11. บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล_อ.ปรับให้แล้ว_240461.pdf

โฟลเดอร์pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์298 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย และการอภิปรายผล การศึกษา เรื่อง ผลของการพอกสมุนไพรต่ออาการปวดเข่าของผู้สูงอายุในเขตเทศบาล ดอนตาล อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) แบบกลุ่มเดียว ทดสอบก่อนและหลังเข้า (Pre test-Post test Control Group Design) กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุในวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง ที่มีปวดเข่า อายุตั้งแต่ 60-79 ปี ไม่จ ากัดเพศ มีอาการปวดเข่าและข้อฝืดขัดเรื้อรังระยะเวลาตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปไม่มีโรคประจ าตัวรุนแรง ไม่ได้รับการรักษาด้วยวิธีอื่นมาก่อนเป็นระยะเวลา 7 วัน เป็นผู้ที่ได้รับการประเมินระดับความรุนแรงของอาการปวดเข่าก่อนการเข้าร่วมงานวิจัย และยินยอมเข้าร่วมงานวิจัย จ านวน 30 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง(Purposive Sampling) สามารถสรุปและอภิปรายผลได้ ดังต่อไปนี้ สรุปผลการวิจัย 1. ข้อมูลทั่วไป ส่วนใหญ่เพศหญิงจ านวน 28 คน ร้อยละ 93.33ส่วนใหญ่อายุอยู่ในวัยผู้สูงอายุตอนต้น (60-69 ปี) จ านวน 20 คน ร้อยละ 66.67น้ าหนักส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 61-70 กิโลกรัม จ านวน 10 คน ร้อยละ 33.3 รองลงมาน้ าหนักอยู่ในช่วง 51-60 กิโลกรัม จ านวน 9 คน ร้อยละ 30ส่วนใหญ่สมรส จ านวน 22 คน ร้อยละ73.33 ส่วนใหญ่จบประถมศึกษา จ านวน 24 คน ร้อยละ 80 ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพกสิกรรม จ านวน 20 คน ร้อยละ 66.67 ส่วนใหญ่ไม่สูบบุหรี่จ านวน 28 คน ร้อยละ 93.33 ส่วนใหญ่มีโรคประจ าตัวด้วยโรคอื่น ๆ จ านวน 11 คน ร้อยละ 36.66 รองลงมาไม่มีโรคประจ าตัวจ านวน 9 คน ร้อยละ 30 และป่วยด้วยโรคเบาหวานจ านวน 4 คน ร้อยละ13.33 และโรคความดันโลหิตสูงจ านวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 13.33 ส่วนใหญ่มีอาการปวดหรือข้อเสื่อม 2 ข้าง จ านวน 17 คน ร้อยละ 56.67ส่วนใหญ่มีอาการปวดเข่า 1-5 ปี จ านวน 13 คน ร้อยละ 43.

อ่านต่อ

33 รองลงมามีอาการปวดเข่า10 ปี จ านวน 6 คน ร้อยละ 20 ส่วนใหญ่เคยได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมจ านวน 19 คน ร้อยละ 63.33 ส่วนใหญ่ใช้การรักษาอื่น ๆ เช่น การนวด จ านวน 12 คน ร้อยละ 40 และไม่เคยรักษาแบบอื่น ๆ จ านวน 12 คน ร้อยละ 40 รองลงมาใช้การประคบเย็น จ านวน 4 คน ร้อยละ 13.33 ส่วนใหญ่ได้รับความรู้เรื่องโรคข้อเข่าเสื่อมจากแพทย์ จ านวน 17 คน ร้อยละ 56.67 รองลงมาไม่เคยได้รับความรู้เรื่องโรคข้อเข่าเสื่อมจ านวน 11 ร้อยละ 36.67 ส่วนใหญ่ไม่เคยแสวงหาความรู้เรื่องโรคข้อเข่าเสื่อมจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ จ านวน 21 คน ร้อยละ 70 รองลงมาแสวงหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ จ านวน 9 คน ร้อยละ 30 ส่วนใหญ่ไม่ได้รับประทานยาตามแพทย์แนะน าเสมอ จ านวน18 คน ร้อยละ 60 รองลงมารับประทานยาตามแพทย์แนะน าเสมอ จ านวน 12 คน ร้อยละ 40 ส่วนใหญ่ใช้ยาทาถูนวดตามแพทย์แนะน าเสมอ จ านวน 16 คน ร้อยละ 53.33 รองลงมาไม่ใช้ยาทาถูนวดตามแพทย์แนะน าเสมอ จ านวน 14 คน ร้อยละ 46.67 ส่วนใหญ่ไม่ไปตรวจตามแพทย์นัดทุกครั้ง จ านวน 17 คน ร้อยละ 56.67 รองลงมาไปตรวจตามแพทย์นัดทุกครั้ง จ านวน 13 คน ร้อยละ 43.33 47 ส่วนใหญ่ไม่บอกอาการผิดปกติของข้อเข่าให้แพทย์ทราบทุกครั้งจ านวน 15 คน ร้อยละ 50 รองลงมาบอกอาการผิดปกติของข้อเข่าให้แพทย์ทราบทุกครั้งจ านวน 14 คน ร้อยละ 46.67 2. จ าแนกระดับความรุนแรงของอาการปวดเข่า (Oxford Knee Score) ส่วนใหญ่อยู่ในระดับคะแนน 20-29 คะแนน คือ มีอาการปวดเข่าระดับปานกลาง จ านวน 10 คน ร้อยละ 33.33 รองลงมาอยู่ในระดับคะแนน 30-39 คะแนน คือ เริ่มมีอาการปวดเข่าควรได้รับค าแนะน าจากศัลยแพทย์กระดูกและข้อเรื่องการออกก าลังกายอย่างเหมาะสม จ านวน 8 คน ร้อยละ 26.70 3. ระดับอาการเจ็บปวดข้อเข่าก่อนและหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น ระดับอาการเจ็บปวดข้อเข่าสูงที่สุดก่อนการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น คือ ขณะที่เดินขึ้นบันได (X±S.D=5.53±1.83) อยู่ในระดับปวดปานกลางรองลงมา คือ ขณะลุกนั่ง (X±S.D=5.33±1.67) อยู่ในระดับปวดปานกลาง และระดับอาการเจ็บปวดเข่าน้อยที่สุด คือ ขณะที่นอนบนเตียงตอนกลางคืน (X±S.D =3.33±2.02) อยู่ในระดับปวดเล็กน้อยส่วนระดับอาการเจ็บปวดข้อเข่าสูงที่สุดหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น คือ ขณะลุกนั่ง (X±S.D =2.83±1.147) อยู่ในระดับปวดน้อย รองลงมา คือ ขณะที่เดินขึ้นบันได (X±S.D =2.70±1.14) อยู่ในระดับอาการปวดเล็กน้อย และระดับอาการเจ็บปวดเข่าน้อยที่สุด คือ ขณะที่นอนบนเตียงตอนกลางคืน (X±S.D =1.63±0.67) อยู่ในระดับอาการปวดน้อยเมื่อเปรียบเทียบอาการเจ็บปวดข้อเข่าขณะเดินบนพื้นราบ ขณะเดินขึ้นบันไดขณะเดินลงบันได ขณะนอนบนเตียงตอนกลางคืน ขณะลุกนั่ง ขณะยืนลงน้ าหนัก ก่อนและหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (p<0.001) 4. ระดับอาการติดแข็งหรือข้อเข่าฝืดก่อนและหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น ระดับอาการติดแข็งหรือข้อเข่าฝืดสูงที่สุดก่อนการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น คือ ขณะเปลี่ยนอิริยาบถหลังจากอยู่ในอิริยาบถเดิมนาน ๆ (X±S.D=5.33±1.93) อยู่ในระดับอาการข้อเข่าฝืดปานกลาง รองลงมา คือ ขณะตื่นนอนตอนเช้า (X±S.D =4.23±1.71) อยู่ในระดับอาการข้อเข่าฝืดปานกลางส่วนระดับอาการติดแข็งหรือข้อเข่าฝืดเข่าสูงที่สุดหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น คือ ขณะเปลี่ยนอิริยาบถหลังจากอยู่ในอิริยาบถเดิมนาน ๆ (X±S.D =3.17±1.18) อยู่ในระดับอาการข้อเข่าฝืดเล็กน้อย รองลงมา คือ ขณะตื่นนอนตอนเช้า (X±S.D=2.53±1.10) อยู่ในระดับอาการข้อเข่าฝืดเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบอาการข้อเข่าติดแข็งหรือข้อเข่าฝืด ขณะตื่นนอนตอนเช้า ขณะเปลี่ยนอิริยาบถหลังจากอยู่ในอิริยาบถเดิมนาน ๆ ก่อนและหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (p<0.001) 5. ระดับความสามารถในการท าหน้าที่และการเคลื่อนไหวข้อเข่าก่อนและหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น ระดับความสามารถในการท าหน้าที่และการเคลื่อนไหวข้อเข่าดีที่สุดก่อนการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น คือ การเคลื่อนไหวข้อเข่าขณะนอนบนเตียง (X±S.D=3.10±1.86) อยู่ในระดับดี รองลงมา คือ การเคลื่อนไหวข้อเข่าขณะเดินบนพื้นราบ (X±S.D=3.80±1.68) อยู่ในระดับดี และระดับความสามารถในการท าหน้าที่และการเคลื่อนไหวข้อเข่าล าบากที่สุด คือ การเคลื่อนไหวข้อเข่าขณะท างานบ้านหนัก ๆ เช่น การตัดหญ้าหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของหนักในบ้าน (X±S.D=6.13±1.35) อยู่ในระดับ 48 ปานกลางส่วนระดับความสามารถในการท าหน้าที่และการเคลื่อนไหวข้อเข่าดีที่สุดหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น คือ การเคลื่อนไหวข้อเข่าขณะก้มตัว (X±S.D=1.67±0.48) อยู่ในระดับดี รองลงมา คือ การเคลื่อนไหวข้อเข่าขณะเดินบนพื้นราบ (X±S.D=1.93±0.64) อยู่ในระดับดี และระดับความสามารถ ในการท าหน้าที่และการเคลื่อนไหวข้อเข่าล าบากที่สุด คือ การเคลื่อนไหวข้อเข่าขณะท างานบ้านหนัก ๆ เช่น การตัดหญ้า หรือเคลื่อนย้ายสิ่งของหนักในบ้าน (X±S.D=4.87±1.10) อยู่ในระดับปานกลางเมื่อเปรียบเทียบความสามารถในการท าหน้าที่และการเคลื่อนไหวข้อเข่า ขณะเดินลงได ขณะเดินขึ้นบันได ขณะลุกยืนจากท่านั่ง ขณะยืน ขณะก้มตัว ขณะเดินบนพื้นราบ ขณะเดินขึ้น-ลงรถ ขณะใส่รองเท้าหรือถุงเท้า ขณะถอดรองเท้าหรือถุงเท้า ขณะนอนบนเตียง ขณะลุกจากเตียง ขณะนั่ง ขณะลุกเข้า-ออกจากห้องส้วม ท างานบ้านเบา ๆ เช่น กวาดบ้าน เช็ดถู ท าความสะอาด และท างานบ้านหนัก ๆ เช่น การตัดหญ้าหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของหนักในบ้านก่อนและหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 อภิปรายผล ระดับอาการเจ็บปวดข้อเข่าก่อนและหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น ระดับอาการเจ็บปวดข้อเข่าสูงที่สุดก่อนการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น คือ ขณะที่เดินขึ้นบันได อยู่ในระดับปวดปานกลาง รองลงมา คือ ขณะลุกนั่ง อยู่ในระดับปวดปานกลาง และระดับอาการเจ็บปวดเข่าน้อยที่สุด คือ ขณะที่นอนบนเตียงตอนกลางคืน อยู่ในระดับปวดเล็กน้อยส่วนระดับอาการเจ็บปวดข้อเข่าสูงที่สุดหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น คือ ขณะลุกนั่ง อยู่ในระดับปวดน้อย รองลงมา คือ ขณะที่เดินขึ้นบันได อยู่ในระดับอาการปวดเล็กน้อย และระดับอาการเจ็บปวดเข่าน้อยที่สุด คือ ขณะที่นอนบนเตียงตอนกลางคืน อยู่ในระดับอาการปวดน้อยเมื่อเปรียบเทียบอาการเจ็บปวดข้อเข่าขณะเดินบนพื้นราบ ขณะเดินขึ้นบันไดขณะเดินลงบันได ขณะนอนบนเตียงตอนกลางคืน ขณะลุกนั่ง ขณะยืนลงน้ าหนัก ก่อนและหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น มีความแตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยอาจเป็นผลมาจากการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นท าให้สามารถลดอาการเจ็บปวดข้อเข่าได้ในอิริยาบทต่าง ๆ ตามที่ได้กล่าวข้างต้น แสดงให้เห็นว่าสมุนไพรฤทธิ์เย็นเมื่อน ามาพอกข้อเข่าสมารถลดอาการเจ็บปวดข้อเข่าได้สอดคล้องกับงานวิจัยของอนุธิดา สิงห์นาค (2558 : บทคัดย่อ) ศึกษาการเปรียบเทียบประสิทธิผลของยาพอกดูดพิษในการรักษาอาการปวดเข่าและการนวด ซึ่งเป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ๆ ละ 30 คน เลือกแบบเจาะจงกลุ่มที่ 1 รักษาโดยวิธีการทางแผนปัจจุบันกลุ่มที่ 2 ได้รับการรักษาด้วยยาพอกดูดพิษ ประกอบด้วยไพล 1 ส่วนแป้งข้าวจ้าว 1 ส่วนเหล้าขาว 40 ดีกรี 2 ส่วนใช้ระยะเวลาในการพอกยา 30 นาทีและกลุ่มที่ 3 ได้รับการรักษาด้วยการนวดเพื่อรักษา 1 ชั่วโมงพบว่าระยะเวลาที่อาการปวดเข่าหายของกลุ่มควบคุมกลุ่มการนวดและกลุ่มการใช้ยาพอกดูดพิษมีค่าเฉลี่ย 27.23, 22.03 และ 18.70 ชั่วโมงตามล าดับโดยกลุ่มควบคุมมีระยะการหายปวดเข่าแตกต่างกับกลุ่มที่ได้รับการนวดเพื่อการรักษาและกลุ่มรักษาด้วยวิธีการทางแผนปัจจุบันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สอดคล้องกับงานวิจัยของเหมราช ราชป้องขันธ์ (2561 : 65) ศึกษาการกดจุดสัญญาณหัวเข่า 3 จุด ร่วมกับการใช้ยาแก้วพอกเข่าในผู้ป่วยสูงอายุโรคเข่าเสื่อมที่มีอาการปวดเข่าอาสาสมัครจ านวน 90 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม พบว่าอายุเฉลี่ย 49 72 ปี เมื่อให้หัตถการด้วยการกดจุดสัญญาณหัวเข่า 3 จุด ร่วมกับต ารับยาพอกเข่า สามารถลดอาการปวดเข่าในผู้สูงอายุโรคเข่าเสื่อมได้ รวมทั้งสามารถท าให้คุณภาพชีวิตของผู้ที่มีอาการปวดเข่าและ โรคเข่าเสื่อมดีขึ้น ศรีนครินทร์ (Srinagarind Med J., 2017) และสอดคล้องกับการศึกษาของวันวิสาข์ บุญสินชัย (2559 : บทคัดย่อ) ที่พบว่าสมุนไพรทั้ง 5 ชนิด ได้แก่ ขิงแก่ ไพล ขัดมอน ใบมะขาม และผิวมะกรูด ใช้การหมักเพื่อท าแผ่นพอกเข่าสมุนไพร ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ลดอาการปวดบวม ลดอาการอักเสบของข้อต่างๆ และท าการวัดระดับความเจ็บปวด VAS พบว่าผู้ป่วยร้อยละ 85 มีอาการปวดเข่าทุเลาลงจากการพอกเข่าด้วยแผ่นพอกเข่าสมุนไพร และมีความพึงพอใจในระดับดีและดีมาก ร้อยละ 95 ระดับอาการติดแข็งหรือข้อเข่าฝืดก่อนและหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น ระดับอาการติดแข็งหรือข้อเข่าฝืดสูงที่สุดก่อนการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น คือ ขณะเปลี่ยนอิริยาบถหลังจากอยู่ในอิริยาบถเดิมนาน ๆ อยู่ในระดับอาการข้อเข่าฝืดปานกลาง รองลงมา คือ ขณะตื่นนอนตอนเช้า อยู่ในระดับอาการข้อเข่าฝืดปานกลางส่วนระดับอาการติดแข็งหรือข้อเข่าฝืดเข่าสูงที่สุดหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น คือ ขณะเปลี่ยนอิริยาบถหลังจากอยู่ในอิริยาบถเดิมนาน ๆ อยู่ในระดับอาการข้อเข่าฝืดเล็กน้อย รองลงมา คือ ขณะตื่นนอนตอนเช้า อยู่ในระดับอาการข้อเข่าฝืดเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบอาการข้อเข่าติดแข็งหรือข้อเข่าฝืด ขณะตื่นนอนตอนเช้า ขณะเปลี่ยนอิริยาบถหลังจากอยู่ในอิริยาบถเดิมนาน ๆ ก่อนและหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นซึ่งแตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยเป็นผลมาจากการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นท าให้สามารถลดอาการเจ็บปวดข้อเข่าได้ในอิริยาบทต่าง ๆ ตามที่ได้กล่าวข้างต้น แสดงให้เห็นว่าสมุนไพรฤทธิ์เย็นเมื่อน ามาพอกข้อเข่าสามารถลดอาการเจ็บปวดข้อเข่าได้สอดคล้องกับงานวิจัยของวนิดา สระแก้ว, สุภาภรณ์ กุมรัมย์ และอารีรัตน์ ใจซื่อ (2560 : บทคัดย่อ) ศึกษาเปรียบเทียบการพอกด้วยต ารับยาพอกเข่าติดต่อกันทุกวัน 3 ครั้ง กับการพอกวันเว้นวันครบ 3 ครั้ง โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม Oxford Knee Score แบบประเมิน Modified WOMAC และเครื่องมือวัดมุม มีสมุนไพรในต ารับมีดังนี้ ต าลึง พริกไทยด า ไพล รางจืด โหระพา และหญ้าแพรก ทั้งหมดน ามาตากแห้ง อบและบดเป็นผงและแช่ในแอลกอฮอร์ 70% เป็นเวลา 24 ชั่วโมง จึงน ามาพอกที่เข่า พบว่าอาการปวดเข่าของกลุ่มการทดลองทั้ง 2 กลุ่ม ๆ ละ 10 คนก่อนและหลังการทดลองมีความแตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ และผลการเปรียบเทียบผลของการทดลองพอกเข่า 3 วันติดต่อกันกับการพอกเข่าวันเว้นวัน 3 ครั้ง ไม่แตกต่างกัน ซึ่งต ารับยาพอกเข่ายังสามารถเพิ่มพิสัยของข้อเข่าในขณะเหยียดตรงและขณะงอเข่า รวมถึงลดอาการปวดเข่าอย่างมีประสิทธิภาพไม่แตกต่างกัน ระดับความสามารถในการท าหน้าที่และการเคลื่อนไหวข้อเข่าก่อนและหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น ระดับความสามารถในการท าหน้าที่และการเคลื่อนไหวข้อเข่าดีที่สุดก่อนการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น คือ การเคลื่อนไหวข้อเข่าขณะนอนบนเตียง และระดับรองลงมา คือ การเคลื่อนไหวข้อเข่าขณะเดินบนพื้นราบ อยู่ในระดับปวดน้อย และระดับความสามารถในการท าหน้าที่และการเคลื่อนไหวข้อเข่าล าบากที่สุด คือ การเคลื่อนไหวข้อเข่าขณะท างานบ้านหนัก ๆ เช่น การตัดหญ้าหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของหนักในบ้าน อยู่ในระดับปานกลางส่วนระดับความสามารถในการท าหน้าที่และการเคลื่อนไหวข้อเข่าดีที่สุดหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น คือ การเคลื่อนไหวข้อเข่าขณะก้มตัว อยู่ในระดับดี คือ 50 ปวดน้อย รองลงมา คือ การเคลื่อนไหวข้อเข่าขณะเดินบนพื้นราบ อยู่ในระดับปวดน้อย และระดับความสามารถในการท าหน้าที่และการเคลื่อนไหวข้อเข่าล าบากที่สุด คือ การเคลื่อนไหวข้อเข่าขณะท างานบ้านหนักๆ เช่น การตัดหญ้า หรือเคลื่อนย้ายสิ่งของหนักในบ้าน อยู่ในระดับปานกลางเมื่อเปรียบเทียบความสามารถในการท าหน้าที่และการเคลื่อนไหวข้อเข่า ขณะเดินลงได ขณะเดินขึ้นบันได ขณะลุกยืนจากท่านั่ง ขณะยืน ขณะก้มตัว ขณะเดินบนพื้นราบ ขณะเดินขึ้น-ลงรถ ขณะใส่รองเท้าหรือถุงเท้า ขณะถอดรองเท้าหรือถุงเท้า ขณะนอนบนเตียง ขณะลุกจากเตียง ขณะนั่ง ขณะลุกเข้า-ออกจากห้องส้วม ท างานบ้านเบา ๆ เช่น กวาดบ้าน เช็ดถู ท าความสะอาด และท างานบ้านหนัก ๆ เช่น การตัดหญ้าหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของหนักในบ้านก่อนและหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยเป็นผลมาจากการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นท าให้สมารถลดอาการเจ็บปวดข้อเข่าได้ในอิริยาบทต่าง ๆ ตามที่ได้กล่าวข้างต้น แสดงให้เห็นว่าสมุนไพรฤทธิ์เย็นเมื่อน ามาพอกข้อเข่าสามารถ ลดอาการเจ็บปวดข้อเข่าได้สอดคล้องกับสุวภัทร บุญเรือน (2558 : บทคัดย่อ) ศึกษาการเปรียบเทียบ 2 กลุ่ม ๆ ละ 30 คน คัดเลือกแบบเจาะจงโดยกลุ่มทดลองน าข้าวสารที่แช่น้ าผักเสี้ยนผีและไพลมาปั่นหรือต าให้ละเอียดน ามาผสมกับปูนแดงและน้ าซาวข้าวเล็กน้อยน ามาพอกไว้บริเวณข้อเข่าของกลุ่มตัวอย่าง พอกไว้เป็นเวลาครั้งละ 30 นาทีและท าการนวดรักษาแบบราชส านักร่วมกับพอก 3 ครั้ง ต่อ 1 สัปดาห์รวม 2 สัปดาห์วันเว้นวัน 6 ครั้ง พบว่า ผลของการนวดรักษาแบบราชส านักร่วมกับการพอกเข่าในผู้ป่วยโรคจับโปงน้ าเข่ามีค่าเฉลี่ยของอาการปวดเข่าและองศาการเคลื่อนไหวของข้อเข่าในผู้ป่วยก่อนการทดลองครั้งที่ 1 กับหลังการทดลองครั้งที่ 6 ของทั้งกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และค่าเฉลี่ยของอาการปวดเข่าและองศาการเคลื่อนไหวของข้อเข่าของผู้ป่วยหลังการทดลองครั้งที่ 6 ระหว่างกลุ่มควบคุมกับกลุ่มทดลองแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยผู้ป่วยมีอาการปวดเข่าลดลงและองศาการเคลื่อนไหวของข้อเข่าเพิ่มขึ้น การบรรเทาจากอาการปวดเข่าโดยการใช้สมุนไพรฤทธิ์เย็นมาพอกไว้ ตามหลักการแพทย์วิถีธรรมนั้น คือ ทฤษฎีการเคลื่อนเข้าหากันของพลังงานร้อนและเย็นเพื่อปรับสมดุลคือ ความเป็นกลาง เมื่อน าสมุนไพรฤทธิ์เย็นที่ผสมแล้วมาวางแนบสัมผัสกับผิวหนังบริเวณที่ก าลังปวดบวมอักเสบอยู่ซึ่งพื้นที่ส่วนนั้นจะมีความร้อนรุมอยู่ จึงเกิดการเคลื่อนของพลังงานความร้อนและความเย็นเคลื่อนเข้าหากัน ความร้อนในร่างกายเคลื่อนออกมาสู่ความเย็นจากสมุนไพรที่รองรับอยู่ ฤทธิ์เย็นที่มีฤทธิ์มากจากสมุนไพรสามารถเคลื่อนเข้าไปแทนที่ความร้อนที่ในหัวเข่าได้ จึงท าให้อาการปวดบวมแดงร้อนในส่วนนั้นลดลงได้ในทันที นี่คือการซับพิษออกจากร่างกายที่ได้ผลดีมีประสิทธิภาพสูงอีกประการหนึ่ง ดังนั้น จึงสรุปได้ว่าสมุนไพรฤทธิ์เย็นทั้ง 6 ชนิดนี้สามารถบรรเทาและลดอาการปวดเข่าในกลุ่มผู้สูงอายุได้ซึ่งสอดคล้องอย่างยิ่งกับหลักสมดุลร้อนเย็นของหลักการแพทย์วิถีธรรม การวิจัยครั้งนี้ ใช้การพอกด้วยสมุนไพรฤทธิ์เย็น แต่ในบางงานวิจัยอาจมีการผสมผสานระหว่างสมุนไพรฤทธิ์เย็นและสมุนไพรฤทธิ์ร้อน อาทิ งานวิจัยของวนิดา สระแก้ว, สุภาภรณ์ กุมรัมย์และ อารีรัตน์ ใจซื่อ (2560 : บทคัดย่อ) ศึกษาเปรียบเทียบการพอกด้วยต ารับยาพอกเข่าติดต่อกันทุกวัน 3 ครั้ง กับการพอกวันเว้นวันครบ 3 ครั้ง โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม Oxford Knee Score แบบประเมิน Modified WOMAC และเครื่องมือวัดมุม มีสมุนไพรในต ารับมีดังนี้ ต าลึง 51 พริกไทยด า ไพล รางจืด โหระพา และหญ้าแพรก ทั้งหมดน ามาตากแห้ง อบและบดเป็นผงและแช่ในแอลกอฮอร์70 % เป็นเวลา24 ชั่วโมง จึงน ามาพอก จะเห็นว่าใช้สมุนไพรทั้งร้อนและเย็นอย่างละครึ่งโดยมีสมุนไพรฤทธิ์ร้อนคือ พริกไทยด า, โหระพา, ไพล ที่เหลือมีหญ้าแพรก รางจืด และต าลึงเป็น ฤทธิ์เย็นแต่ขั้นตอนในการเตรียมนั้นจะใช้เวลาที่มากกว่าถึง 2 วัน คือต้องน าไปตากแดดให้แห้งก่อนหนึ่งวันและจึงน ามาบดเป็นผงแช่ในแอลกอฮอร์ 70% อีก หนึ่งวันหรือ 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ งานวิจัยของอนุธิดา สิงห์นาค (2558 : บทคัดย่อ) ยังได้ศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลของยาพอกดูดพิษในการรักษาอาการปวดเข่าและการนวด ต ารับยาพอกดูดพิษ ประกอบด้วยไพล 1 ส่วนแป้งข้าวจ้าว 1 ส่วนเหล้าขาว 40 ดีกรี 2 ส่วนซึ่งจะมีสมุนไพรร้อน คือ ไพล กับเหล้าขาว 40 ดีกรี มีสมุนไพรฤทธิ์เย็นคือ แป้งข้าวจ้าว ซึ่งสูตรต ารับพอกนี้ก็จะใช้เวลาในการเตรียมคล้าย ๆ กับงานวิจัยของวนิดา สระแก้ว คือ ต้องต าไพลก่อนแล้วน าไปดองในน้ าเหล้าที่มีแอลกอฮอร์ 40% ก่อนหนึ่งวันแล้วจึงน าน้ านั้นมาผสมแป้งพอกเข่า และสูตรต ารับพอกอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรร้อนแทบทั้งสิ้นและกระบวนการเตรียมก็จะหลายขั้นตอนแบบเดียวกัน อีกประการหนึ่ง ที่ท าให้ฤทธิ์เย็นของสมุนไพรโดดเด่นขึ้นมาก็คือ สถานการณ์ความร้อนที่เพิ่มมากขึ้นของโลกปัจจุบันซึ่งมีผลต่อสุขภาพของประชากรโลกเป็นอย่างมากทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต จึงมีปรากฎการณ์ของการเกิดความเจ็บป่วยจากภาวะ ร้อนเกินของผู้คนจ านวนมากไป ทั่วโลก และสิ่งที่จะแก้ปัญหาความเจ็บป่วยด้วยโรคภาวะร้อนเกินนี้จึงอยู่ที่การใช้สมุนไพรฤทธิ์เย็นมาปรับแก้จึงได้ผลมากที่สุด มากกว่าการใช้สมุนไพรฤทธิ์ร้อนหรือยาแผนปัจจุบันต่าง ๆ มาแก้อาการการศึกษาครั้งนี้มีขั้นตอนการเตรียมที่น้อยและยังประหยัด เรียบง่าย สมุนไพรที่ใช้ก็สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่นซึ่งผลของการพอกเข่าด้วยสมุนไพรฤทธิ์เย็นกับสมุนไพรฤทธิ์ร้อนสามารถบรรเทาอาการปวดเข่าได้ เช่นกันสอดคล้องกับหลักการของความร้อนความเย็นสามารถลดอาการปวดได้ อนึ่งการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นเป็นเรื่องใหม่ในวงการวิจัยทางการแพทย์เนื่องจากการพอกเข่าด้วยสมุนไพรในงานวิจัยที่พบเอกสารส่วนใหญ่เป็นต ารับสมุนไพรฤทธิ์ร้อน นอกจากนี้ยังพบว่ามีการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นในการดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรมที่สมารถใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการปวด บวม แดง ร้อน ทุกอวัยวะและทุกโรคที่เกิดจากภาวะร้อนเกินอย่างเป็นรูปธรรมในค่ายสุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงโดยสรุป การพอกเข่าด้วยสมุนไพรฤทธิ์เย็นสามารถเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการบ าบัดและบรรเทาอาการปวดเข่าในผู้สูงอายุได้ ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะส าหรับการน าไปใช้ สมุนไพรฤทธิ์เย็นมีมากมายหลากหลายชนิด และแต่ละชนิดล้วนมีฤทธิ์เย็นมากน้อยแตกต่างกันไป นอกเหนือจากชนิดที่น ามาท าการทดลองในครั้งนี้ สมุนไพรฤทธิ์เย็นอื่นๆที่มีในท้องถิ่นก็สามารถน ามาใช้ทดแทนสมุนไพรชนิดที่น ามาใช้ในงานวิจัยครั้งนี้ได้ ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 1. ควรมีกลุ่มเปรียบเทียบควบคู่กับกลุ่มทดลอง เพื่อแสดงผลการศึกษาที่ชัดเจนมากขึ้น 52 2. ขยายช่วงอายุของกลุ่มตัวอย่างให้กว้างขึ้นตามลักษณะของการเริ่มจะมีอาการปวดเข่าตั้งแต่เกณฑ์อายุ 40 ปีขึ้นไป เพื่อศึกษาผลของการบ าบัดได้ยากง่ายเมื่อเริ่มรักษาอาการตั้งแต่เริ่มปวดไปจนถึงอาการปวดเข่าเป็นเวลานานเรื้อรัง ว่าจะใช้เวลาแตกต่างมากน้อยเพียงใด 3. ควรศึกษาประสิทธิภาพของสมุนไพรฤทธิ์เย็นแต่ละชนิดเพิ่มเติม เนื่องจากสมุนไพรฤทธิ์เย็นแต่ละชนิดมีประสิทธิภาพแตกต่างกัน รวมถึงศึกษาการพอกดินโคลนธรรมชาติเพื่อเป็นข้อค้นพบใหม่ในการส่งเสริมให้เกิดการดูแลสุขภาพด้วยการพึ่งพาตนเองมากขื้น

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน