10-บทที่ 5.pdf
เนื้อหาในไฟล์
77 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research) ศึกษาแบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional Analytical Survey Study) มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพและปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร (2) เพื่อศึกษาภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร (3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพและปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมกับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ ประชากรผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร กลุ่มตัวอย่างใช้เกณฑ์คัดเข้าจากผู้ที่มาอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ที่มีผลการประเมินกิจวัตรประจ าวันของผู้สูงอายุโดย ได้ผลรวมคะแนน ADL ตั้งแต่ 12 คะแนนขึ้นไป ค านวณขนาดตัวอย่างได้ 400 คน สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน หาค่าความเชื่อมั่นด้วยสูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s Coefficient Alpha) ส่วนที่ 1 ปัจจัยด้านพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .702 ส่วนที่ 2 ปัจจัยการสนับสนุนทางสังคม ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .826 ส่วนที่ 3 ภาวะสุขภาพทางกาย ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .786 ส่วนที่ 4 ภาวะสุขภาพทางใจ ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .842 แบบสอบถามทั้งฉบับ ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .896 การเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถามพร้อมทั้งน ามาตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลตามวิธีการทางสถิติโดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมส าเร็จรูป โดยก าหนดระดับนัยส าคัญทาง
อ่านต่อ
สถิติที่ .05 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ สถิติพรรณนา (Descriptive Statistic) ได้แก่ความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และสถิติวิเคราะห์ (Analytical Statistic) โดยใช้สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson Correlation Coefficient) สรุปผลการวิจัย ผลการวิจัยเรื่องปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร สามารถสรุปผลตามวัตถุประสงค์ได้ดังนี้ 1. ปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคลของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 75.20 อายุ 60-69 ปี ร้อยละ 50.00 อายุเฉลี่ย 70.38 ปี (S.D. = 7.195) อายุน้อยที่สุด 60 ปี อายุมากที่สุด 101 ปี ระดับการศึกษาประถมศึกษาร้อยละ 86.30 รายได้ ต่ ากว่า 10,000 บาทต่อปี ร้อยละ 63.20 ค่าเฉลี่ย 9,236.50 บาท (S.D. = 2,002.89) รายได้ต่ าสุด 7,200 บาท สูงสุด 13,000 บาท และจ านวนสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ด้วยกัน 3-5 คน ร้อยละ 53.50 ค่าเฉลี่ย 3.55 (S.D. = 1.78) อยู่คนเดียวร้อยละ 11.50 ปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพทางกายของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร พบว่า 78 ผู้สูงอายุมีการดูแลสุขภาพทางกายในภาพรวมมีการปฏิบัติระดับดีมาก (X= 4.27, S.D. = 0.58) รวมทั้งการไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ ส่วนการทานผักและผลไม้ ดื่มน้ าสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือมากกว่าการออกก าลังกายและการได้รับการตรวจสุขภาพประจ าปีอยู่ในระดับดี และปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพทางใจ พบว่า การดูแลสุขภาพทางใจโดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับดีมาก (X= 3.71, S.D. = 0.68) และปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคม พบว่า ในภาพรวมอยู่ระดับปานกลาง (X = 3.34, S.D. = 0.74) ส่วนด้านอารมณ์ภาพรวมอยู่ในระดับมาก (X = 3.76, S.D. = 0.84) ด้านข้อมูลข่าวสารภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (X= 3.23, S.D. = 1.01) และด้านสิ่งของหรือบริการภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (X= 3.04, S.D. = 0.86) เช่นกัน 2. ภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหารพบว่า ภาวะสุขภาพทางกายโดยรวม จ าแนกตามระดับภาวะสุขภาพพบว่าส่วนใหญ่มีภาวะสุขภาพดีมาก ร้อยละ 61.80 รองลงมา คือ ภาวะสุขภาพดี ร้อยละ 32.80 ผลการประเมินภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ พบว่า ส่วนใหญ่มีโรคประจ าตัวและสามารถควบคุมได้ คิดเป็นร้อยละ 51.30 มีฟันใช้งานได้ มากกว่า 20 ซี่ คิดเป็นร้อยละ 51.50 ดัชนี มวลกายปกติ คิดเป็นร้อยละ 41.30 ปฏิบัติภารกิจประจ าวันได้และช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วยตนเอง คิดเป็นร้อยละ 97.20 และสามารถปฏิบัติการออกก าลังกายได้ถูกต้องในระดับดี คิดเป็นร้อยละ 72.30 และภาวะสุขภาพทางใจ พบว่า ส่วนใหญ่มีสุขภาพจิตดีกว่าคนทั่วไป ร้อยละ 54.40 รองลงมา มีสุขภาพจิตเท่ากับคนทั่วไปร้อยละ 36.80 ส่วนสุขภาพจิตต่ ากว่าคนทั่วไป ร้อยละ 9.30 3. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร พบว่าปัจจัยด้าน ลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพ และปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหารเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร มีดังนี้ ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ ระดับการศึกษา โดยมีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพทางกาย (X2 =25.65, p-value =.002) และมีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพทางใจ (X2 =19.929, p-value = .003) และอายุมีความสัมพันธ์ทิศทางตรงข้ามในระดับน้อยกับภาวะสุขภาพทางกาย (X2= -.231, p-value = .000) ส่วนปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพนั้นทางกายมีความสัมพันธ์ทางเดียวกันในระดับน้อยกับภาวะสุขภาพทางกาย (r = .300, p-value = .000) และการดูแลสุขภาพทางใจมีความสัมพันธ์ทางเดียวกันในระดับน้อยกับภาวะสุขภาพทางกาย (r = .300, p-value = .000) การดูแลสุขภาพทางกายมีความสัมพันธ์ทางเดียวกันในระดับน้อยกับภาวะสุขภาพทางใจ (r = .293, p-value = .000) และการดูแลสุขภาพทางใจมีความสัมพันธ์ทางเดียวกันในระดับปานกลางกับภาวะสุขภาพทางใจ (r = .406, p-value = .000) และปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคม ด้านอารมณ์ ด้านข้อมูลข่าวสาร และด้านสิ่งของหรือบริการ มีความสัมพันธ์ทางเดียวกันในระดับน้อยกับภาวะสุขภาพทางกาย (r = .173, p-value = .000 ; r = .229, p-value = .000 และ r = .127, p-value = .011 ตามล าดับ) และปัจจัยทั้ง 3 ด้านของการสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธ์ทางเดียวกันในระดับปานกลางกับภาวะสุขภาพทางใจ (r = .458, p-value = .000 ; r = .389, p-value = .000 และ r = .392, p-value = .000 ตามล าดับ) ส่วนปัจจัยส่วนบุคคลที่ไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพ ได้แก่ เพศ รายได้เฉลี่ยต่อปี และจ านวนสมาชิกในครอบครัว โดยไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพทางกาย (p-value = .607, .295 79 และ .196 ตามล าดับ)และไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพทางใจ (p-value = .398, .436 และ .673) ส่วนอายุไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพทางใจ (p-value = .568) อภิปรายผลการวิจัย การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งได้น าผลการศึกษาประเด็นส าคัญมาอภิปราย ได้ดังนี้ 1. ผลการศึกษาปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพ 1.1 การดูแลสุขภาพทางกายของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่ ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ ทานผักและผลไม้ ดื่มน้ าสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้วหรือมากกว่า และการออกก าลังกาย รวมทั้งได้รับการตรวจสุขภาพประจ าปี อภิปรายได้ว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม ซึ่งเป็นผู้สูงอายุที่สามารถช่วยเหลือตัวเอง ช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยเหลือสังคม และช่วยเหลือชุมชนได้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุวัยต้น ร้อยละ 50.00 (อายุ 60-69 ปี) ยังมีความเสื่อมไม่มากและมีความสามารถในการปฏิบัติภารกิจประจ าวันได้และช่วยเหลือผู้อื่นได้สูงถึงร้อยละ 97.2 ประกอบกับกลุ่มตัวอย่างอาศัยร่วมกับสมาชิกครอบครัว ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปถึงร้อยละ 67.60 จึงท าให้กลุ่มตัวอย่างได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากบุคคลในครอบครัวให้สามารถปฏิบัติดูแลสุขภาพได้ถูกต้องเหมาะสม นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างยังได้รับการศึกษาถึงร้อยละ 94.70 จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีทักษะในการแสวงหาความรู้ในการดูแลสุขภาพตนเอง สอดคล้องกับการศึกษาของพันธกานต์ วิชาชาติ (2558 : 138-139) ศึกษาเรื่องพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านจิตใจและการป้องกันโรคของผู้สูงอายุในจังหวัดอ านาจเจริญ จ านวนกลุ่มตัวอย่าง 300 คน พบว่า พฤติกรรมการป้องกันโรคของผู้สูงอายุในจังหวัดอ านาจเจริญ ด้านการรับประทานอาหารอยู่ในระดับดีมาก และด้านการออกก าลังกายอยู่ในระดับดีมากเช่นกัน สอดคล้องกับการศึกษาของวิไลวรรณ คมข า กฤษณะ หงส์ทอง และคมสัน แก้วระยะ (2556 : 9) ศึกษาเรื่องภาวะสุขภาพและพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ ต าบลธงชัย อ าเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี จ านวนกลุ่มตัวอย่าง 300 คน พบว่า ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับดีมากที่สุด และมีภาวะสุขภาพดีมากที่สุดเช่นกัน สอดคล้องกับนวลจันทร์ เครือวาณิชกิจ และ คนอื่น ๆ (2555 : 74) ศึกษาเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะสุขภาพผู้สูงอายุ ในต าบลโคกโคเฒ่า อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี พบว่า พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองด้านอาหารของผู้สูงอายุอยู่ในระดับดี และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองด้านออกก าลังกายของผู้สูงอายุอยู่ในระดับดีเช่นกัน สอดคล้องกับการศึกษาของอุไรรัชต์ บุญแท้ (2557 : 42) ศึกษาพฤติกรรมสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรีกลุ่มตัวอย่างคือ ผู้สูงอายุในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี จ านวน 400 คน พบว่า พฤติกรรมสุขภาพโดยรวมของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับดี (X=3.51, S.D.=0.62) 1.2 การดูแลสุขภาพทางใจของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก อภิปรายได้ว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 75.20 และ มีความสามารถในการปฏิบัติภารกิจประจ าวันได้และช่วยเหลือผู้อื่นได้สูงถึงร้อยละ 97.20 จึงท ากิจกรรมที่สร้างคุณค่าแก่ตนเองในการช่วยเหลือครอบครัวได้ เช่น การช่วยท าอาหารและท างานบ้าน ประกอบกับกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุวัยต้นและวัยกลาง วัย 60-79 ปี ถึงร้อยละ 87.80 รวมทั้งไม่มี 80 โรคประจ าตัว ร้อยละ 41.30 และมีโรคประจ าตัวและสามารถควบคุมได้ร้อยละ 51.30 จึงมีความสามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมได้ อีกทั้งประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารยึดมั่นและสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมอย่างเหนียวแน่นและต่อเนื่อง คนมุกดาหารเป็นคนใจดี กิริยามารยาทอ่อนน้อมถ่อมตน และเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน และมีถึง 8 ชนเผ่า ดังค าขวัญของมุกดาหาร ตอนหนึ่งว่า “แปดเผ่าชนพื้นเมือง” ได้แก่ เผ่าไทยอีสาน ผู้ไทย(ภูไท) ไทยบรู (ไทยข่า) ไทยกระโซ่ (ไทกระโซ่) ไทยกะเลิง ไทยแสก ไทยย้อ และไทกุลา สมาชิกของแต่ละชนเผ่ามีการรวมตัวสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีของชนเผ่าตนเองซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวัยสูงอายุ ท าให้ได้ดูแลสุขภาพทางใจของกันและกันรวมทั้งผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาศัยร่วมกับสมาชิกครอบครัว ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ถึงร้อยละ 67.60 จึงท าให้กลุ่มตัวอย่างได้รับความรักและความเอาใจใส่จากบุคคลในครอบครัว ส่งเสริมให้ดูแลสุขภาพได้ถูกต้องเหมาะสม สอดคล้องกับการศึกษาของนวลจันทร์ เครือวาณิชกิจ และคนอื่น ๆ (2555 : 74) เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะสุขภาพผู้สูงอายุ ในต าบลโคกโคเฒ่า อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี พบว่า พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองด้านอารมณ์ของผู้สูงอายุอยู่ในระดับดี สอดคล้องกับการศึกษาของพันธกานต์ วิชาชาติ (2558 : 138-139) ศึกษาเรื่องพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านจิตใจและการป้องกันโรคของผู้สูงอายุในจังหวัดอ านาจเจริญ จ านวนกลุ่มตัวอย่าง 300 คน พบว่า พฤติกรรมการดูแลตนเองด้านจิตใจของผู้สูงอายุในจังหวัดอ านาจเจริญ อยู่ในระดับดี 2. ผลการศึกษาปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคม 2.1 การสนับสนุนทางสังคมอารมณ์ของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร พบว่า การสนับสนุนทางสังคมด้านอารมณ์ของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหารอยู่ในระดับมาก อภิปรายได้ว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยู่ในครอบครัวขยาย มีสมาชิกในครอบครัวตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปถึงร้อยละ 67.60 ซึ่งสังคมไทยอีสานจะให้ความรัก ความเอาใจใส่คนภายในครอบครัวโดยเฉพาะคนที่มีอายุมากกว่า ดังนั้นในยามเจ็บป่วยที่มีข้อจ ากัดในการดูแลตนเองจึงได้รับความสนใจช่วยเหลือในการดูแลสุขภาพ เป็นห่วงเมื่อเกิดอาการไม่สบายหรือเกิดความเจ็บป่วย ให้ก าลังใจและดูแลเมื่อผู้สูงอายุรู้สึกท้อแท้จากปัญหาส่วนตัวหรือความเจ็บป่วย สอดคล้องกับการศึกษาของสุขเกษม ร่วมสุข (2553 : 107) เรื่องพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุ จังหวัดอ านาจเจริญ พบว่ากลุ่มตัวอย่างไดรับการสนับสนุนทางอารมณ์ภาพรวมอยู่ใน ระดับสูง (X=3.17) 2.2 การสนับสนุนทางสังคมด้านข้อมูลข่าวสารของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร พบว่า การสนับสนุนทางสังคมด้านข้อมูลข่าวสารของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหารอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณารายข้อพบว่าผู้สูงอายุได้รับค าแนะน าจากคนในครอบครัว เมื่อมีปัญหาสุขภาพ หรือมีเรื่องไม่สบายใจได้รับการสนับสนุนมากที่สุด รองลงมาคือ การได้รับค าแนะน าเรื่องการรับประทานอาหารจากบุคคลในครอบครัวท่าน อภิปรายได้ว่า บุคคลในครอบครัวได้มีโอกาสใกล้ชิดและทราบปัญหาผู้ป่วยมากกว่าบุคคลอื่น บุคคลในครอบครัวจึงมีโอกาสให้ก าลังใจและให้การสนับสนุนด้านต่าง ๆ แก่ผู้สูงอายุ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 41.30 ไม่มีโรคประจ าตัว และร้อยละ 51.30 มีโรคประจ าตัว ก็สามารถควบคุมได้จึงอาจจะยังไม่ได้ไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขบ่อยนัก ท าให้การสนับสนุนช่วยเหลือให้ข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพจากบุคลากรสาธารณสุขอยู่ในระดับปานกลาง สอดคล้องกับการศึกษาของสุขเกษม ร่วมสุข (2553 : 108) เรื่องพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุ จังหวัดอ านาจเจริญ พบว่ากลุ่มตัวอย่างได้รับการสนับสนุนด้านข้อมูลข่าวสารจากครอบครัว และเพื่อน ภาพรวมอยู่ในระดับสูง (X=3.07) 81 2.3 การสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือบริการของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร พบว่า การสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือบริการของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหารอยู่ในระดับปานกลาง อภิปรายได้ว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ได้รับการสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือบริการ จากบุคคลในครอบครัวเป็นหลัก ดูแลเรื่องอาหาร รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาและพาไปรักษาที่สถานพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย ขณะที่หน่วยงานของรัฐ เช่น โรงพยาบาลให้บริการตามระบบบริการสุขภาพ ส่วนองค์การบริหารส่วนต าบลหรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ให้การสนับสนุนอุปกรณ์ ออกก าลังกายไว้ในที่สาธารณะ ไม่ได้ให้การสนับสนุนแก่ผู้สูงอายุโดยตรง ผู้สูงอายุจึงไม่รู้สึกว่าได้รับการสนับสนุนด้านสิ่งของและบริการจากหน่วยงานดังกล่าว ขณะที่กลุ่มตัวอย่างไม่มีโรคประจ าตัว ร้อยละ 41.30 และมีโรคประจ าตัวและสามารถควบคุมได้ร้อยละ 51.30 สามารถไปรับบริการ ที่สถานพยาบาลด้วยตนเองได้ จึงยังไม่ได้รับการดูแลความเจ็บป่วยที่บ้านจากบุคลากรสาธารณสุข ไม่สอดคล้องกับการศึกษาของ สุขเกษม ร่วมสุข (2553 : 109) เรื่องพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุ จังหวัดอ านาจเจริญ พบว่ากลุ่มตัวอย่างไดรับการสนับสนุนดานวัสดุอุปกรณ์ การเงิน และ แรงงาน ภาพรวมอยู่ในระดับสูง (X=2.96) 3. ผลการศึกษาภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร 3.1 ภาวะสุขภาพทางกาย ผลการศึกษาพบว่า ภาวะสุขภาพทางกายโดยรวม จ าแนกตามระดับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ พบว่า ส่วนใหญ่มีภาวะสุขภาพดีมาก ร้อยละ 61.80 รองลงมาคือภาวะสุขภาพดี ร้อยละ 32.80 ผลการประเมินภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ พบว่า ส่วนใหญ่มีโรคประจ าตัวและสามารถควบคุมได้ คิดเป็นร้อยละ 51.30 มีฟันใช้งานได้ มากกว่า 20 ซี่ คิดเป็นร้อยละ 51.50 ดัชนีมวลกายปกติ คิดเป็นร้อยละ 41.30 ปฏิบัติภารกิจประจ าวันได้และช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วยตนเอง คิดเป็นร้อยละ 97.20 และสามารถปฏิบัติการออกก าลังกายได้ถูกต้องในระดับดี คิดเป็น ร้อยละ 72.30 อภิปรายได้ว่า อาจสืบเนื่องจากเป็นการศึกษาในผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม ที่สามารถพึ่งตนเอง ช่วยเหลือผู้อื่น และสังคมได้ ซึ่งผ่านการประเมินกิจวัตรประจ าวันของผู้สูงอายุโดยใช้ Barthel’s Index : ADL ได้ผลรวมคะแนน ADL ตั้งแต่ 12 คะแนนขึ้นไป ประกอบกับผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาศัยในครอบครัวที่มีสมาชิกในครอบครัวหลายคน จึงมีสามี ภรรยาหรือบุตรหลายเอาใจใส่ ได้รับแรงสนับสนุนทางสังคมจากบุคคลในครอบครัวเป็นอย่างดี รวมทั้งหน่วยบริการด้านสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของภาครัฐ เช่น โรงพยาบาล เทศบาล อบต. ได้จัดโครงการให้ผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมได้มีโอกาสมาท ากิจกรรมร่วมกัน ท าให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดูแลสุขภาพมากขึ้น สอดคล้องกับการศึกษาของอุไรรัชต์ บุญแท้ (2557 : 42) ศึกษาพฤติกรรมสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรี กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี จ านวน 400 คน พบว่า ภาวะสุขภาพโดยรวมของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับดี (X=3.87, S.D.=0.40) มีค่าเฉลี่ยสูงสุดในมิติสุขภาพกาย สอดคล้องกับการศึกษาของเนตรดาว ตันตรานนท์ (2558 : 42) ได้ศึกษาภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ พบว่าภาวะสุขภาพของกลุ่มตัวอย่างโดยรวมอยู่ในระดับดี เฉลี่ย 2.24 โดยมีภาวะสุขภาพรายด้าน คือ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสังคม และ ด้านจิตวิญญาณ เฉลี่ย 1.65, 2.23, 2.34 และ 2.73 ตามล าดับ 82 3.2 ภาวะสุขภาพทางใจ ผลการศึกษาพบว่า ส่วนใหญ่มีภาวะสุขภาพทางใจมีสุขภาพจิตดีกว่าคนทั่วไป ร้อยละ 54.40 รองลงมามีสุขภาพจิตเท่ากับคนทั่วไปร้อยละ 36.80 ส่วนสุขภาพจิตต่ ากว่าคนทั่วไป ร้อยละ 9.30 อภิปรายได้ว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม เป็นผู้สูงอายุตอนต้นและตอนกลาง วัย 60-79 ปี ถึงร้อยละ 87.80 รวมทั้งไม่มีโรคประจ าตัว ร้อยละ 41.30 และมีโรคประจ าตัวและสามารถควบคุมได้ร้อยละ 51.30 จึงมีความสามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม ได้ภาพที่เด่นชัดของจังหวัดมุกดาหาร คือมีชนพื้นเมือง 8 ชนเผ่า มีการรวมกลุ่มของแต่ละชนเผ่า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ การมารวมกลุ่มกันสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีของชนเผ่าตนเอง เป็นโอกาสได้จรรโลงใจ ส่งเสริมสุขภาพทางใจให้เข้มแข็งขึ้น รวมทั้งผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาศัยร่วมกับสมาชิกครอบครัว ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ถึงร้อยละ 67.60 และยังคงมีสถานภาพสมรส ร้อยละ 59.50 จึงท าให้ผู้สูงอายุได้รับการสนับสนุน ช่วยเหลือ ดูแล รักใคร่เอาใจใส่ จากบุคคลในครอบครัว รวมทั้งสนับสนุนด้านค่ารักษาพยาบาล สิ่งของเครื่องอ านวยความสะดวก ส่งเสริมให้มีสุขภาพจิตอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าคนทั่วไปเกินครึ่งของกลุ่มตัวอย่าง (ร้อยละ 54.40) สอดคล้องกับการศึกษาของนวลจันทร์ เครือวาณิชกิจ และคนอื่น ๆ (2555 : 74) เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะสุขภาพผู้สูงอายุ ในต าบลโคกโคเฒ่า อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี พบว่า พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองด้านอารมณ์ของผู้สูงอายุอยู่ในระดับดี สอดคล้องกับการศึกษาของ พันธกานต์ วิชาชาติ (2558 : 138-139) ศึกษาเรื่องพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านจิตใจและการป้องกันโรคของผู้สูงอายุในจังหวัดอ านาจเจริญ จ านวนกลุ่มตัวอย่าง 300 คน พบว่า พฤติกรรมการดูแลตนเองด้านจิตใจของผู้สูงอายุในจังหวัดอ านาจเจริญ ได้แก่ การพัฒนาการรู้จักตนเอง การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ การเผชิญปัญหา การสนับสนุนทางสังคมของผู้สูงอายุและการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนามีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมการป้องกันโรคของผู้สูงอายุในจังหวัดอ านาจเจริญอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 สอดคล้องกับการศึกษาของเนตรดาว ตันตรานนท์ (2558 : 42) ได้ศึกษาภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ พบว่าภาวะสุขภาพของกลุ่มตัวอย่างโดยรวมอยู่ในระดับดี เฉลี่ย 2.24 โดยมีภาวะสุขภาพรายด้าน คือ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสังคม และ ด้านจิตวิญญาณ เฉลี่ย 1.65, 2.23, 2.34 และ 2.73 ตามล าดับ 4. ผลการศึกษา ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร พบว่า ปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยด้านการดูแลสุขภาพ และปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหารเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร อภิปรายได้ดังนี้ 1. ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ 1.1 ระดับการศึกษา มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุทั้งภาวะสุขภาพทางกายและภาวะสุขภาพทางใจ อภิปรายได้ว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับประถมศึกษา(ร้อยละ 86.30) การศึกษาที่ไม่แตกต่างกันท าให้มีแนวคิดในการดูแลสุขภาพทางกายใกล้เคียงกัน ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลสุขภาพ ของจังหวัดมุกดาหาร จัดระบบบริการสุขภาพรองรับประชาชนโดยไม่ได้แบ่งแยกระดับการศึกษา หน่วยบริการสาธารณสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่ดูแลสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ให้ประชาชนเข้าถึงโดยเท่าเทียมกัน ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทางกาย หลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นพิษต่อร่างกาย บริโภคสิ่งที่ดีต่อร่างกายเป็นความรู้ที่สามารถน าไปปฏิบัติได้ไม่แตกต่างกัน สอดคล้องกับ 83 การศึกษาของพิมพ์พิสุทธิ์ บัวแก้ว (2559 : 7-11) ได้ศึกษาการดูแลสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุไทย พบว่าผู้สูงอายุที่มีการศึกษาสูงขึ้น มีสุขภาพที่ดีขึ้น สอดคล้องกับการศึกษาของสุดารัตน์ จาดจีน (2555 : 90) ศึกษาพฤติกรรมสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในชุมชนบ้านอุมลอง อ าเภอเถิน จังหวัดล าปาง พบว่าภาวะสุขภาพด้านจิตใจมีความสัมพันธ์กับปัจจัยด้านการศึกษาอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ (r = .411, p<.01) สอดคล้องกับการศึกษาของเรวดี สุวรรณนพเก้า และรศรินทร์ เกรย์ (2554 : 48) ศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในพื้นที่เฝ้าระวังทางประชากรกาญจนบุรี พบว่า ผู้สูงอายุที่มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษาหรือสูงกว่า จะมีคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพที่ดีกว่าผู้สูงอายุที่มีการศึกษาระดับประถมศึกษาเนื่องจากการศึกษาเป็นการจัดประสบการณ์ให้แก่ชีวิต ช่วยเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโลกและชีวิตในทุกด้านให้กับบุคคล ท าให้สามารถด ารงชีวิตในสังคมได้อย่างเหมาะสมและมีคุณภาพ ส่วนในเรื่องสุขภาพจิตพบว่า เมื่อผู้สูงอายุมีระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ท าให้มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น สอดคล้องกับการศึกษาของขวัญดาว กล่ ารัตน์ (2554 : 93-104) พบว่า ผู้สูงอายุที่มีระดับการศึกษาที่แตกต่างกันมีพฤติกรรมสุขภาพที่แตกต่างกันเนื่องจากการศึกษาของผู้สูงอายุเป็นสิ่งส าคัญในการดูแลตนเอง เป็นปัจจัยที่ท าให้บุคคลได้รับข้อมูลข่าวสาร มีการพัฒนาการเรียนรู้และสามารถตัดสินพิจารณาในการปฏิบัติกิจกรรมในการดูแลตนเอง อีกทั้งในปัจจุบันระบบข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้า ยิ่งผู้สูงอายุมีการศึกษาสูงขึ้น ย่อมถึงแหล่งความรู้ได้ง่ายขึ้น และในเรื่องการรับรู้ภาวะสุขภาพ พบว่า พยาบาลที่มีการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี จะมีการรับรู้ภาวะสุขภาพในอนาคตดีกว่า พยาบาลที่จบปริญญาตรี 1.2 อายุ มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพทางกายของผู้สูงอายุ อภิปรายได้ว่าผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่างในจังหวัดมุกดาหารส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุตอนต้น อายุ 60-69 ปี ร้อยละ 50.00 ประกอบกับผู้สูงอายุสามารถปฏิบัติภารกิจประจ าวันได้และช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วยตนเองถึงร้อยละ 97.20 และผู้สูงอายุมีการดูแลสุขภาพทางกายในภาพรวมระดับมากที่สุด ขณะที่สุขภาพทางกาย มีความเสื่อมลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น และความสามารถในการปฏิบัติภารกิจประจ าวันจะลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น จากข้อมูลสนับสนุนที่กล่าวมาท าให้ผู้สูงอายุมีภาวะสุขภาพทางกายดีมาก ร้อยละ 61.80 รองลงมาคือ ภาวะสุขภาพดี ร้อยละ 32.80 2. การดูแลสุขภาพ ได้แก่ 2.1 การดูแลสุขภาพทางกายมีความสัมพันธ์ในทางเดียวกันในระดับน้อยกับภาวะสุขภาพทางกายและภาวะสุขภาพทางใจของผู้สูงอายุ อภิปรายได้ว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม ซึ่งเป็นผู้สูงอายุที่สามารถช่วยเหลือตัวเอง ช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยเหลือสังคม และช่วยเหลือชุมชนได้กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความสามารถในการปฏิบัติภารกิจประจ าวันได้และช่วยเหลือผู้อื่นได้สูงถึงร้อยละ 97.20 และเป็นผู้สูงอายุตอนต้น ร้อยละ 50.00 (อายุ 60-69 ปี) ดังนั้น ภาวะสุขภาพทางกายยังมีความเสื่อมไม่มาก ประกอบกับกลุ่มตัวอย่างอาศัยร่วมกับส
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive