ความจริงที่ถูกบิดเบือนของสถาบันกษัตริย์เกี่ยวกับศาสนา.docx
เนื้อหาในไฟล์
ความจริงที่ถูกบิดเบือนของสถาบันกษัตริย์เกี่ยวกับศาสนา _ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ว่า... จะเล่าเรื่องที่เขาบิดเบือนเกี่ยวกับพระศาสนา กลุ่มที่ต้องการใส่ร้ายสถาบันกษัตริย์ เอาเรื่องของศาสนามาบิดเบือนด้วย โดยไปอ้างอิงหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ เมื่อ 100 กว่าปีที่แล้วบอกว่า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 จะเอาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรหรือพระแก้วมรกตไปขาย คือเป็นข่าวที่ฝรั่งเขียนข่าวเอาสนุก ในสมัยก่อนประเทศไทยคนเขาไม่ได้รู้จัก พระเจ้าอยู่หัวท่านเสด็จอังกฤษ นักข่าวอเมริกันก็เขียนข่าวว่าพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 จะขายพระแก้วมรกต แล้วคนนี้เจ้าคุณเพนกวินก็เอาข่าวนี้มาเขียน แล้วบอกโยงมาอีกว่า คอยดูนะ จะมีการแก้ไข พ.ร.บ.ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ แล้วบอกว่าราชวังเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ แล้วเดี๋ยวพระเจ้าอยู่หัวจะเอาไปขายให้ต่างชาติเหมือนกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ และก็เป็นเรื่องที่ไม่เป็นจริง ไปคาดการณ์ว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้โดยเอาเรื่องเก่ามาปะติดปะต่อ แล้วยกเรื่องศาสนามาเพื่อใส่ร้ายคนอื่น ผมก็ไม่รู้ว่าบาปกรรมจะหนักแค่ไหน แต่ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เคยต้องเสียพระแก้วมรกตให้พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ตอนเสด็จเยือนประเทศไทย พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 กับพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 พระพุทธเจ้าหลวง ทรงรักใคร่ชอบพอกันมาก พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ก็ตรัสกับพระเจ้าซาร์นิโคลัสว่า จะทูลขอสิ่งใดก็ได้ จะตามใจทุกอย่าง พระเจ้าซาร์นิโคลัสก็เลยลองพระทัยรัชกาลที่ 5 ว่างั้นขอทูลเชิญพระแก้วมรกตกลับไปที่มอสโคว ประเทศรัสเซีย รัชกาลที่ 5 ก็ตกใจ แต่กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ ก็ต้องทรงรักษาสัตย์ปฏิญาณ พระเจ้าซาร์นิโคลัสก็ตกใจมากๆ เพราะว่าพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรง
อ่านต่อ
รักษาสัจจะ ก็เลยรีบทูลถวายบอกว่า ในหลวงรัชกาลที่ 5 จะทรงขออะไรแก่พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ก็ได้ทั้งนั้น พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ก็ทรงมีปฏิภาณไหวพริบทันที บอกว่า ขอทูลอันเชิญพระแก้วมรกตกลับมาประดิษฐานเป็นมิ่งขวัญต่อปวงชนชาวไทยต่อไป เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองต่อไป แสดงให้เห็นว่า พระเจ้าแผ่นดินทรงพยายามรักษาสมบัติของชาติ รักษาพระแก้วมรกตซึ่งเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยทั้งชาติเอาไว้ แต่ว่า เรื่องนี้ผมดูแล้วรู้สึกว่า นายเพนกวินแต่งเรื่องแบบเอาพระศาสนามาทำเป็นเรื่องเล่นๆ แล้วไม่ตรงกับข้อเท็จจริง แล้วก็เอาเรื่องพระศาสนามาเป็นเรื่องใส่ร้ายป้ายสีคนน่าจะเป็นเรื่องที่บาปกรรมหนักนะครับ พ่อท่านคิดว่าอย่างไร พ่อครูว่า... ก็ถ้าเอาเรื่องบิดเบือนเอาเรื่องผิดมาเป็นเรื่องถูก มันก็ต้องเป็นสัจจะ กรรมเป็นอันทำ เมื่อกรรมใดที่เป็นเรื่องผิดตามสัจจะ มันก็ต้องบาปด้วยสัจจะ เรื่องกรรมเรื่องวิบากเป็นเรื่องใหญ่ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ เป็นเรื่องใหญ่ ถ้ารู้เรื่องกรรมเรื่องวิบาก มันเป็นอจินไตย ที่ยากที่จะเข้าใจแต่เป็นเรื่องจริง เป็นเรื่องจริงที่จริงที่สุดที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ คนธรรมดาไม่มีใครจะมารู้รากเหง้าหรือว่าความดำเนินไปของกรรมของวิบากที่เป็นสัจจะความจริงอย่างไรที่เป็นรายละเอียดอย่างสำคัญนี้ได้ ถ้าไม่ใช่พระพุทธเจ้า มันก็ไม่ง่ายเลย อย่างอาตมาก็รู้เรื่องกรรมวิบากตามพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆที่ตรัสรู้มา ศึกษามาจนกระทั่งมาเป็นพระโพธิสัตว์ระดับนี้ แล้วมานำพาเรื่องนี้ให้จริง แล้วคุณก็เชื่อกันเอง คนที่มีภูมิปัญญาปฏิภาณก็เชื่อ ในชีวิตสังคมมันเกิดจาก สภาพ 2 คือเหตุกับผลหรือกรรมกับวิบาก กรรมเป็นตัวกระทำ วิบากเป็นตัวผล เกิดจากเหตุคือกรรม วิบากคือผล อะไรอย่างนี้ แล้วมันก็สังเคราะห์สังขารกัน สืบเนื่องต่อกันเป็นพลังเป็นอำนาจไป จนกระทั่งกลายเป็นเรื่องราวของมนุษยชาติ เป็นเหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัยขึ้นมา ในมนุษยชาติ จนกลายเป็นเรื่องเป็นราว เป็นสตอรี่ เป็นนิยาย เป็นนิทาน เป็นบุพเพสันนิวาส จนกระทั่งไปได้รางวัล ในสังคมหนัง เขาสร้างหนังบุพเพสันนิวาส อาตมาว่าเป็นนิมิตดีอย่างหนึ่ง ที่สังคมหนังเขาให้รางวัลบุพเพสันนิวาส เขาจะได้รู้ว่า มันมีอย่างนี้ด้วยหรือ เพราะว่าสังคมเทวนิยม สังคมทางตะวันตก สังคมทางด้านศาสนาพระเจ้า หรือ God เขาไม่รู้จักบุพเพสันนิวาส เขาไม่รู้จักเรื่องของสังขาร การปรุงแต่งของเหตุปัจจัย และก็เป็นตัวนำพา เป็นตัวกัมมะโยนิ เป็นตัวกรรม ที่จะพาดำเนินไปตามเหตุปัจจัย ที่มันปรุงแต่งกันไป เป็นการนำพาของธาตุจิตวิญญาณของแต่ละคนเกิดสืบเนื่องต่อเนื่องมา กลายเป็นพัฒนาการของการโลภโกรธหลงกัน แล้วก็แก้แค้น แล้วก็รักกันจริง เป็นนิยายมาตลอด ก็มีเรื่องรักเรื่องชัง เรื่องฆ่าเรื่องแกง เรื่องพยาบาท เรื่องโมหะ อยู่เท่านี้ ในมหาจักรวาลนี้มันมีเท่านี้ แล้วเขาก็ไม่รู้เรื่องนี้ แต่เขาเริ่มรู้ค่อยๆรู้ไปเรื่อยๆ สรุปแล้ว ประเทศไทยรู้จักต้นเรื่องต้นตอของกรรมวิบาก ต้นตอของชีวิตจิตนิยาม ซึ่งพระพุทธเจ้าท่านสอนไว้หมด อาตมาก็นำมาขยายความไปเรื่อยๆ ก็จะค่อยๆเข้าใจสัจจะความจริง ที่เป็นความจริงที่สุดที่จะดำเนินไปอย่างถูกต้อง และดีงามที่สุด เพราะฉะนั้น ในสังคมโลกนี้ ถ้าผู้ใดสนใจศึกษาธรรมะ โดยเฉพาะคนไทย ได้เกิดมาเป็นคนไทยนี้เป็นวาสนาดีชนิดหนึ่งแล้ว เรียกว่า ถึงวาสนาถึงขั้นมีบารมีนะ ที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย อันนี้เป็นคำตรัสของพระพุทธเจ้า คนที่เกิดในสังคมแวดล้อม ตั้งแต่อยู่ ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสในวงกว้างว่าเป็น สุรภาโว สติมันโต อิธพรหมจริยวาโส 3 เส้าแรก คนนั้นมีบารมี คนนั้นมีวาสนาดี สรุปเข้าเป้าก็คือ คนที่ได้เกิดเป็นคนไทย ที่เป็นศาสนาพุทธ ที่มีแกนรากของโลกุตรธรรมอยู่ แล้วมีพฤติการณ์ของมนุษย์จริง โดยมีในหลวง ร.9 ด้วย มีอาตมาด้วย ขออภัยที่ต้องพูดตัวเอง ยกตัวเองขึ้นมาประกอบ ไม่ได้อวดตัวอวดตน ยกตัว ไม่ได้อยากใหญ่อะไรหรอก อาตมาพูดได้ว่าอาตมาเป็นตัวแทนคนจริงของความจริงที่เป็นหน่วยของโลกุตรธรรม ที่เป็นปรมัตถธรรมจริงๆ เป็นโลกุตระธรรมแท้ๆ ออกมาสาธยาย ออกมานำพา จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ อาตมาก็ขอขยายความอีกนิดนึงว่า อาตมาเจตนาที่จะยืดอายุตัวเอง ให้ยาวไปเพื่อทำงาน เพื่อสาธยายเพื่อที่จะให้คนได้เข้าใจ คนได้รู้ความจริงอันนี้เพิ่มขึ้นๆ จะได้ประพฤติจะได้ปฏิบัติทดสอบและได้ผล เข้ามาเป็นกลุ่มก้อนของโลกุตระบุคคล ของมนุษย์อาริยะที่เป็นอารยะหรือเป็นศิวิไลซ์ ใช้คำศัพท์กลางๆของโลกว่าเป็น ศิวิไลซ์ เข้ามาเป็นอารยะ อาริยะ อารยะ นิยามอาตมาใช้ อาริยะ ต่างจากอารยะ ต่างจากอริยะ อารยะ เป็นของวงกว้างของเทวนิยม ความเจริญแบบศิวิไลซ์ เขาว่าเจริญแบบของเขา ซึ่งเป็นการเจริญแบบขาเดียว แบบเทวนิยม แล้วก็มีพวก อริยะ ที่เป็นหลัก ทางด้านจิตวิญญาณ อย่างอินเดีย เป็นต้น ฮินดู เป็นต้น เขาก็ไปทางจิตนิยาม เป็นจิตนิยม หนัก เป็นเจโต เป็นพวกสายเจโต หนัก ไม่เข้าใจเรื่องสังคมมนุษย์ชาติเรื่องการสังขารปรุงแต่ง เรื่องการพัฒนาการของการสังเคราะห์สังขารการขึ้นไปในโลก ในสังคมมนุษยชาติ ดีพอ มันก็เป็นอยู่อย่างนั้น แต่เขาก็มีธาตุดีตัวที่ว่าเขาไม่รุกรานใคร เขาจะอดอยากยากจนเขาก็อยู่ของเขา อย่างตัวอย่างของคนอินเดียเป็นลักษณะที่แตกต่างกัน คนละเรื่องเลยกับสหรัฐอเมริกา คนละขั้วเลย แล้วก็แตกต่างกับจีนด้วย อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นลักษณะ 2 อย่างที่แตกต่างกัน มีความต่างกัน มีลิงคะหรือมีเพศ หรือมีความแตกต่างกัน ใช้ภาษาอังกฤษ ก็มีนัยยะคำที่ใกล้เคียงกันคล้ายกัน มีเยอะ _สู่แดนธรรม... เขามีการเทียบคู่กัน พ่อครูว่า... สรุปแล้วมาเข้าเรื่องที่เราจับประเด็นจะพูดเรื่องที่ ที่ ดร.อานนท์ พยายนามชี้บ่ง ความจริงที่ถูกบิดเบือนของกษัตริย์ โดยเฉพาะกษัตริย์ของไทย เอากษัตริย์ของไทยเป็นตัวแทนเลย เป็นตัวอย่างเลย เป็นสิ่งที่เกิดจริง มีพฤติการณ์จริง มีวัตถุจริง และก็มีความจริงคืออย่างไร เอามายืนยันกันกับคนที่เขาทำผิด เขาไปเบี้ยว หรือว่าเขาไปบิดเบือน อย่างที่คุณใช้ศัพท์นี้ เขาเอาไปบิดเบือน ก็จะทำให้ถูกต้อง อะไรก็ตามที่ทำให้ถูกต้อง คม ชัด ลึก แม่น ถูก อย่างไม่มีผิดเลย ได้ อันนั้นก็คือสิ่งที่ประเสริฐ สิ่งที่ควรทำในโลก 651212 รายการปรับทุกข์ ปลุกธรรม ครั้งที่ 6 พ่อครูพบ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์