พิสูจน์สัมประสิทธิ์ของพระพุทธเจ้า.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.98 KB
วันที่แก้ไข25 กันยายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

พิสูจน์สัมประสิทธิ์ของพระพุทธเจ้า พ่อครูว่า…โลกก็มีจุดมุ่งหมาย วันคล้ายวันเกิด ก็เป็นจารีตประเพณีเป็นค่านิยมไปทั่วโลก ถือว่าวันเกิดมาบรรจบทีนึง ในวัฏฏะของสุริยะจักรวาล ครบรอบ 12 เดือน นับไปกว่าจะถึง 86 ปีนานเหมือนกันนะ ถึงวันที่ 5 มิถุนายนก็นับเป็นเลข 87 แล้ว ก็ไม่ใช่น้อย เป็นเรื่องจริงที่อาตมาพยายามใช้พลังงานจิต พร้อมกับกาย อาตมาไม่เก่งจะอธิบายว่า จิตวิญญาณมนุษย์ที่เป็นจิตสะอาดมันมีพลังงานพิเศษ จิตที่สะอาดจากกิเลส แล้วก็มีพลังงานกุศล มีพลังงานความดีงามและสะอาดจากกิเลส พลังงานที่จิตปราศจากกิเลสเป็นจิตที่ประเสริฐแล้ว และแถมยังมีพลังงานจิตที่ขวนขวายอุตสาหะ เพิ่มพลังช่วยเหลือผู้อื่นให้ได้รับประโยชน์อย่างไม่ต้องการอะไรตอบแทนอีก ใสสะอาด มันเป็นพลังงานที่ทับทวีปฏิภาคทวีที่ซับซ้อน มีคุณค่าสูงส่ง คุณธรรมที่เป็นคุณวิเศษเป็นคุณสมบัติพิเศษอันนี้เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ เป็นเรื่องธรรมดาธรรมชาติปุถุชนที่จะไม่ค่อยรู้เรื่อง นึกไม่ออกเข้าใจไม่ได้เรื่องเหล่านี้ แต่ถ้าเป็นสัจธรรมและพระพุทธเจ้าท่านค้นพบโลกุตรธรรมมาอธิบายให้พวกเราฟัง เราจะรู้เราจะเข้าใจและเกิดในตัวเราเองเท่าที่ได้เท่าที่เป็นเท่าที่มี มันชัดเจนยืนยัน แม้มันยังไม่ได้ยังไม่มียังไม่เป็นแต่เรารู้นำไป มันก็จะรู้สึกว่าใช่แล้วที่เห็นคนอื่นทำได้ คนอื่นยังทำไม่ได้อาตมาทำได้ เป็นต้น ก็จะชัดเจนเข้าใจเห็นจริงมันชัดเจนเป็นสิ่งยืนยันมี Phenomenon เป็นปรากฏการณ์จริง ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่นี่มันเป็นไปได้เห็นอยู่หลัดๆ เลย แล้วเรายิ่งมีมวล มีประชากรมีพลเมือง คนละแง่เชิงคนละมิติ ก็เลยมีสภาพรวมที่ยิ่งชัดเจน ก็จะมีคนเข้าใจมากยิ่งขึ้น อาตมาไม่ได้หลงระเริงที่เขายกย่องเชิดชูความดี อาตมาก็ไม่ ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากมาย จิตใจก็สงบ รู้ความจริงตามควา

อ่านต่อ

มเป็นจริงและก็มีมุทิตา คือเข้าใจแล้ว ยินดี เห็นดีกับคนที่เข้าใจดีแล้วก็ได้ทำสิ่งที่ดีนี้ เรียกว่ามุทิตาจิต ยินดีด้วย แต่ก็ไม่ได้ไปวูบวาบอะไร ยินดี ลักษณะของมุทิตาจิต เป็นลักษณะที่เข้าใจยากเหมือนกัน พยายามอธิบายด้วยภาษาต่างๆก็คงจะเข้าใจได้ดีขึ้น อาตมาพยายามพิสูจน์พลังงานสัมประสิทธิ์ของพระพุทธเจ้า ตอนนี้ที่อาตมาถึงขั้นจะเรียกว่าดัดจริตก็ได้ สร้างเป็นสูตร วิทยาศาสตร์เลยนะ E=C(mc 2 + A) ไอน์ สไตน์ค้นพบ E=mc 2 พลังงานที่เขาใช้กันคือ มวล m กับ c คืออัตราเร่งต่างๆที่ยกกำลัง ก็คือ A จะบวกไปอีกกี่ A ก็แล้วแต่ บวกมันมากแล้วก็จะเป็นการคูณ และเป็นการยกกำลังก็เอาไปอยู่ข้างนอกวงเล็บ E=C(mc 2 + A) อย่างนี้เป็นต้น คนยังไม่ค่อยเข้าใจหรอก เหมือนกับสูตรของไอน์สไตน์ ก่อนตายเขายังเขียนไว้เป็นจดหมายให้ลูกสาวเลย ให้เปิดตอนพ่อตายไปแล้ว ก็ยังไขความจริงใจออกมาพูด คือเขาจะอธิบายให้เข้าใจถึงคุณธรรมแบบนามธรรม E=mc 2 แต่แกอธิบายไม่ได้ เสร็จแล้วเขาเอา E=mc 2 ผ่าเอาไปใช้ทางโลกและเป็นทางทำลายด้วย หากจะไปใช้ในทางสร้างสรรก็ได้เหมือนกัน แต่กลายเป็นว่าเอาไปใช้ในทางทำระเบิดไปฆ่าเขา พลังงานที่ใช้เอาไปทำจรวดออกนอกโลกก็เอามาใช้ เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่เจตนา เอาไปใช้ดีหรือใช้เลว แต่ของเรานี้เป็น นามธรรม หรือแม้ขั้นวัตถุธรรม เราจะต้องเป็นแต่ดี ไม่ไปหาร้าย เพราะงั้นจึงสร้างแต่วิญญาณที่ไม่ได้มีเจตนาร้ายงดเว้นตัดขาดจากเจตนาร้ายได้จริงๆ ซึ่งเป็นคุณวิเศษคุณธรรมอันวิเศษ ที่สร้างได้ ศาสนาพุทธเราสร้างได้จริงๆ แล้วพวกเราอาตมานำศาสนาพุทธที่มันได้เสื่อมจากโลกุตรธรรม ธรรมของพระพุทธเจ้ามาตั้ง 2,500 กว่าปีแล้วขึ้นมาฟื้น ซึ่งมันมีรากฐานเดิม ได้แล้วแต่มันยังซับซ้อนเพราะมันมีมวลใหญ่ กระแสหลักเป็นองค์ประกอบ อาตมามีหัวเดียวกระเทียมลีบ ซึ่งเขามีอะไรหุ้มไปหมดเลยแต่โพธิรักษ์ไม่มีอะไรหุ้มไว้เลย มันมีเหตุปัจจัยอีกมากมาย ไม่ได้ท้อหรอก พยายามจะพิสูจน์ ให้ได้นานที่สุด ให้ได้ผลจริงที่สุด ถ้าหากอาตมาทำไม่ถูกต้อง ไม่เป็นจริง ก็จะไปไม่ได้ ไม่รอดหรอก แต่ถ้ามันเป็นจริง ก็ต้องรักษาคุณภาพให้ได้มากที่สุดเป็นแกนเป็นแก่นไปในมนุษยชาติให้แก่โลกไปในที่สุด ซึ่งทุกวันนี้ก็เห็นรูปรอยแล้วเห็นไหม เข้าใจไหม ชัดจริงหรือเปล่า คงจะเข้าใจแล้วก็ชัดจริงได้ เอาเถอะ พิสูจน์ไป ไปบังคับให้คนเข้าใจมันทำไม่ได้

ยังไม่ถึงวันที่ 5 รู้สึกว่าปีนี้ อวยพรมา เอาของขวัญรางวัลมาถวายก่อนวันที่ 5 ด้วย ก็ขอบคุณ นี่ก็อวยพรมาเป็นกวี

สู่แดนทอง ฉลอง ๕๐ ปี โพธิกิจ

"โพธิรักษ์” นามนักสู้ กู้พระศาสน์ "ธรรมิกราช” ชาติเชื้อ ชินสีห์ ทรง"สายฟ้า-ในวาทะ" วจนีย์ ธรรมาวุธ หยุดไพรี ผู้บีฑา

ในยุคกึ่ง พุทธกัปป์ อับอาริยะ” ในยุค"พระ-มหาศาล” ผลาญศาสนา สิ้นจรณะ เญยยธรรม องค์สัมมาฯ ไร้สมณะ พราหมณา ผู้พาจน

โพธิกิจ ล้างมิจฉา ฝ่าโมหันต์ สร้างสังคม พรหมจรรย์ สามัญญผล สร้างสถาน การศึกษา อาริยชน สร้าง"คนจน สุขสำราญ เบิกบานใจ”

สร้างพืชพันธุ์ธัญญาหาร ไร้สารพิษ สร้างพานิช เกื้อหนุน ปุญญวิสัย สร้างแดนทอง ส่องนิยาม ความศิวิไลซ์ สร้าง"ประชาธิปไตย” ให้โลกมี

สร้างเศรษฐศาสตร์ เชิงพุทธ โลกุตระ สร้างสัมมา อาชีวะ พุทธวิถี สร้าง"บวร-วิทยา” ไตรภาคี สร้างสุนทรีย์ สีสัน สื่อครรลอง

ห้าสิบปี ที่พ่อท่าน นั้นฟันฝ่า อุปสรรค หนักหนา จึงน่าฉลอง “ปฏิบัติ-บูชา” ที่น่าตรอง คือ"ถอยหลังเข้าครรลอง” พี่น้องเอย

อโศก สัมปวังโก (๕ มิ.ย.๖๓)

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน