สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน อรหันตโพธิสัตว์.docx
เนื้อหาในไฟล์
อรหันตโพธิสัตว์
สมณะฟ้าไทว่า..วันอาทิตย์ที่ 6 เดือนพฤศจิกายน 2559 ขึ้น 7 ค่ำเดือน 12 ปีวอก งานนี้ที่ปฐมอโศกเรียกว่างานมหาปวารณา เมื่อวานนี้พ่อครูเทศน์ก่อนฉันเรื่องมหาปวารณา เรื่อง ปวารณา คือการยอมให้ติได้ว่าได้ คนที่ยอมให้ติได้ว่าได้คือคนประเสริฐ คนที่ไม่ยอมให้ว่าให้ด่าได้เป็นคนต่ำเป็นคนชั่ว เป็นคนยึดติดอัตตา อาตมาบันทึกไว้อย่างสำคัญเพื่อสอนตนเอง ในหนังสือเหนือแนวคิดของแรงรวมชาวหินฟ้า ได้บอกรายละเอียดของโพธิสัตว์ไว้ว่า….
"พระโพธิสัตว์คือสัตว์ชนิดใดเล่าพระเจ้าข้า?" สมันตภัทรทูลถามถึงพระอมิตตพุทธ พระพุทธเจ้าทรงพริ้มพระเนตรลงตรัสตอบด้วยพระคาถาว่า ดูกรสมันตภัทร โพธิสัตว์ คือ ผู้ที่ละเลยแล้วซึ่งตนเอง หลงลืมแล้วซึ่งตนเอง ท่านถือเอากายของสัตวโลก เป็นกำเนิด เพื่อร่วมทุกข์กับสรรพสัตว์ ท่านคือ ผู้ปลดปล่อยโลก ท่านทำลายความมืดมิดด้วยแสงสว่าง ดูกรสมันตภัทร โพธิสัตว์ดำรงอยู่ทุกสถาน แม้ในนรกขุมที่ลึกที่สุด ประตูนรกจะถูกเปิดออก เพื่อผองสัตว์ จะได้รับความบรรเทา โพธิสัตว์คือความชื่นชมยินดี ของปวงสัตว์ทั้งหลายในโลก ไม่ว่าสถานการณ์ จะคับแค้นเพียงใด โพธิสัตว์ก็ยังคงทำหน้าที่ของตนต่อไป เพื่อยังความสว่างแก่ชาวโลก ความทุกข์ยาก และบาปกรรม ความชั่วร้ายและอยุติธรรมจะถูกขจัดออกไป ธรรมะจะส่องแสงเจิดจ้าเหนือหมู่ชนในโลก ตราบใดที่พระโพธิสัตว์ยังดำรงอยู่ (คัดบางตอนจากหนังสือโพธิสัตว์ธรรม) ในหนังสือเล่มนี้ มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม สำหรับพระโพธิสัตว์ที่อยู่ใกล้ๆนี้ อาตมาไม่ต้องคิดเดาเอาเลย ดูก็เห็นทุกวันหน้าตาเป็นอย่างนี้ ท่าทางเป็นอย่างนี้แนวคิดเป็นอย่างนี้ พูดเป็นอย่างนี้ ท่าทางเป็นอย่างนี้ ฉันอาหารอย่างนี้ นอนท่านี้ ยกเว้นตอนเข้าส้วมไม่ได้ดูว่านั่งท่าไหนเท่านั้นแหละ
อ่านต่อ
ในความรู้สึกของอาตมา เราเป็นคนที่โชคดีที่สุด ที่เราได้ใกล้ชิดพระโพธิสัตว์ ความจริงแล้วท่านสูงกว่าเรามากมายมหาศาล แต่ท่านมาแสดงความเป็นกันเองมากน้อมมาสู่เรา ให้เราได้จับต้องได้ในสิ่งที่ท่านนำเสนอ เป็นโชคดีในชีวิตของเรามากที่ได้สัมผัสสิ่งนี้ เกิดมาชาติหนึ่งอาตมาว่าเป็นความคุ้มค่าที่สุด มาเจอบุคคลเช่นนี้เขาเกิดมาอย่างนี้ขอเกาะขาไปอย่างนี้ จนกว่าจะเป็นพระอรหันต์ เป็นพระโพธิสัตว์ก็ต้องเกาะท่านไปอีกอย่างนี้ เป็นนิยตโพธิสัตว์ นั้นเป็นพระพุทธเจ้าแน่นอน เป็นสยังอภิญญา พึ่งพาตนเองได้จนกว่าจะเป็นพระพุทธเจ้า เราก็ต้องพึ่งพาท่านไปจนกว่าเราจะถึงพุทธภูมิ วันนี้พ่อครูจะไขความเรื่อง อรหันตโพธิสัตว์ ถ้านั่งอยู่ในที่นี้เป็นพระอรหันต์หมดประเทศไทยจะเกิดสิ่งมหัศจรรย์ขนาดไหน โลกนี้จะดีขึ้นขนาดไหน สงครามโลกไม่เกิดขึ้นแน่นอน ก็เดาตามประสาตนเองนะ พ่อครูว่า ..ในประเทศไทยขณะนี้บรรยากาศกระแสสังคมเป็นพลังงานของพฤติกรรมของมนุษย์มากๆคนรวมกันเข้า จนกระทั่งเป็นคนไทยทั้งประเทศ อาการเคลื่อนไหวต่างๆของมนุษย์คนไทยนี้ มันส่อแสดงบอกแจ้งถึงความเป็นคุณธรรมอันประเสริฐ ที่ว่านี้ ในประเด็นของความแสดงออกของประชาชนทั้งมวล เขาแสดงออกว่าเขาศรัทธาเลื่อมใสเทิดทูนบูชาคนผู้หนึ่ง คือพระเจ้าแผ่นดินของไทย พระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 9 นี้ คนเราเมื่อรู้ค่า ของสิ่งที่มีค่า เสร็จแล้ว ของมีค่านั้นพรากไป ของมีค่านั้นหลุดมือไป คนที่รู้ค่าจริงๆว่า โอ้! ของมีค่านั้น เราควรจะมีด้วย อยู่ด้วยไม่ควรจะพรากไป แต่เมื่อพรากไปแล้ว จิตวิญญาณที่รู้สึกอย่างจริงจังหรือคุณค่า เป็นคนชาติที่ดี ที่ถูกต้อง ที่ประเสริฐด้วย หลุดไปนี่ ก็เกิดอาการเสียดาย แล้วก็กลายมาเป็นเสียใจ เสียใจที่ตัวเองช้าไป ไม่ได้ แม้แต่ผู้ที่ได้บ้างแล้ว ก็น่าจะได้ ยิ่งๆเท่าเทียมกับพระองค์ นี่เป็นการแสดงออกของกรรมกริยาของมนุษย์คนไทยขณะนี้ ทั่วประเทศเลยแสดงออกมาให้เห็นเป็นปรากฏการณ์อย่างแท้จริง มันก็แสดงว่า 1. คนไทยมีปัญญา คนไทยมีปัญญารู้ว่าสิ่งที่ดีที่ประเสริฐจริงนั้นคืออะไร? ซึ่งมีในองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ของเรานี้ เขาเห็นแล้วมีปัญญารู้แล้วเข้าใจแล้ว 2. เมื่อมีปัญญารู้แล้ว เขาก็จะต้องนับถือเทิดทูนบูชา ยกย่อง จึงมาแสดงอาการเทิดทูนบูชายกย่อง กันอย่างพรักพร้อม ผู้ที่รู้จริง จิตใจมีความรู้สึกอย่างนั้นจริง และตอนนี้เป็นโอกาส มันต้องเป็นโอกาส เพราะว่าในขณะที่พระองค์ยังทรงมีพฤติกรรม ท่านทรงสอน ทรงบอก ทั้งวจีกรรม กายกรรม มโนกรรม แสดงออกพร้อมหมด ถ้าคนเข้าใจ แต่ตอนนี้สิ้นพระชนม์ลงแล้วก็จบแล้วในกายกรรม วจีกรรม ส่วนมโนกรรมก็ไปตาม ทิศทางของพระองค์ 3. คนก็อาลัย ไม่อยากให้จากไป อยากให้กลับคืนมา ซึ่งมันก็เป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้นความจริงอันนี้ก็ยิ่งเกิดความอาลัยที่มาก ๆๆๆ คนที่แสดงออกอาการจริงนี้จึงเต็มไปหมด
ณ ลมหายใจเฮือกนี้ ตอนนี้มีคนขานรับว่าพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นพระโพธิสัตว์ มาขานรับเอาเมื่อพระองค์ท่านสิ้นพระชนม์เสียดายไหม โง่เกือบเสร็จแล้ว ก่อนจะจบก็ขออ่านกวีบทหนึ่งชื่อว่า… พุทธครบถ้วน“อรหันต์-โพธิสัตว์” (๑) อรหันต์คือผู้มุ่ง มาจน เถรวาทนั่นแหละชน กลุ่มน้อย เพราะเอาแต่ตัวตน เป็นหลัก ความคิดคับแคบด้อย นี่แล้“หินยาน” (๒) โพธิสัตว์คือผู้มุ่ง ช่วยคน แต่ท่านตัดกิเลสตน ก่อนแล้ว จึ่งใช้อรหัตตผล ช่วยอื่น โพธิสัตว์จึ่งผ่องแผ้ว แกร่งกล้า“มหายาน” (๓) อรหันต์คือผู้ที่ “ศรัทธา”นำ มุ่งแต่ตัวเองจำ- กัดกั้น ทำเพื่อตัดกิเลสสำ- เร็จส่วน ตนเฮย รู้จึ่งแคบเขตขั้น แค่รู้ตัวเอง (๔) โพธิสัตว์คือผู้ที่ “ปัญญา”นำ รู้ท่านรู้เราทำ ทั่วถ้วน ทั้งนอกและในสัม- ผัสครบ “กาย”แฮ วิโมกข์แปดจึงล้วน รอบรู้กระทู้ธรรม (๕) อรหันต์ไม่รอบรู้ กระทู้โลก ไป่ครบถ้วนวิโมกข์ แปดแล้ เพ่งแต่“จิต”อนุโยค “กาย”พร่อง จึงบ่ถ้วนธรรมแท้ แค่ได้นิพพานปลอม (๖) โพธิสัตว์นั้นรอบรู้ ใครใด สัมผัสเจาะ“กาย-ใจ” ลึกล้วน วิจารนอกวิจัยใน สัมบูรณ์แบบ “โพธิสัตว์-อรหันต์”ถ้วน ตรัสรู้ธรรมสอง (๗) ต้องลึกสัจจะให้ บริบูรณ์ โลกุตร์พุทธเทินทูน เทิดไว้ โลกีย์พุทธเพิ่มพูน เพียรเพื่อ รู้แล โพธิสัตว์ช่วยโลกได้ เด่นด้วย“พุทธยาน”
“สไมย์ จำปาแพง” ๒๙ ต.ค. ๒๕๕๙ [นัยปก “เราคิดอะไร” ฉบับ ๓๑๗ ประจำเดือนธันวาคม ๒๕๕๙]
ดังที่ขณะนี้ขานรับว่าในหลวงเป็นโพธิสัตว์ อาตมาก็บอกเช่นกัน ตอนนี้คงเข้าใจพระโพธิสัตว์ว่าคืออะไร? โพธิสัตว์ คือ ผู้ที่มีอาริยะคุณ ตามทฤษฎีของพระพุทธเจ้า รู้แจ้งในจิต เจตสิกรูป นิพพาน รู้แจ้งในรูป 28 ทำให้แจ้งในรูปที่ 28 รู้แล้วทำให้บริบูรณ์ หากไม่รู้รูป 28 ที่มีชีวิตินทรีย์ ในอินทรีย์เรายังมีเทวดาเก๊ ต้องทำให้จิตเป็นเทวดาจริงเกิดโอปปาติกสัตว์ เกิด(โอปปาติกสัตว์)เพราะดับกิเลสได้จริง จิตจึงเกิดใหม่เป็นจิตสะอาดเป็นจิตว่างจากกิเลส ไม่ใช่จิตว่าง เพ้อไป ว่างลอยลม พระพุทธเจ้าสอนใน จุฬสุญญตาสูตร ว่า ศาลานี้ว่างจากช้าง ศาลานี้ว่างจากม้า ศาลานี้ว่างจากคน มันต้องมีเหตุปัจจัยว่าว่างจากอะไร แต่ทุกวันนี้เรียนกันว่าว่างจิตว่าง ขออภัยอย่างท่านพุทธทาสว่าจิตว่างแล้วมันว่างจากอะไร ว่างจากกิเลสหรือไม่ ว่างจากกามภพ รูปภพ อรูปภพหรือไม่ เขาพูดถูกว่า ว่าง คือสะอาด สว่าง สงบ แต่ก็วน เขาแยกกายกับจิตไม่ออก จิตของผู้ที่บรรลุแล้วก็ยังมีอยู่ครบครันแต่กิเลสไม่มี สรุปคือว่างจากกิเลสอาสวะอนุสัย เพราะฉะนั้นต้องเรียนรู้ว่าอาสวะคืออะไร ตั้งแต่อาสวะ 1 คือสักกายทิฏฐิ ต้องเรียนรู้จนจิตมีญาณปัญญารู้สักยาทิฏฐิอย่างพ้นวิจิกิจฉา มีวิธีกำจัดกิเลสอย่างศีลพรตที่สัมมาทิฏฐิแล้วก็ทำ อย่าทำแบบลูบคลำทิฏฐิตนเอง เล่นหัวกับกิเลสอยู่ไม่พ้น ก็ต้องทำให้พ้นสังโยชน์ 3 สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลลัพพตปรามาส ฝึกฝนสังโยชน์ 3 ก็เป็นโสดาปัตตผล ก็เป็นอรหันต์ชั้นที่ 1 เป็นโพธิสัตว์ระดับหนึ่งเรียกว่าโสดาบันโพธิสัตว์เป็นโพธิสัตว์ระดับ 1 เมื่อเป็นสกิทาคามี ตัดกิเลสได้อีกเป็นอรหัตตผลของระดับสกิทาคามี เป็นโพธิสัตว์ขั้นที่ 2 เป็นอนาคามีก็นัยเดียวกันเป็นโพธิสัตว์อนาคามีเป็นโพธิสัตว์ระดับ 3 อรหันต์ก็เป็นโพธิสัตว์ระดับที่ 4 เป็นอนิยตโพธิสัตว์ต่อไป *สรุปคือโพธิสัตว์คือผู้ที่เหนือกว่าอรหันต์ * อรหันต์ของพุทธไม่ใช่หนีไปจากโลก ปลีกเดี่ยวไปป่าเขาถ้ำ ขอยืนยันว่าศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาของคนป่า แต่เป็นศาสนาของคนเมือง พระพุทธเจ้าของอาตมาเป็นคนเมือง สอนคนในเมืองบรรลุโลกุตรธรรม ส่วนใครจะถือว่าพระพุทธเจ้าสอนคนให้ไปป่าเขาถ้ำก็พระพุทธเจ้าคนละองค์กับที่อาตมาเข้าใจ 591106_วิถีอาริยธรรม งานมหาปวารณา อรหันตโพธิสัตว์