ประชาธิปไตยสาธารณโภคีเสียภาษี 100_.docx
เนื้อหาในไฟล์
ประชาธิปไตยสาธารณโภคีเสียภาษี 100% พ่อครูว่า... มาเข้าสู่ ประเด็น อีก 20 นาทีที่อาตมาพูดถึงเรื่องประชาธิปไตย ประชาธิปไตยที่มีอยู่ในโลกก็คือประชาธิปไตยยังทุนนิยม ที่เป็นประชาธิปไตยทุนนิยมสามานย์ที่เขามีกันอยู่ทั่วโลก หรือประชาธิปไตยหาคะแนนเสียง แล้วก็มีคนวิธีที่จะไปสร้างคะแนนเสียงอย่างที่เรามาเรียนรู้กันอยู่ เอามาอธิบายวิจัยวิจารณ์กันอยู่ในข่าวในงานทางสื่อสารเต็มอยู่อย่างนี้ ไม่ได้พยายามอธิบายเข้าไปสู่ประชาธิปไตยที่เป็นประชาธิปไตยแท้จริง ว่า ผู้ปฏิบัติประพฤติการเมือง ตัวนักการเมือง เขาปฏิบัติประพฤติการเมืองนั้น ได้ปฏิบัติประพฤติการเมืองอย่างที่เอาสาระ เอาเนื้อแท้ไม่ใช่หาคะแนนให้แก่ตัวเอง ขอยกตัวอย่าง อย่างพลเอกประยุทธ์นี่ นักสื่อสารยังไม่ค่อยให้คะแนนเลย แต่พลเอกประยุทธ์ทำเข้าเป้า เอาสาระที่เป็นประเด็นสำคัญสำหรับประชาชน อะไรที่จะต้องทำรีบด่วนทำก่อน ทำๆๆ ส่วนนักสื่อสาร นักวิจัยต่างๆนานาเข้าใจไม่ทัน จับแก่นแท้ของที่พลเอกประยุทธ์ทำไม่ออกเพราะมันเยอะ งานที่จะเป็นสาระให้แก่ประเทศมันเยอะ มันผิดพลาดบกพร่องมันเป็นประชาธิปไตยหาเสียงประชาธิปไตยนายทุน ประชาธิปไตยที่สร้างอำนาจอะไรต่างๆนานา อย่างพลเอกป้อมกับพลเอกประยุทธ์ พลเอกป้อมสร้างอำนาจ พลเอกประยุทธ์ไม่ได้สร้างอำนาจ พูดแค่นี้ ขอพูดชัดๆ พลเอกป้อมทำงานหาเสียงพลเอกประยุทธ์ไม่ทำงานหาเสียง ฟังให้ดีๆเอาเนื้อหาสาระไม่ใช่มาหาคะแนนหาเสียงไม่ใช่มาสร้างทุนนิยม ไม่ใช่สร้างการทำมาหากิน หรือแม้แต่ทำเพื่อสรรเสริญ ประชาธิปไตยไม่ใช่ทำเพื่อสรรเสริญ พลเอกประยุทธ์โดนว่ามากกว่าพลเอกป้อม แต่คนก็จะรู้ว่าอะไรบริสุทธิ์กว่ากัน คนเขาก็มีปฏิภาณพอรู้เหมือนกัน นี่มันเป็นเรื่องเนื้อหาสาระแก่นแท้ของสัจจะ เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยที่เป็นโลกุตระแท้จริง ผลขอ
อ่านต่อ
งประชาธิปไตยที่เป็นผล จะส่อให้เห็นผลงานของ 8 คำที่อาตมาเอามาเรียบเรียงแล้ว ประชาธิปไตยที่เป็นประชาธิปไตยจริงที่สุดอยู่ในสังคมกลุ่มไหนในประเทศไทย ตอบ...อโศก พวกนี้เก่งจริงๆเลย ฉลาดจริงๆเลย ประชาธิปไตย ขอใช้ภาษาร่วมกับสังคมโลกเลย ประชาธิปไตยที่ดีที่สุด งามที่สุดบริบูรณ์ที่สุด สมบูรณ์ที่สุด ขณะนี้ ตัวอย่างคือกลุ่มหมู่ของชาวอโศก ที่ประชาธิปไตยสำเร็จแล้วจะมีผลคือ อิสระ ที่นี่ไม่เคยไปกดข่ม ไม่เคยไปหว่านล้อม ไม่เคยไปเรียกร้อง ทุกคนมาด้วยใจของตนเอง อิสระ เข้ามาแล้วสัปปายะ สบาย เจริญ ถ้าอบายนี่ไม่เจริญ คืออปายะ ส่วน สบายหรือสัปปายะคือเจริญ ภาษาบาลีว่า สัปปายะ คือเจริญ ไม่ใช่อปายะ สงบ สงบอย่างปกติปัสสัทธิไม่ใช่สงบอย่างสมถะ ต่างกันอย่างไร สมถะนิ่งทื่อแข็งอยู่ กับสงบอย่างปกติคือ รู้แจ้ง สว่าง สัมพันธ์ทำงานเป็น กายปาคุญญตา จิตตปาคุญญตา แคล่วคล่องว่องไว แต่กิเลสมันตายมันไม่มีฤทธิ์ ซ้อนตรงนี้ เรียกว่าความสงบ 2 อย่างสงบอย่างสมถะคือพวกเดียรถีย์สายเทวนิยม สายศรัทธา ยังไม่รู้จักความสงบแบบพุทธที่เป็นโลกุตระ ปัสสัทธิแต่เขายังอยู่ในสมถะกัน เขายังไม่ตื่น ทำฌาน ลืมตาทุกลมหายใจเข้าออกในอานาปานสติ ไม่ใช่ไปนั่งหาสถานที่ ไม่ต้องไปเสียเวลา ไม่ต้องหาสถานที่ไม่ต้องเต๊ะท่า มีสติสัมปชัญญะตื่นเต็มสัมผัสโภชเนมัตตัญญุตาสำรวมอินทรีย์ 6 ตื่นรับรู้ให้หมดเป็น อปัณณกปฏิปทา 3 ครบครันตามจรณะ 15 วิชชา 8 ที่มี อปัณณกปฏิปทา 3 เป็นการปฏิบัติธรรม ศาสนาพุทธผิดเพี้ยนไปเพราะไปนั่งหลับตาหาสถานที่กดข่ม มันออกนอกรีต มันไม่ใช่ อปัณณกปฏิปทา 3 สติปัฏฐาน 4 สัมมัปปธาน 4 ไม่มี สติปัฏฐาน 4 ต้องมีกายในกาย กายนอกกาย ไปนั่งหลับตาไม่มีกายแล้ว ตัวแรกของสติปัฏฐาน 4 ก็ไม่มีแล้ว แล้วจะไปได้เวทนาได้อย่างไร เพราะเมื่อไม่มีสัมผัสเป็นปัจจัย เวทนาก็ไม่มีแล้ว มันไม่รู้เรื่อง เป็นสัมภเวสี เพราะฉะนั้นจะไปอธิบายจิตในจิตก็มีแต่สัญญากำหนด ไม่รู้จักกิเลสจริงเกิดในปัจจุบันที่กระทบสัมผัสแล้วทำ ทิฏฐธรรมนิพพานทิฏฐิในขณะนี้ เป็นการปฏิบัตินิพพานอย่าง จักขุมาปรินิพพุโพติ เรียนรู้กิเลสแล้วให้เกิดนิพพานอย่างขณะลืมตาไม่ใช่ไปนั่งหลับตา พยายามฟังนะ อาตมาพยายามใช้พยัญชนะบาลีประกอบเพื่อยืนยันกับนักรู้ที่เรียนกันมาเยอะแยะ เขาก็เรียนบาลี แต่เขาอธิบายต่างกัน กับไม่เหมือนที่อาตมาอธิบายทีเดียว อาตมายืนยันว่าอาตมาอธิบายถูก เขาอธิบายเพี้ยนไป เบี้ยวบาลีไปเรื่อยๆ แล้วเขาก็ไปยึดบาลีที่เบี้ยวผิดว่าถูก แล้วก็มาว่าอาตมาผิด ถ้าหากอาตมาอธิบายผิดและจะมีสังคมสาราณียธรรม 6 ได้อย่างไรของชาวอโศก ว่านี่แหละคือประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ สาราณียธรรม 6 คือประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ เดี๋ยวค่อยอธิบาย
เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยที่แท้จริงเป็นโลกุตระนั้น จะต้องเป็นประชาธิปไตยคือมีมวลประชาชนที่มีอิสรเสรีจริงๆที่พูดไปแล้วเมื่อกี้นี้ อิสระ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล เพิ่มพูนเสียสละ อย่างแท้จริง ที่เราพูดไปนั้นมันรู้สึกสบายใจพูดแล้วรู้สึกกระหยิ่ม เรามีอยู่ไม่มากก็น้อยเพราะเราเข้าใจ เขาก็พูดอย่างเต็มที่เหมือนเราไม่ได้ มันสะดุดว่าเราเองก็ยังไม่มี มันเห็นอย่างนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นโลกทั้งโลกนี่แหละพยายามหา สิ่งที่จะประพฤติปฏิบัติเป็นความรู้เป็นสัจจะแล้วจะมาให้ประชาชนปฏิบัติ ปฏิบัติแล้วมีมรรคมีผล สำเร็จ จริงๆมีปรากฏการณ์ มีรูปธรรม มีฟีโนมีน่าอย่างแท้จริง จะเรียกว่าฟีโนมีนาของอโศกอันเดียวก็เป็นฟีโนมีนอล แต่มันมีในตัวของมันเองเยอะหลายกลุ่มชุมชนก็เป็นฟีโนมีน่า ปรากฏการณ์จริงของสังคมแบบนี้ ของชาวอโศกแต่ละกลุ่มๆ ปรากฏการณ์จริงแต่ละกลุ่ม มันก็ชัดเจนอย่างนี้ ยืนยันได้ อาตมาพูดอย่าง จะว่าอวดก็อวด เพราะมันเป็นของน่าอวด มันไม่ได้ของเป็นได้ง่าย เกิดได้ง่าย _สู่แดนธรรม... พ่อท่าน พูดรายงานสังคมเฉยๆแต่ไม่ได้อวด พ่อครูว่า... ใช่ แบบนี้เขายืนยันว่าประชาธิปไตยแบบที่เราเป็นอเมริกาไม่มี อังกฤษพอมีไรๆ บ้าง แต่ไม่ชัดเจนเหมือนอย่างเรา อเมริกาไม่มีเลยเป็นประชาธิปไตยบ้า ประชาธิปไตยคะแนนเสียงเลือกตั้ง ประชาธิปไตยไม่มีวิญญาณ ประชาธิปไตยสะเปะสะปะ ใครมาก็ได้ไม่มีอะไรเลย รัฏฐาธิปัตย์ มีแต่ประชาชน แล้วประชาชนใครก็ได้มาเป็นใหญ่ ไม่มีทศพิธราชธรรมไม่มีอะไรเลย ไม่มีการสืบสันตติวงศ์เพื่อจัดเตรียมตัวเป็นนักบริหาร จับฉลาก ใครเลือกได้มีวิธีการกลวิธีขึ้นไปได้ก็เป็นผู้บริหารได้ ไม่มีรากเหง้าไม่มีสายสืบอะไรเลย เป็นประชาธิปไตยสะเปะสะปะ แล้วเขาก็ไม่เข้าใจหรอก เขาก็เรียนดอกเตอร์กันตามประชาธิปไตยจบมาจากอเมริกาเอามาขยายความซ้อนกันเต็มไปหมด อาตมาไม่ได้เรียนมาจาก มหาวิทยาลัยพวกนั้นหรอก อาตมาเป็นประชาธิปไตยพระพุทธเจ้า เอามาจากพระพุทธเจ้า เขาก็บอกว่า พระพุทธเจ้าไม่มีประชาธิปไตย สงฆ์ของพระพุทธเจ้าคือกลุ่มนักประชาธิปไตย มีอิสรเสรีที่สุด สบายที่สุด สงบที่สุด อบอุ่นที่สุด อิ่มเอมที่สุด เกษมใสที่สุด ใจเกื้อกูลเกื้อกูลที่สุด เพิ่มพูนการเสียสละที่สุดเลย ของพระพุทธเจ้านั่นแหละคือหัวใจประชาธิปไตยทั้งหมด เป็นอย่างที่ว่านี้ แล้วมาเป็น สาราณียธรรม 6 จุดสำคัญที่มันเป็นตัวชี้บ่งคือ ลาภธัมมิกา แล้วก็เป็นสาธารณโภคี นี่คือตัวชี้บ่งเศรษฐศาสตร์ ชี้บ่งรัฐศาสตร์ ชี้บ่งสังคมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ประชาธิปไตยกลุ่มคนกลุ่มนี้เสียภาษี 100% คอมมิวนิสต์ก็ยังค้อนแล้วค้อนอีก คอมมิวนิสต์ พยายามออกกฎหมายบังคับให้เสียภาษีกระจายทั่วถึงกัน ของเรานี่ รายได้ยกให้กองกลางแล้วค่อยๆฝึกตน แบ่งกินแบ่งใช้ โภชเนมัตตัญญุตา อย่าตะกละตะกลาม ให้เป็นคนมีวรรณ9 เลี้ยงง่ายๆ อย่าเรื่องมาก กินก็ยาก ไปก็ยาก มาก็ยาก อยู่ก็ยาก เป็นคนยากไอ้คนยาก แต่เป็นคนเลี้ยงง่ายบำรุงง่าย สุภระ สุโปสะ นี่ พวกเรานั่งฟังตอนเย็นกันอบอุ่น ทุกวัน ยังมีแถมอื่นๆอีก เรียนภาคอื่นอีกไม่ใช่น้อย พวกเราเห็นธรรมะเป็นสำคัญในชีวิต แล้วเราก็ได้มรรคได้ผลยอดธรรมะ มันก็เลยเป็นแก่นแกนเนื้อแท้ของชีวิต แล้วเราก็ได้อาศัยในชีวิตเป็น กัมมปฏิสรโณ เป็นเครื่องอาศัยเป็นที่อาศัยในชีวิตของเราไป เพราะฉะนั้นคนที่ได้จุดจบ ได้จุดลงตัวของชีวิต เลือกสังคมอยู่ สังคมเราไม่ใช่สังคมปิด แต่คนมองมาว่า อโศกมันเอาแต่พวกของมัน มันเป็นสังคมปิด เขาไม่เข้าใจสัจจะ สังคมอโศกไม่เคยเป็นสังคมปิดเลย คอมมิวนิสต์นั่นเป็นสังคมปิด แต่ที่นี่ไม่ใช่สังคมปิด เป็นแต่เพียง มีหลักเกณฑ์เล็กน้อย สำคัญว่า กฎพื้นฐานของที่นี่นั้นคือ 1. มีศีล ศีล 5 เป็นอย่างต่ำ พื้นฐาน 2. ไม่กินเนื้อสัตว์ 3. ไม่มีอบายมุข พื้นฐานอย่างนี้ เป็นกฎพื้นฐานของเรา ซึ่งมันเป็นกฎเกณฑ์สังคม ที่ไหนๆ เขาก็มีของเขา คอมมิวนิสต์เขาก็มีของเขา ประชาธิปไตยก็มีของเขา หรือเป็นกึ่งสังคมนิยมก็แล้วแต่เขาก็มีของเขา แล้วมีอิสระใครจะมามีกฎพื้นฐานให้คุณก็อยู่ได้ แม้ว่าคุณเองจะยังละเมิด เช่นกินเนื้อสัตว์อยู่ มีอบายมุขอยู่ ปฏิบัติศีลไม่ค่อยได้ คุณมาอยู่คุณก็ต้องพยายาม ไม่ได้คุณก็ไปเองอิสระ ถ้าคุณพออยู่ได้ไม่มีใครเหล่ตา ไม่มีใครประท้วง คุณก็อยู่ได้ แต่พวกนี้กระแสตามันแสบนะ คุณมาทำอะไรพิสดาร (พ่อครูไอตัดออกด้วย) พ่อครูว่า... ยกตัวอย่างตื้นๆ ไม่เอาอะไรมากหรอก คุณมาผัดหน้าทาปากอยู่ในนี้เท่านั้นไม่ต้องเอาอะไรมาก รับรองเลย คุณจะอยู่ได้ไหม จริง นอกจากคุณมาประเดี๋ยวประด๋าวผ่านๆมาแล้วผัดหน้าทาปาก เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาไม่เหล่อะไรมากมาย แต่ถ้าคุณจะอยู่ โดนแน่ ยกตัวอย่างง่ายๆ หรือคุณจะมาทำเป็นกร่าง ฟุ่มเฟือย หรูหรา ทำเป็นรวย ทำแบบทุนนิยม เดี๋ยวนะ เดี๋ยวเถอะได้ความ เดี๋ยวได้เรื่อง จะเป็นเศรษฐศาสตร์หรือเศรษฐกิจ ของคอมมิวนิสต์ก็ตาม ของประชาธิปไตยก็ตาม ต้องการเงินเข้ากองกลางหรือเสียภาษีให้กองกลางได้มากที่สุด แล้วสังคมกลุ่มไหนจะปฏิบัติสำเร็จเท่าอโศก ประชาธิปไตยก็ต้องการให้ได้มากที่สุด คอมมิวนิสต์ก็ต้องการให้เสียภาษีเข้ากองกลางมากที่สุด แต่อโศกนี้เสีย 100% _สู่แดนธรรม... 110% พ่อครูว่า... เอา 10% มาจากไหน _สู่แดนธรรม... ทำ over time เพิ่มอีกครับ พ่อครูว่า... มี over time เหรอ นี่ เพราะฉะนั้น เวลาจะหมดพอดี สาราณียธรรม 6 ยืนยัน อยู่กันอย่างมี สาราณียธรรม 6 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม อยู่กันอย่างอบอุ่น อยู่กันยังเมตตาเกื้อกูลไม่ว่าเด็กเล็กผู้ใหญ่ คนป่วยติดเตียงก็ต้องช่วยกัน ตอนนี้เห็น “ยอม”ติดเตียง ช่วยกันดูแลรักษาเด็กๆก็ช่วยกัน ก็ขออภัย พูดชัดๆ ยังไม่ตายก็ดูกันไป พวกเราก็มีคนนอนติดเตียงก็ช่วยกันไป ก็อยู่กันอย่างเมตตากายกรรมก็เห็นๆ วจีกรรมก็ไม่มีวจีกรรมที่หยาบคายด่าทอทะเลาะเบาะแว้งเหมือนข้างนอกเขา ไม่ หรือแม้แต่พูดหยาบ พูดกูพูดมึง แค่นั้นก็ยังหาได้ยากในนี้ แต่มีบ้างเล็กๆน้อยๆ แต่หาได้ยาก อย่างนี้เป็นต้น มันอบอุ่น มันสมบูรณ์ อาตมาว่า พูดไปแล้วมันเหมือนกับคนหลงตัวหลงตน เมืองไทยนี่ มีอยู่อย่างหนึ่ง คนดีเขาไม่ค่อยยกย่อง แต่คนไม่ดีเขากระทืบเก่ง เพราะอย่างนั้นจริงๆ เหมือนอย่างสำนวนของชูวิทย์ ไม่ต้องทะเลาะ กระทืบเลย หนัก ไม่ต้องเอาแค่ทะเลาะ กระทืบเลย ชูวิทย์ สำนวนเขา โอ้โห มันรุนแรงจริงๆ เอาละ อาตมาพูดไปพูดมาเวลามันทำไมมีเท่านี้หรือ เกินไปแล้ว 7 นาที 660104 ประชาธิปไตย 3 อย่าง ในโลก พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราช