สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน จับแก่นกับสิริมหามายา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน จับแก่นกับสิริมหามายา พ่อครูว่า...ที่อาตมาพูดยืนยันมั่นใจว่า ประชาธิปไตยของไทยเป็นประชาธิปไตยที่มีแก่นแกน มีแก่นแท้ของโลกุตรธรรม ซึ่งโลกุตรธรรมสูงสุดมันเหนือทั้งความเป็นคอมมิวนิสต์เหนือทั้งความเป็นประชาธิปไตย ไม่มีภาษาเรียกหรอก ภาษาก็เรียกว่าธรรมาธิปไตย เป็นอธิปไตยที่รู้แจ้งในความเป็นโลกและความเป็นอัตตา ซึ่งเป็นความรู้ทางโลกุตระธรรมที่ทางเทวนิยมไม่รู้เรื่อง แยกโลก แยกอัตตาไม่ออก และโลกกับอัตตาเป็นความเป็นอยู่จริงของมนุษย์และสังคม อาตมาพยายามอธิบายทุกวันนี้กำลังเขียนหนังสืออยู่ 2 เล่ม ปัญญา 8 ของพระพุทธเจ้า ขยายความ กับ ‘ประชาธิปไตยไทยที่ใครๆไล่ไม่ทัน’ จบ เมื่อไหร่จะได้พิมพ์ออกมาให้คนได้อ่านกัน ถึงแม้ว่าอาตมาตายไปตอนนี้ผู้ที่ยังอยู่ก็จะเอาออกมาพิมพ์ซึ่งก็ยังเขียนยังไม่เสร็จดี แต่ก็เขียนไปเขียนมา คล้ายๆกับท่านประยุทธ์ก็เหมือนกัน เขียนแล้วก็แก้ไป มีนัยคล้ายกัน แต่ท่านประยุทธ์นั้นท่านแก้เพราะว่าท่านรู้มากรู้แบบอาจาริยวาทรู้จักพยัญชนะคำสอน แต่อาตมาก็เพราะอาตมารู้พยัญชนะน้อย แต่ว่าอาตมามีเนื้อแท้มาก สภาวะมีมาก มันก็เลยเป็นเศรษฐีบ้านนอก เรียงเข้าหมู่หมวดไม่ได้เหมือนท่านประยุทธ์ ก็วุ่นพอสมควร แต่คนที่จับแก่นของอาตมาได้ก็จะได้ประโยชน์มาก ที่เป็นอยู่ได้ตอนนี้เพราะว่าคุณจับเอาแก่นของอาตมาได้ พยัญชนะบางทีก็สับสนไปมาไม่ตรงเสียทีเดียว จะเห็นได้ว่าแต่ก่อนโน้นกับเดี๋ยวนี้อาตมากลับไปกลับมาหลายชั้น ก็เจตนาไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองหรอกเพราะว่าอาตมาถือว่าสภาวะนั้นสำคัญกว่าพยัญชนะสภาวะนั้นเที่ยงแท้ตรงจริงกว่าพยัญชนะ อาตมาเป็นสิริมหามายาอย่างไรก็ไม่มีปัญหาแต่ก่อนพูดอีกอย่างตอนนี้ทำไมพูดอีกอย่าง ซึ่งมันก็ยังไม่เรียบร้อยอาตมาก็ต้องพูดอย่างนี้แหละ ส่วนใครจะถือสาว่าอย่างนี้
อ่านต่อ
ไม่น่านับถือก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าใครเอาแก่นว่าไม่ยึดมั่นถือมั่นเอาข้อมูลใหม่ที่ดีกว่าก็เอาใหม่ คนเชื่ออย่างนี้เข้าใจอย่างนี้ก็อยู่กับอาตมาไปรอด แต่เขายึดมั่นถือมั่นว่าพูดแล้วต้องพูดอย่างนั้นเลยแก้ไขไม่ได้ก็แล้วแต่ ก็จะอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน มันก็เป็นคนละลักษณะ เหลือเวลาอีก 5 นาที ย้อนถึงท่านสมเด็จพุทธโฆษาจารย์ท่านประยุทธ์ ก็ต้องขออภัยท่าน อาตมาเห็นใจที่ท่านเจ็บป่วยท่านเป็นคนที่ไม่ค่อยสบาย มาตั้งแต่เด็กจนกระทั่งบัดนี้ เป็นคนมีโรคภัยแล้วก็พยายามประคองอายุขัยจนถึงทุกวันนี้ได้ก็ดีแล้ว ตอนนี้รู้ว่าท่านเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากต้องฉายแสงต้องให้เคมีบำบัด พูดด้วยภาษาทางโลกธรรมดาก็สงสารท่าน พูดไปแล้วก็จะหมั่นไส้อาตมา ก็เป็นวิบากของท่าน ไม่ใช่ไปว่าไม่ใช่ไปซ้ำเติมแต่เป็นธรรมดาธรรมชาติของคนมีกรรมวิบากเป็นของตนก็เป็นไป อาตมาก็มีวิบากอย่างที่เป็นก็ไม่ใช่ว่ามันดีอะไรนักหนา แต่ก็ยังดีที่มันไม่หนักไม่เกิน มันหนักอย่างหนึ่งแต่มันไม่หนักอีกอย่างหนึ่ง อธิบายยาก มันก็เป็นอย่างของอาตมาพอถูไถพอเป็นไป ขนาดหมอแก้ไขไม่ได้เลยนะอาตมา หมอทั้งหลายจะจัดการช่วยอาตมา ผ่าตัดเป็นต้น จัดการด้วยยาด้วยโอสถต่างๆก็แล้วแต่ มันอั้นตู้ ก็เลยได้แต่หาทางแก้ไขไปตามอาการ เพราะว่าแก้ที่เหตุไม่ได้เลย รู้อยู่เห็นอยู่ เอ๊กซเรย์เห็นชัดๆว่ามันมีกระเปาะ อาตมาก็เห็นใจในพยาธิทุกข์ แม้แต่พระพุทธเจ้าก็มีซึ่งเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ มีขันธ์ 5 เป็นภาระของชีวิต พระพุทธเจ้าก็เลี่ยงไม่พ้น จะต้องเป็นผู้ที่ต้องทุกข์ ก็สงสารท่านก็ได้แต่ส่งที่พูด ที่ย้ำวนไปมา เพื่อให้เห็นว่าอาตมาส่งความเห็นใจอย่างมาก อาตมาขอบคุณท่านจริงๆที่ท่านได้ทำอะไรต่ออะไรไว้ ที่บันทึกเอาไว้อาตมาได้มาอาศัยทำงานศาสนา ถ้าไม่มีพวกนี้อาตมาก็จะไม่ได้ทำประโยชน์มากไม่ได้ไกล 630405_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ จิตปล่อยวางได้ด้วยเจโตและปัญญา