สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลของศาสนาพระพุทธเจ้า.docx
เนื้อหาในไฟล์
ศีลของศาสนาพระพุทธเจ้า ศาสนาพุทธทุกวันนี้มันเสื่อม เอาแต่ตัวเองรอด แล้วไม่ช่วยคนอื่นเห็นแก่ตัว หนีหลับหูหลับตาไม่วุ่นวาย ไม่ใช่ ศาสนาพุทธแบ่งเกณฑ์ในการปฏิบัติของตนเป็นลำดับ โสดาบัน สกิทาคามี อานาคามี อรหันต์ไปตามลำดับ โดยมีหลักเกณฑ์เป็นศีล อธิศีล ศีล5 พื้นฐาน มีศีล 8 ศีล 10 เป็นอธิศีล หรือ ท่านตั้งศีล เพื่อให้คนปฏิบัติละกิเลส ตั้งไว้ 26 ข้อ ในจุลศีล ก็ขยายผลแล้วว่าในความเป็นมนุษย์โลกนี้ จะต้องมีสิ่งที่ตัวเองต้องไปเกี่ยวข้อง ไปสะสม ไปเอามาเป็นสมบัติ เอามาแสดงผล เอาแสดงตัวของตัวเองอยู่แค่ ประมาณ 26 หลัก และมีรายละเอียดร่วมกับสังคมเพิ่มขึ้นเรียกว่า มัชฌิมศีล ในจุลศีลไม่มีข้อพรากพืช แต่มัชฌิมศีลก็ระวังในการพรากพืช สัตว์เราไม่กินเรากินพืช แต่ก็ระมัดระวังชีวะด้วย หรือเราจะร่วมกับสังคมส่วนนั้นส่วนนี้ ร่วมกับสังคม ทั้งจัดการทำลาย ปราบ และก็ร่วมทำด้วย ทั้งสองด้าน บางอย่างต้องสลายเพราะมันเป็นพิษก็ต้องช่วยกันทำลาย ส่วน มหาศีล คือความเป็นศีลของศาสนาพระพุทธเจ้า 1.จุลศีลคือ หลักเกณฑ์ที่คนเอามาปฏิบัติเพื่อลดกิเลสความโลภ โกรธ หลง ขยายมาเป็นเรื่องๆ มีเหตุประกอบ เช่น ศีลข้อ 1 ไม่ฆ่าสัตว์ เกี่ยวกับชีวิตสัตว์โลก อย่าไปทำร้ายกัน เขาก็มีชีวิตเราก็มีชีวิต อย่าอ้างว่าฆ่าเพื่อมากิน คนที่ยังเห็นแก่กิน สัตว์มันสู้เราไม่ได้ก็ฆ่ามันมากิน ดีไม่ดีไปติดอร่อยในเนื้อสัตว์ พูดกันไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะมันยังติดความอร่อยในเนื้อสัตว์ ว่ามันดีกว่า ก็ไม่เลิกกินเนื้อสัตว์ จะให้มากินแต่พืชก็ไม่ได้ ก็บอกว่าจะไปฆ่ามันมากินทำไมสัตว์มันก็มีชีวิต ก็บอกว่าสัตว์มันเกิดมาให้คนกิน แล้วใครบอกว่าสัตว์มันเกิดมาให้คนกิน ขี้ตู่จังเลย ความเห็นแก่ตัวมันจะไม่ฟังเสียงอะไรเลยเอาแต่ได้ แล้วก็ฉลาดกว่าสัตว์ทุกอย่าง ปลาวาฬตัวโ
อ่านต่อ
ตกว่ามันก็ฆ่า ดีว่าไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปก่อน ช้างก็เอามาขี่เฉยเลย เอามาใช้งาน เอามาเป็นทาสได้ แม้ตัวใหญ่ดุเท่าดุก็สู้คนไม่ได้ มันยอดฉลาดเอาเปรียบเอารัดเขา พระพุทธเจ้าสร้างศาสนาเพื่อขัดเกลากิเลส จุลศีล มัชฌิมศีล แล้วมหาศีล อันนี้พูดกันไม่รู้เรื่องกับชาวพุทธทั้งกระแสหลักทั้งผู้รู้ คือดร.ทางศาสนาพุทธ พูดกันไม่รู้เรื่องอยู่ทุกวันนี้ ความเป็นศาสนาพุทธ ดูที่มหาศีลเป็นหลัก มหาศีลท่านห้ามไว้ ว่าเป็นเดรัจฉานวิชชา เป็นของนอกรีตเป็นของที่ศาสนาพุทธไม่เอา ในศาสนาพุทธไม่มี แต่ทุกวันนี้ทำผิดหมด มหาศีล เล่ม 11 หน้า 11 บรรทัด 8
(19) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อีกอย่างหนึ่ง เมื่อปุถุชนกล่าวชมตถาคต พึงกล่าวชมอย่างนี้ว่า 1. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจําพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ ทายอวัยวะ ทายนิมิต ทายอุปบาต ทํานายฝัน ทํานายลักษณะ ทํานายหนูกัดผ้า ทําพิธี บูชาไฟ ทําพิธีเบิกแว่นเวียนเทียน ทําพิธีซัดแกลบบูชาไฟ ทําพิธีซัดรําบูชาไฟ ทําพิธีซัดข้าวสารบูชาไฟ ทําพิธีเติมเนยบูชาไฟ ทําพิธีเติมนํ้ามันบูชาไฟ ทําพิธีเสกเป่าบูชาไฟ ทําพลีกรรมด้วยโลหิต เป็นหมอดู อวัยวะ ดูลักษณะพื้นที่ ดูลักษณะที่ไร่นา เป็นหมอปลุกเสก เป็นหมอผี เป็นหมอลงเลขยันต์คุ้มกันบ้านเรือน เป็นหมองู เป็นหมอยาพิษ เป็นหมอแมลงป่อง เป็นหมอรักษาแผลหนูกัด เป็นหมอทายเสียงนก เป็นหมอทายเสียงกา เป็นหมอทายอายุ เป็นหมอเสกกันลูกศร เป็นหมอดูรอยเท้าสัตว์ พ่อครูว่า...สมัยก่อนใช้ไฟเป็นสื่อ ใช้ควันเป็นสื่อในการติดต่อกับวิญญาณที่อยู่นอกตัว ซัดแกลบ ขี้เลื่อย ข้าวสาร ใส่ไฟก็ได้ควัน หรือใช้นำมัน เนยก็ได้เปลวไฟ มีควันกับแสง เดี๋ยวนี้ ปั้นเป็นธูป ของแขกก็เล็กยาวมีกลิ่นฉุน ธูปไทยก็มีกลิ่นบ้างไม่มีบ้าง ธูปจีนก็ใหญ่เลย เป็นอาชีพทำธูปเทียนขายเลย เทียนก็ทำเป็นแท่งไม่ต้องใช้น้ำมันเนยใส่ถ้วย หรือเป่าด้วยลมปาก ผสมน้ำลาย ไม่พอ ก็เอาวัสดุจุ่มใส่ถังใส่ขันสลัดเลย สมัยนี้นี่ฉีดเลย ใส่เครื่องฉีดอัดลมต่อสาย ก้าวหน้าไปตามสมัย (20) 2. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจําพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ ทายลักษณะแก้วมณี ทายลักษณะไม้พลอง ทายลักษณะผ้า ทายลักษณะศาสตรา ทายลักษณะดาบ ทายลักษณะศร ทายลักษณะธนู ทายลักษณะอาวุธ ทายลักษณะสตรี ทายลักษณะบุรุษ ทายลักษณะกุมาร ทายลักษณะกุมารี ทายลักษณะทาส ทายลักษณะทาสี ทายลักษณะช้าง ทายลักษณะม้า ทายลักษณะกระบือ ทายลักษณะโคอุสภะ ทายลักษณะโค ทายลักษณะแพะ ทายลักษณะแกะ ทายลักษณะไก่ ทายลักษณะนกกระทา ทายลักษณะเหี้ย ทายลักษณะช่อฟ้า ทายลักษณะเต่า ทายลักษณะมฤค.
(21) 3. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจําพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือดูฤกษ์ยาตราทัพว่า พระราชาจักยกออก พระราชาจักไม่ยกออก พระราชาภายในจัก เข้าประชิด พระราชาภายนอกจักถอย พระราชาภายนอกจักเข้าประชิด พระราชาภายในจักถอย พระราชาภายในจักมีชัย พระราชาภายนอกจักปราชัย พระราชาภายนอกจักมีชัย พระราชาภายใน จักปราชัย พระราชาพระองค์นี้จักมีชัย พระราชาพระองค์นี้จักปราชัยเพราะเหตุนี้ หรือเหตุนี้.
(22) 4. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจําพวกฉัน โภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ พยากรณ์ว่า จักมีจันทรคราส จักมีสุริยคราส จักมีนักษัตรคราส ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ จักเดินถูกทาง ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์จักเดินผิดทาง ดาวนักษัตรจักเดินถูกทาง ดาวนักษัตรจักเดินผิดทาง จักมีอุกกาบาต จักมีดาวหาง จักมีแผ่นดินไหว จักมีฟ้าร้อง ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรจักขึ้น ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรจักตก ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรจักมัวหมอง ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ และดาวนักษัตรจักกระจ่าง จันทรคราสจักมีผลอย่างนี้ สุริยคราสจักมีผลอย่างนี้ นักษัตรคราสจักมีผลอย่างนี้ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์เดินถูกทางจักมีผลอย่างนี้ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ เดินผิดทางจักมีผลอย่างนี้ ดาวนักษัตรเดินถูกทางจักมีผลอย่างนี้ ดาวนักษัตรเดินผิดทางจักมีผลอย่างนี้ อุกกาบาตจักมีผลอย่างนี้ ดาวหางจักมีผลอย่างนี้ แผ่นดินไหวจักมีผลอย่างนี้ ฟ้าร้องจักมีผลอย่างนี้ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรขึ้นจักมีผลอย่างนี้ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรตกจักมีผล อย่างนี้ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรมัวหมองจักมีผลอย่างนี้ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และ ดาวนักษัตรกระจ่างจักมีผลอย่างนี้.
(23.) 5. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา อย่างที่สมณพราหมณ์ พราหมณ์ ผู้เจริญบางจําพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชาเห็นปานนี้ คือ พยากรณ์ว่า จักมีฝนดี จักมีฝนแล้ง จักมีภิกษาหาได้ง่าย จักมีภิกษาหาได้ยาก จักมีความเกษม จักมีภัย จักเกิดโรค จักมีความสําราญหาโรคมิได้ หรือนับคะแนน คํานวณ นับประมวล แต่งกาพย์ โลกายตศาสตร์.
(24) 6. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจําพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชาเห็น ปานนี้คือ ให้ฤกษ์อาวาหมงคล ฤกษ์วิวาหมงคล ดูฤกษ์เรียงหมอน ดูฤกษ์หย่าร้าง ดูฤกษ์เก็บทรัพย์ ดูฤกษ์จ่ายทรัพย์ ดูโชคดี ดูเคราะห์ร้าย ให้ยาผดุงครรภ์ ร่ายมนต์ให้ลิ้นกระด้าง ร่ายมนต์ให้คางแข็ง ร่ายมนต์ให้มือสั่น ร่ายมนต์ไม่ให้หูได้ยินเสียง เป็นหมอทรงกระจก เป็นหมอทรงหญิงสาว เป็นหมอทรง เจ้าบวงสรวงพระอาทิตย์ บวงสรวงท้าวมหาพรหม ร่ายมนต์พ่นไฟ ทําพิธีเชิญขวัญ.
(25) 7. พระสมณะโคดม เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจําพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ ทําพิธีบนบาน ทําพิธีแก้บน ร่ายมนต์ขับผี สอนมนต์ป้องกันบ้านเรือน ทํากะเทยให้กลับเป็นชาย ทําชายให้กลายเป็นกะเทย ทําพิธีปลูกเรือน ทําพิธีบวงสรวงพื้นที่ พ่นนํ้ามนต์ รดนํ้ามนต์ ทําพิธีบูชาไฟ ปรุงยาสํารอก ปรุงยาถ่าย ปรุงยาถ่ายโทษเบื้องบน ปรุงยาถ่ายโทษเบื้องล่าง ปรุงยา แก้ปวดศีรษะ หุงนํ้ามันหยอดหู ปรุงยาตา ปรุงยานัตถุ์ ปรุงยาทากัด ปรุงยาทาสมาน ป้ายยาตา ทําการผ่าตัด รักษาเด็ก ใส่ยาชะแผล .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ข้อที่ปุถุชนกล่าวชมตถาคตด้วยประการใดซึ่งมีประมาณน้อยนัก ยังต่ำนัก เป็นเพียงศีลนั้น เท่านั้นแล.
จบมหาศีล
600319_วิถีอาริยธรรม สันติอโศก ศีลขัดเกลาใจให้เข้าถึงพุทธ