สื่อธรรมะพ่อครู(อานาปานสติ) ตอน ลดกิเลสทุกลมหายใจคืออานาปานสติ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.46 KB
วันที่แก้ไข9 เมษายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อานาปานสติ) ตอน ลดกิเลสทุกลมหายใจคืออานาปานสติ _Verayut kager วีรยุทธ์ คาเกอร์• 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา พระสัจธรรมของพระพุทธเจ้า ตรัสไว้ชอบแล้ว อย่าใส่ความคิดเห็นของตัวเอง หรือเก่งกว่าพุทธวิสัย ราหุล ! เธอจงเจริญอานาปานสติภาวนาเถิด เพราะอานาปานสติที่บุคคลเจริญ กระทำให้มากแล้ว ย่อมมีผลใหญ่ มีอานิสงส์ใหญ่ ก็อานาปานสติ อันบุคคลเจริญแล้วอย่างไร กระทำให้มากแล้วอย่างไร จึงมีผลใหญ่ มีอานิสงส์ใหญ่ ? ราหุล ! ในกรณีนี้ ภิกษุไปแล้วสู่ป่า หรือโคนไม้ หรือเรือนว่างก็ตาม นั่งคู้ขาเข้ามาโดยรอบ ตั้งกายตรง ดำรงสติเฉพาะหน้า เธอนั้น มีสติหายใจเข้า มีสติหายใจออก : เมื่อหายใจเข้ายาว ก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้ายาว, เมื่อหายใจออกยาว ก็รู้ชัดว่าเราหายใจออกยาว; เมื่อหายใจเข้าสั้น ก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้าสั้น, เมื่อหายใจออกสั้น ก็รู้ชัดว่าเราหายใจออกสั้น ราหุล ! อานาปานสติ อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว อย่างนี้แล ย่อมมีผลใหญ่ มีอานิสงส์ใหญ่. ราหุล ! เมื่อบุคคลเจริญ กระทำให้มากซึ่งอานาปานสติอย่างนี้แล้ว ลมอัสสาสะ (ลมหายใจเข้า) ปัสสาสะ (ลมหายใจออก) อันจะมีเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อจะดับจิตนั้น จะเป็นสิ่งที่เขารู้แจ้งแล้วดับไป หาใช่เป็นสิ่งที่เขาไม่รู้แจ้งไม่ ดังนี้. บาลี ม. ม. ๑๓/๑๔๐/๑๔๖ . พ่อครูว่า…คนนี้ปรามอาตมานะ คุณเอาของพระพุทธเจ้ามาก็เข้าใจ อาตมาอ่านก็เข้าใจแบบของอาตมา คุณเข้าใจแบบของคุณ เมื่อคุณฟังอาตมาแล้วก็บอกว่าไม่ใช่อย่างที่คุณเข้าใจก็เป็นธรรมดา อาตมาเห็นเป็นธรรมดาที่คุณแสดงออกมา คุณเข้าใจของคุณอย่างนี้ อาตมาก็ตามรู้ของคุณได้ แต่คุณตามรู้ของอาตมาไม่ได้ และจะมาบังคับให้อาตมารู้ตามคุณว่าของคุณถูกฝันไปเถิด คุณจะมาบังคับให้อาตมารู้ตามคุณได้อย่างไร แล้วอาตมาก็รู้ด้วยว

อ่านต่อ

่าตามคุณรู้นั้นอาตมารู้ คุณก็รู้ได้เท่าที่คุณรู้ แต่อย่างที่อาตมารู้คุณไม่รู้แล้วจะให้อาตมาไปรู้เท่าคุณ..อาตมาจะบ้าไปลดลงได้อย่างไร คุณเข้าใจอานาปานสติเท่าไหร่ไปอ่านอานาปานสติสูตรให้ดี เล่ม 14 ข้อ 282 เป็นต้นไป ซึ่ง อานาปานสติไม่ได้หมายความว่าให้นั่งอยู่กับที่ อานาปานสติ แปลว่า ในช่วงชีวิตที่คุณยังมีลมหายใจเข้าลมหายใจออกเรียกว่า อานาอาปานะ คุณก็ต้องมีสติแล้วเรียนรู้ตัวเองทุกอิริยาบถ กายคตาสติ ไปจนกระทั่งถึงจิต ไปจนกระทั่งถึงกิเลส อ่านกิเลสออกแล้วลดกิเลสได้ทุกเวลา แต่เมื่อศาสนาเพี้ยน อย่างยุคพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมา เขาก็ออกป่านั่งสมาธิอานาปานสติอยู่อย่างนั้น นั่งในที่นั่งแห่งเดียวอยู่อย่างนั้น พระพุทธเจ้าก็เลยบอกว่าแม้จะนั่งอยู่อย่างนั้นก็ดีจะอยู่ป่าก็ดีอยู่ถ้ำก็ดีอยู่โคนไม้ก็ดี ก็เเรียนอย่างเดียวกันได้หมดแล้วจึงไม่จำเป็นต้องออกป่าเขาถ้ำ ในขณะที่มีตาหูจมูกลิ้นกายใจครบทุกอย่าง ให้รู้สุดยอดคือ ตามรู้ อนิจจานุปัสสี วิราคานุปัสสี นิโรธานุปัสสี ปฏินิสสัคคานุปัสสี ตามรู้ให้หมด พอรู้แล้วก็จัดแจงทำให้ได้ว่า ตัวที่จะทำให้มันไม่เที่ยง แล้วทำให้มันไม่มี ก็คือ กิเลส เพราะฉะนั้นมันไม่เที่ยงหรือไม่ใช่ตัวตน ทำให้มันจางให้มันมีราคานุปัสสีจนกระทั่งมันหมด นิโรธานุปัสสี ไม่ต้องอาศัยสุขทุกข์ในกิเลสของคุณอีกแล้ว นั่นต่างหาก เพราะฉะนั้นผู้ที่หลงทางไปนั่งอยู่กับที่จึงทำไม่ได้ คุณก็ไม่เกิดความรู้ให้เกิดปฏิภาณ ปัญญาเคลื่อนไหวให้สติตามรู้แล้วตามให้ทัน คุณไปนั่งจุมปุ๊กก็ตามภูมิคุณ แต่อาตมาทำได้แม้กระทั่งการเคลื่อนไหวที่เร็วก็ทำได้เป็น กายปาคุญญตา จิตปาคุญญตา เข้าออกสัมผัสเร็วไวเป็น มุทุภูตธาตุ อย่างคุณทำนั้นสบายมากนั่งนิ่งไม่เคลื่อนไหว ก็ทำได้สบาย อย่างนั้นไม่ยากอะไร 630403_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ มรณสัญญาพาให้พ้นการเวียนว่ายตายเกิด

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน