ประชาธิปไตยที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตย 2 แบบ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข7 มกราคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

ประชาธิปไตยที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตย 2 แบบ พ่อครูว่า... เรื่องที่จะพูดคือเรื่องประชาธิปไตยพูดไปแล้วขอซ้ำอีก อย่าหาว่าอาตมาซ้ำซาก จู้จี้ วนเวียนอยู่แต่คำเก่าๆ ประชาธิปไตยที่ยังไม่มีความเป็นประชาธิปไตย คือ 1. ประชาธิปไตยนายทุน เป็นธุรกิจโลกียะสามัญ 2. ประชาธิปไตยหาคะแนนเสียง แล้วเอามาอ้างเป็นอำนาจว่า ตนเป็นมวลประชาชน นี่คือประชาธิปไตย ยังเก๊ๆอยู่ ยังไม่ใช่เนื้อแท้ของประชาธิปไตย ส่วน ประชาธิปไตยจริงๆ นั้น คือ ประชาธิปไตย โลกุตระ ประชาธิปไตยที่เป็น อาริยะที่แท้จริง ประชาธิปไตยแท้จริงนี้คือ ประชาชนเอง ตัวมวลประชาชนเองจริงๆ ที่มีพลังรวม รวมความรู้ รวมความเห็นของประชาชนเอง กระแสของจิตที่ มันเห็นมันรู้มันเข้าใจ มันส่งมารวมกันเป็นเอกภาพและต่างอิสระของแต่ละคน แต่มีความเห็นจริงตรงกัน ร่วมกันเป็นมวลรวม ร่วมกัน มันก็เป็นพลังงานหรือเป็นอำนาจเป็นอธิปไตย ด้วยความเป็นจริงจากมวลชน แก่ผู้ที่ควร เช่น ผู้ที่มีรัฏฐาธิปัตย์ อย่างประชาชนจริงๆก็คือตัวแทน เช่น นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ที่ใช้รัฏฐาธิปัตย์แทนประชาชน ของประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบจะต้องมี 2 ขา คือมีกษัตริย์ด้วย กษัตริย์เป็นผู้ที่มีรัฏฐาธิปัตย์ส่วนหนึ่ง นายกรัฐมนตรี ตัวแทนประชาชนก็มีรัฏฐาธิปัตย์ส่วนหนึ่ง จึงเรียกว่าราชประชาสมาสัย ของกษัตริย์กับของประชาชนช่วยกัน อาศัยซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นสามัญชนทั่วไป ที่เป็นปุถุชนยังไม่ใช่อารยธรรมการเมืองอารยะยังไม่ได้ ก็คือแบบที่ 1 ที่ 2 ที่กล่าวไปแล้ว เป็นห่วง ไม่พ้นไปจากประชาธิปไตย อาศัย ทุน กับอาศัย อำนาจ ประชาชนที่มาอ้างจากตัวเลขของการเลือกตั้ง อาตมาเห็นการเมืองที่เขาทำกันเล่น มันจะเล่น คะแนนเสียง นักวิจัยวิจารณ์ เอาตัวเลข เข้าพิธีการจะเรียกคนมาเข้าพรรค ชนะด้วยคะแนนเสียง จะใช้วิธีการแทคติ

อ่านต่อ

กต่างๆ สารพัด ละเอียดลออฝีมือด้วยกลเม็ดเชิงต่างๆนานา ซึ่งไม่ใช่การทำงานเพื่อประชาชนและประชาชนเห็นผลงานหรือประชาชนก็ยอมให้รับรองให้ ว่าคนนี้ๆ หรือว่ามวลกลุ่มนี้ คณะนี้ พฤติกรรมอย่างนี้เขาทำงานประชาธิปไตย ที่แท้จริงเพื่อประชาชน เขาเป็นคนของประชาชน เขาไม่ได้มีอำนาจอะไรกับอำนาจของพรรค ด้วยซ้ำไป ไม่มีอำนาจในกลุ่มเผด็จการ เป็นตัวของเขาเอง เช่น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ทำ ประพฤติมาตลอด 8 ปี ไม่ต้องไปเข้าพรรค เป็นนายกอิสรเสรี พรรคไหนประชาชนยกให้ก็ทำ มันจะมีวิธีการอะไรในกฎหมายก็ตาม หยั่งเลยจะได้เสียงของประชาชนที่แท้จริง เขาก็พยายามจะให้มี สส.สว. แต่ก็มี แทรกแซงทางโลกีย์มีนเยอะนะมันเลยไม่ค่อยบริสุทธิ์เท่าไหร่ แต่พฤติกรรมแท้ของผู้ทำ อย่าง นายกประยุทธ์ ประมวลผลงานมา มีเยอะแยะมากมาย อาตมาเคยอ่าน มีคนประมวลมาถึง 60 กว่าประเด็น สรุปอีกที ใครจะว่า อาตมาเข้าข้าง ต้องเข้าข้าง ผู้ที่ชัดเจนต้องเข้าข้าง อาตมาไม่เคยพบกันกับพลเอกประยุทธ์เลย ไม่เคยคุยกันสักคำ นายกทักษิณยังเคยคุยกัน รู้จักกัน โอภาปราศรัย แต่นายกประยุทธ์ไม่เคยปะหน้ากัน ทำงานก็ต่างคนต่างทำ แต่อาตมาก็บริสุทธิ์ใจ ไม่ได้แกล้งเชียร์เพื่อให้นายกประยุทธ์มาให้อะไร ไม่ต้องหรอก นายกประยุทธ์ทำงานเถอะ อาตมาพูดแล้วเห็นเป็นกำลังใจก็เอา ไม่ได้ไปยกเมฆอะไร คุณก็ตรวจสอบความจริง สรุปจริงๆแล้ว ประชาธิปไตยไม่ใช่ประชาธิปไตยทุนนิยม ไม่ใช่ประชาธิปไตยรูปแบบวิธีการหาคะแนนเสียงเพื่อเลือกตั้ง วิธีการนี้มันแพร่หลายและก็มีอิทธิพลมาจาก สหรัฐอเมริกา เป็นประชาธิปไตยสะเปะสะปะ เป็นประชาธิปไตยที่คนจะเป็นประธานาธิบดียิ่งใหญ่ในประเทศ ใหญ่หมดเลย รวบทั้งอำนาจกษัตริย์ รวบทั้งอำนาจนายกมาเป็นประธานาธิบดี รวบเลยเป็นหนึ่งเลย มีพฤติการณ์อย่างที่เขาทำเขาพลิกแพลงวิธีการเหลวไหลเลวร้าย เพราะไปตัดความเป็นมนุษยชาติไปตัดความเป็นวิญญาณไปตัดความเป็นประชาชนอย่าง แท้จริงออกไป ไปอยู่กับวิธีการไปอยู่กับทุน ไปอยู่กับเงินทองกับอำนาจอาวุธ พวกนี้มันไม่จริงมันเป็นอำนาจบาตรใหญ่สะเปะสะปะ คนจะมาเป็นประธานาธิบดีเป็นใครก็ได้ไม่มีการสืบสันตติวงศ์ สะเปะสะปะ สร้างอำนาจอันนี้ได้และประชาชนหลงลม เลือกเข้ามาก็เป็นประชาธิปไตยสะเปะสะปะ คนที่เรียนรัฐศาสตร์หรือเรียนประชาธิปไตยมาจากประเทศนอก โดยเฉพาะอเมริกาหรือทางตะวันตกก็แล้วแต่ ยังสู้ประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้าไม่ได้ มาเรียนในตะวันออกของพระพุทธเจ้าให้ดีๆสัมมาทิฏฐิเถอะ ธรรมะอธิบายก็แน่ใจว่าเป็นสมาธิ เพราะฉะนั้นมันไม่เกิดจากประชาธิปไตยที่มีจิตวิญญาณบริสุทธิ์แท้จริง เป็นจิตวิญญาณทำให้ไม่มีตัวตน จิตวิญญาณที่สะอาด ที่เห็นแก่ประชาชนทำงานเพื่อประชาชน ซื่อสัตย์ แล้วทำงานมีสมรรถนะมีความรู้ความสามารถที่จะบริหาร ทำให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขจริงๆ ขยันหมั่นเพียรทำ นี่คือผู้ปฏิบัติการเมืองกับประชาชนอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นพลังจิตแท้ๆพลังแห่งความรู้ความจริงใจของมวลประชาชน ที่รู้ รู้ยิ่งเห็นจริง ทั้งการบริหารของบุคคลผู้บริหารนั้น และผลงานที่เกิดแก่ประชาชน ว่าเป็นอยู่สุขสบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูลเพิ่มพูนสุขด้วยการเสียสละ อย่างนี้แหละที่เราพูดไปอธิบายกันไป ซึ่งมีปรากฏการณ์ที่ของทางผู้บริหารสามารถจริง ทั้งมวลประชาชนก็เป็นอยู่สุขสบายอุดมสมบูรณ์เพียงพอจริงๆ และทั้งมีกลวิธี ที่เรียกว่ากลปรานี ไม่ใช่กลวิธีที่เป็น tactics สะเปะสะปะ แทคติกที่สร้างกันมาใช้สร้างอำนาจ ไม่ใช่ ไม่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ ในเชิงหลอกลวงวิธีหมกเม็ด ครอบงำหลอกล่อ แต่นี่เป็นสิ่งที่จริงใจ เป็นกลลปรานี ประชาชน ที่เหมาะสมดีเยี่ยม กว่าสังคมประชาธิปไตยกลุ่มใดหรือแม้แต่คอมมิวนิสต์ ลักษณะประชาธิปไตยที่เป็นโลกุตระนั้น จะมีผลสูงสุด คือ จะเกิด สาราณียธรรม 6 ผลสูงสุดของ ประชาธิปไตย จะเกิด สาราณียธรรม 6 มีกลุ่มหมู่ที่มี สาราณียธรรม 6 สาราณียธรรม 6 จะมีลักษณะอยู่กันอย่างมี เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม และจะมี ลภาที่ได้โดยธรรม ลาภธัมมิกา เป็นสิ่งที่เกิดผลได้จากการสร้างสรรโดยสุจริต ก็เอามารวมเป็นสาธารณะ มาเป็นหนึ่ง บริโภคร่วมกันเรียกว่าสาธารณโภคี แล้วทุกคนในสังคมกลุ่มนี้ปฏิบัติกันมี ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา คือมีการปฏิบัติเสมอสมานกัน มีศีลเสมอสมานกัน โสดาบันเสมอโสดาบัน สกิทาฯเสมอสกิทาฯ อนาคาฯเสมออนาคาฯ อรหันต์เสมออรหันต์ ไม่ว่าจะเป็นทิฏฐิหรือศีลก็เสมอเหมือนกัน รู้ลำดับมีคุณวุฒิคุณธรรมพุทธพจน์ 7 ในสาราณียธรรม 6 จะมีจิต พุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ สาราณียะ คือระลึกถึงกันด้วยความหวังดีไม่ใช่ระลึกกันด้วยการแก้แค้น มีความรักกันปิยกรณะ มีความเคารพกันคุรุกรณะ มีสังคหะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่ทะเลาะวิวาท พร้อมเพรียงสามัคคี มีความเป็นปึกแผ่น เอกีภาวะ นี่คือคุณสมบัติ คุณธรรม คุณวิเศษ ที่เกิดจริงเป็นจริงตามหลักธรรมพระพุทธเจ้า ยืนยันเลย อาตมาอบอุ่นใจที่ยังมีพระไตรปิฎกของพระพุทธเจ้าอ้างอิง บางทีอาตมาอธิบายแยกกับผู้ที่เบี้ยวบาลีมิจฉาทิฏฐิ จนกระทั่งเขาจะเอาอาตมาตายแต่อาตมาไม่ตายเพราะอาตมามี ธัมโม หะเว รักขะติ ธัมมะจาริง ธรรมรักษาอาตมาอยู่ก็เลยเป็นไปได้ เพราะฉะนั้นจิตใจของผู้ที่มีสาราณียธรรมจะแข็งแรง จิตใจแข็งแรงตั้งมั่น จิตใจอย่างนี้เรียกว่าเป็นจิตใจที่มีสมาธิ ที่มีพุทธพจน์ 7 สะสมตกผลึกตั้งมั่นลงไปเป็น สมาหิโต มีภาวะของ วรรณะ 9 ซ้อนอยู่ในนี้ รวมแล้วเป็นรูปธรรมของวรรณะ 9 อธิบายซับซ้อนขยายความวนไปวนมาแล้วขยายความ วรรณะ 9 มี เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) เป็นคนเลี้ยงง่ายเป็นคนไม่มากเรื่องอยู่ง่ายกินง่ายไปง่าย อยู่กันไม่ลำบาก บำรุงง่าย สุโปสะ หมายความว่าทำให้เจริญพัฒนาพากันสอนแนะนำกันได้ง่าย เจริญเร็ว ไม่ได้ดื้อด้านดึงดัน ไม่ได้ว่ายากสอนยาก แต่เป็นคนว่านอนสอนง่าย อัปปิจฉะ ชอบมีน้อยๆหรือกล้าจน มีกันไม่ต้องมาก ไม่ต้องสะสมอะไรกันมากมายมีแต่พออาศัย มีใจพอ สันโดษ เขาไปแปลว่า ยินดีในสิ่งที่ตนมีอยู่ ก็ไปถามคนร่ำรวยอย่างคุณธนินท์ หรือคุณเจริญ เขาก็เพิ่งพอใจของสิ่งที่ตนมีอยู่ จะไปถามบิลเกตส์ก็ได้ หรือไปถามเศรษฐีในโลก เขาก็ยินดีทุกคนนะ แต่ไม่ใช่ เป็นการแปลอย่างเบี้ยวบาลี สันโดษมันแปลว่าใจพอ พอเท่าที่มี น้อยเท่าไหร่ก็พอ มันมีสัมพันธ์ มีพันธกิจร่วมกับ อัปปิจฉะ น้อยที่สุดก็เป็น 0 โดยไม่เป็นหนี้ เพราะฉะนั้น 0 ก็พอ อยู่ในสาธารณโภคี คนไม่มีสมบัติเลยเป็น 0 อยู่กันอย่างสบาย เกื้อกูล พึ่งเกิด พึ่งแก่ พึ่งเจ็บ พึ่งตาย กันได้จริงๆ นี่คือตัวยืนยันสัจจะของพระพุทธเจ้า วรรณะจนถึง สัลเลขะ ใครยังมีกิเลสก็ขัดเกลาออก ตามหลักธรรมที่สูงขึ้นเจริญขึ้นได้ เคร่งขึ้นได้ คนที่ทำศีลเคร่งได้โดยไม่ยาก ได้โดยไม่ลำบากคือคนที่เจริญ ธูตะ เจริญขึ้นเรื่อยๆ มีอาการที่เจริญขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่า ปาสาทิกะ อาการกายวาจาใจ คล่องแคล่ว มุทุภูตธาตุ ได้โดยไม่ยาก ได้โดยไม่ลำบากซึ่งฌานทั้ง 4 มีความไม่สะสมและยอดขยันอีก 2 ข้อสุดท้าย เป็นความสุดยอดถึงสวนกระแสของโลกียะทุนนิยมโลกส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด มันเจริญแบบโลกียะทั้งนั้น มันเป็นเทวนิยมอยู่ที่แสวงหาอะไร สุข แสวงหาความสุข หลงความสุข ติดความสุขทั้งนั้นเลย ยังไม่รู้จักสุขทุกข์ ว่ามันเป็นตัวมายา ความสุขมันเป็นตัวมายาตัวเบ้งเลยไม่รู้ ยังแสวงหาความสุขติดความสุข ชนิดยังไม่มีปฏิภาณปัญญาที่จะลดละ อัตตาหรือกิเลสที่มันไปติดสุข ไปหลงสุข แม้แต่ กามารมณ์ ที่เป็นกิเลสหยาบข้างนอกเลย ยังไม่รู้ ยังไม่เข้าใจว่าจะต้องละเป็นเบื้องต้น แห่งพรหมจรรย์ กาม รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส หรือแม้แต่เมถุนธรรมแม้เรื่องเพศ มีความสำเร็จความใคร่ทางด้านกามารมณ์ยังไม่รู้จัก ยังไม่ได้เคยลดละ ว่า อ๋อ.. นี่มันเป็นเบื้องต้นของคนที่จะเจริญหรือ ลดละ อันนี้เขาก็ยังไม่รู้ แม้ บางศาสนาไม่รู้เรื่องว่าอันนี้คือกิเลสตัวตนที่ต้องลดนะ ไม่ ยังบำเรอกันอยู่เลย แม้แต่ศาสดาก็ยังมี อะไรต่ออะไรต่างๆนานายังเยอะอยู่ 660106 แบบมีกษัตริย์กับไม่มีกษัตริย์ ประชาธิปไตยแบบไหนดีกว่า พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราช

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน