ศาสตร์หนึ่งเดียวสุดยอดคือศาสตร์ของพระพุทธเจ้า.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.23 KB
วันที่แก้ไข22 กันยายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

ศาสตร์หนึ่งเดียวสุดยอดคือศาสตร์ของพระพุทธเจ้า พ่อครูว่า... สรุปหลายทีแล้ว สรุปแล้วชีวิตที่อาตมาพูดไป เขาไม่ค่อยฉุกคิดกันเท่าไหร่ ที่อาตมาพูดว่าพระพุทธเจ้าท่านเกิดมาเป็นคนๆหนึ่งเหมือนกันกับพวกเราทุกคน เสร็จแล้วท่านก็แสวงหา ว่า อะไรคือที่สุดแห่งที่สุดของความเป็นมนุษย์ ท่านรู้ที่สุด เข้าใจที่สุด มีปัญญาที่สุด รู้จุดสูงสุดที่เกิดมาเป็นมนุษย์ แล้วก็อยู่กับมนุษย์ มีความรู้เป็นทฤษฎี มีศาสตร์อะไรก็แล้วแต่ รวมเป็นหนึ่งอยู่ในนั้น ก็คือ มาเรียนรู้โลกุตรธรรม อาตมาเคยอธิบาย ในยุคของพระพุทธเจ้ามีสำนักตักสิลาสอน 18 สาขาวิชา 18 ศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดคือ ตักสิลา ท่านก็ไปเรียนจบทุกศาสตร์ ได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ทุกศาสตร์ ไม่มีใครสู้ได้ เป็นเกียรตินิยมอันดับ 1 ทุกศาสตร์ เป็นคนสุดยอดจริงๆ ไม่ใช่เรื่องแกล้ง ไม่ใช่เรื่องสมมุติ ไม่ใช่จะทำเป็นยกยอพระพุทธเจ้า แต่เป็นเรื่องจริงที่ต้องมีคนจริงอย่างนี้จริงๆ ถ้าพระพุทธเจ้าเกิดมาในยุคนี้ ก็ไปเรียนศาสตร์ไหนในมหาวิทยาลัยใด จบด็อกเตอร์มันมันทุกศาสตร์ ศาสตร์เกียรตินิยมทุกศาสตร์ อันดับ 1 หมด แล้วก็ทิ้งทุกศาสตร์ มาสอนศาสตร์โลกุตระอย่างเดียว เรียนให้รู้ว่าในโลกนี้เขาเรียนรู้อะไรกันบ้าง มีเป็นร้อยศาสตร์ มีสาดเสื่อก็มี กระยาสารทก็มี สาดเสียเทเสียก็มี เสร็จแล้วมาทำงานศาสตร์นี้ศาสตร์เดียว เห็นไหมว่ามันสุดยอดยิ่งใหญ่ในการเกิดมา เสร็จแล้วสอนศาสตร์นี้ทำงานศาสตร์นี้เป็นชาติสุดท้าย ปลีกย่อยที่ไม่มาเรียน อันอื่นถือว่าเป็นเดรัจฉานวิชาทั้งนั้น ศาสตร์ที่ถือว่าเป็นเดรัจฉานวิชาคือ ศาสตร์ที่ไม่พาบรรลุอรหันต์ ขวางทางนิพพาน เพราะฉะนั้นศาสตร์อื่นใดไม่เอา เดรัจฉานวิชาคือศาสตร์ที่ไม่มาเรียนโลกุตระก็เป็นศาสตร์เดรัจฉานทั้งนั้น จะว่าไปแม้แต่เรียนเปรียญ 9 ก็ยังเป็นเด

อ่านต่อ

รัจฉานวิชา สอนเปรียญ เอาสอบ เอาตำแหน่ง เอาอะไรเฉยๆ ไม่ต้องเรียนเลย ปฏิบัติเรียนรู้ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าอย่างนี้ คุณก็ปฏิบัติให้เป็นพระอรหันต์ ให้ได้บรรลุอรหันต์ แต่ไปเรียนศาสตร์ทั้งหลายแล้วไปหลงในตำราอยู่นั่นแหละ โอ้โห ว่ามันเป็นสิ่งที่น่าเรียนมากมาย อันนี้พูดไปแล้วอาตมาก็สงสารท่านพุทธโฆษาจารย์ ท่านมหาประยุทธ์ ท่านสนใจเรื่องความรู้หลงไปเรื่องความรู้พยายามเรียบเรียงความรู้ ที่ท่านเห็นว่าอันนี้พระพุทธเจ้าหรือศาสนาพุทธมันเป็นเรื่องปลีกไป แก่นแท้ท่านสรุปไปหมดแล้ว แต่ท่านก็ยังไปเก็บให้หมดอีก ซึ่งมันไม่หมดหรอก ท่านควรจะมาปฏิบัติให้สุดยอดแล้วสอนคน เหมือนอย่างอาตมาสอน บรรลุให้เป็นพระอรหันต์แล้วสอนคน เพราะผู้บรรลุอรหันต์แล้วจะไม่ไปยุ่งยากแสวงหาที่จะเรียนรู้ตำราอะไรอีก จะสอนเพราะว่ามีจุดที่บรรลุนิพพานบรรลุอรหันต์แล้ว ผู้ที่ยังติดในพยัญชนะ ยังอยู่ในศาสตร์อื่นใดอยู่ เป็นตำราเป็นบัญญัติอยู่อย่างนั้น ก็ยังหลงอยู่กับไอ้พวกนี้ ถ้าเผื่อว่ารู้แล้วจะไม่ไปเสียเวลา แต่จะใช้บ้าง ไม่มาก อย่างอาตมานี่ขออภัย นอกจากพระไตรปิฎกก็ไม่อ่าน อรรถกถาจารย์ใดๆ ก็ไม่อ่านซึ่งไม่ใช่เพราะว่าดูถูกนะ อาตมาเขียนหนังสือก็อ้างอิงจากพระไตรปิฎกทั้งนั้น ยังอ้างอิงไม่หมดเลย แล้วจะไปเอาของย่อยๆมาอ้างทำไม ไม่ต้องเสียเวลาไปเอามาหรอก มันเป็นเรื่องรองมาก เรื่องตรงของพุทธเจ้านั้นมีอยู่แล้ว ลึกซึ้งละเอียดกว่าน่ากลัวมากเลยกินแล้วครับกินจริงๆเลยตรงรายละเอียดลึกซึ้งกว่า เพราะมันชัดเจน ผู้ที่ยังหลงในเรื่องของปลีกย่อยพยัญชนะหรือเปลือกของมันก็จะไป ผู้ที่เห็นว่าอะไรเป็นแก่นก็ปฏิบัติเข้าสู่แก่น ทีนี้พวกไม่รู้จักแก่น เลยแก่นไป คือ พวกหลับตา น่ากลัวมากพวกเลยแก่น เป็นพวกมืดเรียกว่า กิณหา พวกมืด แล้วหลงมืดจริงๆเลย ยิ่งกว่าหลุมดำ สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า พูดกันไม่รู้เรื่องเลย ยึดติดในความมืด มืด มันไม่มีปฏิภาณปัญญา มันไม่มีไหวพริบอะไร มันตื้นมันบื้อ ยิ่งโง่งมงายไปเรื่อย มันน่าสงสารไม่รู้จะช่วยอย่างไร พวกที่เขาศึกษาบัญญัติภาษายังพอกระเตื้องได้ฟังไป ยังพอมีการคิดนึก แต่นี่ไม่ได้คิดนึกเลย ตีทิ้งเลยพวกนั่งหลับตา อาตมาพูดนี้เขาไม่ฟังหรอกพวกนั่งหลับตา จะฟังบ้างก็พวกศึกษาตาม ไม่ใช่พวกนั่งหลับตา พวกที่หลับตาไม่ฟังอาตมา นอกจากคนส่วนตัวที่มีปฏิภาณ รู้ว่า สะดุดว่า ฉุกคิดว่า ซึ่งมีไม่กี่คนหรอกในกระบวนพระหลับตา ที่จะฟังอาตมา มีน้อย มีแต่จะด่าแล้วด่าอีก เพราะอาตมาตำหนิพวกหลับตามาก จริงๆนะ หลับตามันโมฆะ มันไม่ใช่ศาสนาพุทธเลย แต่พระพุทธเจ้าไม่ตรัสหนักๆเหมือนอาตมาพูด ท่านไม่ตรัสอย่างหนักว่าพวกหลับตาไม่ดี เพราะท่านรู้ว่าเขาหลงการนั่งหลับตากันไปทั้งหมด ท่านไปด่าเขาหมดไม่ได้ ไม่เหมือนอย่างอาตมา ด่าไปแล้วเขาก็มายาก แต่อาตมาถือว่าอาตมาคัดคน เพราะฉะนั้นใครยังยึดติดงมงายอยู่ คนนั้นอย่าเพิ่งมา เพราะอาตมาเมื่อย ถ้ามีจริตที่จมปลักอยู่ทางโน้นอย่ามาเลย ถึงมาก็ไม่ค่อยได้เรื่องหรอก เพราะคนเป็น สัทธานุสารี ที่จม ยากมาก สัทธานุสารี ธัมมานุสารี สัทธาวิมุติ ทิฏฐิปัตตะ กายสักขี ปัญญาวิมุติ บุคคล 7 อาตมาไม่ได้ท่องพยัญชนะพวกนี้นะบุคคล 7 ก็ไม่ได้ท่อง แต่พอรู้จักบาลีตามประสาอาตมาบ้าง ที่พูดก็ไล่ตามสภาวะทั้งนั้น พยัญชนะบางทีก็ลืม อะไรว้า ตัวนี้ สงสารพวกเราบางทีอาตมาก็ลืมพยัญชนะ แต่สภาวะนั้นแม่นไม่มีปัญหา แต่พยัญชนะบางทีก็ลืมไปหรือบางทีก็สับสนในพยัญชนะบางตัว 640922_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ วันนี้พ่อครูบอกทางรอดของมนุษยชาติ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน