สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน แบบคนจน ขาดทุนของเรา คือกำไรของเรา_.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.75 KB
วันที่แก้ไข24 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน แบบคนจน ขาดทุนของเรา คือกำไรของเรา ยิ่งไปพูดถึงสภาพ แบบคนจน เศรษฐกิจพอเพียง ขาดทุนของเรา คือกำไรของเรา จิตมักน้อย สันโดษ มีอิสระเสรีภาพแล้ว ศาสนาพุทธนั้น ไม่อยู่คนเดียว จะเชื่อมโยงเป็นมวล กว้างขึ้น สัมพันธ์กันอย่างสนิทใจ สังคมที่สัมพันธ์กัน ด้วยความสะอาดบริสุทธิ์ได้ ด้วยปัญญาของจิตวิญญาณ จะเป็นผู้ที่มีหมู่มวล หมู่มวลจึงเป็นคนที่หลากหลาย มีความรู้ความสามารถ ที่แตกต่างกัน อย่างเป็นสัมมา ในงานที่เป็นสัมมา งานที่ดีเรียกวา อนวัชชะ มีพลัง 4 ปัญญาพละ วิริยพละ อนวัชชพละ สังคหพละ เป็นพลัง 4 ที่ยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้าแล้ว จะมีหมู่มวลเสมอ คนจะเข้าใจยังมีปัญญา ไม่ขี้เกียจ มีความขยันหมั่นเพียร ใครจะไม่ขยัน ก็โง่ของเขาเอง ขาดทุนของเขาเอง คนที่ขี้เกียจก็ขาดทุนทั้งนั้น ไม่ใช่ขาดทุนคือกำไรนะ ขาดทุนแบบเป็นหนี้ ต้องใช้ไปชาตินี้ชาติหน้า ออกดอกออกผลด้วย ต้องเป็นคนที่ขยันหมั่นเพียร คุ้มกินคุ้มใช้ ทำผลผลิตได้เหลือด้วย เป็นเศรษฐีที่ไม่ต้องไปสะสมเลย เป็นเศรษฐีทางคุณธรรม อยู่อย่างไม่ต้องสะสม เป็นคนจน เป็นคนที่มักน้อย กินแค่นี้ก็พอ เพราะมีใจที่พอ สันตุฏฐี ใจมันพอเลย คนกินอิ่มแล้ว แต่ใจไม่พอ เหมือนชูชก กินจนท้องแตกตาย ใจมันไม่พอ มันอร่อยเลยตะกละ กินเข้าจนท้องแตกตาย คนที่ท้องอิ่มแต่ใจอยาก ดีไม่ดีจะตายจริงๆ เหมือนคนญี่ปุ่น มาเจอกล้วยหอมตาย ซื้อไปกินในโรงแรม กินคนเดียวไม่แบ่งใครเลย มันแน่นท้อง เกิดลมเป็นพิษก็ตาย เหมือนชูชก ท้องอิ่มแต่ใจอยาก ระวังเถอะ ใจต้องพอ ความเป็นใจพอเป็นธรรมะ สันตุฏฐิธรรม เรามีน้อยก็พอ จน 0 ก็พอ เพราะว่า เชื่อในหมู่กลุ่มอาริยชนที่แท้จริง ไม่มีตายหรอก เขาไม่ทิ้ง ไม่ปล่อยปละละเลยหรอก พึ่งเกิดแก่เจ็บตาย กันได้จริง พิสูจน์ได้เลย ไม่มีใครจ

อ่านต่อ

ะยอม เพราะชั่วจริงๆอย่างไร ก็อดช่วยไม่ได้หรอก จึงเป็นหลักประกัน ที่ดีที่สุดจริงที่สุด เกิดจากหลักธรรมที่จิตใจ เกิดจากความจริงใจ ไม่ว่าจะด้านเศรษฐกิจ การเมืองสังคม เข้าหลักเกณฑ์ ในหลวงเราตรัสถึงเศรษฐกิจพอเพียง คือทำให้เกิดจิตใจสันโดษ เป็นใจพอ เป็นลำดับ พอคือ แต่ก่อนกินไม่มีมื้อ กินจุบจิบ ก็ตั้งเลยว่า วันหนึ่งกินแค่ 3 มื้อก็พอ ก็ทำด้วยปัญญา แต่กดข่มก็ได้ไม่จริง ก็มีปัญญารู้ว่า สามมื้อก็พอ มันจะอร่อยอย่างไร ก็มารวมไว้แค่ 3 มื้อ ต่อมาก็ลดละได้เพิ่มอีก เหลือแค่ 2 มื้อ หรือ 1 มื้อ เดือนหนึ่งเราใช้เงิน 30,000 มันมากไป ก็ลดลงมาเหลือ 20,000 เหลือ 10,000 จนกระทั่ง ไม่จำเป็นต้องใช้อะไรเหรอ ถ้าจะใช้ ก็ใช้ของสังคม ชาวอโศก หลายคนไม่มีส่วนตัวเลย ถ้าจะใช้ส่วนตัวจริงๆ ก็ไปเบิกส่วนกลาง เขาไม่ให้ ก็เป็นการขัดเกลาเรา ถ้าเราจำเป็น แต่กรรมการบอกว่าไม่ให้ เขามีหลายหัว เราก็จะได้ฝึกอดทนขัดเกลา แม้จะมีกิเลสบ้าง ก็ต้องสังวรระวัง ทุกคนต้องไม่ให้เกิดความลำเอียงอคติ มันเป็นธรรมดาธรรมชาติ การสำรวมสังวร ยิ่งคนที่เป็นพระอาริยะ เป็นพระอรหันต์ ก็ไม่มีปัญหา ของพระพุทธเจ้า สะอาดบริสุทธิ์ ซื่อตรง นี่คือสัจจะที่แย้งไม่ได้ พระเจ้าอยู่หัว ตรัสเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ให้มีจิตสันโดษ จนกระทั่ง มารู้จักว่าเสียเปรียบก็ได้ ขาดทุนนี่แหละเป็นคนเจริญ ขาดทุนของเรา เป็นกำไรของเรา มันไม่ใช่ภาษาปากเปล่า แต่มันเป็นความจริง พูดไปแล้ว เขาก็หมั่นไส้ ว่ายาก จะเป็นจริงหรือ ทำกดข่ม ทำเท่ทำโก้ไป ก็อยู่พิสูจน์กันไป อย่าเพิ่งรีบตาย คนเราเกิดทีหนึ่ง ก็จะมีวิบากกลุ่มหนึ่ง มาให้เราทำงาน ไม่ใช่วิบากมาหมด กุศลวิบาก เรามีอีกเยอะ ยังไม่มาให้ทำงาน อาตมามีกุศลวิบากอีกเยอะ แต่ยังไม่มา ชาตินี้มาบำเพ็ญ เป็นหมากลางตลาด ดูแล้วก็ไม่เดือดร้อน ไม่อึดอัดขัดเคืองใจ แม้เขาจะดูถูกดูแคลน กระหน่ำย่ำยี เราเข้าใจแล้วก็สบาย คนที่ศึกษา และมีปัญญาจะรู้เอง ไม่ต้องบังคับ เขาจะเกิดปัญญา รู้เองว่า เราอะไรอย่างไรแค่ไหน เศรษฐกิจหรือเศรษฐศาสตร์ ที่พระพุทธเจ้าสอน คือเศรษฐศาสตร์แบบพุทธ จึงเป็นเศรษฐศาสตร์ที่สุดยอด)

600123_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ แบบพอเพียงที่จนและขาดทุน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน