โสดาบันยังกลัวผี หลับตาแล้วไม่เห็นแสงนับเป็นอรหันต์ได้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.83 KB
วันที่แก้ไข25 กันยายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

โสดาบันยังกลัวผี หลับตาแล้วไม่เห็นแสงนับเป็นอรหันต์ได้ _จนให้เป็น แล้วสบาย : กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพยิ่งครับ ผมสงสัยว่าผู้ที่ปฏิบัติได้เป็นพระโสดาบันแล้วในจิตลึกๆ จะกลัวผีไหมครับ พ่อครูว่า...โสดาบันยังกลัวผีอยู่ โสดาบันรู้จิตวิญญาณยังไม่ถ้วนรอบ แม้จะอนาคามีก็ยังมีกลัวๆอยู่ เพราะยังรู้จิต เจตสิก รูป นิพพาน ยังไม่สมบูรณ์แบบ หรือเข้าใจคำว่า เทวนิยมยังไม่แจ้งชัด ผู้ที่เป็นโสดาบันก็ตาม ถ้ามีปฏิภาณปัญญาเข้าใจความเป็น เทวฺ ที่แปลว่า 2 แล้วพยายามทำให้เป็นหนึ่งแล้วรู้จักการทำ 2 ให้เป็น 1 ได้ โดยทำที่เจตสิกเวทนา สุขทุกข์ ทำให้มันเป็นกลางๆไม่สุขไม่ทุกข์ได้ อย่างนี้เป็นต้น ผู้ที่สามารถรู้จัก 2 จิตที่ เป็น 2หน่วย ทำให้เป็น 1 หน่วย โดยไม่คิดระแวงว่า เทวฺ หรือจิต เป็นสิ่งลึกลับอะไร มันเป็นเหตุปัจจัยของกรรมกิริยาของมนุษย์เท่านั้น ซึ่งมันเป็นอนัตตา ไม่เป็นตัวตนของอะไรเลย มันเป็นพลังงาน 2 หน่วย 3 หน่วย สังเคราะห์กันเข้า จับตัวกันเข้าพีชะเป็นชีวะ พอรู้จิตนิยามเป็นพีชะ ก็ลดสุขลดทุกข์แล้ว ทำให้เป็นอุตุก็หมดไปเลยตอนเป็นๆเป็นๆนี่แหละ ทำให้จิตเป็นอุตุ ดินน้ำไฟลมได้เลย มันมีก็มีไปเราไม่ได้ร่วมสังเคราะห์สังขารกับมันเลย มันจะดีหรือไม่ดี อร่อยไม่อร่อย ไม่มีค่าหรือมีค่า เราก็ตีทิ้งเลยว่ามันไม่มีค่าสำหรับเรา เราก็เห็นมันอยู่ไป คนที่ยังตกเป็นทาสมันต้องเกี่ยวข้องก็ไปเสียเวลากับมันอยู่ไม่เสร็จสิ้น นัยยะลึกซึ้งซับซ้อนพวกนี้ สามารถอาศัย ตัดได้กับอาศัยอยู่ เพียงแค่อาศัย ไม่ใช่ของเรา อาสยะ ไม่ใช่ทั้งอาสวะและอาสยะ ค่อยๆศึกษาไป เพราะว่าสภาวะจริงๆที่ลึกซึ้งละเอียด จะได้อธิบายบัญญัติไปกำหนดละเอียดสุด จะเป็นภาวะ 2 บัญญัติออกมาเป็นสภาวะ แต่มันไม่ใช่ อย่างเช่น 0 บัญญัติว่า 0 มันไม่ใช่มีอะไร แต่มันไม่มี

อ่านต่อ

เพราะฉะนั้นคนที่จะชัดเจนว่า อ๋อ.. 0 นี่นะ เราก็กำหนดรู้ว่าเป็น 0 แต่ที่จริงมันไม่มีอะไรเลย เราจะรู้ของเราเอง สภาวะไม่มีอะไร 0 แต่คนอื่นกำหนด 0 ว่า นี่ ศูนย์กลางนะ นี่เฮือนศูนย์ เป็นที่รวมของทุกๆคน มันซ้อน แต่มันไม่ใช่ของใคร ความหมาย สิริมหามายา มีไหม มี มีที่ แต่มันไม่มีของใคร ไม่มีนามธรรมเข้าไปยึดถือเป็นเราเป็นของเรา ใครทำนามธรรมอันนี้ได้จบ เฮือนศูนย์ ไม่มีใครยึดเป็นเราเป็นของเรา ส่วนใครยึดก็เป็นอย่างนั้น ใครยึด ของข้าใครอย่าแตะ ใครเข้ามาฮึ! ระวังนะตายแล้ว เป็นจิ้งจกเฝ้าทรัพย์ ไม่ใช่ปู่โสมเฝ้าทรัพย์นะ ได้เป็นจิ้งจกเฝ้าทรัพย์ สรุปแล้ว ผู้ที่เป็นโสดาบันกลัวผีอยู่ ส่วนผู้ที่ไม่กลัวแล้วก็เป็นโสดาบันที่ยกไว้ ซึ่งก็หาได้ยากน้อยคน สำหรับผู้ที่เป็นอนาคามีก็ยังระริกระรี้อยู่ เป็นอรหันต์ขึ้นไปจริงๆ ชัดเจนในความเป็นธาตุธจิตธาตุวิญญาณ แต่นอกนั้นแล้ว มันไม่ใช่ตัวตน จริงๆแล้วผีที่มันมีอะไรที่มันหลอกคือไปกลัวมันเอง เราปั้นเองหลอกตัวเอง จริงๆแล้วมันไม่มีหรอก เราปั้นเองหลอกเอง อย่าว่าแต่ผีที่เป็นตัวเคลื่อนไหวมาหลอกเลย หลับตาลงนี่มีแสงไหม? ... หลับตาหากในสถานที่มืด ไม่มีอะไรสะท้อนในผนังตาเลย ก็ไม่มีแสงอะไร แต่ถ้าผู้ใดหลับตาแล้วยังมีแสง นั่นแหละผี แสงนั้นแหละคือผี ผีอะไร ผีแสง ผีพุ่งไต้ อะไรก็แล้วแต่ หลับตาก็มือ ลืมตาก็มีแสงเป็นธรรมดา คนที่ยังหลับตาแล้วเห็นแสง แสงสีแดงสีเขียวสีเหลืองมันอุปาทานทั้งนั้น เป็นสิ่งที่ไม่มีแต่เนรมิตให้มันมีเอง แต่เราไม่อยากให้มีไม่ง่ายนะ ต้องเรียนรู้อย่างละเอียดจริงๆจึงจะรู้ว่า อ้อ.. จนกระทั่ง เอาอย่างนี้ เอาเป็นเครื่องตัดสินเป็นอรหันต์ได้ ผู้ใดหลับตาแล้วไม่มีแสงสีอะไร ในที่มืดนะ หากที่ไม่มืด มีแสงสะท้อนในการหลับตา คนนี้แหละอรหัตตผล แต่ก็อีกนั่นแหละ ผู้ที่ฝึกสมาธิหลับตา ดับดิ่ง ไม่กำหนดรู้อะไรเลย เขาก็ไม่เห็นเหมือนกัน แต่ไม่เห็นแบบมิจฉาทิฏฐิ ไม่ได้มีสติตื่นเลย ถ้าจะไม่เห็นอะไรจริงๆเลย ดับปี๋ไม่รู้สึกตัวเลย เขาก็ไม่รู้ไม่เห็นอะไรได้ทั้งนั้น แต่ถ้ารู้ตัวขึ้นมาก็มีแสงสีตาม อุปาทาน ของคนผู้นั้น มีเทวดา มีผีนรกเป็นตัวเป็นตนอะไรอีกเยอะ เหมือนสายหลับตาหรือสายสมาธิลืมตา เหมือนสายธรรมกาย สาย อ.มั่น ก็ยังมิจฉาทิฏฐิกันอยู่ทั้งสองฝ่าย ก็เป็นเช่นนั้น 640924_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ทุนนิยมคือ Infinity แต่บุญนิยมนี้ 0 ยิ่งกว่า 0

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน