โครงการราชทัณฑ์ปันสุขถูกบิดเบือนโดยขบวนการล้มเจ้าอย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์14 KB
วันที่แก้ไข14 ธันวาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

โครงการราชทัณฑ์ปันสุขถูกบิดเบือนโดยขบวนการล้มเจ้าอย่างไร _ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ว่า... หนังสือ ก็เขียนตั้งแต่กระบวนการล้มเจ้า กระบวนการโกหกบิดเบือนว่าเขาทำเป็นทีมงานอย่างไรบ้าง พอเขียนออกมา ก็ทำให้เห็นว่า เขามีทั้งกำลังคน กำลังเงิน กำลังความคิด และมีคนที่มีความรู้ความสามารถ บางคนจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก มาช่วยในกระบวนการบิดเบือนเหล่านี้ โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ Social Media โลกไซเบอร์เป็นสงครามไซเบอร์ Cyber War Room ซึ่งจัดตั้งอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันก็มีการรบโดยทำกิจกรรมบนโลกออฟไลน์ บนโลกของความเป็นจริงด้วย เพราะฉะนั้นก็จะมีโลกคู่ขนานคือโลกออนไลน์กับโลกออฟไลน์ เขาก็ทำการโกหกบิดเบือนขนานกันไป อย่างในโลกออฟไลน์ เขาก็ไปตั้งร้านกาแฟอยู่ติดกับมหาวิทยาลัย แล้วก็เอาผู้นำนักศึกษาในมหาวิทยาลัยมาเป็นหุ้นส่วนร้านกาแฟ แล้วก็จัดกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองเช่น ให้อ่านหนังสือซึ่งเป็นหนังสือโกหกบิดเบือน เช่น The King Never Smile และ The Revolutionary King: The True-life Sequel to The King and I แล้วมีการตอบปัญหาชิงรางวัลล่อใจด้วย iPad หรือ iPhone ทำกิจกรรมแล้วก็เอาข้อความโกหกเหล่านี้ ใส่เข้าไปบนโลกออนไลน์ด้วยเช่นกัน ขนานไปกันทั้ง 2 ทาง ทำให้เห็นว่า กระบวนการทำอย่างมีการจัดตั้ง แล้วก็มีการขับเคลื่อนโดยที่มีต้นทางความคิด หรือต้นธาตุต้นธรรมบางพวกที่อยู่ข้างหลัง แล้วก็คอยเป็นหลักคิดให้แก่เด็กๆ เด็กเป็นเครื่องมือทางการเมืองของคนเหล่านี้ โดยที่เด็ก สุดท้ายก็จะต้องติดคุกติดตะราง ผมก็มองว่าเด็กเป็นเหยื่อและน่าสงสารมาก เอาเด็กมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง คิดว่าเป็นการกระทำโดยส่วนตัวเป็นความโหดเหี้ยมและอำมหิตมาก เพราะว่าพ่อแม่ยังไม่กลั่นแกล้งลูกขนาดนี้เลย นี่เอาลูกชาวบ้าน

อ่านต่อ

มาให้ติดคุก โดยให้ผลประโยชน์ หรือไม่ได้ให้ผลประโยชน์ก็ตาม ผมได้ยินมาว่า แกนนำบางคนที่อยู่ในกระบวนการแล้วเขามีความโกรธแค้นกลุ่มที่มีต้นทางความคิดเหล่านี้หลอกใช้ พยายามจะถอนตัวออกแล้ว แต่ก็ถอนไม่ได้ ฟังแล้วก็น่าเศร้า ความคิดเหล่านี้มันเป็นเรื่องน่าเศร้า มีแกนนำอยู่ไม่กี่คน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีครูบาอาจารย์ในมหาวิทยาลัย หรือเคยเป็นอดีตครูบาอาจารย์ในมหาวิทยาลัย นี่ก็เป็นเรื่องแปลกที่ครูบาอาจารย์ใช้ลูกศิษย์เป็นเครื่องมือทางการเมือง ไม่รู้ว่าในทัศนะทางพุทธศาสนา การที่อาจารย์ใช้ลูกศิษย์เป็นเครื่องมือทางการเมือง แล้วให้ลูกศิษย์ทำให้ผิดกฎหมายเป็นอย่างไรบ้าง พ่อครูว่า... ชั่ว ชั่วแน่นอน แล้วเขาจะมีวิบากบาปแน่นอน ในการทำชั่วทางสัจจะ โดยที่เขาไม่รู้เขานึกว่าดีก็มี ทั้งๆที่รู้ว่าไม่ดีก็มี แต่เขาต้องทำเพื่อความอยู่รอดที่จะสร้างอำนาจ สร้างสิ่งที่เป็นวิถีทางของเขาที่เขาจะดำเนินต่อไป เขาใช้วิถีทางนี้ อย่างนี้ เขาก็จะก้าวหน้าต่อไปได้ เขาก็จะทำ _ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ว่า... แล้วกระบวนการนี้เขาทำอย่างต่อเนื่อง ในหนังสือจะมีส่วนของบทที่ 3 ที่เขียนเรื่องความจริงที่ถูกบิดเบือน ส่วนแรกพูดถึง โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ซึ่งถูกเอามาใส่ร้ายว่า พระเจ้าอยู่หัวเข้าไปก้าวก่ายกับราชการแผ่นดิน เป็นการแทรกแซงราชการแผ่นดิน ทั้งๆที่โครงการราชทัณฑ์ปันสุข เป็นการบริจาคทรัพย์สินส่วนพระองค์เพื่อซื้อเครื่องมือทางการแพทย์สำหรับโรงพยาบาลในกรมราชทัณฑ์แค่นั้นเอง แต่ว่าเอามาถูกบิดเบือนว่า พระเจ้าอยู่หัวแทรกแซงราชการแผ่นดินของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งแท้จริง มันไม่ได้แตกต่างกันกับการทำกฐินผ้าป่า ซื้อของไปเข้าวัดอะไรอย่างนั้น เป็นแค่ราชการในพระองค์ ซึ่งถูกบิดเบือนว่าเป็นราชการแผ่นดินแล้วใส่ร้ายพระเจ้าอยู่หัว การกระทำแบบนี้ ผมคิดว่าไม่ถูกต้องก็เลยเขียนชี้แจง เพราะว่านักโทษในเรือนจำราชทัณฑ์ มีโรงพยาบาลราชทัณฑ์อยู่ที่เดียว อุปกรณ์อะไรก็ไม่ทันสมัย ขาดแคลนมาก คนเข้าไปอยู่ในคุกก็ลำบากมากอยู่แล้ว พระเจ้าอยู่หัวท่านเห็นสภาพนักโทษในคุกในเรือนจำซึ่งเจ็บป่วยซ้ำไปอีก ท่านก็ทรงพระเมตตาเห็นว่าควรจะมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ในการรักษาและดูแลนักโทษ ซึ่งไปเจ็บป่วยอยู่ในเรือนจำให้อยู่รอดปลอดภัยมีสุขภาพที่ดีขึ้น ได้มีโอกาสกลับสู่โลกภายนอกอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็มีคนเอาไปบิดเบือนว่าพระองค์ไปแทรกแซงราชการแผ่นดิน ทั้งๆที่มีพระราชประสงค์เป็นราชการส่วนพระองค์ที่จะทำบุญ เวลาเราทำบุญทำกฐินผ้าป่าไปตามวัด บางทีก็อาจจะมีผู้ว่า รองผู้ว่ามาช่วยอำนวยความสะดวก แต่ไม่ได้เป็นการแทรกแซงราชการแผ่นดินแต่อย่างใด อย่างนี้ก็เป็นตัวอย่างที่เขาโกหกและบิดเบือนเพื่อจะใส่ร้ายพระเจ้าอยู่หัว หนังสือก็ชี้แจงข้อเท็จจริงให้คนเข้าใจว่ามันเกิดการโกหกใส่ร้ายอย่างนี้ พ่อครูว่า...เรื่องนี้เป็นคุณต่อประเทศไทย เป็นคุณอย่างยิ่งก็ตรงที่ว่า จริงๆแล้วพระเจ้าแผ่นดินไทย โดยเฉพาะ ที่มีพฤติการณ์ในปัจจุบัน อยู่เป็น status quo คือในหลวง ร. 9 ที่เพิ่งจะสวรรคตไป ทรงงานมา 70 ปี มีพฤติการณ์ต่างๆที่เขาหยิบขึ้นมาจะดิสเครดิต จะมาทำลายมาบิดเบือนก็แล้วแต่ เขาก็หยิบมาผิดๆอย่างที่คุณว่านี่แหละ มันก็เกิดเรื่องที่ไม่ดี มันเป็นการจะเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม เขาทำในสิ่งที่ไม่ดี มันเป็นการทำลายที่บาป แต่เขาไม่รู้ จะว่าจริงๆ ซับซ้อน ก็น่าสงสารคนเขาโง่เขาไม่รู้ เป็นกรรม ตามประสาที่อาตมาเป็นนักธรรมะนี่นะ ก็เห็นเป็นกรรมเป็นวิบากของเขา มันน่าสงสาร แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะว่าถ้าไม่ให้เขารู้ตัว ไม่ติ ไม่กำราบ มันก็ไม่ได้ มันต้องตำหนิ ต้องนิคคัณเห ต้องพยายามตำหนิเขา ข่มเขาให้รู้ตัวว่าเขานั้นผิด อาตมาก็แสดงอยู่ทำอยู่เท่าที่อาตมาเห็นควรที่จะทำต่อไป คุณคนหนึ่งที่เอาเรื่องเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์มาแสดงความจริง อาตมาขอสนับสนุนเต็มที่ว่า สถาบันกษัตริย์ต้องมีในสังคมมนุษยชาติ ไม่มีไม่ได้ มันจะกลายเป็นประชาธิปไตยขาเดียว เป็นสังคมมนุษย์พิการ สังคมพิการ ดำเนินไป เขาอ้างอิงแฝงๆ อย่างประธานาธิบดี มีการเลือกตั้ง ยกตัวอย่างเป็นรูปธรรมอย่างอเมริกา เป็นต้น ซึ่งต่างกันกับสังคมประชาธิปไตยของอังกฤษ ทั้งๆที่เขาเป็นพวกที่แตกแยกออกมาจากอังกฤษแท้ๆ มีรากฐานจากชาวอังกฤษแท้ๆ แต่เขาก็ไปประดิดประดอย เป็นระบอบประชาธิปไตยขาเดียวหรือว่า ประชาธิปไตยประธานาธิบดี ซึ่งมันลึกซื้งหลายอย่าง ซึ่งมันเป็นข้อผิดพลาดตั้งแต่คนแรก ตั้งแต่ประธานาธิบดี จอร์จ วอชิงตัน เป็นอะไรต่ออะไรมาซึ่งอาตมาเคยนำมาพูดไว้ก่อนแต่แรกแล้วว่า มันเป็นความผิดพลาด ที่ประธานาธิบดีเมื่อเสร็จสงครามกลางเมืองแล้ว เขาจะยกให้จอร์จ วอชิงตันเป็นกษัตริย์แบบเดียวกันกับอังกฤษ เพราะเขาเป็นชนชาติอังกฤษ แต่ประธานาธิบดี จอร์จ วอชิงตัน เอง เห็นว่าไม่ดี ก็เลยมาเป็นประธานธิบดี เอาระบบของประธานาธิบดีมาเกิดขึ้นที่ ในประเทศอเมริกาของเขาขึ้นมา ซึ่งมันก็บานปลายมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ เขาก็ต้องพยายามหาวิธีตกแต่งระบอบประชาธิปไตยแบบที่มีประธานาธิบดีของเขาขึ้นมา จนเขาเป็นตัวอย่าง มีมหาวิทยาลัย มีทฤษฎี มีตำรา มีคัมภีร์ เป็นประชาธิปไตยแบบที่เขาสร้างขึ้นมา แล้วก็มีอำนาจในโลกเพราะ เขาเก่งตรงที่เขาสร้างอาวุธ ได้ดีได้เก่ง ในทางเทคโนโลยี ซึ่งเป็นความก้าวหน้าอย่างมาก ที่ในหลวงของไทยเราท่านบอกว่า ก้าวหน้าอย่างมากๆอย่างนั้น เป็นการถอยหลังอย่างน่ากลัว อันนี้เป็นความซับซ้อนที่อาตมายังไม่เก่งจะขยายความออกไป แต่ค่อยๆขยายความไปเรื่อยๆ มันน่ากลัวจริงๆ เพราะความเก่งในเครื่องประหารคน แล้วประหารได้จริงๆด้วย จนกระทั่งมีประเทศอื่นหลงละเมอเพ้อพกสร้างแข่งกันตาม พวกที่ไม่รู้ตัว สร้างอำนาจ หลงอำนาจ หลงความเป็นใหญ่ หลงไปในทางโลกียะ คนเป็นโลกียะซะทั้งโลก เกือบทั้งโลก มีโลกุตระอยู่ในประเทศไทย แล้วเอนเอียงมาทางประเทศไทยน้อย น้อยจริงๆ มาเข้าสู่สถาบันกษัตริย์ ความจริงที่ถูกบิดเบือน ในเมืองไทยได้ถูกบิดเบือนไปไกลมาก จากความจริง โดยเฉพาะความจริงเฉพาะของรัชกาลที่ 9 ท่านทรงงานมา ซึ่งเป็นคุณของมนุษยชาติอย่างมากเลยที่ท่านทรงงานมา 3,000 - 4,000โครงการและทรงงานจริง เป็นรูปธรรม เป็นตัวอย่าง เกิดผลขึ้นมาให้แก่มนุษยชาติในประเทศไทยอาศัยและใช้ จนกระทั่งคนไทยที่มีราก มี root ของโลกุตรธรรม ของศาสนาหรือทศพิธราชธรรมในแต่ละคนด้วย ในมนุษยชาติแต่ละคนก็มี มีความจริงหรือมีพฤติการณ์ พฤติกรรมของความจริงความดีงาม มีศีล ตามทศพิธราชธรรม มันเป็นเรื่องที่พอสมควรแล้ว เป็นตัวที่จะขยายความครบ ครอบจักรวาลได้เลย 10 ตัวของ ทศะ คือ มันแตกต่างกันใน 10 พยัญชนะมันครบบริบูรณ์ดีแล้ว สรุปเข้าเป้าตรงนี้ว่า สังคมมนุษยชาติ ถ้าไม่มีผู้ที่มีคุณธรรมของทศพิธราชธรรม ตั้งแต่เริ่มต้นไม่ประสีประสา จนกระทั่งเป็นคุณธรรม 10 อย่าง ที่มีคุณสมบัติหรือมีคุณลักษณะที่ยิ่งใหญ่ มีลักษณะที่ดีงาม เพียบพร้อม แล้วก็นำมาใช้กับมนุษยชาติอย่างจริงตามสัจจะ เป็นความจริงที่เป็นความดีงาม เป็นความประเสริฐเอามาใช้อย่างแท้จริง อย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเราทรงงานมาตั้ง 70 ปี ก็ใช้ทศพิธราชธรรมมาตลอด แต่คนเลว คนโง่ ก็มาพยายามที่จะล้มล้างหรือพยายามจะทักท้วง พยายามจะต่อต้าน อย่างที่มันเป็นไป ที่จริงห้ามไม่ได้หรอกในโลก โดยเฉพาะประชาธิปไตยต้องมีฝ่ายค้าน ถ้าไม่มีฝ่ายค้านก็จะหลุดเลย หลงตัว แล้วก็กลายเป็นตัวเองเลย ยิ่งใหญ่ที่สุด แล้วมันก็ขาดสิ่งที่จะเกิดสมดุลขึ้นมา เพราะว่ากลายเป็นอำนาจบาตรใหญ่ขึ้นมาเต็มที่เลย มันก็เสีย ทุกอย่างมันก็กลายเป็นอำนาจคนคนเดียว กลายเป็น อัตตา ในอัตตาก็มีมานะ มีความตามใจตัวเองอย่างเต็มที่ มนุษยชาติและสังคมมนุษย์ก็แหลกเหลวก็เละเทะไปหมด เพราะฉะนั้น ที่คุณมาทำ เก็บเอาของจริง ที่มันมีมาจริง เป็นปรากฏการณ์จริง เป็นสิ่งที่มันเกิดจริงไม่ใช่เป็นมุข ทุกอย่างเป็น phenomena มีหลากหลาย เป็นปรากฏการณ์จริงของสิ่งที่เกิดแล้ว เอามารวบรวม โดยเฉพาะที่เอามาประมวลไว้ในหนังสือว่า ความจริงที่สุดของสถาบันกษัตริย์ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร ที่ผิดเป็นอย่างไร แต่ก็ไม่ได้เก็บความผิดต่างๆไว้ อย่างที่คุณเปรยมาแล้ว มีแต่เอาความถูกมายืนยันได้เล่มขนาดนี้ก็ไม่ใช่น้อยแล้ว ถ้าคนรู้แล้วเอาอันนี้ไปเป็นไกด์ เป็นตัวนำที่จะช่วยกันแก้ไข ผู้รู้ทั้งหลายแหล่ที่มีอิทธิพลมีงานมีหน้าที่ ที่ทำงานอยู่ในสังคมทุกวันนี้แม้แต่จะเป็นข้าราชการ จะเป็นนักการเมือง หรือเป็นตัวที่เห็นแก่สังคมทำงานอยู่แก่สังคม ไม่ใช่ไปก้มหน้าก้มตาทำงานหากิน หาทางร่ำรวย หาทางทำอะไรต่ออะไรเพื่อตัวเอง ก้มหน้าก้มตาหาทางรวย ดังนั้นเรื่องของสังคมและชาติหรือฉันไม่เล่นการเมืองๆ พวกนี้เห็นแก่ตัวที่สุด คนที่บอกว่า ตัวเองไม่ใช่นักการเมือง แล้วไม่เห็นแก่สังคม ฉันจะเอาแต่ทำมาหากินอย่างเดียว เป็นคนถ่วงสังคม เป็นคนเป็นภาระสังคม ถ้ายิ่งเห็นแก่ตัวกอบโกยเอาแต่รวยๆๆๆ สังคมการเมืองจะฉิบหายวายป่วงจะเป็นอย่างไรๆ ฉันไม่รู้ เขาต้องการพลังงานจะมาช่วย ตัวเองก็มีวัตถุ มีหน้าตา มีวัตถุร่ำรวยอะไรพอจะช่วยได้ก็ไม่เอาเลย พวกนี้เห็นแก่ตัว อาตมาจึงตราหน้าคนรวยว่า เป็นคนเลวที่สุดในโลกเท่าๆกับคนที่สร้างอาวุธขึ้นมาในโลก เป็นคนเลว 2 ชนิด คนหนึ่งก็คือโลภจัด เห็นแก่ตัวจัด อีกคนหนึ่งก็คือร้ายแรงจัด สร้างอาวุธเนี่ย กับคนมั่วก็คือคนโมหะ ไม่รู้อะไรเละๆเทะๆ เหลวไหลทำให้เสียหาย ไม่เคยเข้าข้างถูกเลย เป็นตัวอุกกาบาตอะไรก็ไม่รู้ ใครจะปั่นหัวยังไงก็ไป ไอ้นั่นก็พวกโมหะชน ที่มันก็ไม่ได้เรื่อง เพราะฉะนั้น งานที่ทำไป อย่างคุณทำนี่ก็เป็นประโยชน์ของสังคมประเทศชาติ ในเมืองไทยขณะนี้ เป็นผู้นำ อาตมาขอใช้คำนี้ เป็นคำใหญ่ เป็นผู้นำของโลกในเรื่องของรัฐศาสตร์ก็ตาม การเมืองก็ตาม หรือจะเป็นเศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ก็ตาม เป็นผู้นำ เป็นตัวอย่างที่คนจะต้องมาศึกษาอย่างมาก เพราะมันมีโลกุตรธรรมเข้าไปในนั้น คำว่า โลกุตรธรรม เป็นคำที่ยิ่งใหญ่ จึงมาขยายความตั้งแต่ทำงานมา 53 ปีได้แค่นี้และ คนก็รู้เรื่อง แล้วก็มาศึกษาประพฤติจนกระทั่งได้ธรรมะนั้น มารวมตัวกันเป็นชาวอโศก ชาวอโศกนี่ก็เป็นรูปธรรมอันหนึ่งของสังคมมนุษยชาติ ที่เป็นการเมือง เศรษฐศาสตร์สังคมศาสตร์ ครบบริบูรณ์อยู่ในนี้ แบบโลกุตระ ที่จะเป็นตัวอย่างของโลกที่ครบบริบูรณ์ ในหลวง ร.9 ทรงงานกว้าง ทรงงาน ไม่ได้รูปแบบที่ย่นย่อเหมือนของอาตมา อาตมาทำงานก็ได้รูปแบบที่เป็นรูปร่างที่ครบส่วน ตามที่พูดไปง่ายๆเมื่อกี้ ครบส่วนของเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์อย่างนี้เป็นต้น ก็เป็นรูป cyclic order ขึ้นมา เป็นตัวอย่างของมนุษยชาติ แบบโลกุตรธรรม มีสาธารณโภคี มีลักษณะของสาราณียธรรม 6 ซึ่งเป็นความรู้ของพระพุทธเจ้า ที่เป็นความรู้ของศาสนาพุทธที่เมืองไทยเป็นเมืองที่มีโลกุตรธรรมที่เป็นของพระพุทธเจ้าของศาสนาพุทธอยู่เป็นแกน เป็นรากของความเป็นมนุษย์และสังคมเลย เป็น Root ของมนุษยชาติเลย ของสังคมเลย ก็จะนำพาไป ในส่วนประเด็นที่คุณทำอันนี้ ก็จะช่วยให้ มนุษยชาติได้ เพราะฉะนั้นหนังสือเล่มนี้ ผู้ที่มีความเป็นคนโดยเฉพาะคนไทย ที่เป็นคนอยู่ในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนี้ น่าจะต้องได้เอาไปอ่าน อ่านเพื่อรู้ความจริงที่ถูกต้องว่า ความจริงที่ถูกบิดเบือนมีอะไรบ้าง แค่นี้ก็ช่วยกันแก้ไขหรือช่วยกันที่จะบอกต่อๆกันไป หรือ พัฒนาขึ้นมา ให้มันถูก อย่าให้มันถูกบิดเบือน อย่าให้มันผิด แก้ไขกลับคืนมา ประเทศไทยก็จะก้าวหน้ารุ่งเรือง เจริญพัฒนาไปอย่างดีได้มากทีเดียว นี่ไม่ใช่อาตมามารับจ้างคุณโฆษณา ไม่จำเป็น อาตมาไม่เคยรับค่าจ้างโฆษณามาแต่ไหนแต่ไร แล้วก็รังเกียจด้วยที่จะมาจ้างอาตมา ไม่สมัครใจที่จะเป็นลูกจ้าง อาตมาสมัครใจเป็นคนรับใช้ อาตมาไม่สมัครใจไปเป็นลูกจ้าง อาตมาจะทำตามความเห็นของอาตมา ไม่ใช่ลูกจ้าง ไม่เห็นดีเห็นงาม อาตมาไม่ทำหรอก แต่ทำแล้วอาตมาจะทำอย่างเป็นคนรับใช้ผู้อื่น อาตมาเต็มใจเป็นคนรับใช้ แต่ไม่เต็มใจที่จะเป็นลูกจ้าง เพราะอาตมาพอกินของอาตมาอยู่แล้ว มีคนช่วยอาตมาอยู่แล้วเยอะแยะ ยินดีช่วย ยินดีให้อยู่ให้กินด้วย อาตมาไม่จำเป็นที่ต้องไปรับจ้างอะไรใครที่ไหน นี่เป็นลักษณะธรรมะ ที่อาตมาพูดไปเป็นธรรมะที่ลึกซึ้ง เป็นธรรมะที่มนุษยชาติควรจะเห็นให้ได้ อาตมาสมัครใจเป็นคนรับใช้ อาตมาไม่สมัครใจไปเป็นลูกจ้าง อาตมาเต็มใจเป็นคนรับใช้ แต่ไม่เต็มใจที่จะเป็นลูกจ้าง ...พ่อครู 12 ธันวาคม 2565 651212 รายการปรับทุกข์ ปลุกธรรม ครั้งที่ 6 พ่อครูพบ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน