นรชนที่หยั่งลงในที่หลงเป็นเช่นไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข30 พฤษภาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

นรชนที่หยั่งลงในที่หลงเป็นเช่นไร [32] คำว่า นรชนเมื่อตั้งอยู่ ก็หยั่งลงในที่หลง มีความว่า คำว่า นรชน เมื่อตั้งอยู่ก็เป็นผู้กำหนัด ย่อมตั้งอยู่ด้วยสามารถความกำหนัด เป็นผู้ขัดเคือง ย่อมตั้งอยู่ด้วยความสามารถความขัดเคือง เป็นผู้หลง ย่อมตั้งอยู่ด้วยความสามารถความหลง เป็นผู้ผูกพัน ย่อมตั้งอยู่ด้วยสามารถความถือตัว เป็นผู้ยึดถือ ย่อมตั้งอยู่ด้วยความสามารถความเห็น เป็นผู้ฟุ้งซ่านย่อมตั้งอยู่ด้วยสามารถความฟุ้งซ่าน เป็นผู้ไม่แน่นอน ย่อมตั้งอยู่ด้วยสามารถความสงสัย เป็นถึงความมั่นคง ย่อมตั้งอยู่ด้วยสามารถกิเลสที่นอนเนื่อง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นรชนเมื่อตั้งอยู่แม้ด้วยประการอย่างนี้ ภาษาไทยใช้คำว่าหลง ภาษาบาลีใช้คำว่า มูโฬฺห โมหวเสน ห ล ง ห ล เป็นเศษวรรค ห.หีบ คือตัวแท้ ล.ลิง คือพยัญชนะตัวเต็มรอบของ ย ร ล สามเส้า หมุนเต็มตัว cyclic order พลังงานเต็มรูปของความแท้ของ ห เลยเป็นไอ้โง่ ง.งู ไอ้งมงาย ไอ้งั่ง จะมีคำว่า งามที่พอใช้ได้ นอกนั้น งกๆเงิ่นๆ งุ่มง่ามไปหมด มีคำว่า งามเอามาใช้ติ่ง ง.งู นอกนั้นไม่ดีไปหมด เราใช้พยัญชนะเป็นสื่อแทนสภาวะแล้วเราก็ไม่ได้ติดไม่ยึด สู่แดนธรรม...นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ พ่อครูว่า…หยั่งลงในที่หลง มันรวมความไปเข้มข้นไม่โงไม่เงยเลย คำว่าตั้งอยู่เป็นผู้กำหนด สามารถแห่งความกำหนัดก็อยู่ในนี้ เป็นผู้ขัดเคืองก็โง่ต่ออีก ซึ่งมันไม่น่าสนุกเลยก็ยังเอามาอีก ทำความตั้งอยู่ให้แน่นลงไปอีก เป็นผู้หลง ย่อมตั้งอยู่ด้วยความสามารถความหลง ความหลงเป็นตัวสามารถยิ่งทำให้เกิดความตั้งอยู่ตั้งมั่นตั้งอยู่ตรงนี้ เป็นผู้ผูกพัน เป็นผู้ยึดถือ ย่อมตั้งอยู่ด้วยความสามารถความเห็น เป็นผู้ฟุ้งซ่านย่อมตั้งอยู่ด้วยสามารถความฟุ้งซ่าน เป็นผู้ไม่แน่นอน ย่อมตั้งอยู่ด้วยสามารถความสงสัย เป็นถึงความ

อ่านต่อ

มั่นคง ย่อมตั้งอยู่ด้วยสามารถกิเลสที่นอนเนื่อง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นรชนเมื่อตั้งอยู่แม้ด้วยประการอย่างนี้ คำว่าตั้งอยู่กว่าจะคลี่ออกมา ทำให้จิตตั้งมั่น สมาธิ ฟังดูยิ่งใหญ่ แต่ตั้งมั่นอะไร กิเลสมากปิดบังเอาไว้แล้วด้วยความหลงติดอยู่ในถ้ำตั้งมั่น เห็นไหม งานหนักไหม งานที่จะแงะ คนที่ติดข้องในถ้ำ งานหนักไหม อาตมาใช้หอก 100 เล่มแทงเช้าแงะออกมา 600 เล่ม แงะออกมา กลางวันเย็น หอกหัก 300 เล่ม ไม่รู้กี่อัน กี่รอบแล้ว (สู่แดนธรรมว่า...เพราะพ่อท่านแทงไม่ถูก แทงถูกแต่ผนังถ้ำ เขาไปปิดบังกิเลสเป็นอันมากอยู่ในถ้ำ เหมือนแทงทุเรียน แทงถูกแต่หนามทุเรียน ไม่สามารถแทงถูกเนื้อทุเรียน) เราทำไม่เป็นเราไม่กินทุเรียนก็ได้ อธิบายธรรมะ ถ้าเราฟังให้ดีเข้าใจพยัญชนะ เข้าใจสภาวะ โดยเฉพาะเรามีสภาวะนั้นอยู่ก็จะชัดเจนเยี่ยมเลย โอ้โห เปรี้ยงเลย ถึงแม้ว่าเราได้ทำออก ทำให้กิเลสนั้นออกไปแล้ว มันก็มีสัญญา มีความจำ รู้ว่าเราได้ทำออก พูดมาแล้วเราได้ทำแล้ว มันก็มีปิติมีความยินดี แต่ไอ้ตัวไหนที่ยังไม่ออก เปรี้ยงไปก็เจ็บ เราโอ้โห นี่แหละก็ต้องรู้ความจริงตามความเป็นจริง ฟังธรรมด้วยดี ปฏิเสธความจริงเราก็โง่ ให้รู้ความจริง อย่าผิดเพี้ยน อย่าพยายามหลบเลี่ยงความจริง เรามีก็ต้องรู้ความมีที่จริง เรามีมากมีน้อยมีลักษณะนั้นลักษณะนี้ ต้องรู้ให้จริง แล้วก็ต้องพยายามเลิกราลดละด้วยวิธีการ วิธีการที่อาตมาพาทำ โพธิสัตว์ผู้พี่ก็ยังไม่มี เกิดมาในชาตินี้ก็เลยต้องประกาศตัวเองว่าเป็นไก่ตัวพี่ ยังไม่มีใครกล้าที่จะมาแสดงตัว ถ้ามาแสดงตัวเราก็จะได้พึ่งพา ก็จะได้มาช่วยอธิบาย แต่อธิบายแล้วไม่สมราคาของความเป็นพี่ก็จะรู้เหมือนกัน ก็เลยยังไม่เห็นผู้ที่จะมาเป็นพี่ ถ้ามาเป็นพี่ก็ต้องมาทำงานมาแสดงความจริง ช่วย อาตมาก็จะได้เบาลง จะได้ช่วยมนุษย์ แต่ความจริงแล้วจนกระทั่งถึงเวลานี้ ผู้ที่อยู่ในแวดวงเกี่ยวข้องยิ่งเดี๋ยยวนี้สื่อสารมวลชนกระจายไปทั่วพอจะรับรู้กัน ถ้าพี่ตัวจริงรู้ก็น่าจะมา ที่จริงไม่หรอกอาตมาก็น่าจะรู้ตัวพี่ แล้วอาตมาก็น่าจะได้ไปหา เพราะเขาจะบอกว่าน้องเอ๋ยพี่อยู่นี่ หรือตัวพี่ก็จะทำงาน ไม่ทำงานจะหมกตัวอยู่ทำไม ทำงานเราก็จะเห็นผลงานเราก็จะรู้ว่าผลงานอย่างนี้เป็นรุ่นสูงกว่าเรานะ โพธิสัตว์คือผู้ที่ซื่อสัตย์จะรู้ความจริง ไม่ได้งมงายหรอกจะชัดเจน แต่นี่มันก็ยังไม่มีก็เลยประกาศออกไปยืนยันว่าเราเป็นตัวพี่ ไม่ได้ปิดบังอาตมาไม่ได้หลงตัวเองว่าพี่ไม่มี แต่ถ้าในยุคนี้มันไม่มีก็เลยไม่ปรากฏ ก็ร้องบอกไปตามสื่อสารมวลชน ธัมมชโยจะฟังอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่พระป่าก็คงไม่ฟังเพราะว่าไม่เอาถ่านกับเรื่องพวกนี้เครื่องมือพวกนี้ แต่ธัมมชโยเขาเก่งทางเครื่องมือ เขาก็พวกทันสมัย พระป่าก็เป็นพวกล้าสมัย มันคนละมุม ก็ต้องช่วยกันทุกมุม ที่พูดนี้คือต้องช่วยเขานะ เจตนาจะช่วยไม่ได้หมายความว่าจะย่ำยี แต่มันเลี่ยงไม่พ้นคำที่ ข่มก็ต้องข่ม ยกก็ต้องยก เลี่ยงไม่ได้ก็ต้องใช้อันนี้ ขณะนี้อาตมาก็พยายามที่จะทำงาน ก็เห็นผลสิ่งที่พิสูจน์ว่าอาตมาทำงานแล้ว เป็นผลงานเกิด หนึ่ง และตัวตนของอโศกก็โตขึ้นมีอะไรไปเตะตาคนที่เขาไม่ชอบเพิ่มขึ้น แต่ถึงจะเตะตาอย่างไรเขาก็ไม่โต้ตอบ ถ้าเขาตอบเขาต้องสู้ได้ ถ้าเขาตอบมาแล้วสู้ไม่ได้เขาจะขายขี้หน้าซ้อนเขาก็เลยไม่กล้าที่จะตอบออกมา เมื่อไม่กล้าตอบออกมา อาตมาก็ยิ่งจะต้องแรงเพิ่มขึ้นไปอีกว่าคุณที่ไม่ตอบออกมา ที่จริงคุณตอบได้ชนะเราได้จริงหรือเปล่า เหมือนกับการถามซ้ำย้ำเข้าไปอีก จริงหรือเปล่า สักวันหนึ่งถ้าจริงก็จะเกิดมา แต่ถ้าไม่จริงคุณจะต้องยอมรับ ถ้าไม่ยอมรับคุณก็จะกลายเป็นผู้ที่ไม่เจริญหรอก ไม่ยอมรับไม่เจริญ ถ้ายิ่งยอมรับแล้วก็ สารภาพ ด้วยความละอายอย่างแรงกล้า ด้วยความเกรงกลัวอย่างแรงกล้า ด้วยความเคารพอย่างแรงกล้า ด้วยความรักอย่างแรงกล้า สมบูรณ์ หิริอย่างแรงกล้า โอตตัปปะอย่างแรงกล้า เปมะอย่างแรงกล้า เกรงกลัวคือหิโรตัปปัง เคารพคือคารโวอย่างแรงกล้า แล้วรัก(เปโม) อย่างแรงกล้า มันไม่ใช่เรื่องธรรมดา ภาษานี้สั้นๆแต่ความลึกมาก หิริกับโอตัปปะจึงชื่อว่าเป็น เทวธรรม คนที่ไม่เกิดหิริโอตัปปะในสิ่งที่ตัวเองมีมากแล้วปิดบังเอาไว้แล้ว ปิดบังอะไร ปิดบังความชั่วปิดบังความผิด ของตนเองไว้มาก ปิดบังไว้สนิทไม่ให้ใครรู้ เพราะฉะนั้นจะเปิดออกมาต้องกล้าหาญมาก อาสโภๆ กล้าหาญมาก จึงจะกล้าเปิดออกมา เพราะฉะนั้นเมื่อเปิดออกมาก็จะต้องแน่นอนว่าตัวเองมีความผิดที่ซ่อนเอาไว้เยอะ มันต้องเหนียมต้องอายใช่ไหม เปิดเผยออกมาต้องเหนียมต้องอาย ต้องอายอย่างแรงกล้า เกรงกลัวเลย มันจึงยากอยู่เหมือนกันที่จะให้เขาเปิด แต่ผู้เปิดเมื่อไหร่ผู้นั้นจะเจริญ ผู้ที่ยังไม่สามารถที่จะกล้า จึงเป็นการปิดบังเอาไว้แล้ว กิเลสตัวนี้ไม่กล้าตัวนี้ อาจจะมีความละอายแล้วในใจ หรืออาจจะเกรงกลัวมากจนกระทั่งไม่กล้าเปิด อาตมาไม่ดุหรอก อาตมาชื่อรัก อาตมาไม่ได้ชื่อดุ ไม่ได้ชื่อโหด อาตมาชื่อรัก อาตมาไม่ได้ชื่อรุนแรง อาตมาชื่อรักนะ ไม่ได้ชื่อโหด ไม่ได้ชื่อดุ ไม่ได้ชื่อรุนแรง (แต่รบอยู่นะ) เป็นธรรมาธรรมะสงครามรบอยู่ตลอดเวลาด้วย ปฏิสรโณ ตลอดเวลา รบด้วยรัก เป็นงานอาตมาเลยแหละ เป็นกลปรานี รบด้วยรัก รบด้วยความปรารถนาดี รบด้วยความเอ็นดู รบด้วยความเกื้อกูลช่วยเหลือเพื่อที่จะให้เจริญขึ้นมา ไม่ได้รบด้วยความดุร้าย ไม่ได้รบด้วยความรุนแรง ไม่ได้รบด้วยความโหดเหี้ยมเลย นี่ใช้ภาษาไทยนะขยายความให้ฟังคุณจะเข้าใจดีว่า น้ำใจของอาตมา ใจของอาตมาแหมพูดไปแล้วเหนียมตัวเองนิดนึง มันดีขนาดไหน แต่มันเป็นจริงไหมล่ะ ที่อาตมาชมตัวเองก็ยกตัวอย่าง หลัดๆ ปัจจุบัน เป็นกรรมกริยาไม่ใช่ตัวตนอาตมาหรอก เป็นกรรมกิริยาที่พูดจริงก็แสดงความจริงอยู่อย่างนี้ มันเป็นสัจจะ มันเป็นปรมัตถ์ เพราะฉะนั้นสมมุติมันจะเป็นอย่างไรใครว่าอย่างไรก็ไม่มีปัญหาอะไร สมมุติ พยัญชนะ แต่สัจจะมันมีอันนี้อันเดียวเลี่ยงไม่ได้ สัจจะมีหนึ่งเดียวก็ใช้สัจจะอันนี้ ก็ใช้พยัญชนะใช้สิ่งที่เอามาสื่อ อธิบาย 640530_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ธรรมบรรยาย คุหัฏฐกสุตตนิทเทส ตอน 5

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน