ปฏิบัติธรรมต้องมีข้างในข้างนอกไม่ขาดกัน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.92 KB
วันที่แก้ไข3 พฤศจิกายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

ปฏิบัติธรรมต้องมีข้างในข้างนอกไม่ขาดกัน _สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน...ผู้ที่ยึดถือตัวตนว่าตนเองถูก อื่นใดจากตนนั้นผิด แล้วยังวางตนไม่ได้ ตนเข้าร่วมกับคนอื่นอย่างสนิทแน่ใจไม่ได้นั่นแหละ คือ ผู้ที่ยังมีทุกข์อยู่ในตัวตน ถ้าวางได้เข้ากับหมู่ให้ได้ก็จะเจริญด้วยสัลเลขธรรมนั้นเอง แล้วมันจะสะอาดสนิทเนียนในที่สุด ส่วนสำคัญนั้นส่วนที่จะถูกชำระหรือตรงที่กำจัดแท้ๆนั้นคือจิตมโนวิญญาณ ไม่ใช่ส่วนภายนอกโดยเฉพาะผู้อื่น อย่าไปกำจัดอะไรๆของใคร ของใครเขาก็กำจัดของเขาเอง เราเพียงแค่แนะ ดีที่สุดก็แนะแรงๆ เท่านี้ก็พอแล้ว อันนี้จากหนังสือเปิดยุคบุญนิยมของพ่อครู หน้า 208-211 อยากให้พ่อท่านลงรายละเอียดเพื่อความกระจ่างชัดเพิ่มเติมมากขึ้นค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ พ่อครูว่า...ประเด็นแรกคือเราต้องมีภายนอก แต่แม้เราจะสัมผัสภายนอก สัมผัสกับวัตถุวัตถุมันก็ไม่มีปัญหา สัมผัสกับพืชพันธุ์ธัญญาหารมันก็ไม่มีปัญหา แต่สัมผัสกับคนหรือสัมผัสกับสัตว์ที่จะมีปัญหา มีเรื่องมีอะไรต่ออะไรขึ้นมา มีภาวะการตอบรับมีปฏิกิริยา มีปฏิกิริยาตอบโต้ มีผลักมีดูด มี Action reaction มันก็จะเกิดให้เราปฏิบัติ เมื่อไม่มีผัสสะให้เราปฏิบัติ ที่มี Action reaction ปฏิกิริยาโต้ตอบ ถ้าไม่เกิดสิ่งเหล่านี้มันก็ไม่เกิดเวทนา มันสัมผัสเข้าก็จะเกิดอารมณ์ เกิดความรู้สึก แต่ความรู้สึกนี่แหละเป็นกรรมฐาน เป็นตัวกลางตัวที่คุณจะต้องปฏิบัติ ไม่ต้องไปเอาอย่างอื่นเลย กรรมฐานของพระพุทธเจ้ามีอย่างเดียว แล้วที่ไปสัมผัสแล้วมันก็จะเกิดอาการ 2 แล้วพิจารณาอาการ 2 ทั้งหมด แล้วก็ทำให้เป็นหนึ่งแล้วกลับมาเป็นศูนย์ ในพระไตรปิฎกเล่ม 10 ข้อ 60 ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ก็เอาที่เวทนา แล้วเรียนรู้เวทนา

อ่านต่อ

ทำให้เป็นหนึ่ง อาตมาก็แยกแยะเมื่อเกิดสัมผัสมันก็เกิดของจริง ถ้าคุณไม่สัมผัสมันไม่มีของจริงให้รู้ความจริงหรอก มันเป็นการเพ้อคิดจินตนาการเป็นสัญญากำหนดเอาเอง มันถึงเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพระสูตร ถ้าไม่มีผัสสะเป็นปัจจัยก็จะมีแต่ปัญหาเป็นการแส่หาทั้งนั้นเลย มันเรียนรู้ไม่ได้ ไม่มีฐานให้เรียนรู้แม้ว่ามันเป็นตัณหาความแส่หามันก็เรียนรู้ไม่ได้เพราะไม่มีความจริง เพราะความจริงจะเกิดในปัจจุบัน ไม่มีผัสสะได้ขนาดนี้ก็มีแต่อดีตกับโครงสร้างในอนาคต คุณไม่มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ในปัจจุบัน มันมีแต่อดีตกับอนาคต ความจริงในปัจจุบันที่คุณจะรู้ได้ อดีตก็คือปัจจุบันที่มันผ่านไปแล้ว มันยังไม่มาถึงมันจะเป็นความจริงได้อย่างไรมันเป็นอนาคต มันมาถึงปัจจุบันมันก็เป็นความจริงในขณะปัจจุบัน แต่เมื่อผ่านปัจจุบันไปปั๊บ มันก็เป็นอดีตแล้วมันจะไปเป็นความจริงได้อย่างไร เพราะฉะนั้นแค่ประเด็นนี้ปฏิบัติไม่มีปัจจุบันก็ไม่มีทางบรรลุ จะต้องเข้าใจความเป็นความรู้ของปัจจุบัน ทิฏฐกาละ ถ้าไม่มี ในทิฏฐิ 62 ทิฏฐธรรมนิพพานทิฏฐิ 5 ประการที่เป็นมิจฉาทิฐิเป็นการนั่งหลับตา คุณก็มี ปัจจุบันได้ ในอนาคต 44 คุณก็ฟุ้งซ่านไป ในปัจจุบันขณะนั้นที่คุณคิด สิ่งที่เรียนรู้ ไม่ได้ปฏิบัติหรอกเอาขันธ์ในอนาคตที่ไม่เคยปฏิบัติแต่คุณเคยคิดถึงมันมาก่อนแล้ว แต่ยังไม่ได้มรรคผล ไม่ได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร คุณก็ได้แต่คิดฟุ้งซ่านเอาหรือคิดฟุ้งซ่านใหม่มันจึงมีมากตั้ง 44 พูดไปมันก็จะละเอียดลึกซึ้งมากไป สรุปแล้วเราปฏิบัติธรรมไม่ต้องไปคิดรายละเอียดพวกนี้มันเยอะเหลือเกิน เอาจรณะ 15 วิชชา 8 ปฏิบัติศีล สมาธิ ปัญญา นี้ให้ปฏิบัติ เอาศีล ข้อที่ 1 ให้ปฏิบัติการ อธิจิต อธิปัญญา เกิดวิมุติตั้งแต่ศีลข้อที่ 1 สัมผัสกับสัตว์เกี่ยวกับพืชเกี่ยวกับของ มันจะเกิดกิเลสก็ทำให้กิเลสลดลง ท่านก็สรุปไว้ง่ายแล้วใน 3 ข้อนี้มันรวมไว้หมดเลย ถ้าปฏิบัติอย่างสัมมาทิฏฐิคุณก็บรรลุอรหันต์อยู่ในศีล 3 ข้อนี้ สัตว์กับของที่มันเป็น พีชธาตุกับอุตุ สัตว์เป็นจิตธาตุ ศีลข้อ 3 ก็เป็นรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส โลกกาม ล้างกามได้ก็เหลือรูป ล้างรูปเหลืออรูป ล้างอรูปได้จบ เป็นอรหันต์ได้เท่านี้แหละสรุปเป็นอรหันต์ได้ง่ายๆ ไม่ต้องรู้มากมายไปอย่างเยอะแยะหรอกอาตมาอธิบายไปแต่สรุป ให้เข้าที่ให้คุณได้ปฏิบัติ คุณจะมีความรู้ประเทืองไปได้อีกเยอะแยะ อาตมาก็อธิบายไปได้ เอาของพระพุทธเจ้ามาอธิบายได้อีกเยอะแยะ ก็อธิบายให้วิจิตรพิสดารไปฟัง ประกอบ แต่ตัวปฏิบัตินั้นก็อยู่แค่นั้น (จาก...631102_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 15)

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน