แผ่นดินพุทธมีแห่งเดียวในโลกอยู่ที่ชาวอโศก.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.98 KB
วันที่แก้ไข22 กันยายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

แผ่นดินพุทธมีแห่งเดียวในโลกอยู่ที่ชาวอโศก _และลูกขอโอกาสถามหลวงปู่ ค่ะ ว่า อาหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกว่าติดกันทั่วโลก คำว่า “ อาหาเร ปฏิกูลสัญญี ” (อาหารเป็น ปฏิกูล )เป็นคำตรัสของพระพุทธเจ้าหรือไม่คะ?

พ่อครูว่า... เป็น อยู่ในสัญญา 7 สัญญา 10 คำว่าอาหารเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ พระพุทธเจ้าตรัสว่า อาหารเป็นหนึ่งในโลก เราพูดกันเรื่องศีล เรื่องปฏิบัติทางปฏิบัติโภชเนมัตตัญญุตา เป็นการศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้า คนที่งมงายก็บอกว่าพูดอะไรไป แล้วที่พูดนี้นอกของพระเจ้าสอนอยู่ไหม ก็เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าสอนกันทั้งนั้น แต่เรื่องที่ไปนั่งหลับตาแล้วไม่พูดเรื่องเหล่านี้เป็นพวกงมงาย เป็นพวกเดียรถีย์นอกรีตแล้วไม่รู้ตัว แล้วมาหาว่าพวกเราพูดอะไรกัน ทำไมไม่ไปภาวนา ภาวนาก็คือการนั่งหลับตาสะกดจิตทำสมาธิ เขาบอกว่าไม่ต้องศึกษาสิ่งเหล่านี้หรอก นี่คือความงมงายที่สุด พระป่าพระที่ปฏิบัติธรรมตอนนี้เป็นพวกงมงายที่สุดในศาสนาพุทธ แล้วหลงตัวเองว่านั่งสมาธินั่นแหละทำให้บรรลุธรรม นั่งสมาธิและบรรลุธรรมหลับตาไม่มีในศาสนาพุทธ แม้พระพุทธเจ้าตรัสว่า การปฏิบัติสมาธิจะบรรลุธรรมได้ แต่ ก็ไม่ได้หมายความว่าปฏิบัติสมาธิคือไปหลับตา ไม่ใช่นะ มีคำตรัสของพระพุทธเจ้าว่า การบรรลุธรรมบรรลุธรรมได้ด้วยการฟังธรรม ทบทวนธรรม บรรลุได้ด้วยการแสดงธรรม บรรลุได้ด้วยการฟังธรรม บรรลุได้ด้วยการปฏิบัติสมาธิ แล้วจะไปตีขลุมว่า การปฏิบัติสมาธิคือการนั่งหลับตานั่นก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ สมาธิของพระพุทธเจ้าไม่ใช่หลับตา หลับตาไม่ใช่สมาธิของพระพุทธเจ้า พวกหลับตาสมาธิคือพวกออกนอกรีดพระพุทธเจ้าไปไกลลิบเลย ผู้เข้าป่าแล้วไปนั่งหลับตาสมาธิใน คุหัฏฐกสูตร คือผู้ไกลจากวิเวก จมลงในความหลง อย่างกู้กลับไม่ได้เลย หลงงมงายติดยึดกัน ยุคนี้มันซวย ที่พระพาปฏิบ

อ่านต่อ

ัติผิดเพี้ยนไปหมดเลย สายพระป่าก็ไปหลงลาภยศสรรเสริญอย่างที่เห็น มันไม่ใช่การเรียนรู้ปฏิบัติ เรียนรู้แล้วไปหลงในลาภยศสรรเสริญโลกียสุขคือพระสายเปรียญสายวัดบ้าน ส่วนพระป่าไปหลับตาปฏิบัติก็ออกนอกประเทศทั้งคู่เลย แล้วเข้าใจว่าศาสนาพุทธนี่แหละ มีอยู่ 2 สายคือพระป่ากับพระบ้าน พอพระไม่ใช่พระป่านะแน่นอนแล้วไม่ใช่พระบ้านอย่างของคุณ อย่างชาวอโศกไม่ใช่พระบ้านไม่ใช่พระป่า เขาก็หาว่าไม่ใช่พุทธ อาตมามาสอนธรรมะพระพุทธเจ้าเอาธรรมะพระพุทธเจ้าที่ถูกต้องมาสอน เขาบอกว่าไม่ใช่พุทธ ซึ่งน่าสงสารจริงๆเลย อาตมาตั้งข้อสังเกตมาหลายมุมหลายมิติหลายแง่ มิติที่พูดซ้ำบ่อยๆ อาตมานำธรรมะพระพุทธเจ้ามาอธิบายขยายความมาสอนมาพูด อาตมานำมาจากพระไตรปิฎก แม้แต่ก่อนนี้ อาตมายังไม่มีพระไตรปิฎก มันก็เป็นธรรมะที่ตรงกับพระไตรปิฎก ตอนหลังอาตมาก็เอาพระไตรปิฎกยืนยันอ้างอิงตลอดเวลาเลยเขาก็เลยเงียบๆไป นอกจากจะเอาพระไตรปิฎกมาอ้างอิงยืนยันแล้ว เราก็ปฏิบัติได้มรรคได้ผลมีชีวิตบรรลุธรรม อาตมาสรุปว่าชาวอโศกปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้าบรรลุธรรมเรียบร้อย จนกระทั่งกลายเป็นสังคมที่มีสาราณียธรรม 6 เรียบร้อย มาอยู่กันเป็นชุมชนสังคมพุทธ ที่ขึ้นป้ายว่า “แผ่นดินพุทธ” ซึ่งไม่ได้ขึ้นป้ายเล่นนะ ยืนยันจริงว่ามีพุทธแท้อยู่ที่นี่ในชาวอโศก ที่อื่นไม่มี ขออภัยที่พูดความจริงตรงเกินไป ที่อื่นไม่ใช่พุทธหรอกถ้าไม่ใช่ชาวอโศก ขออภัยจริงๆเลย รู้สึกว่าเกรงใจที่พูดคำนี้มันแรง ไปดูถูกดูแคลนคนอื่นเขาจริง แต่มันเป็นเช่นนั้นจริงๆโดยสัจจะ เพราะฉะนั้น พวกเราจึงมีอยู่กันอย่างเป็นสังคมที่ชัดเจน อยู่กันด้วยเมตตากายกรรมเมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม แล้วก็ได้ ลาภโดยธรรม ลาภธัมมิกา เอามารวมกันเป็นสาธารณโภคี ทำได้อย่างนี้ตรงตามคำสอนพระพุทธเจ้าเลย หรือ คุณธรรมวรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) ความเจริญให้ง่ายนั้น เราก็ไม่ได้ลบหลู่พวกที่ไปเรียนจากเมืองนอกมาเป็นเทวนิยมแล้วจะเอามาเหนือพุทธศาสนา มันไม่ใช่ แต่อย่างที่พุทธศาสนาที่เขายึดถือกันและที่อยู่ในเถรสมาคมนั้นก็ไม่ใช่ ซึ่งจริงด้วย เละเทะ สู้แบบเทวนิยมเคร่งๆไม่ได้ เขายังดีกว่าอีก เพราะฉะนั้นชาวอโศกนี้ อย่าง วรรณะ 9 นี้ ยากจะเข้าใจ (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) มีน้อยอย่าไปมีมาก สันตุฏฐิ แค่นี้ก็พอน้อยก็พอใจมันพอ แต่เขาแปลว่าพึงพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ก็ชิบหายเลย บิลเกตส์เขาก็พึงพอใจสิในทรัพย์สินของเขา หรือเศรษฐีคนไหนเขาก็พอใจ แล้วเขาก็ไม่หยุด หยุดของเขาไม่พอนะ เขาพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ แต่เขาไม่เคยพอที่จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ใจไม่พอ ใจไม่หยุด เอาแค่นี้พอ สละออก มากกว่านี้ไม่เอา พวกเรามาอยู่ที่จนที่สุด น้อยที่สุด สูงที่สุด อย่างสมณะนักบวชนี้ศูนย์เลย ไม่ต้องมีสมบัติอะไรอีกแล้ว มีเท่าไหร่เอาออกหมด ไม่ต้องสะสม และมีชีวิตอยู่ได้ไหม ได้ สบม-ธมด-ปกต-หห-จจ มช-ยลล ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ มาอยู่กันอย่างสบายมากเลย พิสูจน์ยืนยัน เดี๋ยวนี้ยิ่งทันสมัยใหม่เสมอ ไม่สะสมยอดขยันมาทำงานฟรี มีชีวิตฝากชีวิตไว้กับหมู่ มีใจพอ ไม่แย่งชิง ไม่อยากมากมาย แต่ขยันหมั่นเพียรสร้างสรร มันสุดยอดแห่งเศรษฐศาสตร์ สุดยอดแห่งเศรษฐกิจเลย ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์โลก ด็อกเตอร์ก็ยังไม่มีภูมิรู้อันนี้หรอก ว่าเป็นคนจนและเป็นคนสร้างสรร ไม่สะสมเกื้อกูลผู้อื่นนี้ ทำกันเป็นทฤษฎี ทำกันเป็นวัฒนธรรม ทำกันเป็นกลุ่มมนุษยชาติเลยอย่างพวกเราทำ ท่ามกลางแม้แต่ชาวพุทธทั่วไปยังไม่เข้าใจเหมือนพวกเรา แต่เราก็ทำได้อย่างนี้ยากแสนยากแต่ก็ทำสำเร็จ เป็นเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก พูดใหญ่เหลือเกินนะโพธิรักษ์ แต่เป็นอย่างนั้นจริง ต่อไปในอนาคตนั่นแหละ นักศึกษาทั้งหลายจึงจะมาเห็นว่า โอ้โห! อันนี้ของพระพุทธเจ้า โพธิรักษ์เอาของพระพุทธเจ้ามาสอนเอาไว้ พ.ศ. 2500 กว่านี้ ตอนมีชีวิตอยู่เขาไม่ฟังโพธิรักษ์ ตอนนี้มีแต่คำสอนที่บันทึกเอาไว้ โพธิรักษ์ตายเสียแล้วจะมาถามก็ไม่ได้แล้ว ถ้ายังไม่ตายก็ยังพอจะทำได้ มาซักตอบได้ ขยายความได้ มุมไหนที่ยังไม่ชัดเจนก็ถามให้ขยายความได้ 640922_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ วันนี้พ่อครูบอกทางรอดของมนุษยชาติ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน