-9 กลุ่มตัวอย่างเรียนรู้และฝึกปฏิบัติคือ (1) สวดมนต์และทบทวนธรรม (2) การออกก าลังกายด้วยการเดินเร็ววันละ 30-50 นาที (3) กิจกรรมฐานงานที่มีการใช้แรงและมีการเคลื่อนไหวร่างกาย ได้แก่ ฐานกสิกรรมไร้สารพิษ ฐานท าความสะอาดศาลาอบรมและห้องน้ า ฐานแยกขยะ และฐานครัววันละ 1-2 ชั่วโมง (4) เรียนรู้หลักปฏิบัติในการรับประทานอาหารและฝึกปรุงอาหารปรับสมดุล (ปรุงด้วยเกลือเล็กน้อย) ประกอบด้วย สมุนไพร ผลไม้ ผักและอาหารฤทธิ์ร้อน-ฤทธิ์เย็นวันละ 3 มื้อ การท าน้ าสมุนไพรปรับสมดุล การระบายพิษออกจากร่างกายด้วยการสวนล้างล าไส้ใหญ่ด้วยตนเอง การฟังธรรมและการสนทนาธรรมเพื่อใช้ธรรมะ ละบาป บ าเพ็ญบุญกุศล ท าจิตใจให้ผ่องใส คบมิตรดีสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดี และเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ ควบคุมสิ่งเร้าและลดละเลิกการบริโภคสิ่งที่เป็นโทษต่อสุขภาพขณะลดน้ าหนัก ซึ่งเป็นแนวทางส าคัญที่จะควบคุมเร้าหรือสิ่งกระตุ้นทั้งจากภาย ในใจและภายนอก รวมถึงการพากเพียรตัดวงจรหรือลดละเลิกพฤติกรรมที่ท าให้เกิดความรู้สึกหิว เบื่อหน่าย หรือท้อแท้ และจัดสรรเวลาพักผ่อนให้พอเหมาะ วันที่ 9 เก็บรวบรวมข้อมูลหลังการทดลอง (Post-test) ด้วยการตรวจภาวะสุขภาพ โดยใช้แบบบันทึกน้ าหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย ความดันโลหิต และแบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม 57 แผนภาพที่ 2 ขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล กำรจัดท ำข้อมูลและกำรวิเครำะห์ข้อมูล 1. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ในการอธิบายลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ค่าต่ าสุด (Minimum) และค่าสูงสุด (Maximum) สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) เพื่อทดสอบสมมติฐานของงานวิจัย คือ เปรียบเทียบความแตกต่างคะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังการทดลอง ด้วยสถิติ Paired Sample t-test โดยก าหนด ระดับนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2. การวิเคราะห์ข้อมูล 2.1 ข้อมูลทั่วไปวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ในการอธิบายลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(Standard Deviation) ค่าต่ าสุด (Minimum) และค่าสูงสุด (Maximum) 2.2 เปรียบเทียบผลการใช้โปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม น้ าหนักตัว ค่าดัชนีมวลกาย ระดับความดันโลหิต และพฤติกรรมการปฏิบัติตามโปรแกรมสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ก่อนและหลังได้รับโปรแกรม ฯ โดยใช้สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) Paired t - test 2.3 วิเคราะห์ข้อมูลความคิดเห็นด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) จากการเก็บรวบรวมแบบสอบถามปลายเปิด โดยสรุปตามประเด็นค าถาม สุภางค์ จันทวานิช (2555 : 144) ชั่งน้ าหนัก วัดส่วนสูง วัดความดัน คัดกรองกลุ่มตัวอย่างและเก็บ Pretest ผู้มาเข้าค่ายสุขภาพวิถีธรรม ตรวจร่างกาย เก็บข้อมูล Posttest จัดกิจกรรมตามโปรแกรม ชี้แจงข้อตกลงเบื้องต้น 58 3. การพิทักษ์สิทธิผู้เข้าร่วมการวิจัย การวิจัยนี้ให้ความเคารพและตระหนักในสิทธิมนุษยชนของกลุ่มตัวอย่าง โดยโครงร่างงานวิจัยได้ผ่านกระบวนการจริยธรรมการวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ รหัสจริยธรรม HE-SRUU2-0010 และให้กลุ่มตัวอย่างลงนามในใบยินยอมของประชากรตัวอย่างหรือผู้มีส่วนร่วมในการวิจัย ผู้วิจัยอธิบายถึงวัตถุประสงค์ของการวิจัย วิธีการวิจัย รวมทั้งประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการวิจัยอย่างละเอียด กลุ่มตัวอย่างสามารถบอกเลิกการเข้าร่วมโครงการนี้เมื่อใดก็ได้ ในกรณีที่ต้องมีการบันทึกภาพ/บันทึกเสียง ผู้วิจัยสามารถท าได้หากได้รับความยินยอมจากกลุ่มตัวอย่างเท่านั้น ผู้วิจัยจะเก็บรักษาข้อมูลไว้เป็นความลับและจะเปิดเผยได้เฉพาะในรูปที่เป็นผลสรุปการวิจัย หรือกรณีจ าเป็นตามเหตุผลทางวิชาการเท่านั้น