630524_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เปิดเผยวิชชา 8 ของพ่อครูผู้มีสยังอภิญญา.docx
เนื้อหาในไฟล์
630524_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เปิดเผยวิชชา 8 ของพ่อครูผู้มีสยังอภิญญา https://www.boonniyom.net/48632.html อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวน์โหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1SygN4sFC4iT5AANg5Z2qloB8APW_x1lsCFI9RzdaD3c/edit?usp=sharing
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/open?id=1kkuDh0Pm0sceeGi2YbdahMsM1hb7PERN และดูวิดีโอได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=8XdlYuFlHKI
สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2563 ที่บวรราชธานีอโศก ตอนนี้อาหารเป็นสิ่งที่สังคมโลกต้องการมากที่สุด ขาดแคลนอาหารกัน อาหารจึงเป็นเรื่อง 1 ในโลก พระพุทธเจ้าตรัสไว้ตั้งแต่เมื่อ 2500 กว่าปีก่อน พ่อครูว่า... SMSวันที่22พ.ค.2563(พุทธศาสนาตามภูมิ : พ่อครู) _ฟ้างาย คำอโศก • ชัดเจนทั้งเสียงและภาพ ประเสริฐมากค่ะ _สนอง นิละกุล • ที่อาวาสสถานดินหนองฯช่วงนี้สัญญาณสะดุดถี่ครับวันนี้เวลาประมาณ14.นาฬิกาทราบข่าวว่าไฟไหม้กุฏิหลวงพ่อสุดใจฯเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด ทำให้ท่านมรณภาพอยากกราบนมัสการเรียนถามพ่อท่านวิบากหนักแบบนี้เป็นวิบากอดีตและปัจุบัน+กันใช่ไหมครับ พ่อครูว่า...ตอบอย่างโมเมเลย ใช่ อาตมาก็ไม่สามารถไปทราบกรรมวิบากได้ง่ายๆ เป็นเรื่อง อจินไตย แต่ก็พอรู้ คนที่ศึกษาธรรมะดีๆจะเข้าใจว่า วิบากเป็นเพราะเหตุอันนี้อันนี้ อย่างพระพุทธเจ้าท่านทราบว่าวิบากอันนี้เป็นเพราะเหตุอันนี้ได้ อาตมาก็พอรู้แต่ไม่อยากจะแสดงอะไรแบบนี้ ไม่ถนัดไม่เก่ง
_เกษม สันทอง • กินผักไร้สารพิษ(ไม่ใช่กินผักไร้สาร)กินอาหารมังสวิรัติ (ไม่ใช่กินอาหารมังส์ ถ้ากินอาหารมังส์ คือกินอาหารเนื้อสัตว์ SMS วันที่ 23 พ.ค. 2563 (พุทธศาสนาตามภูมิ ภาคทบทวน บ้านราช) _คอยใคร : กราบเคารพพ่อครูครับ ผมจะมาแจ้งผลกา
อ่านต่อ
รรับชมรายการจากกล่อง อินโฟแซท ครับ ตอนนี้การรับชมสะดุดบ้างและค้างบ่อยครับ ผมจึงไปใช้รับฟังและชมในคอมพิวเตอร์มากกว่าครับ เมื่อวานทางทีมงานบุญนิยมโทรมาถามว่าการรับชมเป็นอย่างไร ผมก็บอกไปตามที่แจ้งไว้ตามนั้นครับ ทีมงานก็ให้อัพเดทเฟิร์มแวร์ ผมก็ทำตามที่ทีมงานแนะนำ ผลที่ได้ก็ไม่ต่างจากเดิมครับ ขอขอบคุณทีมงานที่ห่วงใยโทร.มาถามครับ สรุปผมก็กลับมาดูจากจอคอมเหมือนเดิมครับเพราะดูจากจาน psi ไม่ได้แล้ว ต่อให้มีอุปสรรคอะไรผมก็จะดิ้นรนหาชมรายการของบุญนิยมให้จนได้ครับ เพราะฟังธรรมพ่อครูแล้วทำให้ผมเปลี่ยนเป็นคนอีกคนหนึ่งที่ดีขึ้น ไม่โมโหง่าย ไม่ขี้โลภ ไม่เห็นแก่ตัว ไม่คิดมาก อยู่ง่ายกินง่ายนอนง่าย กราบขอบพระคุณพ่อครูครับ พ่อครูว่า...อาตมาก็เจอเหมือนกัน ค้างบ่อยๆ ก็ได้เท่าที่เราได้ เพราะอินเทอร์เน็ตไม่ค่อยเสถียรไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ ก็ได้เท่าที่ได้ ก็พยายามปรับทำอย่างไร ให้เขาเพิ่มแรงของอินเทอร์เน็ตให้ดีๆ เรื่องกินง่ายอยู่ง่าย อันนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นหรือเป็นเรื่องยกยอปอปั้น แต่เป็นเรื่องจริง พวกคุณมีผลพวกนี้ไหม มีผลพวกนี้จริงๆ ธรรมะพระพุทธเจ้านั้นไม่เป็นหมัน เมื่อปฏิบัติแล้วเกิดพัฒนาการได้เป็นคนอย่างที่คุณคอยใครกล่าว อาตมาเกิดมาในชาตินี้มาทำงานนี้ 50 ปีแล้ว ภาคภูมิใจที่อาตมาเป็นชีวิตคนที่ไม่ด้อย เป็นชีวิตคนที่ไม่เสียเวลา เปลืองเปล่าไปในเรื่องไม่เข้าเรื่อง เสียเวลาไปล่า ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เป็นคนที่ไม่รู้จักสาระของชีวิต แต่มาดูมาเห็นทำอย่างนี้ได้ก็ภาคภูมิใจว่าชีวิตของเรานี้เป็นคนที่มีคุณค่ามีประโยชน์ ไม่ไปโง่งมงายอยู่กับลาภ ยศ สรรเสริญ แย่งลาภยศ ล่าลาภยศให้สังคมเขาเดือดร้อน มาทางนี้แล้วเลิกแล้วมาสร้างสรรสิ่งที่มนุษยชาติจะอาศัยกินอาศัยอยู่อาศัยดำเนินชีวิตไปอย่างเป็นสุขสบาย เป็นคุณค่า เป็นงานที่เยี่ยมยอด อาตมาก็ภาคภูมิใจ เป็นงานที่เยี่ยมยอด ประเสริฐเลิศกว่างานใดๆ ถ้างานนี้ไม่ประเสริฐเลิศกว่างานใดๆพระพุทธเจ้าคงจะไปเป็นพระเจ้าแผ่นดิน แต่ท่านก็มาทำงานทางนี้อยู่ตลอดพระชนม์ชีพ ชัดเจนจริงๆว่ามันไร้สาระเสียเวลามันเป็นวิบาก โลกียะสมบัติผลัดกันชม พระพุทธเจ้าท่านก็ตรัสไว้ อาตมาก็สรุปว่าเป็นสมบัติผลัดกันชมแย่งลาภยศสรรเสริญสุข มันเป็นคู่ สมบัติก็เป็นคู่ ใครก็จะต้องเอา สมบัติ ลาภยศ สรรเสริญ ก็มีคู่ทั้งนั้นความสุขก็มีความทุกข์เป็นคู่ แต่มาทางนี้แล้วไม่ต้องอย่างนั้น สบาย
_3470 ตาจะมอบเงิน ถวาย หลวงปู่ แต่หลานเสียดายห้ามไม่ให้ตาถวาย ตาก็เชื่อหลานไม่ถวายตาม. แต่ตาก็เศร้าหม่นหมอง ไม่สู้หน้าคน อย่างนี้ หลานคนที่ห้ามตา จะบาปมั้ยคะ พ่อครูว่า...ก็อย่าให้อาตมาตอบเลย ประเดี๋ยวจะหาว่าไปบอกให้เข้าตัว คิดเอาเอง ถ้าไม่รู้ก็โง่ไป
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน สภาวะจิต พื้นฐาน มีลักษณะอย่างไร _1614 สภาวะจิต พื้นฐาน มีลักษณะอย่างไร พ่อครูว่า...ตอบ ฟังดีๆ สภาวจิต พื้นฐานมีลักษณะอย่างไร จิต พื้นฐานของจิต ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า มันพัฒนามาจากพลังงาน พีชะ อุตุ แล้วพัฒนามาเป็นจิตนิยาม เมื่อเริ่มเป็นจิตนิยาม เป็นลักษณะที่รู้ ใช้คำกลางก่อน แล้วรู้ถึงกรรมถึงวิบาก แต่รู้ว่าชีวิตนี้มันจะมีสิ่งที่ต่อเนื่องสิ่งที่ทดแทนสิ่งที่แก้กันไปกันมา ที่เรียกว่าวิบาก จิตนิยามเป็นธาตรู้ของอัตภาพ ที่จะวนเวียนอยู่ในวัฏสงสาร เกิดมาเป็นจิตนิยามตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียวก็เริ่มแล้ว เริ่มจะมีวิบาก เริ่มเป็นสัตว์เซลล์เดียว มันไม่มีความรู้อะไรเลย มันเห็นแก่ตัวมันเองเต็มที่ เพราะฉะนั้นมันจึงเบียดเบียนผู้อื่นเยอะ เพราะฉะนั้นสัตว์เซลล์เดียว อย่างโควิด มันไม่รู้เรื่องหรอกมันก็เจอใครก็กินดะ อะไรที่มันกินได้ก็กินดะ ถ้ามันกินเหล็กได้คงจะกินแต่มันกินเหล็กไม่ได้มันกินได้แต่เซลล์ เขาบอกว่ามันเข้าไปจับอยู่ในเซลล์ของสัตว์อื่นได้แล้วนะไม่ใช่มีอยู่แต่ในคน สรุปแล้วสภาวะจิตนี่แหละ ศาสนาพุทธ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ได้ตรัสรู้จากจิตนิยาม ตรัสรู้สิ่งนี้ จนกระทั่งสามารถศึกษา ทำให้ธาตุรู้อันนี้เป็นธาตุรู้ที่ดีที่สุด คือเป็นธาตุรู้ที่เป็นประธาน ของสิ่งทั้งปวงจิตวิญญาณเป็นประธานสิ่งทั้งปวง แล้วก็เป็นประธานจัดการสิ่งที่อยู่ในการควบคุมก็คือขันธ์ 5 ของตัวเอง จัดการให้เป็นขันธ์ 5 ที่ดีที่สุดไม่ทำโทษภัยให้แก่โลกจึงเป็นความดีสูงสุด (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สูงกว่านั้นก็สามารถที่จะสลายจิต ให้เป็นอุตุธาตุไปได้เลย ในขณะเป็นๆไม่ตาย มีชีวิตอยู่ก็สามารถเรียนรู้ทำจิตนิยามให้เป็น พีชธาตุได้ ไม่ทุกข์ไม่สุข ไม่ทำบาปอกุศลอะไรอีกแล้ว ทำแต่กุศล สุดท้ายสลายเป็นอุตุนิยามได้เลย นี่คือสุดยอดแห่งความรู้แล้ว ไม่มีความรู้อะไรมากกว่านี้อีกแล้วในการเกิดมาเป็นมนุษย์ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไท ...พ่อครูอธิบายพื้นฐานของจิต
_สติพล จนพัฒนา : ถ้าชาวพุทธปฏิบัติตามศีลข้อ1อย่างเคร่งครัดแล้วจะเอาเนื้อสัตว์ที่ไหนมากิน..ถามหน่อย?! / งานอดิเรกของผมคือเก็บของเก่าขาย..ว่าจะทำคลิปให้เห็นคุณค่าของที่ทิ้งแล้ว..ผมเรียกว่า"ของมีค่า"ครับ. พ่อครูว่า...สติพล หรือสติพละ จะหมายถึง มีพลังของสติ จนพัฒนา ก็ได้ ก็เอาเนื้อสัตว์จากศาสนาอื่นที่เขาฆ่าสัตว์อยู่ไง สัตว์ตายเอง เดนสัตว์กินก็เอามากินได้ แต่ใครจะกินก็ตัวใครตัวมัน วิบากใครวิบากมัน ความติดยึดของใครของมัน ไม่มีปัญหาอะไร ขยะหรือของทิ้ง อาตมาถือว่าสามอาชีพกู้ชาติ 1.กสิกรรมธรรมชาติ 2.ปุ๋ยสะอาด 3.ขยะวิทยา ทำไมเอาขยะมาเทียบเคียงกับกสิกรรมหรืออาหาร แหมมันเป็นเรื่องสุดยอด อาหารเป็นหนึ่งในโลกขยะก็เป็นหนึ่งในโลก ขยะจะทำร้ายอะไรต่ออะไรในอนาคตอย่างหนักหนาสาหัส พวกเราเรียนรู้เรื่องขยะช่วยกันจัดการขยะเก็บขยะแยกขยะให้ดี แล้วเราจะรู้สึกในอนาคตว่าขยะมันจะทำร้ายมนุษย์ภายหน้า พูดไปพยากรณ์ไปอย่างนี้คอยดู ขยะนี่ไม่ใช่มีแต่ดินน้ำไฟลมเวลามารวมกันก็มีพิษ จะมีพิษภัยอะไรเพิ่มเติมอีกเยอะในอนาคต ดินก็จะเป็นขยะแบบวัตถุ น้ำก็เป็นขยะแบบน้ำ
_เสาวลักษณ์ กลิ่นซ้อน : กราบนมัสการเจ้าค่ะที่บ้าน อยากปลูกผักกินเอง ปัญหาก็คือไก่ของชาวบ้านเข้ามาที่สวนหลังบ้านทุกวันทุกวันไม่รู้จะแก้ปัญหายังไงเหมือนกันค่ะ มีที่นิดหน่อยกับทำอะไม่ได้เลยค่ะ พ่อครูว่า...อาตมาว่าป้องกันได้น่า ทำรั้วทำตาข่ายคลุม หรือทำกระถางห้อยชายคา เป็นไม้ประดับ ปลูกสิ่งที่เรากิน อาตมาว่า ไม่ใช่เรื่องเล่นนะถ้าแต่ละบ้านถือเป็นงานอดิเรกขึ้นมาทำ ว่างจากงานประจำวันแล้ว ก็มารดน้ำกระถางต้นไม้ ดูพืชที่มันออกมาจากกระถางต่างๆไปมันสุขสำราญเบิกบานใจ สบาย
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน วิชชา 3 วิชชา 8 มีอะไรบ้าง _สุทธิพงษ์ ขุนฤทธิ์ : วิชชา 3 วิชชา 8 มีอะไรบ้าง ต่างจากวิชชาจรณสัมปันโน 15 อย่างไร? ขอบคุณครับ พ่อครูว่า...วิชชา 3 คือเอามาตรวจสอบ ระลึก ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ จุตูปปาตญาณ อาสวักขยญาณ วิชชา 3 ของผู้เสขบุคคล ได้มรรคผลแล้วก็จะเอามาตรวจสอบ ระลึกถึงสิ่งที่เราได้ปฏิบัติมาเรียกว่าบุพเพนิวาสานุสติญาณ ผ่านมาแล้วมันมีอะไรบ้างที่เราได้กระทำมา และที่ระลึกผ่านปฏิบัติผ่านมาแล้ว ได้เกิดจุตูปปาตญาณ มีญาณอะไรที่เกิดการดับ หรือพัฒนาเคลื่อนจุติสูงขึ้น จนสูงสุดถึงดับอาสวักขยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ คือ ญาณที่ใช้สำหรับเสขบุคคล ที่ปฏิบัติแล้วได้ส่วนบุญ คือพลังงานฌานพลังงานบุญมันชำระกิเลส พลังงานของจิตที่เป็นฌาน เผากิเลสหายไปได้ ฌานคือพลังงานเผา เป็นไฟ พลังงานฌานไม่ใช่พลังงานเย็น เป็นพลังงานทำลายกิเลส มีพยัญชนะคือบุญ ชำระได้เป็นส่วนๆคือส่วนแห่งบุญคือกิเลสถูกเผาไปตามลำดับแล้วไม่มีอะไรเหลือตกค้างเลยไม่มีอะไรได้มีแต่เสีย เสียกิเลส บุญไม่มีอะไรได้ เป็นวิบัติไม่มีสมบัติมีแต่วิบัติ นี่คือความรู้ที่ได้เสื่อมไปแล้วความรู้ที่ได้ผิดเพี้ยนไปแล้วจากความแท้จริงของศาสนาพุทธ จากความถูกต้องของศาสนาพุทธ บุญเลยลดราคามาเหลือแต่กุศล กุศลเป็นคุณงามความดีเป็นสมบัติสั่งสมเป็นสมบัติได้ ไว้อาศัยในชีวิต แต่บุญมันยิ่งกว่าอาศัย มันพัฒนาให้เจริญหลุดพ้นจากโลกเลย แล้วหลุดพ้นเป็นนิพพานเลย สูงถึงขนาดนั้น สูงกว่ากุศลเยอะ วิชชา 3 อยู่ในวิชชา 8 สามอย่าง เป็นวิชชา สำหรับตรวจสอบผลที่ได้ จะได้ผลต้องปฏิบัติได้ 5 วิชชามาก่อน วิชชา 8 1. วิปัสสนาญาณ 2. มโนมยิทธิญาณ 3. อิทธิวิธญาณ 4. ทิพโสตญาณ 5. เจโตปริยญาณ 6. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ 7. จุตูปปาตญาณ 8. อาสวักขยญาณ วิปัสสนาญาณคือรู้สักกายะ รู้รูปนาม แยกกายได้ แยกส่วนที่เป็นกิเลสปรุงแต่งสังขารได้เรียกว่ามีวิชชาหรือมีวิปัสสนาญาณ เริ่มรู้สังขาร ที่รู้จักวิญญาณ ที่เกิดจากนามรูป ที่เกิดการเชื่อมต่อจากอายตนะ มีเวทนา อารมณ์ในอารมณ์จะมีความชอบความชังความสุขความทุกข์ในนั้นมันจะมีเหตุแห่งอารมณ์ก็คือตัณหา เมื่อคุณจับตัณหาที่เป็นตัวเหตุได้ก็จะรู้จักอุปาทานที่เป็นตัวนิ่ง ไม่เคลื่อนไหวเราจึงจับปัญหาได้ง่ายกว่าตัวนิ่งที่เป็นอุปาทาน เรากำจัดตัณหาด้วยวิธีใช้ปัญญาอันยิ่ง ให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เที่ยงแล้วมันพาให้ทุกข์เท่านั้น จริงๆแล้วมันไม่มีตัวตนอะไร เมื่อปัญญามันมีฤทธิ์มีอำนาจมีคุณสมบัติของปัญญาชัดเจน เราก็จะเห็นความจริงรายละเอียด ประเดี๋ยวมันก็พาเราทุกข์เราสุข ตลบแตลงตลอดเวลา ยิ่งคนโง่ยิ่งเดี๋ยวทุกข์เดี๋ยวสุข เดี๋ยวก็หน้างอเดี๋ยวก็หน้ายิ้ม แป้นแล้น จริงๆ เคยเป็นไหม เคยมาแล้ว จะชัดเจน มันก็ตลบแตลงตอแหลไปเรื่อย แต่สำคัญเข้าแก่นแกนคือมันพาเราทุกข์เราหลงให้มันปั่นหัว เมื่อจับสภาวะได้แล้วว่าเอ็งไม่ใช่ตัวจริงเอ็งเป็นแค่ อาคันตุกะ ไม่ใช่ตัวตนไม่มีตัวตน ความรู้จริงรู้แจ้งในสัจธรรมจะมีประสิทธิภาพสูงจนกระทั่งมีฤทธิ์ถึงขั้น เมื่อกิเลสขึ้นมาปัญญาก็จะมีอำนาจ กิเลสมันจะกลัว มันชัดเจนว่ามันไม่มีตัวตน มันมาหลอกมันเป็นผี มันไม่มีจริง มันก็มาหลอกเพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าผีหลอก มันไม่ใช่ตัวจริง กลัวผีหลอกจริงๆ เราล้างให้ถึงความจริงถึงความจริงยิ่งกว่าความจริง หมด 0 เพราะฉะนั้นใน วิชชา 5 วิปัสสนาญาณ คือญาณที่รู้แจ้งเห็นจริงมี ปัสสติ ตัว ปัสสะแปลว่าเห็น ต้องผัสสะเห็นมีของจริงตามวิธีของพุทธเจ้าให้เกิดเวทนา ถ้าไม่มีเวทนาก็เรียนอะไรไม่ได้เลยมีแต่สิ่งเพ้อฝันว่างเปล่าไม่ได้เรื่อง จะต้องมีผัสสะ เวทนา แล้วแยกเวทนาออกเป็น 108 แยกเป็นเคหสิตะ เนกขัมมะ ทำกิเลสออกได้เรียกเนกขัมมะ ต้องศึกษาจากอาจารย์ผู้รู้จริงๆขออภัยอย่างเช่นอาตมา จะทำให้ลดกิเลสได้จริงๆเหมือนของพวกเรา ลดกิเลสได้จริงๆ ที่พูดนี้ไม่ได้อวดอ้างอวดดีแต่พูดความจริงให้ฟังแต่คนเขาหมั่นไส้ ก็ขอพูดความจริงให้ฟังจริงๆ เรื่องที่เป็นผลด้วยเขาก็หาว่าเป็นคนอวดอ้างอวดดี อาตมาไม่เอาอวดเลวใครจะว่าไงก็ช่าง เมื่อคุณมีวิปัสสนา รู้จักกิเลสลดกิเลสได้คุณก็มีฤทธิ์เรียกว่า มโนมยิทธิ มีฤทธิ์ทำจิตของตัวเองได้สำเร็จเรียกว่า มโนมยา สำเร็จด้วยจิต คือฆ่ากิเลสได้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นวิชาความรู้ที่เก่งขึ้นไปมีความรู้และทำได้ผลล้างกิเลสได้ผล จากมโนมยิทธิก็เก่งมากขึ้นเป็น อิทธิวิธญาณ มีฤทธิ์ในการฆ่ากิเลสได้แตกต่างกันมากมาย วิธะ แปลว่ามากมายหลากหลาย เป็นวรยุทธที่เพิ่มเติมมากขึ้น อิทธิวิธญาณ เป็นฤทธิ์ของมโนมยิทธิที่มากขึ้น จากนั้นเป็นโสตทิพย์ จิตที่ยิ่ง ลึกซึ้งละเอียดขึ้นแม้ว่าจะมีกิเลส หยาบ กลาง ละเอียดเล็กน้อยถึงขั้นเป็น รูป อรูป ก็สามารถรู้ได้จัดการได้เรียกว่ามีโสตทิพย์ รู้สิ่งที่ละเอียดสูงสุดจนหมดได้ สรุปแล้วท่านก็เอามาเรียบเรียงเป็นเจโตปริยญาณ 16 เป็นญาณที่ 5 มีราคะโทสะโมหะ แล้วก็ทำให้มันไม่เป็นราคะโทสะโมหะได้ เรียกว่า วีตะราคะโทสะโมหะ ได้ 6 ข้อแล้ว ผู้ที่ศึกษาเริ่มรู้เริ่มทำได้มันก็จะเกิดเป็น สายเจโตกับปัญญา สายเจโตเป็นสังขิตตังจิตตัง สายปัญญาเป็นวิกขิตตังจิตตัง สายปัญญาจะฟุ้งกระจาย สายเจโตจะเป็นก้อนตีไม่แตก เราทำได้หรือไม่ได้เจริญขึ้นหรือไม่เจริญขึ้น มีเจริญมากขึ้นได้หรือไม่มากขึ้น ก็เป็นมหรรคตะ กับอมหรรคตะ มหรรคตะ หมายความว่ามันมากขึ้นยิ่งใหญ่เจริญขึ้น มหะคือมาก อัคคะคือเลิศจิตก็จะเจริญหรือคุณยังทำไม่ได้ก็เป็น อมหรรคตะ ก็รู้ว่าเราจะอยู่ที่เก่าหรือเสื่อมกว่าเก่าหรือเราทำได้ยิ่งขึ้นมากกว่าเก่าเป็น มหรรคตะ ก็ทำให้เจริญขึ้น จนกระทั่งมีคู่สุดท้าย ในการปฏิบัติคือ สอุตรังจิตตัง กับอนุตตรังจิตตัง สอุตตรังจิตตัง คือมีจิตที่ทำให้เจริญขึ้นได้แล้วแต่มีจิตทียังมีอีก รู้ว่าจิตดีแล้วแต่ดีกว่านี้ยิ่งกว่านี้ยังมีอีก เพราะฉะนั้นดีที่สุดก็เรียกว่า อนุตตรังจิตตัง ดีไม่มีดีกว่านี้อีกแล้วสูงสุด จะทำให้ถึงอนุตรังจิตตังได้ ก็ต้องทบทวนตรวจสอบที่ สมาหิตจิตกับอสมาหิตจิต ก็ตรวจสอบอีกว่าหลุดพ้นแล้วหรือไม่หลุดพ้นเป็นวิมุต อวิมุติ สุดท้ายจะเป็น สมาหิตังกับวิมุติ จบด้วยอุภโตภาควิมุติ นี่คือเจโตปริยญาณ 16 อาตมาอธิบายโดยสภาวะไม่ได้อธิบายตามพยัญชนะที่แปลคำสู่คำ อาตมามีสภาวะเหล่านี้สมบูรณ์อาตมาพูดไปไม่ได้อวดอ้างแต่พูดความจริง เขาก็หาว่าอวดตัว หากไม่อวดตัวแล้วจะเอาที่ไหนมาอวด เอาใครที่ไหนมาอวด มันไม่รู้จริงเท่ากับตัวเองมีจริงหรอก ไม่รู้จะทำยังไงเกิดมาในชาตินี้ เกิดมาในชาตินี้อาตมามีความจริง มีความจริงที่จะเอามาแสดง แปลคำว่าเอามาอวด โชว์
ถามว่าต่างจากวิชชาจรณสัมปันโน 15 หรือไม่ ไม่ต่าง แต่คุณพูดไม่ครบเท่านั้นเพราะว่า จรณะและวิชชามีวิชชา 8 อยู่ในนั้นด้วย คุณเอาวิชชา 8 ไปทิ้งที่ไหน แตกต่างคือพูดครบทั้งจรณะ แต่วิชชา 8 ไม่ได้พูดจรณะ แต่ถ้าพูดวิชชาจรณสัมปันโน ก็ครบ ก็สมบูรณ์และจรณะ 15 วิชชา 8 นี่แหละคือพุทธคุณของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ก็คืออันนี้ อาตมาก็ย้ำไม่รู้กี่ทีแล้ว สำคัญที่สุด
_สมควร นิเลปิยัง : ดูบุญนิยมทีวีทุกวันค่ะชอบมากค่ะเพราะทุกวันนี้ชอบเก็บผักริมรั้วและ ปลูกเองด้วยทำเองมีความสุขมาก ค่ะ _Love Style : (จรณะ15 วิชชา8)/สายเจโต&สายปัญญาต่างกันอย่างไรบ้าง? พ่อครูว่า...มันมีอยู่สองขั้ว เจโตกับปัญญา หรือศรัทธากับปัญญา ต่างกันอย่างไรบ้าง มันลึกซึ้งซับซ้อนละเอียดมาก แล้วต้องมี 2 สายนี้เป็นธรรมดาธรรมชาติของจิตวิญญาณมนุษย์ อาตมาก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร มันเป็นแก่นแกน แกนเจโตคือแกนศรัทธาก็เป็นลักษณะหนึ่ง แกนปัญญาก็อีกลักษณะ มีลักษณะของมันอีกเยอะอาตมาก็ไม่เก่งจะอธิบายให้ละเอียดละออได้ พระพุทธเจ้าท่านแบ่งเป็นสายสัทธานุสารี ธัมมานุสารี ท่านไม่ใช้คำว่าปัญญาก่อนเพราะเป็นคำสูง ใช้คำว่า ธัมมานุสารี คำว่าอนุสารีคือ ใช้เป็นฐานดำเนินสาระ ผู้ที่เป็นสัทธานุสารีก็จะไปได้สัทธาวิมุต ซึ่งสัทธานุสารีเป็นผู้ที่มิจฉาทิฏฐิได้ง่ายแล้วก็หลงมิจฉาทิฏฐิมีเยอะเดี๋ยวนี้ก็ยังมีเต็มอยู่ในสังคมไทย ในพุทธศาสนิกชน ส่วนธัมมานุสารี ศึกษาอย่างถือว่ามีสัมมาทิฏฐิ พระพุทธเจ้าไม่ได้ใช้คำว่าปัญญาก่อน ก่อนจะมีปัญญาต้องมีสัมมาทิฏฐิก่อน ที่ตรงที่ถูกก่อน พอเริ่มไปธัมมานุสารีก็จะบรรลุทิฏฐิปัตตะ คือ เข้าถึงตามทิฏฐิของตนเอง หากเป็นสัมมาทิฏฐิก็บรรลุเป็นสัมมาทิฏฐิ ทิฏฐิปัตตะปฏิบัติให้ดีจะเป็นปัญญาวิมุติเลย ส่วนสายเจโตก็จะปฏิบัติไปเป็น สัทธานุสารีก็จะไปเป็น สัทธาวิมุติ ว่ายวนเวียน จากสายเจโต ก็หลงเป็นเขาวงกตอีกนาน เพราะฉะนั้นสรุปแล้ว พอธัมมานุสารีไปเป็นทิฏฐิปัตตะได้ปัญญาวิมุติเลย ส่วน สัทธานุสารี ไปเป็น กายสักขี คือ อาสวะบางอย่างสิ้นได้แต่ปัญญาวิมุติ หมดสิ้นอาสวะ เหลืออนุสัย หากหมดอนุสัยด้วยก็เป็น อุภโตภาควิมุติ บรรลุทั้งเจโต เป็นได้แท้ไม่เหลืออนุสัย ปัญญาก็จบได้สุดไม่เหลืออนุสัย เรียกว่าอุภโตภาควิมุติ นี่คือบุคคล 7 อธิบายคร่าวๆให้ฟัง ผู้ที่มีปฏิภาณปัญญาน่าจะสะดุดนะว่า เอ๊..โพธิรักษ์ไปเอามาจากตำราเล่มไหนมาพูด อาตมาเอามาจากตัวเองเอาจากสภาวะตัวเอง คือมันมั่นใจและหยิบของจริงเอามาพูด เป็นนามธรรมที่เป็นของตัวเอง เป็นความรู้ที่ตัวเองเป็นของตัวเองแล้วมาพูด
_วันชัย สหมโนธรรม : กราบนมัสการครับ.เมื่อ๔๐ปีที่แล้วที่ผมทานอาหาร"มังสวิรัติ"ผมบอกแม่ค้าที่ขายอาหารว่า.ผมไม่ทานเนื้อสัตว์ทุกชนิดครับ.แม่ค้าบอกว่าไม่มีจ้า ผมก็เลยบอกว่าอะไรที่ไม่มีเนื้อสัตว์.ผมทานได้หมดครับ สมัยก่อนเรื่องอาหาร"มังสวิรัติ"คนยังไม่รู้จักเยอะมากเหมือนสมัยนี้ครับ.แต่ถ้าเรามั่นใจข้าวกับกล้วยผลไม้ก็ทานได้แล้วครับ.ปัจจุบันนี้ร้านอาหาร"มังสวิรัติ"(เจ)มีเยอะมากครับ หาทานง่ายมากครับ . พ่อครูว่า...อาหารมังสวิรัติหาง่ายกว่าอาหารเนื้อสัตว์ ในร้านอาหารจะมีพืชผักผลไม้มากกว่าเนื้อสัตว์ เนื้อสัตว์นั้นต้องรีบขายเขาจะไม่เอามามากนักมันจะเน่า มันจะแพงกว่าด้วยเพราะมันจะเน่าไว ก็จะมีผักนี่แหละเหลือมากและเหลือข้ามคืนข้ามวันได้ไม่เน่า ถ้าเป็นข่าตะไคร้ก็ได้นานกว่าอีก ใครที่บอกว่าหากินมังสวิรัติยาก ไม่ใช่หากินยากหรอกแต่คุณโง่ คุณเลือกกินก็เลยไม่มีกิน ถ้าไม่เลือก พืชพันธุ์ธัญญาหารมันมีอยู่เต็มไปหมด ในร้านอาหารจะมีผักมากเต็มไปหมด โดยเฉพาะถ้าเป็นอาหารไทย ถ้าเป็นอาหารทางยุโรปอาจจะหาพืชยากมีแต่สเต็กแต่เบคอนอะไรพวกนี้ ไม่ค่อยจะมีพืชอะไร อยู่ในจานมีแต่เนื้อจะหาผักชีก็ยาก หรือมีมิ้นท์อะไรใส่ก็ยาก มีแต่เนื้อเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ประเทศทางตะวันออกมีพืชพันธุ์ธัญญาหารมาก พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า “ข้าวสุกขนมสด” สำนวนนี้เคยได้ยินไหม ขนมส่วนมากทำจากแป้งจากกะทิมันไม่มีเนื้อสัตว์หรอก อาจจะมีบ้างก็มีไข่ นอกนั้นก็ไม่มีเนื้อสัตว์หรอกนอกจากคนที่อุตริเอาเนื้อสัตว์ไปทำขนม มีบ๊ะจ่าง ซาลาเปา เป็นต้น แต่ธรรมดา ข้าวสุก ขนมสด แต่ก่อนเริ่มต้นมีอาหารเจ ของจีน คือต่างจากมังสวิรัติ ที่เจไม่กินพืชพวกที่มีความฉุน พวกกระเทียมขึ้นฉ่าย แต่มังสวิติ ขอให้ไม่มีเนื้อสัตว์อย่างเดียวก็ใช้ได้ ก็ต่างกันอยู่แค่นั้นเอง แต่ทุกวันนี้รู้จักกันแพร่หลายแล้ว เข้าใจไปถึงวงการแพทย์ วงการโภชนาการ เดี๋ยวนี้ก็เลยพัฒนาขึ้นมา คนที่ต้องการพัฒนาตัวเองไม่ต้องการตกต่ำ ยิ่งเข้าใจเรื่องจิตวิญญาณเรื่องวิบากกรรมแล้วจะเลิก แต่คนที่ไม่รู้จักกันวิบากเป็นเทวนิยมก็จะเลิกยาก แต่คนที่รู้จักวิบากกรรมเกิดมาหลายชาติอย่างนั้นอย่างนี้รู้จักก็ชัดเจนง่ายขึ้น นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะฟ้าไท...เราได้ทบทวนถึงเรื่องมังสวิรัติ แต่ก่อนหาทานนอกบ้านยาก เดี๋ยวนี้ในบ้านก็หาง่าย ตามร้านก็หาง่าย พ่อครูว่า...เมืองไทยคนบ้านนอกธรรมดา เลี้ยงลูกด้วยมังสวิรัติคือข้าวกับกล้วยเคี้ยวแล้วก็เอาไปป้อนลูกเป็นอย่างนั้นจริงๆ _คุณฉลวย….เขียนมาว่า...คนเอ๋ยคน ต้องดิ้นรนหนีโควิด…
พ่อครูว่า...เดี๋ยวขออ่าน ไทยโพสต์ ...รักชาติไทย ด้วยใจอดทน ไทยทน ความคล้ายกันของนักประชาธิปไตยธุรกิจอย่างทรัมป์ ทักษิณและธนาธร…..ก็เช่นเดียวกับทุกคนทั่วโลก ต่างติดตามวิกฤติโควิด ใหญ่แทบตลอด 24 ชั่วโมง เพราะทั่วโลก จาก 2 สัปดาห์ ที่แล้ว ติดเชื้อนี้กว่า 3,400,000 คน ปัจจุบัน 4,700,000 คน 2 สัปดาห์ที่แล้ว ตายแล้วกว่า 240,000 คน ปัจจุบัน 310,000 คน! 1.โดนัลด์ ทรัมป์ เก่งโม้ เก่งด่า เก่งวาทกรรม เปลี่ยน “ความจริงเดียว” เป็น “ความจริงฝ่ายใด” ทรัมป์บริหารบ้านเมืองแบบนักประชาธิปไตยธุรกิจ สหรัฐ อเมริกา มีคนเสียชีวิตวันแรก 1 คน พร้อมๆ กับประเทศไทย บัดนี้มี คนติดเชื้อเกิน 1.5 ล้านคน เสียชีวิตสะสมแล้วกว่า 90,000 คน ประธานาธิบดีสีบริหารบ้านเมืองเฉียบขาด ฉับไว เต็มไปด้วย หลักวิชาการ มีคนติดเชื้อประมาณ 83,000 คน เสียชีวิตสะสมแล้ว กว่า 4,633 คน ทั้งที่ประชากรมากกว่า 4 เท่าของสหรัฐ ว่า ลุงตุ่นําไทย ร่วมใจสู้ภัยโควิดด้วยความเก่ง ความดีและความ รัก ติดเชื้อสะสม 3,025 คน ประมาณ 1 ใน 500 เท่าของสหรัฐ เสีย ชีวิตสะสมแล้ว 56 คน ประมาณ 1 ใน 1,600 เท่า ทั้งที่มีประชากร เป็น 1 ใน 4.7 เท่าของสหรัฐ เห็นชัดว่าผลงานของไทยดีโดดเด่นเป็นที่ชื่นชมทั่วโลก . ต่อประชากรล้านคน สหรัฐติด 4,500 คน สเปน 5,800 คน จีน 58 คน ไทย 43 คน สหรัฐตาย 270 คน สเปน 590 คน จีน 3 คน ไทย 0.8 คน นักประชาธิปไตยธุรกิจ “เก่งโม้” ไม่ต้องเทียบกับไทย แม้เทียบกับ จีน ซึ่งติดก่อน แก้ปัญหาโดยไม่มีตัวอย่างให้เห็นก่อน สหรัฐก็ยังติดเชื้อ มากกว่าหลายเท่า ทรัมป์โม้แต่ต้นว่า ระดม “ปูพรมตรวจ” “ทุกคนต้อง ได้ตรวจ” โดยหลักแล้ว การตรวจต้อง “ทัน” กับจํานวนที่ติด ติด 1 คน ควรตรวจได้ 20-30 เท่า ทรัมป์โม้ว่าสหรัฐตรวจมากที่สุดในโลก บัดนี้ ตรวจได้ 12 ล้าน = 8 เท่าของคนติด ไทยไม่ต้องโม้ ตรวจได้ประมาณ 286,000 คน ประมาณ 95 เท่าของคนติด ไทยจึง “เอาอยู่” ติดน้อย ตายน้อย ถือว่ามีชัยชนะต่อโควิดอย่างโดดเด่น นักประชาธิปไตยธุรกิจ “เก่งเติมไฟความแตกแยก” และชาว โลกได้เห็นเล่ห์กลของนักประชาธิปไตยธุรกิจ คิดเรื่องเสียงประชาชน มากกว่าชีวิตประชาชน เมื่อตัวเลขคนติดเชื้อ คนตาย มากจนอธิบายไม่ ได้ หันมาหาคะแนนเสียงจากเรื่องเศรษฐกิจ ดรามาเป็นห่วงการงาน จึง ต้องรีบเปิดธุรกิจเหมือนเดิม ทั้งที่ประชากรติดกว่า 1.5 ล้านคน! ทรัมป์ ถึงกับหนุนประชาชนที่ออกมาประท้วงผู้ว่าการรัฐ เพื่อคลายล็อกดาวน์ ซึ่งไม่ห่วงการรักษาระยะห่าง มีการถือปืนออกมา นักประชาธิปไตยธุรกิจ “เก่งด่า” สิ่งที่เห็นคือ การใส่ร้ายพรรค เดโมแครตว่าเป็นอุปสรรคต่อการคลายล็อกดาวน์ เพราะไม่อยากให้ " เศรษฐกิจดี เพราะอยากชนะเลือกตั้ง! มันจะเป็นไปได้อย่างไร? เขาก็ ต้องอยากให้เศรษฐกิจดีเหมือนกัน แต่ต้องดูการผ่อนคลายล็อกดาวน์ให้ สอดคล้องกับปริมาณคนติดเชื้อ อัตราการติดเพิ่ม กําลังการรองรับของ สถานพยาบาล และบุคลากรการแพทย์ด้วย และยังหาเรื่องใส่ร้ายจีน สร้างภาพเป็นปีศาจศัตรูร้าย สร้างเรื่อง เป็นการ “ต่อสู้” ซึ่งเขาเป็นคนที่กล้าสู้ “จีน” ด้วยการกีดกันทางการ ค้า (แต่ที่สุด เมื่อต้องขึ้นภาษี ประชาชนอเมริกันนั่นแหละจ่าย ของแพงขึ้น) ใส่ร้ายว่าอาจเป็นอาวุธเชื้อโรคจากจีนเพื่อตอบโต้อเมริกา ซึ่งไม่ สอดคล้องกับงานวิจัยทางวิชาการแต่อย่างใด เป็นเพียงการ “ชี้นิ้ว” ให้ คนเลิกดูปัญหาของตัวเอง นักประชาธิปไตยธุรกิจ “เก่งหาประโยชน์เข้าตัว” ประมวล กลยุทธ์แล้ว ต้องยอมรับว่าคําวิจารณ์ของคู่แข่งคือ อดีตประธานา ธิบดีโอบามายกประเด็นได้ดีว่า “วิธีของทรัมป์ คือมองว่า “อะไรที่จะ เป็นประโยชน์สําหรับตัวเอง” (a mindset of “what's in it for me”) พยายามสร้างภาพเป็นฮีโร่ ทั้งที่คนติดมาก ตายมาก จะเสี่ยงมาก กลัว มาก และเศรษฐกิจจะฟื้นตัวยาก นักประชาธิปไตยธุรกิจ “เก่งสร้างเป็นจริงใหม่ จนกลาย เป็น 2 ฝ่าย” เมื่อผู้ช่วยคือดอกเตอร์ฟาอูชิ (Fauci) บอกความจริงทาง วิทยาศาสตร์ว่า โดยอัตราการติดการตายซึ่งสูงสุดในโลกอย่างปัจจุบัน ยัง ไม่เหมาะกับการคลายล็อกดาวน์เต็มที่ ทรัมป์กลับบอกว่า ดอกเตอร์ฟาอู ชิ อยากอยู่ 2 ข้างของสมการ ราวกับว่า อยู่บนความจริงของ “2 ข้าง” ซึ่งสื่อมวลชนก็ตีความว่า หมายถึงความจริง มี 2 ฝ่ายหรือ? ทั้งที่ทุก ความจริง ควรเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น 2.ทักษิณแสวงหาศพคนฆ่าตัวตาย หวังใส่ร้ายนายกฯ คู่ และ บอกว่าถ้าเป็นทักษิณจะไม่ต้องล็อ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive