คนไม่เอาใจใส่ธรรมะกับการเมืองคือคนมีจิตเดรัจฉานอยู่ในตัว.docx
เนื้อหาในไฟล์
คนไม่เอาใจใส่ธรรมะกับการเมืองคือคนมีจิตเดรัจฉานอยู่ในตัว _วาส ทองจันทร์ · กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพยิ่งครับ ฟังพ่อครูแสดงธรรมเรื่องโลกุตระอยู่ดีๆ เผลอเมื่อไหร่จะไหลไปหาการเมืองทันที นี้ก็แสดงว่าศาสนากับการเมืองแยกกันไม่ได้จริงๆ เด็ดขาด พ่อครูว่า... เพราะการเมืองเป็นเรื่องของคน ศาสนาก็เป็นเรื่องของคน สัตว์เดรัจฉานเท่านั้นมันไม่มีธรรมะ มันไม่มีการเมือง สัตว์เดรัจฉานเท่านั้นมันไม่รู้เรื่องการเมืองมันไม่รู้เรื่องของธรรมะ คนๆๆ ยังมีความเป็นเดรัจฉานอยู่ในคน ฟังซ้อนตรงนี้ เขาจะไม่สนใจการเมืองไม่สนใจธรรมะ แต่ถ้าคนที่เจริญเป็นอริยะ จะสนใจธรรมะจะสนใจการเมือง คำว่าการเมืองนี้ไม่ใช่คำเสีย คำว่าการเมืองนี้คือคนเอาไปปฏิบัติ ทำการเมืองที่เลว ปฏิบัติทำการเมืองที่ไม่จริง ปฏิบัติทำการเมืองที่มิจฉาทิฏฐิผิดเพี้ยนมันจึงเป็นเรื่องเลวร้ายมันเสีย การเมืองต้องเป็นการงานที่ดีสำหรับพลเมืองทำให้พลเมืองอยู่เย็นเป็นสุขดี การเมืองต้องเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่การเมืองเร็วๆทำให้มนุษยชาติเลวร้ายลงนักการเมืองก็เสื่อมทรามเลวร้ายผิดเพียงไปบาปกินหัวทั้งคู่ ทั้งประชาชนผู้รับ ทั้งตัวนักการเมืองเอง บาปด้วยสัจจะนะ อาตมาไม่ได้ไปใส่ความ ยังไม่มีธรรมะไม่ใช่การเมือง ถ้ายังไม่มีธรรมะ อยู่ร่วมกันกับพฤติกรรมที่ทำกับสังคมมนุษยชาติ ในสังคมมนุษยชาติทำงานธรรมะทำงานการเมือง ให้เกิดเจริญเป็นโลกุตรธรรม ถ้าเป็นแค่โลกียธรรม มันทำแล้วก็ดีนะ ได้อาศัยดีไม่ตกต่ำ มันก็ยังเป็นโลกียะก็ยังได้ขั้นหนึ่งเป็นขั้นกัลยาณธรรม ถ้าสามารถลดกิเลสได้ด้วยมันเป็นโลกุตรธรรมเลย ฉะนั้นมันจะรู้ได้จริงๆก็ต้องมีปัญญา จะรู้ ที่จะรู้ว่าการเมืองกับธรรมะคืออย่างไร 660106 แบบมีกษัตริย์กับไม่มีกษัตริย์ ประชาธิปไตยแบบไหนดีกว่า พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราช