เหตุแห่งวิมุติต้องเกิดจากการลืมตาปฏิบัติ.docx
เนื้อหาในไฟล์
เหตุแห่งวิมุติต้องเกิดจากการลืมตาปฏิบัติ พ่อครูว่า...เหตุแห่งวิมุติ 5 เป็นผลต่อจิตภิกษุผู้ไม่ประมาทได้บำเพ็ญเพียรมีใจเด็ดเดี่ยวมาก่อนแล้ว ทั้ง 5 ข้อล้วนแล้วแต่เป็นการบรรลุธรรมเพราะเหตุแห่งการได้ฟังธรรมจากพระศาสดาหรือสัตบุรุษผู้อยู่ในฐานะครู แล้วจิตท่านได้เจโตวิมุติมาก่อนแล้ว ขาดแต่การลงบัญชี จากการฟังธรรมเท่านั้น จึงไม่ใช่การเกิดคิดค้นเดาเอาตามตรรกะตามที่มีผู้ถามมา เรื่องนี้ก็ขอแจกแจงให้ฟัง การสั่งสมบารมีผู้ที่เกิดในยุคพระพุทธเจ้าเป็นคนมีบารมีฟังธรรม 4 ประโยคก็บรรลุอรหันต์แล้ว อย่างพระพาหิยะทารุจริยะ หรือพระยสะก็ฟังธรรม 2 กัณฑ์ก็บรรลุพระอรหันต์ เป็นผู้ที่มีทั้งเจโต และมีทั้งปัญญาเก่า แต่ว่าปัญญายังไม่ถ้วนเท่านั้น แต่มีเจโตมาแล้ว พอฟังปัญญาเข้าใจอีกนิดเดียวก็บรรลุได้ เพราะฉะนั้นคนแต่ละคนจึงมีบารมีสั่งสมมาไม่เท่ากัน คนเหมือนกัน คุณไพศาล พืชมงคลเคยถามอาตมาเหมือนกันว่า ทำไมผมอ่านพระไตรปิฎกตั้งมากมายทำไมไม่บรรลุพระโสดาบันเหมือนพระยสะสักที เคยตอบไปแล้วว่าสั่งสมบารมีต่างกันคนที่มีบารมีแล้วนิดเดียวก็บรรลุ เช่น พระพุทธเจ้าท่านนั่งทบทวนธรรมะของพระองค์วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ใต้ต้นโพธิ์ เสร็จแล้วท่านก็ระลึกถึงธรรมะ เขาเรียกกันว่าวันตรัสรู้เลยนะ ที่จริงแล้วท่านทบทวนขึ้นมา ไม่ใช่ท่านมาตรัสรู้วันนั้นหรอก ท่านมีพระสัมมาสัมโพธิญาณมาแล้วบรรลุเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาแล้ว ในปางที่เป็นเจ้าชายสิทธัตถะท่านจะมาประกาศศาสนา ท่านไม่ได้มาปฏิบัติธรรมอะไร มีแต่ไปปฏิบัติลิงลมอมข้าวพอง ถูกสังคมโลกครอบงำไปกับเขา เสียเวลาตั้ง 6 ปีท่านก็ถือว่าเป็นวิบากของท่าน ซึ่งลิงลมอมข้าวพองเป็นเรื่องธรรมดาธรรมชาติที่คนจะต้องเจอแล้วค่อยๆหลุดพ้นออกมา ของตัวเองมีแล้ว ถ้าของตัวเองไม่มีหลุดพ้นไม่ได้หรอก อย่างอาตมาปา
อ่านต่อ
งนี้ชาตินี้ไม่ได้เรียนจากใคร อาตมาก็บอกว่าอาตมามีสยังอภิญญา ไม่มีใครมีภูมิปัญญาเข้าใจตรงนี้ พอพูดตอนแรกๆเขาก็หาว่าประกาศตัวเองเป็นพระพุทธเจ้าเหรอไม่มีครูบาอาจารย์ตรัสรู้เองเลยเหรอ อาตมาไม่เคยประกาศเป็นพระพุทธเจ้าสักที ก็ประกาศบอกเป็นพระโพธิสัตว์ระดับ 7 บอกตำแหน่งด้วยไม่ได้บอกว่าเป็นระดับ 8 ด้วย แต่คนที่ไม่ค่อยเข้าใจไม่ได้ศึกษาเขาก็ว่าไปที่ เขาไม่เข้าใจไม่เลื่อมใสอาตมาเพราะว่าเขาไปยึดถือความรู้ความเข้าใจในทิฐิหรือทฤษฎีที่เขาได้เป็นมิจฉาทิฐิไป แล้วพอฟังอาตมามันก็ขัดแย้งกันเพราะเป็นสัมมาทิฏฐิ เขายึดถือว่าอย่างนั้นเป็นเรื่องถูกต้องแล้วปฏิบัติต่อกันมานานหลายร้อยปีมาแล้วจนจะเป็นพันปีแล้ว พออาตมาพูดขึ้นมามันก็ค้านแย้งเพราะอันนึงผิดอันนึงก็ต้องถูกใช่ไหม เขาก็ว่าของอาตมาผิดของเขาถูกมันก็เป็นธรรมดาไม่ได้สงสัยอะไร มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นแหละ มันยิ่งยืนยันชัดเจนว่าถ้าอาตมาประกาศสิ่งที่ถูกแล้วไม่ขัดแย้งกับสิ่งที่ผิด อาตมาก็เข้าใจผิดสิ ใช่ไหม ก็อาตมามั่นใจว่าของอาตมาถูกแล้วมันแย้งไม่เหมือนกันกับของคุณมันแย้ง ก็แสดงชัดเจนว่าของคุณมันผิดไม่เห็นจะมางงอะไรเลยมันก็ยืนยันความจริงอยู่ สู่แดนธรรม…ถ้าเขาเห็นด้วยตรงกับพ่อท่านคงถูกกันหมด ก็คงไม่มีใครผิด ต้องถูกเหมือนกันหมดครับ พ่อครูว่า…ใช่ ถ้าเขามาเห็นด้วยกับอาตมารับรองประเทศไทยมันจะเจริญขนาดไหน คุณพูดสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อย่าคิดเลย เรื่องของตรรกการระลึกสิ่งที่เป็นไปได้มาแล้วมันไม่ใช่แค่ตรรกะ แต่เป็น เตวิชโช เป็นของเก่าบุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ อาสวักขยญาณ แต่เขาไปคิดถึงเป็นตัวตนบุคคลเราเขาเป็นสัตว์บุคคลไป ไม่เข้าถึงเนื้อหาธรรมะ สิ่งที่เราเคยได้เคยมีเคยเป็นมาก่อนเราก็เอามารื้อฟื้น แต่เขาไม่เอาเนื้อหาสัจธรรม เขาเอาบุคคลตัวตนเราเขาไป มันก็เลยไม่เป็นธรรมะก็น่าสงสาร ไม่ว่าจะเป็นวิชชา 3 บุพเพนิวาสานุสติญาณก็เข้าใจเป็นตัวตนบุคคลเราเขา ไม่เข้าใจปัญหาสภาวะหรอก ระลึกเป็นมีเรื่องราวมีตัวบุคคลมีละครอะไรต่างๆนานาไปก็ค่อยๆอธิบายกันไป เพราะฉะนั้นในเรื่องของวิมุตติสุข ก็ขยายแล้ว ว่ามันเป็นเรื่องของธรรมะไม่ใช่เรื่องตัวตนบุคคลเราเขาแล้วก็เป็นเรื่องของการไตร่ตรองตรวจสอบหาวิมุติทั้งหลาย ไม่ใช่แค่การคิดแบบตรรกะ คนไหนเป็นนั่งหลับตาสมาธิเข้าไปอยู่ในภพ ถ้าไม่มีของเก่ามาก่อนคุณก็เป็นเพียงตรรกะเท่านั้นเป็นสัญญาเท่านั้น พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน พรหมชาลสูตร อดีต 18 อย่างโดยกำหนดอนาคตอีก 44 ประการ มันก็มีได้เท่านี้ที่เข้าไปอยู่ในภพ ที่เข้าไปนั่ง ท่านเรียกว่า เจโตสมาธิ มันไม่ใช่สมาธิที่เกิดปัญญา ปัญญาต้องมีภายนอกต้องมีสัมผัส 6 ปัญญาต้องมีองค์ประกอบของโลกของอัตตา มีจักษุ ญาณ ปัญญา วิชชา อาโลก นี่คือหลักฐานพระพุทธเจ้ามาประกอบ แต่เดี๋ยวนี้เขาไปนั่งหลับตาให้จิตเป็นสมาธิแล้วปัญญาจะโผล่ขึ้นมาเอง เขาพูดขึ้นมาเอง พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนอย่างนี้ ปัญญาหลับตาไม่มี มีแต่สัญญา ปัญญาไม่ได้เกิดในการหลับตา ปัญญาต้องเกิดตอนลืมตา สัญญาจะกำหนดภายนอกก็ได้ แต่มันไม่ได้เกิดปัญญา แต่สัญญาที่เป็นปัญญามันต้องมีภายนอก เพราะฉะนั้นหลับตาเลยไม่มีภายนอกไม่เกิดปัญญาได้แต่สัญญาอย่างเดียว (จาก...631102_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 15)