สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน ศาสนาพุทธเป็นอเทวนิยมทำเวทนาให้เป็นหนึ่งได้.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน ศาสนาพุทธเป็นอเทวนิยมทำเวทนาให้เป็นหนึ่งได้ _พิศมัย ชำนาญคิด · โยมจะเอาหลักคิดที่ท่านพูดวันนี้ไปปรับใช้กับเรื่องราวของตนเอง โดยเฉพาะเรื่องการอ่านเวทนา อ่านจิต อ่านใจตนเอง ล่าสุด อาหารที่เคยชอบโยมก็ไม่ตามใจกิเลสนะ โยมรับแจกตามที่เขาแจกให้ มีขัดเคืองใจนิดๆ และไม่ขอเพิ่ม ได้แค่ไหนก็พอใจแค่นั้นนะคะ และจะพยายามทำนะคะ กราบนมัสการค่ะ พ่อครูว่า…สาธุ อนุโมทนา ฟังธรรมะเข้าใจแล้วเอาไปทำ อ่านเวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม จิตก็คือ ที่พระพุทธเจ้าสอนในสติปัฏฐาน 4 กายในกายเวทนาในเวทนาจิตในจิต ธรรมในธรรม จบแล้วศึกษาธรรมะพุทธเจ้า 4 อันนี้แหละ กายคือรูปนามคือธรรมะ 2 ธรรมะหนึ่งคือจิตของคนคือปัญญาคือสัญญา เป็นต้น สองสิ่งที่ถูกรู้คือรูป คุณก็เรียนรู้ธรรมะ 2 แล้วทำให้ธรรมะ 2 นี้เป็นหนึ่งหรือเป็น 0 นี่คือ อเทวะ Adheism ศาสนาอเทวนิยมทำให้ 2 กลายเป็น 1 หรือ 0 ได้ แต่ศาสนาเทวนิยมทำความเป็นหนึ่งไม่ได้ ยังเป็น 2 เสมอ เป็นความมีปรมาตมันเป็นพระเจ้าตลอดนิรันดร แต่ศาสนาพุทธนั้นทำให้วิญญาณหายไปได้ ทำให้ไม่ต้องทุกข์ เมื่อมีหนึ่งแล้วก็ไม่ทุกข์ไม่เป็นคู่ไม่มีเมถุน ไม่ปรุงไม่สังขาร มีเดี่ยวก็ไม่สังขาร เพราะมีหนึ่งเดียวไม่ต้องสังขารกับอะไร ไม่ต้องสัมผัสสัมพันธ์ปรุงแต่งกับอะไร 1 แล้วยิ่งถ้าทำ 0 ได้ก็คือปรินิพพานเป็นปริโยสาน นี่คืออเทวนิยม แม้แต่คำว่าเทวก็ไม่เข้าใจแล้วไปเข้าใจเป็นเทวดา ที่ปั้นเป็นวิมาน เนรมิตเป็นวิมาน เทวดาของไทยก็ เหาะลอยยกขาสองขาลอย ใส่สังวาลย์ ทั้งผู้ชายผู้หญิงเทวดาไทย เทวดาฝรั่งก็มีไม้ กายสิทธิ์ เทวะ อเทวะ เป็นธรรมะ ไม่ใช่ตัวตนบุคคลเราเขา ศาสนาพุทธที่จะเข้าใจเทวดา เทวดาคือรู้จักธรรมะ 2 ทเวธัมมา แล้วทำให้ธรรมะ 2 โดยเฉพาะทำให้ธรรมะ 2 ให้เป็
อ่านต่อ
นหนึ่งเสมอได้สำเร็จ นี่คือเป้าหมายของศาสนาพุทธ หมดทุกข์ ศาสนาพุทธคืออะไร คือหมดทุกข์ หมดความเป็นพิษภัยแก่อะไรทุกอย่างจะมีแต่ประโยชน์อย่างเดียว เมื่อเกิดมาเป็นคนได้อัตภาพเป็นคน แล้วเป็นคนที่ไม่มีพิษภัยแก่อะไรเลยนั่นคือสุดยอดแล้ว มีแต่ประโยชน์ให้แก่โลก จะอยู่ไปอีกนานเท่าไหร่ก็มีสิทธิ์ แล้วสามารถที่จะเป็น 0 ได้ ปรินิพพานเป็นปริโยสานได้ด้วย นี่คือสุดยอด เพราะฉะนั้นคุณจะสูญ ไม่มีนิรันดร ไม่มี อัตตา แล้วสูงสุดไม่มีพระเจ้าอยู่เหนือเราเลยเราเป็นศาสนาที่อิสระเสรีภาพที่สุด ศาสนาเทวนิยมไม่มีอิสระเสรีภาพสูงสุดได้เพราะอยู่ใต้พระเจ้า คนไม่มีสิทธิ์จะมีอิสระเสรีภาพสมบูรณ์ก็ไปอยู่กับศาสนาพระเจ้า ส่วนศาสนาพุทธนั้นมีสิทธิ์เลือกได้ แล้วไม่อยู่นิรันดร อาตมาสรุปเป้าสำคัญสามอย่างนี้ยิ่งใหญ่ ธรรมะทั้งหลายรู้จักนิรันดรทำให้หมดความนิรันดรได้ ศาสนาพุทธมีปรินิพพานเป็นปริโยสาน หมดอัตภาพสูงสุดได้ แล้วทำได้เองเป็นอิสระเสรีภาพไม่ต้องให้พระเจ้าทำให้ ไม่ต้องมีใคร ช่วยตนเองทำให้ตัวเองได้เป็นอิสระสูงสุด จะอยู่ก็ได้ นี่คือสิริมหามายา ผู้ที่ กล่าวว่าจะอยู่จะช่วยคนให้เป็นอรหันต์จนหมดเป็นคนสุดท้ายจึงจะปรินิพพาน คือพระอวโลกิเตศวร อาตมาก็ซึ้งในน้ำใจท่านสุดยอด ก็ท่านว่า แต่จะมีจริงหรือไม่มีจริงก็ไม่รู้ มันจะเป็นไปได้เลย ก็เท่ากับท่านจะอยู่นิรันดรใช่ไหม นิรันดรแปลว่าอะไร แปลว่าไม่มีในระหว่าง ระหว่างนั้นไม่มี เพราะฉะนั้นใน กาละที่โลก ถ้าพระอาทิตย์ เราก็เป็นมนุษย์ มีชีวะรับรู้ สัตว์มันก็ไม่รับรู้ว่าโลกมันหมุน แต่คนมันรู้เรื่อง เพราะฉะนั้นคนก็รู้ ว่าในกาละ ในโลกมีหมุนเวียนมีกาละ ศาสนาพระพุทธเจ้าตรัสรู้ กรรมกับกาละ Karma and Time of Continuum. นี่คือของพระพุทธเจ้า ส่วนของไอน์สไตน์นั้น Space and Time of Continuum ของพุทธเจ้าคือ Karma and Time of Continuum. คือสัมพันธภาพ ของกรรมกับกาละ กรรมมีในชีวะ ส่วน space ไม่มีชีวะ ของไอน์สไตน์ไม่มีชีวะ เป็นเคหะวัตถุแท่งทึบ ไอน์สไตน์ก็ว่าตามไอน์สไตน์ โพธิรักษ์ก็ว่าตามโพธิรักษ์ _สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน...คนเลี้ยงสัตว์ก็เลยมาวัดไม่ได้ เราก็หลงโอปปาติกสัตว์ เลี้ยงสัตว์ในใจอยู่ก็เลยไม่ง่ายตามฐาน เลี้ยงเวทนาเคหสิตะอยู่ เราก็เลี้ยงความทุกข์ในใจ ทั้งที่ว่ามันพบแต่ก็ให้อาหารมันอยู่เรื่อย
_สมณะฟ้าไท...ต้องขอบคุณพ่อครูที่ทำให้รู้ว่าในหลวงเป็นพระโพธิสัตว์ พ่อครูว่า...หากในหลวงไม่ใช่โพธิสัตว์ท่านจะไม่ตรัสว่าให้ประเทศมาบริหารแบบคนจน มีพระเจ้าแผ่นดินของไทยองค์เดียวที่ตรัสแบบนี้ สมณะฟ้าไทว่า...คนที่เข้าใจมากที่สุดก็คือพ่อครู… พ่อครูว่า...พวกคุณมาเป็นคนจนคุณก็ไม่ได้เป็นคนตกต่ำอะไรนะ สรุปอีกทีหนึ่งว่าศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้า เราจะจับหัวใจศาสนาได้ หัวใจของศาสนาพุทธอยู่ที่ พระไตรปิฎกเล่ม 10 ข้อ 60 ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 คือจะต้องรู้จักสภาวะสอง เทวฺ ถ้ารู้จักธรรมะ 2 ทำให้ธรรมะ 2 เป็น 1ได้ ในโลกนี้มีศาสนาเทวนิยมกับอเทวนิยม คุณรู้เทวะ คุณรู้อเทวะ ก็ทำเทวะ ให้เป็นอเทวะได้ จบแล้วศาสนาในโลกสุดยอด จะบอกว่าพระพุทธเจ้าท่านตรัสถึงอริยสัจ 4 เป็นหัวใจศาสนา อริยสัจ 4 ก็คือการอธิบายธรรมะ 2 ในเวทนา ทุกข์สุขไม่ได้อยู่ในอย่างอื่นได้เลยมันอยู่ในเวทนา เพราะฉะนั้นจับอาการของทุกข์ของสุขให้ได้ แล้วก็แยกตัวทุกข์หรือสุขก็ตาม สุขเพราะไปหลงคบหากับกาม พยาบาท โมหะมันวุ่นหลงเลอะ แต่กามกับพยาบาทก็ไปคบกับเหตุปัจจัยแห่งกามและพยาบาท ปรุงแต่งให้สมใจก็เป็นสวรรค์ สมใจในพยาบาทก็ยังเป็นสวรรค์เลยแต่เป็นเชิงร้าย ปรุงแต่งหนักหนาสาหัสดีไม่ดีซ้อนแย่งกาม ศาสนาพุทธย่อมาถึงตัวสำคัญ แล้วคนที่หมดกิเลสของศาสนาพุทธ ไม่ใช่คนที่เรียกว่า มันไม่มีกิเลสเกิดในจิตก็จริงแต่ไม่รู้จักโลก เขาจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้เรื่อง ไม่ใช่ ศาสนาพุทธเจ้ามีโลกวิทู รู้จักโลก รู้จักโลกแต่ละระดับด้วย แล้วไปอยู่กับเขาอย่างอนุโลมปฏิโลม กับสังคมประเทศชาติ จึงอยู่กันอย่างที่ในหลวงท่านว่า อะลุ่มอล่วยกัน ช่วยเหลือกันได้ ถ้าเขาให้ช่วยเราก็ช่วย ถ้าเขาไม่ให้ช่วยเราก็ช่วยไม่ได้หรอก ขนาดนั้นคนที่มาให้ช่วยยังล้นมือเลย คนที่ไม่ศรัทธาไม่ให้ช่วยไม่ต้องไปช่วยเขาหรอก เขาก็ไปตามทางที่ชอบที่ชอบ เราทำแค่นี้ก็เหลือเกินแล้ว เราก็ทำประโยชน์ให้แก่โลก อาตมาภูมิใจที่ทำงาน เพื่อให้คนพ้นทุกข์ให้คนเป็นสุขให้คนมีประโยชน์ต่อสังคม พยายามสร้างคนมาช่วยประเทศชาติช่วยโลก ไม่ให้เป็นภาระของประเทศชาติ ไม่เป็นเรื่องก่อความวุ่นวายแย่งเศรษฐศาสตร์ของโลก ไปแย่งการเมืองตำแหน่งหน้าที่ในสังคมก็ไม่ใช่ มีแต่เสริมสร้าง สิ่งที่ควรเสริมสร้างให้แก่เขา ไม่ว่าจะเป็นอะไรทั้งด้านสังคมเศรษฐกิจ ทางด้านการเมืองก็เสริมสร้างให้เขา เป็นเรื่องอิสระเสรีภาพเราเห็นควรก็ทำไม่เห็นควรก็ไม่ต้องทำ ศาสนาพุทธลดละกิเลสความเห็นแก่ตัวส่วนตัว และทั้งเรียนรู้โลก เป็นจิตวิญญาณที่ขยันหมั่นเพียรสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์แก่โลกได้ ให้อุดมสมบูรณ์ เราไม่ไปสร้างอะไรที่หนักหนาสาหัส เอาความรู้วิศวกรรมมาใช้ก็ประมาณหนึ่ง ไม่ต้องไปสร้างลูกระเบิด ที่ยิ่งใหญ่เกินการ เราใช้เครื่องยนต์เท่าที่ทำได้ใช้ได้ เราก็ทำกันไปในทางวิศวกรรม โดยเฉพาะในทางกสิกรรม ก็เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศกสิกรรม เราควรทำอันนี้ให้มาก ถ้าหากประเทศไทยเข้าใจระดมกันทำกสิกรรม ให้ดี ให้เป็นเลิศในโลกเลยนะโอ้โห อุตสาหกรรมเป็นเรื่องรอง ให้เกษตรกรของไทยลืมตาอ้าปากอยู่ดีกินดี แต่ทุกวันนี้ฐานะของพวกอุตสาหกรรมดีกว่าฐานะกสิกรรม ควรมาทำให้ฐานะกสิกรรมมีกินมีใช้ ที่สำคัญคือสอนให้กสิกรอย่าไปรวย เพราะอะไร เพราะถ้าหากกสิกรอยากไปรวยเหมือนอุตสาหกรรม โลกเดือดร้อน ถ้าหาก คุณสร้างข้าวผลิตข้าว คุณจะขายข้าวราคาแพง ถ้าขายราคาถูกได้มากเท่าไหร่ นั่นแหละคือการเจริญ นั่นแหละคือความประเสริฐ ทำให้ราคาข้าวถูกลงแล้วเราก็อยู่รอด มีเงื่อนไขตรงนี้ด้วย ถ้าหากข้าวราคาแพงคนตายก็คือคนจน ถ้าหากข้าวราคาถูก คนจนก็รอด อาตมาถึงว่า ข้าวไม่ใช่สินค้า แต่คืออาหารที่ต้องแบ่งปันกันกิน อันอื่น ไม่สำคัญเท่ากับข้าว คุณมีข้าวก็อยู่รอดแล้วนอกนั้นพืชผักก็หากินได้ไม่หนักหนา ข้าวเปลือกเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง อาหารเป็นหนึ่งในโลก ธรรมะต้องรู้จักเวทนาในเวทนาเป็นหลัก ศึกษาตรงนี้ ทฤษฎีของพระพุทธเจ้า แม้จะลดกิเลสเพื่อให้หมดทุกข์ หมดสุข ทฤษฎีของท่าน ล้อหมดเลย ต้องเป็นผู้ที่อยู่กับโลกมีความชำนาญมีความสามารถทำงานเพื่อผู้อื่นได้ด้วย ไม่ใช่งอมืองอเท้า ได้แต่เราอย่างเดียว เราทำกสิกรรมเป็นหลักอย่างอื่นเป็นรอง 610815_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เทวนิยมคือมีเวทนาสองอเทวนิยมคือมีเวทนาเดียว