ทุนนิยมคือ Infinity แต่บุญนิยมนี้ 0 ยิ่งกว่า 0.docx
เนื้อหาในไฟล์
ทุนนิยมคือ Infinity แต่บุญนิยมนี้ 0 ยิ่งกว่า 0 สาธารณโภคี ถ้าเผื่อว่า อาตมาไม่เกิดมา ไม่มีใครเอามาพูดหรอกประเด็นนี้ เพราะเป็นประเด็นที่ยอดสุด ในยุคพระพุทธเจ้าใช้ได้แต่ในคณะสงฆ์ ในฆราวาสสร้างไม่ได้ เพราะเป็นข้อจำกัด ในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นยุคของสังคมทาส นายทาส ลูกทาสไม่มีสิทธิ คนแท้ๆก็ไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิแสดงออกในฐานะที่เป็นตัวมนุษย์ตัวบุคคลมีสิทธิมนุษยชน หมดสิทธิ์เลย ไม่มีสิทธิ์อะไรสักอย่าง มันก็เลยยากมากเลย จะไปละลาบละล้วงคนข้างนอก ก็ไม่ใช่ทาสของเรา หากเป็นทาสของเราเราก็อย่างไรก็ได้ ท่านก็เลยเอาอิสรเสรีภาพ ผู้ใดสมัครใจมาเข้ารีต มาอยู่ในกรอบของท่านใช้ จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล เป็นหลัก ใครมาเข้ากรอบก็ตัดไปตามหลัก ปฏิบัติธรรมไปตามลำดับ ก็ใช้ได้ ก็จะมีสาธารณโภคีในหมู่ได้ เพราะฉะนั้น สงฆ์ในสมัยพระพุทธเจ้าเป็นสาธารณโภคีหมด ไม่มีสมบัติส่วนตัว ทุกอย่างเป็นสมบัติส่วนกลางหมดเลย ไม่มีเงินทองข้าวของตัวเอง มีผ้าส่วนตัว 3 ผืน มีบริขาร 8 เสนาสนะ กุฏิ ก็ไม่มีของตน อาศัยตามเหมาะควร จะอยู่พักอาศัย เปลี่ยนแปลงได้ ไปนอนโคนไม้ นอนกลางแจ้งนอนที่อื่นได้ ไม่ได้ยึดถือเป็นเราเป็นของเรา ไม่ได้มีบ้านเรือนส่วนกลาง เป็นต้น ลักษณะนี้ เป็นสาธารณะโภคี พอมาถึงยุคนี้เข้าใจสิทธิมนุษยชนสมบูรณ์แบบ เข้าใจอิสรเสรีภาพสมบูรณ์แบบ แล้วก็เป็นสังคมที่ไม่มีสมบูรณาญาสิทธิราชย์เลย แม้เป็นเผด็จการแม้เป็นคอมมิวนิสต์ จะมาบังคับไม่เลย อาจจะตั้งหลักเกณฑ์ เป็นศีลของพระพุทธเจ้ามีอยู่แล้ว ไม่ต้องบัญญัติใหม่เลย อย่างพวกเราก็ใช้ศีลของพระพุทธเจ้า เข้ามาอยู่ในกรอบศีลของพระพุทธเจ้า คนนี้ยังอยู่ในขั้นแค่ ศีล 5 คนนี้ศีล 8 คนนี้ศีล 10 พอศีล 10 มันจะตีถัวไปถึงทรัพย์ศฤงคาร บ้านช่องเรือนชานหมดเลย เป็นองค์รวม ใน จุลศีล มัชฌ
อ่านต่อ
ิมศีล มหาศีล มันจะมีรายละเอียดซ้อน แยกออกจากกันขาดไม่ได้ แต่ท่านมาสรุป เป็นศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 เอามาปฏิบัติ เราก็ใช้ได้ พวกเราปฏิบัติสำเร็จ แค่ศีล 10 เรามีสาธารณโภคีกันได้แล้ว ส่วนใครจะมีกิเลสแอบซุกเป็นของเราก็เป็นส่วนตัว เราก็รู้ตัวว่าเรายังยึดเป็นของเรา ยังแฝง ไม่สะอาดหมดจดก็ยังมี อบายมุข ก็เป็นสัจจะที่จริง ที้นี้ อาตมาใช้เศรษฐศาสตร์หรือเศรษฐกิจ จะเรียกว่าการเมืองก็ได้ การเมืองประชาธิปไตยสาธารณโภคียิ่งลึกซึ้ง เป็นสังคมสาธารณโภคีหรือจะบอกว่าเป็นเศรษฐกิจสาธารณโภคี เศรษฐกิจหมายถึงข้าวของที่แบ่งแจกเฉลี่ยกันใช้ ของมีส่วนกลางส่วนน้อยมีจำนวนหนึ่ง แต่ผู้ใช้มีมาก โดยเฉพาะคนที่ใช้อยู่มีความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้กลับเอาไปเป็นของตัวของตน ไปห้ามมันไม่มีไม่ได้เป็นมนุษยชาติ เอาไปกักของตัวรวยล้นฟ้าใช้ไป 3 ชาติ 5 ชาติก็ไม่หมด แต่มันก็สะสมเอาสิทธิตามโลกต้องเอาสิทธิเข้าไป เขามีสิทธิโดยธรรม ยึดเป็นของของเขารวยล้นฟ้า ก็เลยเกิดธนบัตร เอามาให้ใช้เฉลี่ยแต่กลับเอาไปเป็นของตนเอง เอาเป็นของตัวเองไม่พอ หลอกเอาตัวเลขของข้า แต่เอ็งเอาธนบัตรไปใช้แต่ตัวเลขเป็นของข้านะเอ็งเป็นหนี้ข้า มันซับซ้อน จนกลายเป็นไม่ต้องยึดเป็นเราเป็นของเราทุกคนมีจิตวิญญาณ ทุกคนมีสาธารณะ กินใช้ร่วมกัน โภคะ โภคี เป็นของสาธารณะ เราก็เป็นคนมักน้อยเป็นคนไม่ผลาญ ไม่เปลือง ไม่กินใช้มากแต่สร้างมากขยันมีกายกรรม วจีกรรม กับมโนกรรม มีผลผลิตของเรา ผลผลิตทางเกษตรกรรมมีตัวมีตนมีรูปร่าง เช่นปลูกผักปลูกพืชเป็นต้น หรือจะสร้างอุตสาหกรรมก็ตาม เป็นเนื้อหาของวาจาก็ตาม เป็นผู้ที่มีเนื้อหาความจริงสาธยายได้ถูกต้องดี ฟังรู้เรื่องเอาไปใช้ปฏิบัติประพฤติทำตามได้ เจริญ จากความคิด ก็ซ้อนอยู่ในมนุษยชาติ สรุปแล้วก็มนุษย์มีทรัพย์ส่วนกลาง แล้วเข้ามาอยู่ร่วมกินร่วมใช้กันอย่าง ไม่แย่งชิง ไม่ทะเลาะวิวาท ไม่ฆ่าแกง จะมีกิเลสส่วนตัวบ้างนิดหน่อยก็สงบเรียบร้อยราบรื่นง่ายงาม ไม่มีคดีที่มาแย่งเงิน แย่งทรัพย์สินเงินทอง แย่งเพชรพลอย แม้แต่แย่งเสื้อผ้าหน้าแพรเป็นปัจจัยก็ไม่มี สงบเรียบร้อย เหมือนอย่างสังคมพวกเรามันเป็นสังคมที่สมบูรณ์แบบ เอาจิตวิญญาณเป็นประธาน จิตวิญญาณมี คุณธรรม คุณวิเศษ คุณธรรม ระดับโลกุตระเป็นจริงแท้จริง ไม่มีตัวตนลดตัวตน จะเหลือตัวตนก็น้อยลงน้อยลงให้ได้จนไม่มีตัวตน คำว่าตัวตนนี้จึงยิ่งใหญ่มาก ไม่มีตัวตนเป็นภาษาทางนามธรรม จริงๆ แล้วตัวเองมี กัมมัญญา มีความรู้ความสามารถก็ใช้สร้างสรรผลผลิต วาจา ความคิด ให้ผู้อื่น ได้เป็นประโยชน์ไปอย่างซับซ้อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ลึกซึ้งมาก ในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าทั้งหมดแล้วสาธารณโภคีเป็นเรื่องสูงสุด ในสภาพที่มี และเป็นเรื่องของสังคม เพราะสังคมสาธารณโภคีกว้างใหญ่มากขึ้น มีมากก็กระจายไปในโลกมากขึ้น นั่นคือโลกเจริญ ตอนนี้เราก็ทำขึ้นในประเทศไทย กระจายสาธารณโภคี นี่อาตมาให้ตรวจสอบดูว่าชุมชนเรามีกี่ที่แล้ว มันล้มหายตายจากโรงหรือมันมีขึ้นมาใหม่ไปดูซิ เป็นชุมชนหรือสังคมชั้นเอก ชั้นโท ชั้นตรี ชั้นจัตวา ชั้นสำรอง ตั้งกรอบกำหนดว่า ชั้นเอก มีประมาณสักเท่าไหร่แข็งแรงอย่างไร ชั้นโทเป็นอย่างไร ชั้นตรีเป็นอย่างไร ชั้นจัตวาเป็นอย่างไร ชั้นสำรองเป็นอย่างไร ก็ไล่กันเป็นขั้นๆๆ ก็ลองกำหนดกันดู ชั้นกองหนุนอีก ในองค์รวม ภาวะรวมของมนุษยชาติและสังคม ซึ่งจะมีเศรษฐกิจการเมืองสังคมอยู่ในนี้ก็แล้วแต่ ก็แบบสาธารณโภคี คือต่างคนต่างไม่ยึด เป็นเศรษฐกิจ เป็นสังคม เป็นการเมือง ก็ไม่ใช่เป็นเราเป็นของเรา แต่เราก็อาศัยทำงานกับสังคม ก็ต้องช่วยกัน การเมืองคืออะไร สังคมคืออะไร เศรษฐกิจคืออะไร ไม่ใช่ของเราแต่เราต้องช่วยกัน แล้วเราก็อยู่อาศัย เป็นผู้อาศัย ที่ได้มีความรู้ความสามารถ สร้างสรรออกไป มากๆ แต่ตนเองอาศัยน้อย นั่นแหละคือคนเจริญ ตนเองก็ใช้น้อย เราสร้างได้ 100 นึง เราใช้ 20 อีก 80 ให้ผู้อื่นไป อันนี้โก้แล้ว สาธารณโภคี แต่ทางโลก สร้างได้ 10 แล้วเขาก็เอามาเป็นของตน ล้านๆ หรือไม่ได้สร้างเลย ตัวเองได้แต่ใช้ บริวาร ใช่คนอื่นสร้างแล้วตัวเองก็ได้ โลภ คือลักษณะของทุนนิยมสามานย์ที่เลวร้ายที่สุด เป็นระบบวิธีทุนนิยมสามานย์เลวร้ายสุด เป็นศัตรูตัวร้ายของสาธารณโภคี สุดคนละขั้ว เคยมีคนพูดไว้ว่า อาตมานี้ มาต่อสู้กับเถรสมาคม กับศาสนาคณะใหญ่ อาตมาว่าเปล่า นิดหน่อย อาตมาสู้กับทุนนิยมสามานย์คือคู่ต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ สู่แดนธรรม...พ่อท่านเคยบอกว่า เถรสมาคม ไม่ใช่คู่มวยของอาตมา พ่อท่านมาชาตินี้มาจับคู่กับทุนนิยมทั้งโลก พ่อครูว่า... ทำไมถึงตั้งชื่อขึ้นมาว่าบุญนิยม เพราะคำนี้ช่างคล้องจอง ทุน กับ บุญ มันคนละอย่าง ทุน Infinity แต่ บุญนี้ 0 ยิ่งกว่า 0 ส่วนทุนนี่ Infinity ซึ่งมันคนละขั้วสุดโลกเลย ถ้ามีสภาวะจริงไหม มี พวกคุณก็ค่อยๆรู้กันมาทีละระดับ เราก็ทำตามมา มีคุณสมบัติคุณวิเศษ เพราะว่าไม่ใช่เรื่องง่าย การทำได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นเรื่องวิเศษ ไม่ใช่เอาคำว่ายกยอเล่นเป็นที่ ,คุณวิเศษ แต่ผู้ทำได้มีคุณวิเศษนั้นจริงมันเหนือชั้นกว่ามนุษย์สามัญ ไม่ได้มานั่งยกยอยกย่อง เหมือนอาตมายกตัวเอง อาตมาไม่ได้ยกยอตนเอง อาตมาพูดความจริง แต่พวกคุณไม่รู้จักความจริง ทำไมอาตมาบอกความจริง ก็เพื่อให้คุณดูคุณเห็นครบครันเลยว่านี่ของจริง สภาวะจริงมีทุกอย่างเลย ไม่ว่าวัตถุแท่งก้อนพฤติกรรมกายวาจาใจ ทั้งจิตคิดจิตนิยามอยู่ในนี้ครบ นี่แหละแท่งความจริง ไม่ใช่เรื่องลอยลมไม่ใช่เรื่องสมมุติ ไม่ใช่เรื่องคนเป็นไปได้ อาตมาก็เป็นคนเหมือนกับคุณทุกคน แต่อาตมามีคุณวิเศษอันนี้ได้ คุณวิเศษอันนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ตรัสรู้แล้วเอามาประกาศให้คนปฏิบัติตาม อาตมาปฏิบัติตามหาไม่รู้กี่ล้านชาติ จนมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ไม่ใช่พูดเกินความจริง ล้านชาติไม่ใช่พูดเกินความจริง สั่งสมบารมีมาจริงๆ จนมาถึงชาตินี้ แล้วเอามายืนยัน ไม่ใช่อยู่ดีๆไปเอาของใครมา ไม่ได้ เหมือนเอาเสื้อผ้าคนอื่นมาใส่ไม่ใช่ ต้องเป็นของเรา เป็นสัมภาระวิบากของเรา กรรมของเราทำมาเองได้เป็นเอง เพราะฉะนั้นแม้แต่จะรู้ว่า สิ่งที่เป็นที่มีที่ได้เป็นพฤติกรรมของเราเป็นคุณวิเศษ ไม่ใช่เอาของคนอื่นมาเป็นของเรา หรือไปซื้อหาตามร้านขายยาหรือห้างสรรพสินค้ายิ่งใหญ่ในมหาจักรวาลก็ไม่ใช่ มันต้องเรียนรู้และประพฤติ เป็นหน่วยกิตจริงๆเลยสะสมเนื้อหาเป็นพฤติกรรมกายวาจาใจของเราเอง เกิดได้เป็นได้ขึ้นมา แล้วเป็นเรื่องของชีวะเป็นจิตนิยาม สั่งสมกรรมวิบาก ซึ่งพระพุทธเจ้าท่านจัดกรรมวิบากไว้ใน อจินไตย 4 ข้อ เป็นเรื่องที่ผู้ไม่ศึกษาจะไม่สามารถเข้าใจได้เลยว่ากรรมวิบากมีจริงเป็นจริงในมนุษย์ ซื่อสัตย์สุจริตที่สุด กรรมเป็นอันทำ ทำแล้วบอกว่าไม่ใช่ของตนก็ไม่ได้ ทำแล้วไม่เอาก็ไม่ได้ กรรมเป็นทุกอย่าง เพราะฉะนั้นสรุปลงไปสูงสุดแล้ว ในความรู้ของมนุษย์ก็มีกรรมกับ God เป็นภาษาอังกฤษ ภาษาไทยคือ กรรมกับ กอด กอดแน่นเลย เป็นตัวกูของกู ทั้ง God ทั้งกอดทั้งกด เป็นของตัวของตน แต่พระพุทธเจ้าอธิบายขยายความ จะกอดจะกดอย่างไรๆ คุณก็ยึดไปเป็นอีกล้านปีก็ยึดเป็นของตัวของตน แค่คนอื่นเขาแย่งเขาเปลี่ยนแปลงในฐานะบุคคลที่อยู่ในสังคม คุณยังเอาฐานะไว้ไม่อยู่เลย ชาตินี้ คุณมีฐานะ เป็นคนสูง ชาติต่อไปคุณอยากสูงอย่างนี้ก็อาจไม่ได้ ลดลงไป ต่างคนต่างแย่งเป็นสมบัติผลัดกันชมไม่เที่ยง ไม่มีใครสะสมสมบัติไว้เป็นของตัวของตนได้ ตลอดกาลนานกี่ชาติไม่เปลี่ยนแปลงไม่มี ต้องเปลี่ยนแปลงทั้งนั้น ยึดเป็นตัวเป็นตนเป็นของตัวของตนไว้ตลอดกาลนานไม่ได้ ยึดไม่ได้ คนหลงยึด จึงเป็นคนที่ยังมีอวิชชา โง่อยู่ คนที่รู้แล้ว ยึดไว้เพียงอาศัยให้พอเหมาะพอดีน้อยลงน้อยลง แล้วเราก็สามารถรู้ว่าคนอื่นเขาต้องอาศัยเยอะอาศัยมากเป็นภาระมาก คุณก็ต้องใช้ทั้งแรงทั้งเวลา ทั้งทรัพย์ ทุนรอน อาตมาสรุปไว้ เวลา ทุนรอน แรงงาน คุณก็ต้องใช้ 3 อย่างมีมากขึ้นมากขึ้น คุณก็ติดอยู่ในโลกีย์ในสังสารวัฏนี้ ไปอีกนานนนนนนนนน คุณจะไม่ยอมให้มันหยุดหรอก เพราะเทวนิยมจะไม่รู้จักความสูญ เทวนิยมจัดรู้แต่ว่าต้องมีต้องมากต้องเยอะต้องมากต้องมีตลอดกาล แล้วจะยึดให้เป็นเราเป็นของเรา อยู่ให้เที่ยงไม่เปลี่ยนแปลง ได้ไหม? ไม่ได้ ไม่มีวันที่ฉันจะคุกเข่าให้ นี่เพลง สรุปอีกทีนึง เกิดมาเป็นคน มาเรียนรู้ สิ่งที่เป็นเราเป็นของเรา แล้วรู้ให้ได้ว่ามันไม่ใช่ของเรา ภาษามันง่ายๆพูดพล่อยๆโก้ๆเท่ๆได้ แต่มันจะเป็นจริงไม่ใช่ง่าย แล้วมันมีสภาวะซ้อน ซ้อนมากๆเลย คนที่ยิ่งไม่เอามาเป็นเราเป็นของเรา มันยิ่งเป็นของเรา คือเขาจะยิ่งยกให้ ยิ่งเราไม่เอาเขายิ่งยกให้ ถ้ายิ่งอยากได้เขายิ่งจะแย่งเอาไป ยิ่งแย่งกันยิ่งแย่งกันใหญ่เลย จริงไหม? จริง ถ้าผู้ใดไม่เอา ให้เอาไปๆ หมดตัวหมดตน คนเอามาให้หมดเลย ง่ายไหม? ...ง่าย 640924_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ทุนนิยมคือ Infinity แต่บุญนิยมนี้ 0 ยิ่งกว่า 0