สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ปุญญสูตร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.69 KB
วันที่แก้ไข24 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ปุญญสูตร ส่งคำถามนะคะ 1. เคยมีคนนำปุญญสูตรขึ้นถามพ่อท่าน แต่ยังไม่ได้รับคำตอบชัดเจนค่ะ ถ้าวันไหนมีเวลา ลองเอาขึ้นจอวิเคราะห์ลึกอีกรอบได้หรือไม่คะ พ่อครูว่า ปุญญสูตรนี้จะขยายความ...ถ้าอาตมาไม่นำคำว่าบุญที่เป็นโลกุตระนี้มาเปิดเผย บุญมีหน้าที่เดียวคือประหารกิเลส เป็นเอกังสะหน้าที่เดียวไม่มีสองเลย บุญมีกิจเดียว เกิดมามีหน้าที่นี้ จบแล้วสูญเลย ทำอย่างเดียวคือฆ่ากิเลส บุญมีฤทธิ์เป็นวิบัติ ทำลายกิเลสอย่างเดียว ทำร้ายเสร็จแล้วบุญก็หายไป ไม่มีหน้าที่อีกสะสมไม่ได้ แต่คนไปสะสมบุญกัน เอาบุญไปแบ่งกันอีก ไม่ได้ บุญเป็นของใครของมัน ของใครก็ตามสามารถรวมพลังงานเป็นพลังงานบุญได้ ก็เป็นพลังงานเป็นเครื่องมือกำจัดกิเลส กำจัดพลังราคะโทสะโมหะได้ ถ้าอาตมาไม่มายืนยันอธิบาย คำว่าบุญของพระพุทธเจ้าสูญพันธุ์ ศาสนาพุทธก็จบไป มันเป็นหน้าที่ของอาตมา สมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้ มีอยู่ (อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ) และอีกองค์อาตมายืนยัน ว่าท่านเป็นโพธิสัตว์ก็ยืนยัน จนบัดนี้ก็ค่อยๆเชื่อมาแล้ว 2. ปุญญสูตร [200] จริงอยู่ พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระอรหันต์ ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายอย่าได้กลัวต่อบุญเลย คำว่าบุญนี้เป็นชื่อแห่งความสุข (พ่อครูว่า คำว่าสุขนี้มาจากความว่าง เป็นสุขอันพิเศษ ปรมังสุขัง) อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่ารักน่าพอใจ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เรารู้ด้วยญาณอันวิเศษยิ่ง ซึ่งวิบากอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่ารัก

อ่านต่อ

น่าพอใจ ที่ตนเสวยแล้วสิ้นกาลนาน แห่งบุญทั้งหลายที่ตนได้ทำไว้สิ้นกาลนาน เราเจริญเมตตาจิตตลอด 7 ปีแล้ว ไม่กลับมาสู่โลกนี้ตลอด 7 สังวัฏฏวิวัฏฏกัป ดูกรภิกษุทั้งหลายได้ยินว่า เมื่อกัปฉิบหายอยู่ เราเป็นผู้เข้าถึงพรหมโลกชั้นอาภัสสระ เมื่อกัปเจริญอยู่ เราย่อมเข้าถึงวิมานแห่งพรหมที่ว่าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย ได้ยินว่าเราเป็นพรหม เป็นมหาพรหม เป็นผู้ยิ่งใหญ่ ใครครอบงำไม่ได้ เป็นผู้สามารถเห็นอดีต อนาคตและปัจจุบันโดยแท้ เป็นผู้ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจ อยู่ในวิมานพรหมนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เราได้เป็นท้าวสักกะผู้เป็นจอมเทพ 36 ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้ประกอบด้วยธรรม เป็นพระธรรมราชามีสมุทรสาครสี่เป็นขอบเขต เป็นผู้ชนะวิเศษแล้ว ถึงความเป็นผู้มั่นคงในชนบท ประกอบด้วยรัตนะ 7 ประการหลายร้อยครั้ง จะกล่าวใยถึงความเป็นพระเจ้าประเทศราชเล่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรานั้นดำริว่า บัดนี้ เราเป็นผู้มีฤทธิ์มากอย่างนี้ มีอานุภาพมากอย่างนี้ เพราะผลวิบากแห่งกรรมอะไรของเราหนอแล ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรานั้นดำริว่า บัดนี้ เราเป็นผู้มีฤทธิ์มากอย่างนี้ มีอานุภาพมากอย่างนี้ เพราะผลวิบากแห่งกรรม 3 ประการของเรา คือ ทาน 1 ทมะ 1 สัญญมะ 1 ฯ พ่อครูว่า... ทาน ก็ต้องเป็นโลกุตระ ทมะ(ข่มฝืน)ก็ต้องเป็นโลกุตระ สัญญมะคือจิตกำหนดหมาย อย่างเช่นพืช มีสัญญาซื่อสัตย์ อันไหนไม่ใช่ของมัน มันไม่เอา แต่สัตว์นี้แย่งเขาเอามาได้ ฆ่ากันได้ เป็นพืชนี้เป็นธาตุพลังงานพีชนิยามเป็นพลังงานที่ปราศจากภัย เรานี่เป็นจิตนิยาม ต้องทำให้จิตนิยามเป็นพืช แล้วมีพลังงานที่เหลือเกินใช้สำหรับตนก็ไปใช้เพื่อผู้อื่น ความรู้ของพระพุทธเจ้าเป็นวิธีที่สุดยอดในเรื่องของเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ ทำได้สร้างคนให้มีคุณสมบัติเช่นนี้ เป็นคนที่มีประโยชน์แก่มวลมหาชน พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) ภาษารับใช้เหมือนต่ำ แต่ท่านสูง มีประโยชน์มาก สามอย่างนี้เป็นคุณสมบัติของประชาธิปไตยสูงสุด อาตมายืนยันว่า ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่ดีที่สุดในโลก แต่ดีกว่านี้ยังมีได้ เป็นประชาธิปไตย 2 ขา มีคุณสมบัติ อิสรเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ สมรรถภาพ บูรณภาพ ทานต้องไม่สร้างภพชาติ ทมะต้องมีความเอาจริง ถ้าคุณตายในการปฏิบัติธรรมในวงของเพื่อนมิตรดีสหายดี (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไทว่า...พระพุทธเจ้ายืนยันว่าผู้ใดมีมรรคผลย่อมทนอยู่ได้ ผู้ปรารถนามรรคผล จนเป็นคนที่ยอมตายในหมู่ผู้ปฏิบัติธรรมย่อมมีมรรคผลไม่มากก็น้อย พ่อครูว่า...พูดถึงปรารถนา ชื่อของต้อมนี่ก็ “ปรารถนา” อยากได้ก็ต้องมาเอา ถ้ามีการพากเพียรถูกทางแล้ว ก็จะเจริญได้ตั้งแต่พีชะ ก็มาเป็นสัตว์โลก ถ้าไม่มีสัมมาทิฏฐิก็ไปไม่ออก

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า กุลบุตรผู้ใคร่ประโยชน์ พึงศึกษาบุญนั่นแล อันสูงสุดต่อไป ซึ่งมีสุขเป็นกำไร คือ พึงเจริญทาน 1 ความประพฤติสงบ 1 เมตตาจิต 1 บัณฑิตครั้นเจริญธรรม 3 ประการ อันเป็นเหตุเกิดแห่งความสุข(สุขคือว่าง)เหล่านี้แล้ว ย่อมเข้าถึงโลกอันไม่มีความเบียดเบียน เป็นสุข ฯ เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วฉะนี้แล ฯ จบสูตรที่ 2

พ่อครูว่า...เกิดมาเป็นคนอย่างอื่นไม่มีประโยชน์เท่ากับบุญ บุญคืออาวุธ ฆ่า แล้วฆ่าอย่างประเสริฐด้วย สมณะฟ้าไทว่า...ถ้าคนไม่มีภูมิจะอธิบายสูตรนี้ผิดเพี้ยนไปมาก

600529_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญญาพาพ้นภัย 5

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน