สื่อธรรมะพ่อครู(วรรณะ 9) ตอน ป่ากับศาสนาพุทธ 1_.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.36 KB
วันที่แก้ไข14 มกราคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(วรรณะ 9) ตอน ป่ากับศาสนาพุทธ 1 มาพูดถึง ป่ากับศาสนาพุทธ มาเข้าสู่เรื่องธรรมะ ที่เจตนาจะเอามาไขความเรื่องของป่ากับศาสนาพุทธ ขอยืนยันว่าศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาคนป่า ศาสนาพุทธเป็นศาสนาคนเมือง ไม่ต้องพูดถึงคนป่าที่อยู่หลายเผ่าพันธุ์ ไม่ได้ดูถูก แต่เรารู้ว่าเป็นคนจำนวนน้อย ในโลกมนุษย์นี้ คนจำนวนมากอยู่ในเมือง รวมคนในป่าอย่างไรก็สู้คนในเมืองไม่ได้คนในเมืองมากกว่า แม้แต่สัตว์ในป่า เขายังรู้เลยว่า เสือดาวเหลือเท่าไหร่ เสือโคร่งเหลือเท่าไหร่ ช้างเหลือเท่าไหร่ ในโลกนี้เขาดูหมดแล้ว มีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ คนที่ออกบวชเป็นภิกษุในศาสนาพุทธแล้วออกบวชต้องเดินธุดงค์ เขาใช้ศัพท์นี้เลย นั่นคือผู้ปฏิบัติธรรมในศาสนาพุทธ ที่จะตั้งใจปฏิบัติเพื่อบรรลุนิพพาน ออกบวชเป็นนักบวชในศาสนาพุทธแล้ว ผู้ปฏิบัติที่จะไปถึงนิพพานจริงๆต้องเป็นพระธุดงค์ นั่นคือความเข้าใจที่ผิด ก็ขอตอบด้วยความมั่นใจว่า คุณไปเป็นพระธุดงค์จะไม่มีทางบรรลุนิพพาน นี่คือคำตอบ หวังจะบรรลุอาริยะเป็นอรหันต์ด้วยคำว่าธุดงค์ แล้วเอาไปออกเดิน 1. ธุดงค์ 2. ออกเดิน นี่คือความผิดทั้งคู่ ศาสนาพุทธไม่บ้าเดิน และ ศาสนาพุทธไม่บ้าดง เป็นพยัญชนะสั้นๆ กระทัดรัด concise แต่มี extend และมี extempore พระอรหันต์ไม่ใช่พระที่ต้องไปออกเดินธุดงค์ ไม่เดินและไม่บ้าดง เดินธุดงค์ไม่ใช่เรื่องของศาสนาพุทธ พระธุดงค์กับพระออกเดิน และแถมเป็นว่า เดินธุดงค์อีก คำว่าเดินก็ไม่ใช่ของศาสนาพุทธ คำว่าธุดงค์ก็ไม่ใช่ของศาสนาพุทธ เรื่องที่ไม่ใช่ของศาสนาพุทธ และก็เป็นเรื่องที่ปนเข้ามาในทิฏฐิของชาวพุทธ เรียกว่ามิจฉาทิฐิ ผิดตั้งแต่คำว่าธุดงค์นั้นคือการออกป่า ธุดงค์ไม่ได้หมายถึงการออกป่า ไปปฏิบัติธรรมในดงในป่า พระธุดงค์คือพระที่ต้องไปปฏิบัติในดงในป่า นี่

อ่านต่อ

คือความหมายที่ 1 คอนเซปนี้เป็นทิฏฐิที่ผิดไปจากศาสนาพุทธ สองประเด็น 1.นักบวชในศาสนาพุทธที่จะปฏิบัติมุ่งนิพพานจริงๆคือต้องออกป่า ก็คือเข้าดง และ 2.ธุดงค์หมายถึงการเดิน แอ๊คท่าเดินแบกกลดเดินบนดอกไม้ หลอกคนหลงคนโง่แต่หลอกโพธิรักษ์และหมู่ที่เห็นอย่างโพธิรักษ์ไม่ได้ ดงกับเดิน สองคำนี้มาพูดกัน ธุดงค์หรือธุตังคะ ไปตั้งทิศทางผิดไปจากศาสนาพุทธ บอกว่าผู้ที่จะบรรลุธรรมต้องปฏิบัติโดยเข้าป่า พวกนี้ถูกเสือกินไปเยอะแล้ว ที่รอดมาก็มาคุยโม้ว่ารอดจากเสือได้ ไม่ตาย แต่ที่ตายนั้นไม่ได้มาบอกไม่รู้กี่ศพ ถูกเสือมันกินไป ก็ไม่มีใครไปลงทะเบียนไว้ หายต๋อมไป เพราะไม่มีใครไปรู้เห็นชอบไปทำคนเดียวอยู่คนเดียว แต่เสือสิงห์มันก็ไม่รู้ มันหิวมันก็ต้องกิน ความเข้าใจผิดว่า ดงคือต้องออกเดินป่า ตั้งต้นความเข้าใจผิดตรงนี้ก็ปรุงแต่งตอนนี้ขึ้นมา ปรุงเเต่งมิจฉาทิฏฐินี้ขึ้นมา ก็เริ่มออกนอกขอบเขตพุทธ มีเรื่องมิจฉาทิฐิออกแบบรูปร่างมาบอกคน ตกแต่งไป ให้ดูเหมือนอลังการ เขื่อง น่าได้น่ามีน่าเป็น คนโง่เหล่านั้นก็ไปนิยมชมชื่นว่าต้องออกป่า โดยเข้าใจว่าออกป่าจะบรรลุนิพพาน ตกแต่งเครื่องออกป่าอลังการขึ้นมามันก็ยิ่งชอบใจ ถูกหลอกใหญ่ เรียกว่าผิดไปตั้งแต่ต้นแล้ว ดูเท่ดูเก๋ รอดออกมาได้ก็มาโม้ แล้วพวกนี้ก็ไม่ได้บรรลุธรรม มาเล่าอย่างนี้อีก คนก็เข้าใจผิดไปเรื่อยๆ ไม่รู้กี่ล้านๆชาติ ปฏิบัติศาสนาพุทธต้องอยู่ในเมือง มีองค์ประกอบหมุนเวียนครบ จึงจะบรรลุอรหันต์เป็นนิพพานได้ ถ้ายังเข้าใจไปว่าออกดงออกป่าจะบรรลุนิพพาน ก็อีกนาน ไม่มีทางหรอก ถ้าจะเข้าใจอย่างนี้มั่นใจเข้าใจอย่างนี้ว่า ต้องออกดงออกป่าหรือมั่นใจว่าต้องเดิน สองคำนี้แหละ

610114_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ สูตรสมการสัมประสิทธิ์ของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน