สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน การบวชทำให้เป็นอรหันต์ง่ายกว่าเป็นฆราวาส.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.04 KB
วันที่แก้ไข3 ธันวาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน การบวชทำให้เป็นอรหันต์ง่ายกว่าเป็นฆราวาส สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้มีการโหวตสมณะใหม่ขึ้นมาอีก 1 รูป คือ สมณะแนวตรง อุชุปฏิปันโน เป็นรูปที่ 87 อาตมาบวชรูปที่ 96 ตอนนี้บวชรูปที่ 87 อุปัชฌาย์เดินดินว่า ทำไมคนไม่ค่อยมาบวช อาตมาก็ว่าคนอยู่ในฐานะฆราวาส เป็นพระอรหันต์ง่ายกว่า พ่อครูว่า…ไม่ใช่ บวชเป็นพระนั้นเป็นอรหันต์ง่ายกว่า เพราะว่าเป็นทางที่สะอาดบริสุทธิ์ดุจสังข์ขัด แต่เป็นฆราวาสก็สามารถเป็นพระอรหันต์ได้ แต่เป็นพระนั้นมีศีลมีวินัยที่เป็นข้อบังคับมาก ไม่ใช่ว่าฆราวาสทำผิดพระวินัยของพระแล้วจะไม่บาป มันก็มีบาปแต่มันมีน้ำหนักที่เจตนาน้อยกว่ากัน เจตนาตั้งใจมาบวชเพื่อปฏิบัติธรรมมันก็เต็มรูป แล้วก็ประกาศต่อสาธารณชนว่าจะมาปฏิบัติงาน แล้วผู้ที่มาบวชเป็นพระ เป็นผู้ที่มีสัญญากับประชาคม สัญญากับทุกๆคนว่าจะมาบวช โดยที่ตัวเองสละทรัพย์ศฤงคารบ้านช่องเรือนชาน สละญาติ โภคขันธาปหายะ ญาติปริวัตตังปหายะ ให้ประชาชนเลี้ยงดูไว้ มันมีอะไรหลายๆอย่างซับซ้อนเสร็จแล้วก็มาบวช บวชเสร็จแล้วไม่อยู่ในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าก็มีความบาปซ้ำซ้อน ก็เหมือนกับบวชแล้วสัญญากับประชาชน ว่าจะมาปฏิบัติธรรมให้หมดกิเลส เพราะฉะนั้นไม่ได้มาสะสมลาภยศสรรเสริญโลกียสุขแม้แต่ญาติโกโยติกา มีลูกมีเต้ามีผัวมีเมียไม่รับผิดชอบแล้วออกมาแล้ว ก็หมายความว่ายกให้ประชาชนยกให้ แต่เสร็จแล้วเราก็มาละเมิดมาสะสมทรัพย์ ดีไม่ดีก็มาวุ่นวายกับเรื่องผู้หญิงผู้ชายอะไรกันอีกเป็นการบาปซ้ำซ้อน ตัวเองก็โกหกสังคม สมณะฟ้าไทว่า..แสดงว่ามาบวชนี้ยาก สมัยก่อนคนไม่มีใจอย่างอื่นมากคิดแต่บวชอย่างเดียว แต่ตอนนี้มีทางเลือกหลากหลายคนก็เลยยากที่จะมาบวช พระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าท่านทำให้

อ่านต่อ

พระเป็นผู้ดีเต็มร้อย จะแต่งกายอย่างไรจะกินอยู่อย่างไร แม้แต่การเคี้ยวข้าว ก็ไม่ให้กินมูมมาม เรื่องผู้หญิงผู้ชายก็มีการสอนไว้ เรื่องการใช้เงินสะสมเงินเข้าไม่ได้ สมณะชาวอโศกไม่มีแน่ ต้องมาเป็นคนศูนย์ทั้งกายและใจในองค์ประกอบทั้งหมด แต่ว่ารับภาระดูแลเอาใจใส่งานการ คนไม่เห็นแก่ตัวแล้วก็จะทำเพื่อผู้อื่นมารับภาระผู้อื่น พ่อครูว่า...อาตมาภูมิใจที่เกิดมาในยุคนี้แล้ว ซึ่งเป็นพระเป็นเจ้ามันไม่เอาภาระ มันไม่ได้ปฏิบัติตรงตามพระพุทธเจ้าท่านประสงค์พุทธประสงค์ แต่อาตมามาทำได้ตามธรรมวินัยตามพุทธประสงค์ของพระพุทธเจ้า ก็เลยให้คนมาบวชแล้วก็มาปฏิบัติตนเพื่อที่จะลดกิเลส ลดกิเลสแล้วก็จะต้องรับผิดชอบ เป็นผู้สนองประชาชน ที่เขาให้ข้าวให้น้ำเลี้ยงดูเอาไว้ด้วย ไม่ใช่วันนี้ออกป่าเขาทำไม่เอาภาระอะไรต่างๆนานา ซึ่งมันเป็นหนี้ บวชอย่างนั้นเป็นหนี้ ท่านใช้ประโยคว่า ฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้วยังประกอบเดรัจฉานวิชชาอีก สมณะฟ้าไทว่า...หากเป็นพระทุศีลแล้วจะไปกินก้อนข้าวชาวบ้านให้กินก้อนเหล็กเผาไฟแดงเสียยังดีกว่า พ่อครูว่า...มันเป็นวิบากแท้จริงที่ซับซ้อน อีกอย่างหนึ่งก็จะกลายเป็นเรื่องเล่น มาบวช สามเดือน สมัยพระพุทธเจ้าไม่มีหรอก บวชเข้าพรรษาแค่ 3 เดือน ดีไม่ดีบวชเล่นบวชแค่ 15 วันบวชหน้าศพบวชดารา บวชเท่ๆ ไม่มีหรอก คือมาทำให้เลอะเทอะ เห็นการบวชเป็นของเท่ แต่ตัวเองบวชแล้วไม่ได้ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ดีไม่ดีบอกว่าทำพิธีบวชแล้วได้บุญได้กุศลอย่างธัมมชโยทำ หมวดทีละร้อยทีละพันปีละหมื่นคน แต่ว่าเป็นการทำให้เลอะเทอะ อาตมาพูดได้เลยว่าพระเหล่านั้นไม่ได้จริงจัง มาทำสังฆาทิเสส โดยเฉพาะข้อที่สำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองโดยที่เขาไม่ประสีประสา บางทีเขาก็อดไม่ได้หรอกไม่ถึงเดือนเขาก็ทำ แล้วก็กลายเป็นพระไม่บริสุทธิ์ อปกตัตตะ อยู่ปนกับพระปกตัตตะ เละไปหมด อาตมาจึงอยู่ร่วมกับสังคมอย่างนั้นไม่ได้ก็เลยออกมา เขาทำปาราชิกกันเยอะแยะโดยเฉพาะเรื่องเงินปาราชิกกันมหาศาล ผู้ที่จะมาบวชเพื่อการชำระกิเลสจริง ให้เป็นคนเจริญให้เป็นคนบรรลุธรรม กับคนที่มาทำเละเทะอยู่อย่างนี้ มันจะให้อยู่ด้วยกันไปด้วยกันมาด้วยกันได้อย่างไร นี่แหละเป็นเรื่องที่สุด สมัยพระพุทธเจ้าท่านรู้ว่าใครไม่บริสุทธิ์ก็จะไม่ร่วมทำสังฆกรรมด้วยเลย พูดไปแล้วใครจะว่าเป็นเรื่องยกตนข่มท่านเป็นเรื่องอวดดี แต่จริงๆแล้ว เรื่องที่ดีควรจะแสดงควรจะยกย่อง สิ่งที่ไม่ดีก็ควรจะข่ม ควรจะตำหนิ ควรจะทำลาย อย่าให้มาปฏิบัติประพฤติกันอยู่ มันเป็นสัจจะมันเลี่ยงไม่ออก สิ่งที่ผิดมันเยอะก็เลยต้องตำหนิเยอะว่าเยอะ เมื่อจะยกย่องคนที่ดีที่ถูกต้องก็เลยเหมือนกับยกตัวเอง 621127_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ อรหันต์เป็นง่ายต้องแยกกายแยกจิตอย่างนักบวช

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน