5_บทที่ 1.pdf

โฟลเดอร์pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์107 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 1 บทน ำ ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญของปัญหำ บ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้น บทบาททางสังคมของผู้หญิงเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่ผู้หญิงจะท าหน้าที่ดูแลบ้านและเลี้ยงดูบุตร โดยมีผู้ชายหาเลี้ยงครอบครัว เมื่อผู้หญิงมีบทบาททางสังคมมากขึ้น ต้องรับผิดชอบหาเลี้ยงตนเองและครอบครัวมากขึ้น เมื่อต้องประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ปัญหาครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ขาดการศึกษา ขาดความรู้ ทักษะในการประกอบอาชีพ ท าให้มีโอกาสที่จะเข้าไปสู่การกระท าผิดมากขึ้น (นัทธี จิตสว่าง. 2560 : 1) โดยในหลายกรณีผู้หญิงเป็นทั้งผู้กระท าและถูกกระท า เป็นผลให้จ านวนผู้ต้องขังหญิง เพิ่มสถิติสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ในปี พ.ศ. 2557 มีจ านวนผู้ต้องขังหญิงถึง 45,225 คน ซึ่งประเทศไทยนับเป็นประเทศที่มีจ านวนผู้ต้องขังหญิงมากเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา จีน และรัสเซีย และหากเทียบกับจ านวนประชาชนต่อ 100,000 คน แล้วประเทศไทยจัดได้ว่ามีอัตราส่วนผู้ต้องขังหญิงต่อประชากร 100,000 คน มากเป็นอันดับ 1 ของโลก (นัทธี จิตสว่าง. 2558 : 1) ซึ่งในจ านวนนี้ประมาณ 70% เป็นผู้ต้องขังที่ต้องคดียาเสพติด โดยเป็นผู้ต้องขังหญิงประมาณ 15% (วีระวัฒน์ พันธ์ครุฑ. 2559 : 1) จากรายงานข้อมูลสถิติผู้ต้องราชทัณฑ์ทั่วประเทศ ส ารวจ ณ วันที่ 1 ธันวาคม 2560 มีผู้ต้องขังหญิงจ านวน 42,772 คน (สถิติผู้ต้องราชทัณฑ์ทั่วประเทศ. 2560) การเปลี่ยนสถานะจากผู้หญิงธรรมดาทั่วไปมาเป็นผู้ต้องขังหญิงนั้น ส่งผลทางลบอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิต โดยเฉพาะทุกข์ทางจิตใจที่สูญเสียอิสรภาพ ยิ่งมีค าสั่งต้องโทษสูงก็ยิ่งเป็นทุกข์และหดหู่ใจมากขึ้น ผู้ต้องขังหญิงจ านวนไม่น้อยต้องใช้เวลายาวนานท าใจรับสภาพต้องขัง ขณะที่อีกจ านวนไม่น้อยถูกครอบครัวปฏิเสธ ไม่ยอมรับ (กฤต

อ่านต่อ

ยา อาชวนิจกุล และกุลภา วจนสาระ. 2558 : 27) พอรู้ว่าถูกจ าคุกจะเกิดความรู้สึกความตกใจอย่างรุนแรง เกิดความหวั่นกลัวต่อเรือนจ า รู้สึกสูญเสียมากมายในชีวิต กังวลเกี่ยวกับชีวิตในเรือนจ า เป็นห่วงสมาชิกในครอบครัว และพยายามท าใจยอมรับซึ่งก่อให้เกิดความทุกข์ใจจากการถูกจองจ า การพลัดพรากจากครอบครัว จากกฎระเบียบในเรือนจ าและการขาดอิสรภาพในชีวิต การไม่สามารถช่วยเหลือครอบครัวได้ และความทุกข์ใจจากการอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า เป็นผลให้ผู้ต้องขังหญิงต้องปรับตัวและปรับใจ พยายามท ากิจกรรมต่าง ๆ ในเรือนจ า มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ต้องขังอื่น เปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อเอาตัวรอด ตระหนักถึงความหมายในชีวิต ท าให้เกิดความมุ่งหวังและความกังวลในอนาคตภายหลังจากพ้นโทษ มีความตั้งใจกลับออกไปท างาน กลับไปบ้านและอยู่กับครอบครัว และกังวลเกี่ยวกับการยอมรับของสังคมและญาติพี่น้อง (สมภพ แจ่มจันทร์. 2550 : 1) สภาวะที่ต้องเข้ามาอยู่ในเรือนจ า ท าให้รู้สึกหวาดกลัว วิตกกังวลเศร้าโศก เสียใจ เครียด หมดอาลัยในชีวิต (นภาภรณ์ หะวานนท์ และคนอื่น ๆ. 2555 : 12) ผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนไหวและเปราะบางทางจิตใจ (อรสม สุทธิสาคร. 2556 : 1) แม้ว่าผู้ต้องขังจะเข้าอยู่ในเรือนจ าด้วยสาเหตุใดก็ตาม แต่การ มาอยู่รวมกันในสิ่งแวดล้อมใหม่ที่ค่อนข้างแออัด โดยใช้เวลาอยู่ในห้องนอนรวมกันประมาณ 15 ชั่วโมงต่อวัน ลักษณะของสิ่งแวดล้อมในเรือนจ า จึงกระทบต่อภาวะสุขภาพหรือคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังได้ (ดวงตา ไกรภัสสร์พงษ์ และราณี ฉายินทุ. 2546 อ้างถึงในนิตยาภรณ์ สุระสาย. 2559 : 2) จากสถิติ 2 กรมราชทัณฑ์ ณ วันที่ 1 กันยายน 2560 จังหวัดนครพนม เป็นจังหวัดที่มีจ านวนผู้ต้องขังหญิง มากที่สุดของเขต 4 คือ 437 คน และจากการส ารวจสุขภาพผู้ต้องขังหญิงเรือนจ ากลางนครพนมจ านวน 349 คน ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2556 ด้วยการประเมินความเครียดโดยใช้แบบประเมินของ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พบว่าส่วนใหญ่มีความเครียดปานกลาง ร้อยละ 31 23 และความเครียดมาก มีถึงร้อยละ 18.62 (นิตยาภรณ์ สุระสาย และคนอื่น ๆ. 2559 : 5) ความเครียดเป็นปัญหาที่ส าคัญทางสุขภาพจิตที่ต้องหาทางในการแก้ปัญหา ผู้ที่มีความเครียดที่อยู่ในระดับสูงและเป็นเวลานาน โดยไม่ได้รับการแก้ไขหรือการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม ก็อาจเป็นสาเหตุส าคัญของความเจ็บป่วยทางกายหลายโรค เช่น โรคซึมเศร้า โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคภูมิแพ้ เป็นต้น และมีผลเสียต่อสุขภาพจิต จะเกิดอาการหงุดหงิด ท้อแท้ เหนื่อยหน่าย ส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิด พฤติกรรมการแสดงออก น าไปสู่การเจ็บป่วยทางจิตที่รุนแรง เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวต่อครอบครัวและผู้อื่น (ชลิดา ช านาญเนติวิทย์. 2556 : 2) ในการแก้ปัญหาความเครียดมีหลายวิธี เช่น สมาธิบ าบัด ดนตรีบ าบัด เล่นโยคะ เป็นต้น จากงานวิจัยพบว่า ในศาสตร์การแพทย์ทางเลือก การสวดมนต์บ าบัดนับเป็นทางออกอย่างหนึ่งที่น ามาใช้ในการบ าบัดรักษาโรคโดยไม่ต้องใช้ยา การสวดมนต์บ าบัดไม่ใช่แค่รักษาโรคทางใจได้เท่านั้นแต่ยังสามารถบ าบัดโรคทางกายได้ผลดีด้วย ประโยชน์ของการสวดมนต์บ าบัดในทางการแพทย์ ร่างกายจะหลั่งสารสื่อประสาทที่มีประโยชน์มากมาย คือ สารซีโรโทนิน (serotonin) มีฤทธิ์คล้ายยานอนหลับ ช่วยการเรียนรู้ ลดความเครียด ลดอาการซึมเศร้า ลดระดับน้ าตาลในเลือด และสารเมลาโทนิน ซึ่งเปรียบคล้ายกับยาอายุวัฒนะ เพราะจะช่วยยืดอายุการท างานของเซลล์ประสาท เซลล์ร่างกายเพิ่มภูมิต้านทาน รู้สึกผ่อนคลาย ปลอดโปร่ง และไม่เครียด ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยในต่างประเทศที่พบว่า การสวดมนต์ช่วยบ าบัดอาการป่วยและโรคร้ายต่าง ๆ ได้แก่ โรคหัวใจขาดเลือด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็ง โรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคเครียด โรคซึมเศร้า ปวดหัวไมเกรน และนอนไม่หลับ เป็นต้น (ธวัชชัย กมลธรรม. 2557 : 25) การสวดมนต์ในทางพุทธศาสนาถือเป็นการปฏิบัติเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เป็นการส่งเสริมให้จิตใจสงบ มีความสุข สามารถแก้ปัญหาชีวิต และอุปสรรคได้ด้วยเหตุผลและปัญญา มองชีวิตอย่างปล่อยวางมากขึ้น ช่วยลดความเครียด และแก้ทุกข์ทางใจได้ (เบญมาศ ตระกูลงามเด่น และสุรีพร ธนศิลป์. 2555 : 33) และพบว่าผลของการสวดมนต์ช่วยลดความวิตกกังวล ลดระดับความเครียด ลดอาการปวด เพิ่มความผาสุก เช่น พรทิพย์ ปุกหุต (2555 : 60) ผลของการสวดมนต์บ าบัดช่วยลดความวิตกกังวลและเพิ่มความผาสุกทางจิตวิญญาณในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะรับการรักษา เบญมาศ ตระกูลงามเด่น และสุรีพร ธนศิลป์ (2555 : 30) ผลของโปรแกรมการจัดการอาการที่เน้นการสวดมนต์ช่วยลดอาการปวดของผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย กิจจ์ศรัณย์ จันทร์โป๊ (2557 : 89) ได้ศึกษาผลของการสวดมนต์ตามแนวพุทธศาสนาและการท าสมาธิแบบอานาปานสติมีผลท าให้ลดระดับความเครียดและผ่อนคลายความเครียดของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อุไรวรรณ พลจร (2558 : 5) การสวดมนต์แบบพุทธช่วยลดความวิตกกังวลของผู้ป่วยมะเร็งโลหิตวิทยาที่ได้รับยาเคมีบ าบัด ในศาสตร์การแพทย์ทางเลือกที่เรียกว่า การแพทย์วิถีธรรม โดยใจเพชร กล้าจน หรือ อาจารย์หมอเขียว ผู้ค้นพบการดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ได้ใช้หลักพุทธธรรมในการลดความเครียด ลดความทุกข์ใจ (ใจเพชร กล้าจน. 2558 : 669) มีเทคนิคข้อที่ 8 คือ การละบาป บ าเพ็ญบุญ ท าจิตใจเบิกบาน ไร้ทุกข์ ไร้กังวล หนึ่งในวิธีการปฏิบัติเพื่อให้ชีวิตเกิดความผาสุก คือ การสวดมนต์และ 3 การทบทวนธรรม พระพุทธเจ้าตรัสว่า “คนจะบรรลุธรรมเพราะทบทวนธรรม” บททบทวนธรรม เป็นธรรมะจากพระไตรปิฎกมาเรียบเรียงเป็นภาษาที่เข้าใจได้ง่าย เนื้อหาให้ตระหนักเรื่องกรรม ผลของกรรม ความเป็นจริงของชีวิต การไม่โทษผู้อื่น การส านึกผิด การคิด พูด ท าในสิ่งที่ดี เป็นต้น การทบทวนธรรมซ้ า ๆ ปฏิบัติเป็นประจ าทุกวัน จะสามารถท าลายความติดยึด ความชอบชังที่เป็นเหตุแห่งทุกข์ได้ เป็นปัญญาพัฒนาจิตสู่ความพ้นทุกข์ บททบทวนธรรมเปรียบเหมือนค าสุภาษิต ส านวน ค าพังเพย ค าคม ค าขวัญ เป็นค าสื่อสารแฝงคติเตือนใจ มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี แต่งให้คล้องจองจดจ าได้ง่ายและเกิดการใช้งานได้บ่อย เช่น ท าดีได้ดี ท าชั่วได้ชั่ว มือถือสาก ปากถือศีล สอดคล้องกับพระวัชรานนท์ อริญฺชโย (พรมสมบัติ) (2554 : 86) ศึกษาบทผญาเชิงจริยธรรมที่ปรากฏในบทเทศนาของพระอาจารย์สมภพ โชติปญฺโญ ที่มีผลต่อชาวต าบลแพด จะน าบทผญาไปแสดงหรือเล่าให้คนอื่นฟังอีกที เป็นการเพิ่มพูนความรู้ ให้ข้อคิดคติธรรมต่าง ๆ ท าให้มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดี มีความเพียร เคารพและเชื่อฟังบิดามารดาครูอาจารย์มากขึ้น เกิดประโยชน์กับสังคมโดยส่วนรวมเป็นอย่างยิ่ง และสอดคล้องกับพระมหาภาณุวิชญ์ ปัญญาปโชโต (2555 : ก) เพื่อศึกษาหลักพุทธธรรมที่ใช้บ าบัดรักษาโรคทางใจ ผลการวิจัยพบว่า การใช้ธรรมะโอสถ หลักพุทธธรรมที่ส่วนใหญ่เป็นหลักธรรมที่ส าคัญในทางพุทธศาสนาน าไปใช้เพื่อคลายความยึดมั่นถือมั่นและน าไปสู่การบรรลุมรรคผลนิพพาน จากความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา ผู้วิจัยจึงมีความสนใจศึกษาผลของโปรแกรมสวดมนต์และทบทวนธรรมตามหลักการแพทย์วิถีธรรมต่อระดับความเครียดของผู้ต้องขังหญิง เรือนจ ากลางนครพนม เพื่อเป็นแนวทางในการลดความเครียดและการแก้ปัญหาหรือส่งเสริมสภาพจิตใจของผู้ต้องขังหญิงในเรือนจ า ให้ได้รับภาวะสุขภาพจิตใจที่ดี สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข ค ำถำมกำรวิจัย โปรแกรมสวดมนต์และทบทวนธรรมตามหลักการแพทย์วิถีธรรม สามารถลดความเครียดของผู้ต้องขังหญิงเรือนจ ากลางนครพนมได้หรือไม่ วัตถุประสงค์ของกำรวิจัย เพื่อเปรียบเทียบผลของโปรแกรมสวดมนต์และทบทวนธรรมตามหลักการแพทย์วิถีธรรมที่มีต่อความเครียดของผู้ต้องขังหญิงเรือนจ ากลางนครพนม จังหวัดนครพนม สมมุติฐำนกำรวิจัย หลังได้รับโปรแกรมสวดมนต์และทบทวนธรรม ผู้ต้องขังหญิงเรือนจ ากลางนครพนม จังหวัดนครพนม มีความเครียดลดลงมากกว่าก่อนได้รับโปรแกรมสวดมนต์และทบทวนธรรม 4 ขอบเขตของกำรวิจัย ประชำกร ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ผู้ต้องขังหญิงที่ได้รับการควบคุมในเรือนจ ากลางนครพนม จังหวัดนครพนม จ านวน 471 คน กลุ่มตัวอย่ำง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ผู้ต้องขังหญิงที่ได้รับการควบคุมในเรือนจ ากลางนครพนม จังหวัดนครพนม จ านวน 30 คน ซึ่งได้จากเกณฑ์คัดเข้าและคัดออกที่ผู้วิจัยก าหนดขึ้น ตัวแปรที่ศึกษำ 1. ตัวแปรต้น คือ โปรแกรมสวดมนต์และทบทวนธรรมตามหลักการแพทย์วิถีธรรม 2. ตัวแปรตาม คือ ความเครียดของผู้ต้องขังหญิง ค ำนิยำมศัพท์เฉพำะ ความเครียด หมายถึง ความเครียดเป็นภาวะที่ผู้ต้องขังหญิงรู้สึกว่าถูกคุกคาม กดดัน เกิดความไม่สมดุล ท าให้มีปฏิกิริยาตอบสนอง ถ้าบุคคลปรับตัวได้จะเกิดพลังในการจัดการกับสิ่งต่าง ๆ เป็นการเสริมความแข็งแรงทางร่างกายและจิตใจ แต่ถ้าไม่สามารถปรับตัวได้ จะท าให้บุคคลนั้นเกิดความเครียด ส่งผลให้เกิดความเสียสมดุลในการด าเนินชีวิตในสังคมได้ มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย ด้านจิตใจ และด้านพฤติกรรม หลักการแพทย์วิถีธรรม หมายถึง การแพทย์ที่น าเอาจุดดีของวิทยาศาสตร์การดูแลสุขภาพทั้ง 4 แผน คือ แผนปัจจุบัน แผนไทย แผนทางเลือกและแผนพื้นบ้าน รวมกับหลัก 8 อ เพื่อสุขภาพที่ดีของสถาบันบุญนิยม มาจัดการองค์ความรู้ ประยุกต์ผสมผสานบูรณาการด้วยหลักพุทธธรรม และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพสังคมสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน เน้นการแก้ไขหรือลดปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุ โดยใช้สิ่งที่ประหยัดที่สุด แต่ให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด ด้วยวิธีที่เรียบง่าย ได้ผลรวดเร็ว สามารถพึ่งพาตนเองได้ ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นเป็นหลัก ประยุกต์เข้ากับวิถีชีวิตได้อย่างยั่งยืน การสวดมนต์ หมายถึง การเปล่งเสียงตามบทสวดมนต์ ด้วยจังหวะและส าเนียงปกติ ท าความเข้าใจ ทบทวนหัวข้อธรรมะและรายละเอียดของธรรมะ บทสวดมนต์ หมายถึง ค าสวดบูชาเพื่อร าลึกถึงพระคุณของพระรัตนตรัย หลักธรรมค าสอนของศาสนาพุทธ โดยการแพทย์วิถีธรรมได้คัดบทสวดมนต์ที่ส าคัญ ตามล าดับ ดังนี้ ค าบูชาพระรัตนตรัย ปุพพภาคนมการ ไตรสรณคมน์ พุทธานุสติ ธัมมานุสติ สังฆานุสติ โอวาทปาติโมกขคาถา อภิณหปัจจเวกขณปาฐะ ภวตุสัพ และจบด้วยการอธิษฐาน 1 นาที เป็นการตั้งจิตตั้งใจ ท าคุณงามความดี พัฒนาจิตให้เจริญยิ่งขึ้น ท าความผาสุกให้กับตนเองและผู้อื่น ตามความสามารถและเหตุปัจจัยที่ท าได้ เป็นระยะเวลา 30 นาที ทบทวนธรรม หมายถึง การท่องบททบทวนธรรม ร่วมกับการฟังธรรม การสนทนาธรรม การใคร่ครวญธรรมซ้ า ๆ เป็นประจ า ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ พิจารณาว่าสิ่งใดเป็นโทษ สิ่งใดเป็นประโยชน์ซ้ าเข้าไปหลาย ๆ ครั้ง เพื่อน าธรรมะมาใช้ดับทุกข์หรือสร้างประโยชน์ได้เร็ว ได้เหมาะสมเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์และสถานการณ์ต่าง ๆ 5 บททบทวนธรรม หมายถึง บทธรรมะจากการรวบรวมองค์ความรู้จากค าตรัสพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎก จากครูบาอาจารย์ จากการเรียนรู้และพากเพียรปฏิบัติตามพระพุทธเจ้า โดยใจเพชร กล้าจน จนได้สภาวธรรมที่เป็นพลังแห่งความผาสุกอันเกิดจากการรู้ความจริง จนสามารถดับกิเลส ดับเหตุแห่งทุกข์ทั้งปวงได้ ออกมาเป็นค าพูดด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายสอดคล้องกับพระไตรปิฎก ผู้ที่ได้ทบทวนธรรมอย่างเข้าใจความหมาย เนื้อหาสาระให้ได้ทุกวันจะมีปัญญาแตกฉานในการท าลายทุกข์ เพิ่มความผาสุกในชีวิตมากขึ้นทุกวัน เป็นระยะเวลา 15 นาที โปรแกรมสวดมนต์และทบทวนธรรม หมายถึง รูปแบบกิจกรรมการให้ความรู้และฝึกทักษะ การปฏิบัติเพื่อลดระดับความเครียด โดยประยุกต์เนื้อหาจากหลักการแพทย์วิถีธรรม สัปดาห์ละ 1 วัน ๆ ละ 4 ชั่วโมง โดยให้ผู้ต้องขังหญิงท่องบทสวดมนต์และบททบทวนธรรมทุกวัน วันละ 45 นาที เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ ผู้ต้องขังหญิง หมายถึง ผู้ต้องขังหญิงที่จะถูกควบคุมตัวในเรือนจ ากลางนครพนม ไม่น้อยกว่า 1 ปี เรือนจ ากลางนครพนม หมายถึง สถานที่ควบคุมผู้ต้องขัง สังกัดกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ตั้งอยู่เลขที่ 300 หมู่ 3 บ้านกุดข้าวปุ้น ถนนชวางกูร ต าบลขามเฒ่า อ าเภอเมือง จังหวัดนครพนม แรงสนับสนุนทางสังคม (Social Support) หมายถึง การได้รับการสนับสนุนจากบุคลากรเรือนจ ากลางนครพนม และจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม 4 ด้าน ดังนี้ 1. แรงสนับสนุนทางด้านอารมณ์ 2. แรงสนับสนุนด้านข้อมูลข่าวสาร 3. แรงสนับสนุนด้านวัสดุ สิ่งของ 4. แรงสนับสนุนด้านการยอมรับและเห็นคุณค่า ประโยชน์ที่ได้รับจำกกำรวิจัย 1. ได้ทราบว่าผลของโปรแกรมสวดมนต์และทบทวนธรรมตามหลักการแพทย์วิถีธรรมสามารถลดความเครียดของผู้ต้องขังหญิงเรือนจ ากลางนครพนม 2. มีผลต่อผู้ต้องขังและประชาชนผู้สนใจน าการสวดมนต์และการทบทวนธรรมตามหลักการแพทย์วิถีธรรมไปเผยแพร่ เพื่อใช้ในชีวิตประจ าวัน เพิ่มปัญญาในการดับทุกข์ ช่วยลดปัญหาความเครียดของตัวเอง ครอบครัวและสังคม เสริมสร้างสุขภาพที่ดี 3. กรมราชทัณฑ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แนวทางน าไปปรับใช้กับผู้ต้องขังให้เกิดความผาสุก มีสุขภาพกายใจที่ดี สามารถแก้ไขปัญหาชีวิต และปรับตัวให้อยู่ในสถานที่คุมขังที่ขาดอิสรภาพ ได้อย่างผาสุก และสามารถกลับสู่ครอบครัว ชุมชน สังคม และไม่กลับมากระท าความผิดซ้ าอีก 4. สามารถน าไปเป็นแนวทางในการท าวิจัยต่อไป

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน