เพลงชีวิต หมายเลข ๓ เพลงรากไท เพลงไทยแท้.docx
เนื้อหาในไฟล์
เพลงชีวิต หมายเลข ๓ เพลงรากไท เพลงไทยแท้
แม้เจ้าจะตาบอด มาแต่กำเนิด แต่เจ้าก็ยัง "เห็น" แสงสว่างของโลกได้ เจ้ายัง "เห็น" แมกไม้ และเกลียวคลื่น เจ้ายังสามารถ "เห็น" คนเศร้าโศก "เห็น" คนระเริงสุขได้
แม้เจ้าจะหูหนวกมาแต่กำเนิดอย่างสนิทปานใด เจ้าก็ยัง "ได้ยิน" เสียงของนกร้องละเมอ… เสียงของความอลวนของโลก เจ้ายัง "ได้ยิน" เสียงคนด่าทอ และเสียงสรรเสริญเยินยอได้
แม้คนผู้หนึ่งจะพยายาม ปิดตา ปิดหูของตน ให้มันบอด และหนวกสนิท เช่นนั้นก็ตาม คนผู้นั้นก็จะต้อง "รู้" ต้อง "ทราบ"โลก "ทราบ"ชีวิต ที่มันเป็นไปอยู่ ในโลกนี้ได้ ไม่น้อยไปกว่าคนดีๆ ธรรมดา ๆ เลย
เพราะโลกนี้ มี "วิญญาณ" ! ! การสัมผัสต่างๆ ที่ทำให้คน "รู้" ได้ นั่นแหละ คือ "วิญญาณ"
ผู้มี "วิญญาณ " ชาญฉลาดแท้ จะสามารถเห็นแจ้ง ว่า… อย่างนั้นแหละคือ "โลกที่ยังวนเวียน ไม่รู้จบ" อย่างนั้นแหละคือ "อารมณ์โลกที่ดึงดูดใจมนุษย์" อย่างนั้นแหละ คือ "ความเจ็บปวด" อย่างนั้นแหละ คือ "ความเอร็ดอร่อย" และนั่นเอง คือ "ความทุกข์" กับ "ความสุข"
"ฆ่า" มันเสียสิ ! ! ! อย่าให้ "เจ้าสิ่งต่างๆ" เหล่านั้น มาเป็นของเรา โลกมันต้อง "มี" สิ่งเหล่านั้นเป็นธรรมดา สำหรับผู้ ไม่รู้ ว่า มันเป็น "มายา"
แต่ "เรา" ต้องเรียนรู้ ต้องลด ต้องฆ่าสิ่งเหล่านั้น อย่าให้ "มี" ในตน มันเกิดอยู่ มีอยู่ อย่างเก่งฉลาด และพัฒนาเจิดจ้าเต็มโลก หรือ แม้ในตัวเรานั่นแหละ ที่มันยังหลง "มี"อยู่ อย่างแฝงซ่อนแท้จริง
แต่ มันไม่ใช่ "ของจริง" หรือ "ของเรา" หรอก อย่าหลงผิดว่า มันคือ "เรา" เลย และ อย่าหลงผิดว่า มันเป็น"ชีวิตชีวา" ของเราเลย
เมื่อผู้ใด "ฆ่า" มันได้จนตายดับสนิท ไม่เหลือเชื้อเป็นตัวเป็นตนอีกแน่ แล้วเ
อ่านต่อ
มื่อนั้น เราจะยืนอยู่สูงสุด "เหนือโลก" อย่างแท้จริง"
๒๐ เมษายน ๒๕๑๔
พ่อครูว่า…จำได้ว่าเพลงชีวิตหรือเพลงอริยะ เขียนไปก็ทยอยส่งให้เขาพิมพ์ไป เขียนที่โรงพิมพ์สดๆแล้วก็ส่ง กระดาษฉีกไปเรียงพิมพ์ แต่ก่อนต้องเรียงพิมพ์ แล้วค่อยเอามาพิมพ์ออกมา ทบทวนงานที่ตัวเองทำมาแล้วตั้งแต่ออกมาบวช พ.ศ. 2513 อันนี้เพลงเขียน 2514 ตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้ก็ทำงานมาตลอดเป็นงานโลกุตระ ที่มันยิ่งมาถึงทุกวันนี้แล้ว พ.ศ. 2564 มันย่าง 51 ปีแล้ว มันก็ยิ่งเข้าใจยิ่งเห็นจริงยิ่งเห็นลึกแล้วยิ่งเห็นว่าเมืองไทย จะเป็นเมืองหลัก เป็นเมืองที่จะต้องมีอาริยธรรม เป็นหลักให้แก่โลกเขา อาตมาว่าอาตมาไม่ได้ละเมอเพ้อพก แต่ยืนบนฐานความเป็นจริงของความเป็นมนุษย์และเป็นโลกเป็นอัตตา อาตมาชัดเจนเรื่องความเป็นโลกความเป็นอัตตา เรื่องธรรมะเรื่องโลกุตระ เพราะฉะนั้นจึงพยายามระดมให้พวกเราศึกษาตั้งใจ ปราชญ์ทั้งหลาย ผู้รู้ทั้งหลายช่วยกันหน่อย มาทำสิ่งที่ควรจะต้องสนับสนุนส่งเสริมกันนี้ คือส่งเสริมกันให้รู้ว่าเมืองไทย จะเอาเด่นเอาดีทางกสิกรรม ในเรื่องของประมงหรือปศุสัตว์ก็เป็นเรื่องรอง เป็นเรื่องเคียง อาศัยกันไปสำหรับผู้ที่ยังต้องอาศัย สำหรับผู้ที่ยังติดยึดอยู่ ถ้าจิตมนุษย์ไม่ต้องไปทำอะไรกับสัตว์ สัตว์ก็ปล่อยตามยถากรรมเขา เพราะสัตว์มันจิตนิมียาม มันมีรักมีชัง มันมีผูกพยาบาท มันมีแก้แค้น มีความรัดรึง ก็จะเสียพลังงานซ้อน แต่ถ้าพืชก็ไม่มีปัญหา อาศัยพืชเป็นอาหาร ไม่ต้องไปอาศัยสัตว์เป็นอาหารได้อย่างนี้ก็ลึก ไกล แต่ก็ต้องเดินไปสู่จุดสูงสุด ผู้ใดได้แล้วก็นำพากันไป ผู้ที่ยังไม่ได้ก็ค่อยๆศึกษาฝึกฝนขึ้นมาช่วยโลก ธาตุวิญญาณ มันลึกซึ้ง ยิ่งใหญ่ เทวนิยม ไม่ได้ตีแตกเรื่องวิญญาณ อาตมาตอนนี้เขียนหนังสือ “รวมคนจะมีธรรมะได้อย่างไร” เล่ม 4 ขยายละเอียดมากเลยและก็แยกแยะให้เห็นเทวะ เป็นวิชาการไม่ได้ข่มขี่เขาหรอก ให้เห็นเทวนิยมซึ่งเป็นมวลมากของมนุษย์ เพราะมนุษย์จะต้องอวิชชามากกว่าคนที่วิชชา คนที่มีวิชชาก็อยู่ยอดพีระมิด คนที่อวิชชาก็จะไล่ระดับลงมาหากลางหาฐานอยู่ระดับเบื้องล่าง มันเป็นสัจจะที่แย้งไม่ได้หรอก เป็นสัจจะเมื่อใดเมื่อใดก็ต้องเป็นเช่นนั้นตถตา สูงสุด คนที่สูงแล้วก็ต้องพยายามให้ความรู้แล้วก็ต้องยืนหยัดยืนยันตัวเอง มีหลักฐานยืนยันด้วย อย่างที่เป็นกันมาโลกุตรธรรม พวกเราถึงขั้นสาราณียธรรม 6 สาธารณโภคี เป็นสูตรสมบูรณ์แบบแล้ว พวกเราก็พิสูจน์ความจริงอันนี้ไป ในเพลงนี้ อาตมาก็ว่า เวอร์ชั่นเร็วหรือช้าก็ฟังดีทั้งสองเวอร์ชั่น เวอร์ชั่นช้า อาตมามาแต่งเนื้อร้องเพิ่มเป็นวรรคที่ 2 ตอนนั้นให้นายป็อบปี้ร้อง ต่อมานายโอ๋ร้อง ลองฟังเวอร์ชั่นเร็วของนายโอ๋ซิ ...มาเถิดอย่าช้า อยู่ไหนรีบมาคว้ามีดพร้าและจอบเสียม มาปลูกย้ำธรรมเนียม เตรียมไถไร่นาป่าสวนมวลพืชพันธุ์ มาสร้างคนร่วมกันรังสรรค์บ้านเมือง ประเทืองประทีปไทย เมื่อเกิดมาเป็นคน ทุกชีพชนม์ฝันใฝ่ สูงสุขจริงยิ่งใหญ่ ต่างไขว่ต่างคว้า ทุกข์ทนฟันฝ่า เพื่อจะพาชีวิตดี หากใครเชื่อกรรม สมรรถะทำเต็มที่ ขยันสร้างสรรแล้วพลี ย่อมมีคุณค่าแท้ ทั้งเป็นทรัพย์แก่ ผู้แผ่บุญหนุนโลก เมื่อเกิดเป็นคนแล้ว จะแคล้วคลาดความทุกข์โศก ก็เพราะฝึกตนทวนโลก โชคดีหลุดพ้น พลิกตนพาชาติ ปราศอบายเสริมบุญ สร้างคนสร้างงาน สามารถจานเจือจุน สมรรถะนี้คือทุน ยอดคุณค่าแท้ ทั้งเป็นทรัพย์แก่ผู้แผ่บุญหนุนโลก (เพลง สมรรถภาพ/ครูรัก รักพงษ์)
นั่นครบทั้งสองเนื้อบริบูรณ์เวอร์ชั่นนายโอ๋ร้องนี่ นายไก่เป็นคน Arrange ฟังดูปลุกเร้าดี มาขยายความ เพื่อเน้นเนื้อหาความเข้าใจความรู้และเป็นให้ได้จริงๆตามนี้ มาเถิดมาอย่าช้า ก็คือเร่งรัดเร่งเร้าปลุกเร้ากันให้มาเร็วๆอยู่ไหนก็รีบมา คว้ามีดพร้าและจอบเสียม ซึ่งภาษาไม่ได้ยากอะไร มาปลูกจำธรรมเนียม หมายความว่ามาปลูก มาย้ำ มาฝึกฝน มากระทำมาฝึกหัดให้เป็น ธรรมนิยม ให้เป็นทำเนียมอันเที่ยงแท้ นิยมะคือเที่ยงแท้ เตรียมไถไร่นา ป่าสวนมวลพืชพันธุ์ ทั้งไร่ทั้งหนาทั้งป่าทั้งสวนมวลพืชพันธุ์ ครบทั้งเนื้อหาพยัญชนะ รวมพืชพันธุ์ธัญญาหารไว้ครบ มาสร้างคนร่วมกันสร้างสรรค์บ้านเมือง ประเทืองประทีปไทย ไทยรุ่งเรืองเป็นประทีปเป็นแสงสว่างไปสู่ความอิสระหรือไปสู่ความเป็นไทย หรือคนไทยหรือประเทศไทย คนไทยนี่แหละให้เจริญประสบความเป็นไทยเป็นอิสระเสรีภาพอันบริสุทธิ์สมบูรณ์ทั่วโลก นี่เป็นสร้อย เพลงโลกุตระเป็นไปเพื่อสังคมมนุษยชาติ เป็นไปไม่เพื่อตัวตน เป็นเพลงละกิเลส เป็นเพลงโลกุตระ เมื่อเกิดมาเป็นคน ทุกชีพชนม์ฝันใฝ่ แสวงหา ใฝ่หาความสูง ใฝ่หาความสุขจริงยิ่งใหญ่ ต่างไขว่ต่างคว้า ทุกข์ทนฟันฝ่าเพื่อจะพาชีวิตดี หากใครเชื่อกรรม สมรรถะทำเต็มที่หากใครสร้างที่กรรม กรรม เป็นตัวยิ่งใหญ่ตัวรวมทุกอย่างกรรมเท่ากับ God ของศาสนาเทวนิยม แล้วกรรมเป็นจริงกว่า God ที่ว่าอย่างนั้นเพราะว่า God มันยังไม่เคยเห็นตัวตน พระเจ้าอยู่ไหนไม่รู้มีคำสอนตายตัว ไม่เกิดเป็นความเที่ยงตายเด๋เลย อธิบายอะไรออกไม่ได้ ทั้งๆที่โลกมันเปลี่ยนไป เหตุปัจจัยต่างๆ องค์ประกอบต่างๆของดินน้ำไฟลมของมนุษยชาติของสถานที่ มันไม่ได้มีโครงเดิมเลย มันเปลี่ยนไปตลอดเวลา โลกทั้งโลกจักรวาลทั้งจักรวาลตอนนี้ถือว่ามันเสื่อมลงแล้ว มันก็เสื่อมไป แต่มันนานไม่รู้กี่ล้านๆปีแสงกว่าจะสูญสิ้นไป ลองคิดชีวิตของคนแต่ละคน 100 200 ปีมันไม่นานอะไรเลย อาตมาเกิดมาในยุคนี้ อายุถึง 100 ปีก็ยังยากแล้ว ก่อนๆนี้เขาอายุหลายร้อยปี แต่อย่างพระพุทธเจ้าตรัสไว้ มนุษย์เคยอายุถึงหลายหมื่นปีเป็นแสนปี คิดไม่ออกหรอก คน ตะบันน้ำกินหรือไง อยู่กันตั้ง 80,000 ปีคิดไม่ออกหรอกเป็นเรื่อง อจินไตย ไม่ต้องคิด ก็เอาที่ใกล้ๆที่เราคิดไปถึงได้ ทุกคนทำกรรมเป็นของตนเอง กัมมสโกมหิ กัมมทายาโท กัมมโยนิ กัมพันธุ กัมมปฏิสรโณ กัมมังสัตเต วิภัชชติ กรรมจำแนกสัตว์ทุกสัตว์เป็นไปตามกรรม 1. กัมมสัทธา (เชื่อกรรมเป็นเหตุ) 2. วิปากสัทธา (เชื่อผลวิบากของกรรม) & 3. กัมมัสสกตาสัทธา (เชื่อความที่สัตว์มีกรรมเป็น สมบัติแท้ของตน กรรมเป็นพระเจ้าบันดาลแท้) 4. ตถาคตโพธิสัทธา (เชื่อความตรัสรู้ของตถาคต) (ข้อ 4 มีใน พตปฎ. เล่ม 23 ข้อ 4)
เชื่อกรรมเป็นของๆตน กรรมก็คือการกระทำ เข้าใจแล้วว่ากรรมคืออะไร การคิดก็เป็นกรรม การพูดออกมาก็เป็นกรรม ออกมาทางนัจจะคีตะวาทิตะ รวมทั้งกายวาจาใจก็เป็นกรรมทั้งนั้น ตกผลึกเป็นวิบาก แล้วเป็นของตนเอง กัมมัสสกตาสัทธา ใครเชื่อกรรม เร่งความพากเพียร อุตสาหะ วิริยะ ให้มันเกิดสมรรถนะ หรือให้มันเกิดความสามารถเกิดทักษะเกิดความเชี่ยวชาญ ให้เต็มที่ เมื่อเต็มที่แล้วเก่งแล้วก็เพิ่มพลังงานขยัน ขยันสร้างสรรค์ แล้วพลีออกสลากออก ไม่ใช่ขยันสร้างสรรค์แล้วโลภ กักตุนเป็นของกูและเอาไปออกดอกออกผลให้สะสมมากขึ้นไปอีก ไม่ใช่ อย่างนั้นเป็นโลกีย์จัดจ้าน ยังเป็นพวกทุนนิยม เป็นพวกที่ทำลายสังคม เป็นพวกบาปกินหัว ฟังให้ดีนะ อาตมาพูดแรง พูดสั้น อาตมาด่าเอาบุญ ด่าชำระกิเลส ด่าชั้นสูง ขยันสร้างสรรแล้วพลี ย่อมมีคุณค่าแท้ ทั้งเป็นทรัพย์แก่ ผู้แผ่บุญหนุนโลก แผ่คือกระจายออกไปให้แก่โลกเขา ตนเองทำตนเองเป็นเจ้าของทรัพย์แต่เราสละพลี แจกให้แก่ผู้อื่น เมื่อเกิดเป็นคนแล้ว จะแคล้วคลาดความทุกข์โศก ก็เพราะฝึกตนทวนโลก โชคดีหลุดพ้น พลิกตนพาชาติ ปราศอบายเสริมบุญ สร้างคนสร้างงาน สามารถจานเจือจุน สมรรถะนี้คือทุน ยอดคุณค่าแท้ ทั้งเป็นทรัพย์แก่ผู้แผ่บุญหนุนโลก ให้มันลดอบาย ลดสิ่งต่ำไปเรื่อยๆ แล้วเสริมบุญคือ อาการตัดกิเลส พ้นอบายไปเป็นลำดับ ปถุชน เป็นอบายของโสดาบัน โสดาบันเป็นอบายของสกิทาคามี สกิทาคามีเป็นอบายของอนาคามี อนาคามีเป็นอบายของอรหันต์ อรหันต์ระดับ 1 เป็นอบายของอรหันต์ระดับ 2 อรหันต์ระดับ 2 เป็นอบายของอรหันต์ระดับ 3 อรหันต์ระดับ 3 เป็นอบายของอรหันต์ระดับ 4 อรหันต์ระดับ 4 เป็นอบายของอรหันต์ระดับ 5 อรหันต์ระดับ 5 เป็นอบายของอรหันต์ระดับ 6 อรหันต์ระดับ 6 เป็นอบายของอรหันต์ระดับ 7 อรหันต์ระดับ 7 เป็นอบายของอรหันต์ระดับ 8 อรหันต์ระดับ 8 เป็นอบายของอรหันต์ระดับ 9 ระดับ 9 ก็เป็นปัจเจกสัมมาสัมพุทธะกับพระพุทธเจ้า มีภูมิธรรมสัพพัญญูเท่ากันแต่พระพุทธเจ้านั้นประกาศศาสนาแก่โลก แต่ปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นไม่ได้ประกาศศาสนาแก่โลกเท่านั้น ถ้าจะมองในมุมความไม่มีตัวตนพระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นไม่มีตัวตนยิ่งกว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ประกาศตัวตนเลย อาตมายังไม่ถึงพระพุทธเจ้าไม่ถึงปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้า แค่ระดับ 7 ไล่ระดับไปถึง 8 9 เท่านั้น
สร้างคนสร้างงาน สามารถจานเจือจุน สมรรถะนี้คือทุน ยอดคุณค่าแท้ ทั้งเป็นทรัพย์แก่ผู้แผ่บุญหนุนโลก
สร้างคนสร้างงานทำงานแล้วหมดตัวตนมีระบบสาธารณโภคีสุดยอดยิ่งใหญ่ไม่ต้องสะสมไม่ต้องไปแย่งใคร สามารถจานเจือจุน อย่างกระท่อมปันสุข ก็เอาที่ดีๆงามๆให้เขาหน่อยไม่ใช่เอาที่เน่าๆให้เขา สมรรถะนี้คือทุน นี่แหละเป็นนายทุนที่แท้จริงคือมีสมรรถนะ ไม่ใช่มีเงินทองมีธนบัตรมีข้าวของไม่ใช่ แต่เป็นนามธรรม นายทุนของเราเป็นนายทุนนามธรรม นายทุนความขยันนายทุนสมรรถนะเป็นความรู้ความสามารถ เป็นยอดคุณค่าแท้ ทั้งเป็นทรัพย์แก่ผู้แผ่บุญหนุนโลก ผู้ละกิเลสได้ก็มี สมรรถนะและความขยันเป็นทรัพย์แท้ ให้แก่โลก ตัวเองไม่ต้องไปคิดว่าฉันมีทรัพย์ฉันมีนามทำ แต่เป็นอัตโนมัติของตนเองโดยไม่ต้องนึกถึงเลย เราไม่ต้องนึกว่าเรามีทรัพย์อยู่เท่าไหร่แล้วมีอริยทรัพย์เท่าไหร่แล้วไม่ต้อง ไม่ต้องเลย ไม่ต้องไปกังวล สอบพนักงานนามธรรมจัดการทำบัญชีให้เราเอง ยิ่งกว่าสุวรรณสุวาน พวกเราไม่ใช่สุวานมาทำ แต่พวกเรามีสุวรรณมาทำ สุวานไปทำให้อีกฝ่ายหนึ่ง สุวรรณมาทำให้เรา สุวรรณ เราก็เป็นช่าง แต่พวกเราไม่มีใครชื่อสุวาน (หมา) 640531_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมบรรยาย คุหัฏฐกสุตตนิทเทส ตอน 6