สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ศิลปินคือมายา แล้วสิริมหามายาคืออะไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข27 สิงหาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ศิลปินคือมายา แล้วสิริมหามายาคืออะไร _1614 ศิลปิน คือมายา /สิริมหามายา คือ อะไรคะ พ่อครูว่า...อาตมาเขียนในหนังสือ คนจนที่มีแบบนี้มีเรื่องใหม่ๆเยอะ ไขเรื่องราวประเด็นต่างๆที่ชาวพุทธหรือนักศึกษาติดข้องไม่ทะลุ คิดว่าจะได้ไขอีกเยอะ เล่ม 1 พิมพ์ออกมาแล้ว 100 กว่าหน้า ตอนนี้มาแก้ไขใหม่ ตอนนี้ 500 กว่าหน้าแล้ว เล่ม 2 อาจถึง 2000 หน้า ศิลปินคือมายา อาตมาไม่อยากจะไปวิจารณ์ศิลปินเขา เพราะเป็นพวกคนฟุ้งซ่านคนไม่รู้เรื่องคนเพ้อเจ้อ ขออภัยที่พูดความจริง ศิลปะเป็นมงคลอันอุดม นี่คือนิยามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ศิลปินก็มีความสำคัญมากที่จะสร้างศิลปะ งานศิลปะนั้นพระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นมงคลอันอุดม เป็นสิ่งที่จะนำพาไปสู่อรหันต์ เป็นคุณค่า ศิลปะเป็นคุณค่าไม่ใช่เรื่องมอมเมา ถ้ามอมเมาให้หลงในภพชาติ อัตตาฟุ้งซ่าน วิมานสวยหรูแปลก ความคิดแตกกระจายไม่ใช่ ต้องรวมความคิดให้คมแม่น แตกฉานทะลุจบ นี่คือศิลปะ ทุกวันนี้เพ้อเจ้อกัน โดยเฉพาะตักกสิลามหาวิทยาลัยใหญ่ในยุโรป มีแต่ความเพ้อฝันสร้างวิมานเป็นศิลปะบ้าบอ อะไรก็ศิลปะหมด เขาหลงเอาเองเป็น นิรมาณกาย สัมโภคกาย อาทิสมานกาย เป็นเรื่องการที่เขาไม่รู้เรื่อง แล้วก็นิรมานกายมา ใครหัวไม่ถึงไม่รู้ บอกว่าเป็นศิลปะชั้นสูง Abstract เขียนเอาไว้เยอะ ก็สารพัดจะคิดอ่านอะไรก็ได้ เพื่อมายืนยันว่าเป็นศิลปะตลอดทั้งโลก แล้วหลอกขายกัน มีอุปาทานว่าสุดยอดๆ พวกเมาๆ ไม่มีเงินก็ไปหาเงินมาซื้อ มันเหลงเลอะเทอะ ถ้าเข้าใจคำว่าศิลปะคือมงคลอันอุดม คือนำไปสู่อรหันต์ คือสิ่งสูงสุด ศิลปะไม่ใช่เรื่องความเพ้อเจ้อ สร้างอัตตา สร้างวิมาน ภพชาติ นามธรรม อรูปธรรมอะไร ก็แล้วแต่สัมโภคกายคืออะไร บอกว่าใช่ๆๆ ต่างคนต่างนิรมาณกายไป พูดกันเป็นตุเป็นตะด้วย แต่ต่างคนต่างไ

อ่านต่อ

ม่รู้ว่าคืออะไรเป็นอาทิสมานกาย นิรมาณคือสิ่งที่เนรมิต แล้วบริโภคร่วมกัน สัมโภคกาย แต่ทั้งสองคนคือคนตาบอดกับคนหูหนวกจูงมือกันไปดูหนังใบ้ เหมือนกับชาวเทวนิยม ไม่เคยเห็นพระเจ้าเลย สักคนเดียว ก็หลงว่าเป็นสิ่งงามที่ดีที่สุด คือพระเจ้า ทีนี้สิ่งที่งามที่ดีของแต่ละคนก็ตรงกันบ้างไม่ตรงกันบ้าง ความคิดของใครก็ของใคร ศาสนาพุทธนั้นพระพุทธเจ้าไม่เอาแล้ว นิรมาณกาย สัมโภคกาย อาทิสมานกาย ก็มาเอาที่รู้ร่วมกันได้ ตาเปิดๆ สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้คือสิ่งที่มี จักษุ ปัญญา ญาณ วิชชา แสงสว่าง (อาโลกสัญญา) แจ้งๆ มีพระอาทิตย์มีแสงสว่างกระทบสิ่งนั้นสิ่งนี้รู้ พูดกันรู้เรื่อง เราเห็นคนอื่นก็สัมผัสเห็นร่วมกันได้ อันนี้ดีหรือไม่ดี จริงหรือไม่จริงใช้ได้หรือไม่ได้ อันนี้ควรมีหรือไม่ควรมี ก็รู้แล้วใช้ประโยชน์กันได้ ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน เป็นอรูปธรรมนามธรรมวิมานเพ้อเจ้อ ซึ่งอันนี้ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร อาตมาเรียนศิลปะมา อาตมาก็ยังงงว่า ทำไมต้องไปเรียนศิลปะ เราน่าจะไปเรียนธรรมะ แต่ก็เป็นศิลปะตั้ง 5 ปี แล้วก็จบออกมา เรียนแล้วไม่ได้ใช้ แต่มาศึกษาธรรมะก็ได้ใช้ ศิลปะเป็นมงคลอันอุดม ทุกวันนี้อาตมาทำงานเป็นศิลปิน อาตมาไม่มีสิทธิ์เป็นศิลปินแห่งชาติ เพราะเขาไม่รู้ว่าอาตมาเป็นศิลปิน ไม่ใช่เป็น นิรมาณกาย สัมโภคกาย อาทิสมานกาย เดียวกันกับเขา ขออภัยที่พูดไปเป็นวิชาการไม่ได้ด่าใครพูดสัจจะให้ฟัง

แล้วสิริมหามายาคืออะไร เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก สรุปสั้นๆว่า มายาคือ ความหลอกลวง สิริคือดี มหาคือยิ่งใหญ่ โดยพยัญชนะสิริมหามายาแปลว่าความหลอกลวงที่ดี ยิ่งใหญ่มาก แล้วสิริมหามายาคือใคร คือผู้ให้กำเนิด ให้กำเนิดอะไร ให้กำเนิดสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในความเป็นมนุษย์ ถ้าเป็นมนุษย์ก็คือพระพุทธเจ้า เป็นตัวตนบุคคล ถ้าเป็นนามธรรมคือเป็นสิ่งที่ให้กำเนิดสิ่งที่ยิ่งใหญ่ดีมากที่สุด ศาสนา เทวนิยมเรียกว่าพระเจ้า แต่ว่าพระเจ้าเป็นความลึกลับ พระเจ้าไม่มีใครสัมผัสเห็น พระเจ้าจึงเป็น รโห รหัสสะ คือ เป็นความลึกลับ เดี๋ยวนี้ก็ยังลึกลับไม่มีใครรู้จักพระเจ้า ถ้าสมมุติตรงกันว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด สิ่งที่สูงสุดประเสริฐสุด คือพระเจ้า เพราะฉะนั้นก็มีหลักการโดยมีคนจริงๆคือ ปกาศก หรือ ผู้เป็นพระบุตร ให้พระบุตรมานำคำสอนนำความรู้และความจริง ของพระเจ้ามาประกาศ โดยคนก็ไม่กล้าพูดว่า นี่เป็นความรู้ของเรา บอกได้แค่ว่าเป็นความรู้ลึกลับของพระเจ้า พระเจ้าให้ประกาศก็ต้องประกาศตามนี้ ศาสนาพระพุทธเจ้าให้กำเนิดคนที่มีสูงสุดประเสริฐสูงสุดที่คนเป็นได้ จึงเป็นเรื่องไม่ลึกลับเป็นตัวตนจริงๆ ทีนี้คำว่า สิริมหามายา ตัวตนบุคคลคือผู้ให้กำเนิดคือแม่ เป็นมารดาของสิ่งที่ดีที่สุดคือคนประเสริฐสุด ถ้าเป็นนามธรรม ก็คือสิ่งที่ให้กำเนิดสิ่งที่ดีที่สุดประเสริฐสุด ไม่มีอะไรยอดสุด ผู้ที่จะทำให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุดสูงที่สุด ให้เกิดคือให้เกิดได้ แล้วก็ให้ดับได้ ตกลง สิริมหามายาคือนิพพาน นิพพานก็คือความดับ ดับแล้วก็เกิดอีก ก็ไหนว่าดับแล้วทำไมยังอยู่อีก? มันก็เลยกลายเป็นคน เหมือนตลบแตลงกลับกลอกหรือเปล่าก็เหมือนคนเล่นมายากล ปั๊บไม่มี ควักนกพิราบมาแล้วหายไป วับไข่มา วับไข่หายไป ทำให้เกิดก็ได้ทำให้หายไปก็ได้ ในอิทธิวิธีมโนมยิทธิก็มี พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าทำให้มีก็ได้ทำให้หายไปก็ได้ เหมือนนักมายากลที่เก่ง ทำให้เกิดและดับก็ได้ เร็วไว เป็นมุทุภูตธาตุ คนที่เก่งที่สุดคือคนที่สามารถทำให้ดับได้และเกิดอยู่ ซึ่งเป็นนัยสำคัญของความเกิดดับ ศาสนาพุทธมีความสำคัญอยู่ที่การเกิดดับ ผู้ที่ดับได้เป็นนิพพานเป็นนิโรธ ผู้ที่บรรลุนิพพานนิโรธคือผู้ที่เป็นอรหันต์ คือผู้หมดความลึกลับสูงสุด อรหะคือไม่ลึกลับ อันตะคือถึงขั้นที่สุด เป็นผู้ทำความไม่ลึกลับได้สูงสุด ความไม่ลึกลับอันนั้นก็คือความเกิดความตาย ทำได้อย่างพิสดาร เป็นอมตบุคคล จะให้เกิดก็ได้ดับก็ได้ ที่สุดแห่งที่สุด ให้ดับจนกระทั่งสูญไปตลอดกาลเลยไม่มีอย่างนิรันดร ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ 1.ไม่มีนิรันดร 2.ไม่มีอัตตา 3.อิสระที่สุด ศาสนาเทวนิยมมีพระเจ้า ยังไม่อิสระยังเป็นทาสของพระเจ้า พระเจ้ายิ่งเป็นใหญ่กว่าคน เพราะฉะนั้นคนทุกคนยังไม่อิสระสมบูรณ์ ยังตกอยู่ในอำนาจของพระเจ้าอยู่ ศาสนาเทวนิยมไม่มีสิทธิ์เป็นอิสระ และไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นศูนย์ เพราะว่า นิรันดรไม่มีสิทธิ์จะรู้จักอัตตา แม้ที่สุดปรมาตมันหรือปรมอัตตา ศาสนาพุทธทั้งหมดและทำให้หายไปนิรันดรได้ สุญญตา สลายทุกสิ่งทุกอย่างอัตภาพไม่เหลือ ทำได้เองอิสระเสรี นี่คือศาสนาพุทธ เลิกอัตตาเป็นอิสระสมบูรณ์ ขออภัยที่พูดนี้ไม่ได้ข่มดูถูกศาสนาใดๆ สาธยายธรรมวิชาการด้วยความจริงใจ ขออภัยจริงๆ ถ้ามีผู้ฟังแล้วรู้สึกไม่ดี โดยเฉพาะผู้นับถือศาสนาอื่นอยู่ อาตมาก็เคารพ เพราะสิ่งที่เป็นอาตมัน ปรมาตมัน หมายถึงสิ่งที่ดีที่สุด คุณก็เป็นได้ตามคำสอนของพระเจ้าก็แล้วกัน ก็จะมีอยู่อย่างนั้นนิรันดร แน่นอนคุณก็ต้องเป็นอย่างนั้น อย่างน้อยตายแล้วก็ไปอยู่สวรรค์กับพระเจ้า ก็ไปอย่างนั้น ปรมาตมันก็ยังอยู่

สิริมหามายา คือผู้ที่รู้ความเกิดความดับแล้วทำความเกิดความดับได้ ลึกซึ้งมาก อาตมาเป็นพระอรหันต์เป็นพระโพธิสัตว์ เปิดเผยจนไม่เหลืออะไรแล้ว อาตมาเป็นโพธิสัตว์ได้ดับแล้วแต่ยังเกิดอยู่ คือสิริมหามายายังไม่ยอมตาย ยังจะเกิดอีก เพื่อไปศึกษาสิ่งที่สูงที่สุดในการเกิดมาเป็นคน หรือเป็นสัตว์โลกที่ชื่อว่ามนุษย์สูงได้ ก็คือพระพุทธเจ้าได้สูงสุด พากเพียรศึกษามีความรู้ในเรื่องของมนุษย์และสังคมจนเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 แล้ว ความรู้ที่เอามาศึกษาเป็นความรู้ของโพธิสัตว์ทั้งนั้น ถ้าไม่มีก็โมเม แต่ที่กล่าวนี้มันเป็นความจริงมันเป็นความรู้ของมนุษยชาติ เป็นประโยชน์หรือเปล่า ผู้ที่ปฏิเสธไม่ศรัทธา แน่นอนเขาก็ไม่เชื่อ แต่คนที่ไม่ถึงขนาดนั้น ก็จะรู้ว่าอาตมาพอมีความจริงอะไรบ้าง อาตมาอธิบาย เดี๋ยวก็เกิดเดี๋ยวก็ดับ เดี๋ยวก็มีเดี๋ยวก็ไม่มี เดี๋ยวว่าตัวเองสูงเดี๋ยวว่าตัวเองต่ำ ก็คล้ายๆกัน จริงแล้ว ผู้ติดตามตั้งใจจับพยัญชนะและสภาวะ ถ้าเราศึกษาให้ดีแล้วจับสภาวะธรรม จับพยัญชนะตามก็จะไม่สับสน พยัญชนะก็บ่งถึงสภาวะก็อย่างหนึ่ง ถามว่าสิริมหามายาหมายถึงอะไร คือผู้รู้จักความเกิดความดับได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเป็นผู้สามารถทำความเกิดความดับได้ ถ้าเป็นความเกิดความดับสูงสุดที่เป็นแม่ ก็เป็นผู้ที่ให้กำเนิดพระพุทธเจ้า ถ้าเป็นนามธรรมก็เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดอรหันต์ ทำให้เกิดนิพพานเป็นความจริงความรู้สูงสุดได้ นั่นแหละคือสิริมหามายา

สิกขมาตุกล้าข้ามฝันช่วยสรุป...ย่อยว่า ให้อยู่กับคนที่เป็นสิริมหามายา คือคนสุดยอด แต่เราเองก็อย่าเชื่อตัวเองมาก เพราะเรายังไม่ใช่คนสุดยอด (คนที่ยังไม่ดับได้สนิท ก็ต้องระวัง ว่าจะหลอกตัวเองว่า ไม่มีแล้ว จึงอนุโลม… สมณะฟ้าไทว่า...ได้ฟังเรื่องศิลปะ... พ่อครูว่า...เหมือนนิทานเรื่องพระสองรูปเดินไปเจอผู้หญิงจมน้ำ พระรูปหนึ่งไปอุ้มผู้หญิงข้ามน้ำแล้วก็วางลงพระอีกรูปถือสา แต่พระรูปนั้นบอกว่า ผมวางผู้หญิงไปตั้งนานแล้ว แต่ท่านยังไม่วางอีกหรือ?เป็นต้น สมณะแสนดินสรุป...พ่อครูสายปรุงไม่ปรี๊ด 610815_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เทวนิยมคือมีเวทนาสองอเทวนิยมคือมีเวทนาเดียว

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน