สื่อธรรมะพ่อครู(แสงอรุณทั้ง 7) ตอน มิตรดีพาให้มีศีลและมีฉันทะจนเกิดอัญญา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(แสงอรุณทั้ง 7) ตอน มิตรดีพาให้มีศีลและมีฉันทะจนเกิดอัญญา พ่อครูว่า...วันนี้วันพุธที่ 19 มิถุนายน 2562 ที่บวร สันติอโศก เลยวันเกิดของอาตมา 14 วันแล้ว อายุเต็ม 85 + ไปอีก 14 วัน ก็เป็น 85 + อีก 14 วัน ทำไมเป็นไปอย่างไรเราเพิ่งเกิดตอนนี้ 85 ปีแล้ว แป๊บเดียว 85 ปีผ่านไป อาตมารู้ว่าชีวิตเราไปเสียเวลาถูกโลกเขาหลอกลิงลมอมข้าวพองถึง 36 ปี มันไม่รู้ตัวมึนงง ลิงลมอมข้าวพอง กระแสสนามแม่เหล็กโลกีย์มันดึงเราไป จนกว่าเราจะรู้ตัวเองว่าเราไม่ใช่คนอยู่ในโลก จะไปให้โลกเขาปั่นหัวทำไม เหมือนพระพุทธเจ้าก็ถูกโลกครอบงำ อยู่ตั้ง 35 ปี ท่านออกบวช เมื่อรู้ตัวท่านก็ออกมาทำงาน เป็นงานที่ผู้ที่ผ่านสัจธรรมเป็นพระโพธิสัตว์อย่างอาตมาจะรู้ชัดเจน พระพุทธเจ้าก็แน่นอนท่านยิ่งรู้ชัดเจนยิ่งกว่า ไปถูกโลกครอบงำตั้ง 35 ปี 29 ปีถูกโลกโลกีย์ครอบงำ ก็รู้ว่าเราจะต้องมาเป็นผู้ปฏิบัติทางธรรม เมื่อออกบวช การออกบวชก็ถูกครอบงำอีกว่าผู้บวชจะต้องเข้าป่า ต้องไปนั่งสะกดจิตอยู่ในป่า ก็ถูกกระแสโลกีย์ ทำให้เสียเวลาไปอีก 6 ปี จนอายุ 35 ถึงค่อยรู้ จะเห็นได้ว่ากระแสโลกมันแรงมาก ขนาดผู้ที่ปฏิบัติพากเพียรเป็นโพธิสัตว์มาไม่รู้กี่ล้านชาติ อาตมาบำเพ็ญมาเป็นโพธิสัตว์ก็ยังรู้แล้ว ขนาดเป็นพระพุทธเจ้ารู้แท้ๆ มาแล้วคลอดออกมาก็เป็นพระพุทธเจ้าสอนธรรมะเลยมันก็ไม่ใช่ เห็นไหมว่ากระแสโลกมันแรงจริงๆ อาตมาทำงานมาเกือบ 50 ปีแล้ว เลยพระพุทธเจ้าทำงานแล้ว พระพุทธเจ้ารู้ตัวเมื่ออายุ 35 เสร็จแล้วท่านก็ทำงานอีก 45 ปีท่านก็เลิกแล้ว แล้วก็โยนต่อมาให้อาตมา สืบทอดต่อให้อาตมาขยายต่อ 2500 กว่าปี ศาสนาพุทธมันถูกย่ำยี ตีแหลกทิ้งเป็นขยะจมในบาดาลมหาสมุทร 500 โยชน์ อาตมาต้องดำดิ่งลงไปเก็บธรรมะพระพุทธเจ้าขึ้นมา แล้วเขาทิ้งของดีได้อย่างไรพวกนั้นเขายังไ
อ่านต่อ
ม่รู้จัก ไม่เชื่อว่านี่คือพระพุทธศาสนา เข้าใจว่านี่คือขยะ เข้าใจว่านี่คือเศษกากอะไรไม่รู้ แต่ที่เขาคว้าได้อยู่ในมือคือเศษขยะแท้ๆไม่ใช่เนื้อแท้ของศาสนาพุทธเลย เขาก็หลงยึดถือว่านั่นแหละคือศาสนา เมื่อเราเอาศาสนามายืนยันว่านี่แหละคือศาสนาพระพุทธเจ้าแท้ๆเขาก็ไม่เชื่อ แต่ก็ยังมีผู้ที่มีธุลีในดวงตาน้อย คือพวกคุณ ยังฟังแล้วรู้เรื่องว่าจริงๆนี่แหละคือใช่ ก็มีอยู่จำนวนน้อย ก็ไม่เป็นไรยังไม่สูญเปล่า ไม่อย่างนั้นอาตมาโด่เด่อยู่คนเดียวป่านนี้ถูกจับไปโรงพยาบาลบ้าแล้วถ้าไม่มีพวกคุณมารับรอง หรือไม่เขาก็กระทำย่ำยีฆ่าตายไปแล้ว มาขวางลำเรื่องศาสนาของเขาอยู่ได้ แล้วไปด่าเขาด้วย เขาจะปล่อยให้ด่าได้อย่างไร แต่ทุกวันนี้อาตมาทำได้เพราะมันยืนยันความจริง ยืนยันความจริงว่าศาสนาพุทธต้องเป็นเช่นนี้ เป็นคนมีวรรณะ 9 สาราณียธรรม 6 จิตใจมีพุทธพจน์ 7 จริงๆ พระปฏิบัติศีลสมาธิปัญญาที่สัมมาทิฏฐิต้องเป็นอย่างนี้ วิชชาจรณะสัมปันโน โพธิปักขิยธรรม 37 ต้องเป็นอย่างนี้อาจจะมายืนยันตามหลักที่พระพุทธเจ้าสอนมา เขาก็พูดคำภาษาบาลีอันเดียวกันหมดกับอาตมา แต่เขาก็อธิบายอย่างหนึ่งอาตมาก็ทำอย่างนึง เขาก็ทำอย่างนึงเราก็ทำอีกอย่างหนึ่งแล้วก็ยืนยันกันเลยว่าอะไรมันจะสอดคล้องจริงกับคำสอนพระพุทธเจ้ายิ่งกว่ากันอันนี้แหละจึงเป็นการพิสูจน์ความจริงที่เขาเถียงได้ยาก คนที่โง่จะเถียงอยู่คนที่พอจะมีปฏิภาณปัญญาจะยอมไม่เถียง แต่เขาทำไม่ได้ เขาทำตามไม่ได้แม้จะเข้าใจแล้วก็ทำตามไม่ได้ นอกจากทำตามไม่ได้ยังถูกหลอกเอาไปนั่งบัลลังก์ เป็นตราประทับให้กับทางโน้น ก็เลยมีชีวิตต้องเลี้ยงชีวิตต่อไปก็เลยถือเป็นอาชีพ น่าสงสาร ความจริงเขาก็รู้อยู่แต่เสนอหน้าไปเขาก็ต้องทำเป็น พรีเทนเดอร์ เป็นนักเสแสร้ง ไปอย่างน่าสงสาร เป็นสัจจะอันหนึ่งเหมือนกัน อาตมาเคยบอกไปแล้วว่าได้ทำงานมา 50 ปีนี้ประสบผลสำเร็จแล้ว เพราะว่ามีแล้วคนเข้าใจมีคนที่มาปฏิบัติยินดีเต็มใจมากปฏิบัติตาม มูลสูตร 10 คำว่ายินดีนี้ลึกซึ้งนะ ถ้าหากไม่มีความยินดีไม่มีฉันทะเป็นมูลกา เป็นเค้าแรกของจิต คุณจะไปทำการมนสิการซึ่งเป็นข้อที่ 2 ของมูลสูตร 10 จะจัดการใจในใจของตนเองไม่ได้ แม้แต่แค่คุณสงสัยลังเล มีความยินดีแต่ยังไม่เต็มที่ มีความสงสัยลังเล คุณก็ทำใจในใจไม่ได้ผล ได้อย่างต่องแต่งเสียเวลา ได้ยินดีเต็มใจหมดไม่สงสัยหมดสงสัย คุณจะเต็มใจมา นอกจากคุณจะมีภาระที่โลกเขาดึงไว้ ทำให้คุณมายากก็เป็นเรื่องวิบากของใครของมัน เพราะฉะนั้นผู้ที่มีฉันทะเป็นมูลกา มีฉันทะเป็นรากเหง้าของชีวิตเลย มันยินดีแล้ว อย่างไรก็เต็มใจ ชีวิตที่คุณเคยมีมาอยู่ในโลกร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อมายินดีทางนี้คุณจะต้องมาเป็นโลกุตระไม่น้อยกว่า 50% ใครจะมากจะน้อยกว่า คุณจะต้องมาเอาธรรมะมากเห็นความสำคัญของธรรมะมากกว่า 50% เพราะฉะนั้นจึงมีคนที่ยินดี แล้วหยุดเลยการทำงานทางโลก หากว่ามีภาระทางเลี้ยงครอบครัวเลี้ยงลูกก็ต้องชะลอไป แต่ก็มาได้ที่สุดจึงเกิดหมู่กลุ่มของโลกุตระได้ เพราะฉะนั้นจึงมีถึงขั้นที่ไม่เอาแล้วโลก มาอยู่กับหมู่กลุ่มที่ทำงาน ไม่เอาแล้วรายได้อยู่กิน มาอยู่กันอย่างระบบสาธารณโภคี ที่ศาสนาพุทธที่อาตมาได้นำพาให้เกิดมาในยุคนี้มันบริบูรณ์เต็มรูปสาธารณโภคี แต่ว่ามันตัวเล็กมันเป็นรูปเล็ก แต่มันบริบูรณ์ เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ลาภธัมมิกา ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา พุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคคียะ เอกีภาวะ เป็นคนมีวรรณะ 9 จึงเป็นคนจริงมาอยู่กันได้อย่างสงบเป็นหมู่กลุ่มที่เป็นปึกแผ่นแน่นหนาแข็งแรง คนมาตีแตกยาก เพราะมันหยั่งลงสู่สัจธรรม แล้วมันก็จะไปได้ดี เพราะว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธมันจะขยายผลไปเรื่อยๆ นี่เริ่มต้นอาตมาทำงานมาจะ 50 ปี มันจะมีแรงไปอีกก้าวหน้าไปได้อีก 500 ปี เมื่อถึง 500 ปีแล้วมันจะไม่ก้าวหน้าแล้ว แรงที่สร้างไว้ใน 500 ปีจะมีพลังงานของศาสนาพุทธ เพิ่มขึ้นมาจากที่มันถูกจมมหาสมุทรไปตั้ง 500 โยชน์ อาตมาต้องดำลงไปหยิบธรรมะของพระพุทธเจ้าขึ้นมาประกาศใหม่เลย พวกคุณคือคนที่เข้าใจได้ง่าย หรือเข้าใจได้ตามลำดับมากก็ตาม มาถึงวันนี้แล้วมันมีเชื้อมันมีภูมิปัญญา จึงมาเชื่อมต่อและดำเนินใหม่ไปได้ ถ้าหากไม่มีเชื้อเดิมเลย อาตมาไม่ใช่พระพุทธเจ้า ประกาศอย่างไรอย่างไรถ้าไม่มีเชื้อเดิมไม่ได้ พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาประกาศธรรมะ คนแรกที่ฟังธรรมะพระพุทธเจ้าเข้าใจได้คือ โกณฑัญญะ พอเข้าใจปุ๊บ จิตตัวที่เข้าใจนี้เป็นจิตตัวใหม่ เป็นจิตที่ไม่ใช่ของคนโลกๆที่มีอยู่ในโลกเลย แต่เป็นจิตของมนุษย์ต่างดาว เรียกว่า อัญญธาตุ อัญญะแปลว่าอื่น จิตวิญญาณอย่างนี้ไม่เคยมีอยู่ในโลก โลกนี้นี่เป็นจิตของมนุษย์ต่างดาว พระพุทธเจ้าก็เลยบอกว่าอ๋อ อัญญาสิวตโพโกญทัญโญ โกณฑัญญะเกิดจิตใจแบบใหม่ขึ้นแล้ว จากนั้นก็เริ่มต้นแล้ว เพื่อนพราหมณ์ อีก 4 ก็ค่อยๆเรียนรู้จักพระพุทธเจ้าโดยมีจิตใจแบบนี้หยั่งลงในโลกนี้ เป็นมนุษย์ต่างดาวเข้ามาลงหลักปักแหล่งในโลกนี้ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาของมนุษย์ต่างดาว เป็นศาสนาของโลกใหม่ ปรโลก หรืออัญญาโลก โลกที่มีความรู้แบบ อัญญา เป็นจิตธาตุรู้ อัญญะเป็นธาตุต้นตัวแรกของธาตุใหม่ที่เป็นมนุษย์ต่างดาวเกิดขึ้น พูดกันก็ยากคนไม่ค่อยเข้าใจ คนที่มีเชื้อต่างดาวเป็นโลกโลกุตระบ้าง ที่มีเชื้อเดิมมาแต่ปางบรรพ์อย่างทุกคนก็เข้าใจ เพราะฉะนั้นลอกโลกียะแท้ๆไม่มีเชื้อเลยจะยากมากที่จะข้ามเขตมา มารู้โลกุตรธรรมได้อย่างดี ยังยินดีอย่างชื่นใจอย่างพอใจ ยากมาก แต่ก็ค่อยๆมีพัฒนาการค่อยๆเพิ่มขึ้นมา พูดไปก็เป็นอจินไตยที่คิดเอาเองไม่ได้
พูดถึงเรื่องที่เราทำมาและกำลังจะทำต่อไป ทำมาจนกระทั่งป่านนี้ มีสังคมชาวอโศกเกิดในประเทศไทย คือประชาชนในประเทศไทยมีจิตวิญญาณมีกรรมกิริยา มีอาชีพมีกัมมันตะมีวาจามีสังกัปปะจริง จึงเป็นพฤติการณ์หรือเป็นพฤติกรรมที่เกิดจริงในสังคม มีผลต่อสังคม ที่พูดนี้ต้องขออภัยไม่ใช่ว่ากำลังจะอวดทวงบุญคุณของสังคมประเทศชาติ ไม่ใช่ แต่กำลังอธิบายสัจธรรมความจริงมันเป็นเช่นนี้ ในโลกมีเศรษฐกิจรัฐกิจสังคมกิจ เป็นเรื่องของพฤติกรรมมนุษย์ ชาวอโศกก็เป็นผู้ที่มีเศรษฐกิจอันเป็นแบบของพระพุทธเจ้า มีรัฐกิจอันเป็นแบบของพระพุทธเจ้า มีสังคมกิจเป็นแบบของพระพุทธเจ้า ดังนั้นชาวอโศกจึงเป็นคนที่มีทั้งเศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจมีรัฐกิจมีการเมือง ประพฤติ อยู่ในสังคมนี้ เศรษฐกิจเราใช้พยัญชนะเรียกว่ามีอุดมคติอะไร เศรษฐกิจที่มีอุดมคติมาเป็นคนจน นี่คือเศรษฐกิจที่แบบคนจน ไม่เอาแบบคนรวยมาเป็นคนจนแล้วจะเป็นคนที่อยู่กับสังคมอย่างไม่แย่งชิงกับใคร พยายามมาเป็นคนขาดทุนถ้าจะว่ากันแล้วก็มาเป็นคนแย่งกันขาดทุนแต่ไม่แย่งกันกำไร เป็นคนเข้าใจอย่างนี้พยายามทำตนเป็นคนอย่างนี้ให้จริง นี่คือพฤติกรรมสังคมของชาวอโศกหรือชาวกรุง เพราะฉะนั้นมีพฤติกรรมทางพลเมืองในเมืองหรือจะเรียกว่าการเมือง พฤติกรรมของพลเมืองการเมืองในสังคม จึงเป็นแบบนี้ มาเป็นคนจนแล้วตัวคนที่เป็นชาวอโศกเป็นสุขไหม เป็นสุข สงบดี สร้างประโยชน์ แล้วรู้สึกตัวว่าตัวเองได้เสียสละไม่ได้เอาเปรียบ คำกล่าวที่กล่าวไปนี้เป็นคำกล่าวที่ดี ให้มาศึกษาให้เป็นคนอย่างที่ว่านี้ได้ เป็นได้จริงแล้วอยู่เป็นสุขจริงแล้วไม่มีทางเปลี่ยนแปลง จะอยู่อย่างนี้ไปจนตายแล้วก็เผาไปในชาตินี้อีก ใครเชื่อไหมบ้างว่าเราจะเป็นอย่างนั้น 620619_รายการสำมะปี๋ซี่วิต สันติอโศก ครั้งที่ 54