ทำไม ปัญญาวิมุติ จึงสูงกว่า อุภโตภาควิมุติ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.03 KB
วันที่แก้ไข10 มกราคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

ทำไม ปัญญาวิมุติ จึงสูงกว่า อุภโตภาควิมุติ พ่อครูว่า...วันนี้วันจันทร์ที่ 9 มกราคม 2566 ที่บวรราชธานีอโศก แรม 3 ค่ำ เดือนยี่ ปีขาล เราก็มาเจริญความรู้มาเจริญความจริง ในความรู้นั้นมีความจริงได้ ในความรู้แต่ไม่มีความจริงก็ได้ ผู้ศึกษาได้แต่ความรู้ ไม่มีความจริงมีเยอะ เยอะ ความจริงที่ว่านี้คืออะไร ความจริงที่ว่านี้ก็คือ จิตเจตสิกรูปนิพพาน คือภายในจิตของเรามันยังไม่เป็น ยังไม่ได้ตามที่เรารู้ เช่นเรารู้แล้วว่าอรหันต์คืออะไร รู้เข้าใจว่าพยัญชนะบัญญัติภาษาเหตุผลชัดเจน แต่จิตของเรายังเป็นอรหันต์ไม่ได้ ยังเป็นอนาคามีไม่ได้ ยังเป็นสกิทาคามีไม่ได้ ยังเป็นโสดาบันไม่ได้เลย เพราะจริงๆแล้วยังไม่ได้ปฏิบัติธรรม จนกระทั่งสามารถที่จะสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย จึงจะสามารถเข้าไปรู้จิต เจตสิก รูป นิพพาน ถึงขั้นอาสวะ ทำให้อาสวะหมดสิ้นได้ อันนี้ไม่ง่ายเลยที่คนจะรู้ เช่น บุคคล 7 อุภโตภาควิมุติ ปัญญาวิมุติ ทิฏฐิปัตตะ กายสักขี สัทธาวิมุติ สัทธานุสารี ธัมมานุสารี บุคคลที่ 3 คือ อุภโตภาควิมุติ เป็นผู้ที่มีอาสวะสิ้นได้ และบุคคลที่ 4 คือปัญญาวิมุติก็เป็นบุคคลผู้ที่อาสวะสิ้นได้ กายสักขี อาสวะยังไม่สิ้นหมดได้เพียงบางส่วน ทิฏฐิปัตตะก็ได้บางส่วน สัทธาวิมุติ ถ้ามีปัญญาเข้าไปเสริม มีสัมมาทิฏฐิเข้าไปได้ สัทธาวิมุตินั้นก็ได้บางส่วน แต่ถ้าสัทธาวิมุตินั้นยังไม่มีปัญญา ยังไม่มีสัมมาทิฏฐิ ก็จะจมและวนอยู่ในวิมุตติที่เป็น มิจฉาวิมุตติของตน สายศรัทธา ช้า ทำให้ช้ามากเลย สายนั่งหลับตาเป็นต้น จะวน อยู่ในมิจฉาวิมุตติ นึกว่าหลับตาดับ อสัญญีสัตว์ ของตนเป็นวิมุตเป็น สมถะ อย่างนี้เป็นต้น ส่วนธัมมานุสารี สัทธานุสารี คือผู้ที่ตามศึกษาให้รู้สัมมาทิฏฐิไปตามลำดับ

บุคคลที่มีปัญญาวิมุติอาสวะสิ้นแล้ว แล้ว อุภโตภาควิมุติ

อ่านต่อ

คือสองส่วน ก็เป็นวิมุติ เป็นวิมุติที่ อาสวะสิ้น เพราะงั้น ปัญญาวิมุติท่านสิ้นอาสวะตั้งแต่เป็นบุคคลระดับที่ 4 แล้ว สูงขึ้นไปเป็นระดับที่ 3 จึงจะมีวิโมกข์ ถูกต้องวิโมกข์ 8 ด้วยกาย จึงจะวิมุติ แสดงว่า อุภโตภาควิมุติ คือ ศรัทธา ขึ้นไปรออยู่ตรงนั้นแล้วแต่ยังไม่มีปัญญาอันยิ่ง ต้องรอปัญญาอันยิ่งเข้าไปเป็น 2 จึงจะ อุภโตภาค จึงจะบรรลุอาสวะสิ้น ต้องสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย แต่ในบุคคลที่ 4 ปัญญาวิมุตินั้น อาสวะสิ้นได้แล้ว ดูแล้วเหมือนต่ำกว่า อุภโตภาควิมุติ แต่ไม่ต่ำ เพราะ อาสวะสิ้นแล้วเหมือนกันกับ อุภโตภาควิมุติ แต่คนเข้าใจความหมุนรอบเชิงซ้อน ความซับซ้อนอันนี้ไม่ได้ สัทธาที่ยังไม่มี อุภโตภาควิมุติ ไม่มีส่วนปัญญาเข้าไปเสริมต่อให้เป็นอันดับที่ 3 รออยู่แล้ว ถ้าไม่มีปัญญาเข้าไปเสริมอีกเป็น 2 ส่วน อาสวะก็สิ้นไม่ได้ เพราะฉะนั้น คำว่าถูกต้องวิโมกข์ 8 ด้วยกาย นี่แหละเป็นตัวชี้บ่ง เป็นตัวกำหนดให้รู้ว่า ศรัทธาถ้าไม่มี ไม่ถูกต้องวิโมกข์ 8 ด้วยกาย ไม่มีทางสิ้นอาสวะ แต่ปัญญาวิมุตินั้น เขาไปแปลบาลีว่า นเหวโข ไปแปลว่า ไม่ถูกต้องวิโมกข์ 8 ด้วยกาย เนวะ แปลว่า ไม่ น เหวะ โข ใน ปัญญาวิมุตติไปแปลว่าไม่ถูกต้องวิโมกข์ 8 ด้วยกาย แต่ ปัญญาวิมุติอาสวะสิ้นแล้วนะ เท่าเทียมกับ อุภโตภาควิมุติ แล้วนะ เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าไม่มีสภาวะ ไม่รู้จักความหมุนรอบเชิงซ้อน คัมภีราวภาโสอันนี้ ก็ไปงงเลยว่า ถูกต้องวิโมกข์ 8 ด้วยกาย คือการปฏิบัติ ทำสมาบัติ ที่จะต้องเข้าไปนั่งหลับตา ซึ่งมันไม่ใช่ หลับตามันไม่มี กาย แต่ปัญญาวิมุติท่านปฏิบัติมีกายมาตลอดสาย ตั้งแต่ธัมมานุสารี ทิฏฐิปัตตะ พอ ปัญญาวิมุติท่านก็อาสวะสิ้นแล้ว ส่วน สายสัทธานุสารีเป็นสัทธาวิมุติ เป็นกายสักขี ถ้าไม่มีปัญญาเข้าไปอีก สัทธาก็ยังไม่มี อุภโตภาควิมุติ ยังวิมุติไม่ได้ เพราะฉะนั้นปัญญาจึงเป็นตัวกำหนด เป็นตัวสำคัญ ที่จะรู้อาสวะ ที่จะทำให้อาสวะสิ้นได้รอบถ้วน อันนี้แหละ เขาเข้าใจยังไม่ได้ สับสนอยู่ในพวกนั่งหลับตา พวกศึกษาความรู้แต่ไม่มีความจริงก็ไม่รู้เรื่อง ไม่มีความจริงที่เข้าไปสัมผัสถูกต้องวิโมกข์ 8 วิโมกข์ 8 มีอะไร ต้องมี รูป รูปีรูปานิปัสสติ เป็นคนมีรูปและต้องเห็นรูป (พ่อครูไอตัดออกด้วย) วิโมกข์ ข้อที่ 1 ข้อที่ 2 อัชฌัตตัง อรูปสัญญี เอโก พหิทา รูปานิปัสสติ ต้องรู้ทั้งภายนอกภายใน พหิทา รูปานิ อัชฌัตตัง อรูปสัญญี เอโก พหิทารูปานิปัสสติ ก็จะต้องเป็นผู้ที่รู้ทั้งภายนอกทั้งภายใน พหิทา คือภายนอก อัชฌัตตัง คือภายใน พวกหลับตาหมดสิทธิ์ที่จะบรรลุอรหันต์ หมดสิทธิ์ที่จะทำอาสวะสิ้นได้ ผู้ที่สามารถมีอาสวะบางส่วนสายหลับตาบางส่วนสิ้นไปเพราะบารมีเก่า บารมีมาแต่ปางก่อนๆ มาปางนี้ มาถูกเขาสอน มาถูกอาจารย์ครอบงำผิดเข้าไปอีก เอ้า ก็เลยอาสวะไม่สิ้น ต้องมาเรียนรู้เพราะว่าเข้าใจปัญญาผิด เข้าใจปัญญาเป็นสภาพที่ไม่ครบทั้งภายนอกภายในเป็นสภาพ 2 ทั้งภายนอกภายใน กาย คือ การลืมตา มีสภาวะภายนอกภายใน ไปหลับตาแล้วไม่มีกาย ไม่มีภายนอก ก็ตัดขาดไปเลยว่า วิมุติไม่ได้ เป็นอรหันต์ไม่ได้ สิ้นอาสวะไม่ได้ แม้มีบารมีเก่ามาก็แค่อาสวะเดิมที่ตนเองสามารถบรรลุได้เท่านั้น อันใหม่ไม่มี ชาตินี้ไม่มี ไม่บรรลุธรรมในชาตินั้น ชาตินี้เกิดมาก็ไม่บรรลุธรรม นี่เป็นความลึกซึ้งซับซ้อนที่ผู้ที่ฟังธรรมด้วยดีแสวงบุญในขอบเขตพุทธ มันก็จะออกนอกขอบเขตพุทธได้ง่ายในนัยยะที่ละเอียดลึกซึ้งขึ้น 660109 ตอบปัญหาให้ถึงปัญญาวิมุติ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชเมืองเรือ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน