สื่อธรรมะพ่อครู(เทวะ อเทวะ) ตอน พุทธประวัติภาคอเทวนิยม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.95 KB
วันที่แก้ไข3 ธันวาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เทวะ อเทวะ) ตอน พุทธประวัติภาคอเทวนิยม ลิงลมอมข้าวพอง สัตบุรุษ จะมีภาวะนี้ เกิดมาในโลกอยู่กับโลกยังถือว่าไม่เดียงสา จะถูกอำนาจของโลกครอบงำอยู่บ้าง เช่นพระพุทธเจ้าสมณโคดม ก็จะไปกับโลกเขาเก่งกว่าเขาทุกอย่างด้วยนะ เก่งกว่าทุกด้าน แล้วก็จะเหลือเศษลงไปตามโลกเขาอยู่แป๊บนึงเรียกว่าเป็นลิงลมอมข้าวพอง อย่างเช่นพระพุทธเจ้าสมณโคดมหลงไปถึง 29 ปี จากนั้นรู้ตัวก็ไม่เอาแล้วออกหาทางรอดแล้วมาบวช แต่บวชแล้วก็มีวิบากอีก 6 ปี ต้องมาใช้วิบากอีก 6 ปี อายุเป็น 35 จึงระลึกตัวเองได้ว่าเราคือพระพุทธเจ้า ตรัสรู้อยู่ใต้ต้นโพธิ์ ชื่อเดิมคือต้น อสัตถพฤกษ์ ลิงลมอมข้าวพองเหมือนเด็กไม่เดียงสาจะไปถือสาไม่ได้เพราะว่าถูกพลังงานทางโลกีย์ควบคุม ตัวเองไม่มีพลังงานในตัวเองแข็งแรงพอ จนกระทั่งตื่นรู้แล้ว ไม่เอาแล้วเลิกออกมา อย่างอาตมาก็มีลิงลมอมข้าวพองอยู่ถึง 36 ปี อาตมาออกบวช ไม่ใช่ว่าอาตมาจะรู้ทันทีทีเดียว ถ้าใครตามดูหลักฐานของอาตมาจะรู้ว่าบรรลุธรรมก่อนบวช เขียนหนังสือไว้บอกเวลาบรรลุธรรม อาตมาอย่างไรก็ไม่เอาทางโลกแล้ว หนังโทนเข้าโรง อาตมาก็ใส่กางเกงขาสั้นโกนผมแล้ว หนังโทนขายแผ่นเสียงได้มากกว่าหนังมนต์รักลูกทุ่ง หนังโทนเป็นหนังเชิงธรรมะ แปลว่ามนต์รักลูกทุ่งเป็นหนังทางโลกคนถึงชมมาก แต่รายได้จริงๆนั้นโทนมากกว่า เป็นลิงลมอมข้าวพอง ก็จะถูกอำนาจของโลกครอบงำอยู่ระยะหนึ่งเหมือนพระพุทธเจ้าสมณโคดม 29 ปีอยู่ในโลกียะ สมเด็จพ่อก็มอมเมาเต็มที่ ปราสาท 3 ฤดูรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสไม่ให้เจอกับทุกข์เลยให้เจอแต่ความสุข จนท่านไปเจอเอง เจอทูตแห่งทุกข์ แก่ เจ็บ ตาย นักบวช ไม่ได้เห็นเด็กเกิดหรอก ทูตมรณะ ท่านก็ไม่รู้จักคนแก่ ถามอำมาตย์ว่านั่นอะไร ...คนแก่ แม้ท่านก็ไม่พ้นไปจากความแก่ ข้าราชบริพารก็ทูลตอบ ที่จริงแล้ว

อ่านต่อ

ท่านรู้หรอก ไม่ได้โง่ขนาดไม่รู้จักคนแก่คนป่วย แม้ท่านก็ไม่พ้นไปจากความป่วย แม่ท่านก็ไม่พ้นไปจากความตาย ท่านก็กลัวถึงความเจ็บถึงความแก่ถึงความตาย ท่านก็นึกดูว่าจะทำอย่างไรถึงจะพ้น ก็ต้องบวชออกหาสัจธรรม ก็ไปเป็นสมณะ คือผู้ที่ค้นหาสัจธรรมอยู่ที่นั่น ต้องออกบวชเนกขัมมะ ท่านจะออกบวชแต่ลูกเกิดอีก ลาหุลัง พันธนัง ชาตัง เงินผูกขา ลูกผูกคอ เมียผูกคอ ปุตโตคีเว ทนังปาเท สามีภริยาหัตเถ ท่านก็ออกบวช ไปกับนายฉันนะ กับม้ากัณฑกะ ไปเลย ก็บวชต้องออกป่า เป็นมิจฉาทิฐิถูกครอบงำเป็นลิงลมข้าวพอง ไปออกป่าไปหาอาจารย์ในป่า ทำในเรื่องที่เป็นทุกข์กาลกิริยาเป็นเรื่องยากเป็นกิริยาที่ไม่ดีทรมานทรกรรม เช่นไปกินขี้ ขี้ออกมาก็กินเข้าไป ไม่กินข้าว จนขี้เหลือนิดเดียว ร่างกายผ่ายผอม หรือทรมานร่างกายแบบต่างๆ ท่านก็ทำตามเขาได้หมด เป็นลิงลมอมข้าวพอง สัญญาเก่าไม่ขึ้นมา มีวิบาก จนสุดท้ายลองหมดทุกอย่างกับเขา ไปนั่งหลับตาเจออาฬารดาบส อุทกดาบส ก็ได้ฌาน 7 ก็เท่านี้หรือ ท่านก็ทำได้ไม่ยากอะไร นั่นได้ฌาน 8 ก็ได้อีก ผ่านมาหมดแล้ว เหมือนอาตมาก็ไปนั่งมา เป็นลิงลมอมข้าวพอง อย่างอ.มั่น หลวงตามหาบัวก็ทำแบบนั้นมา พอสุดท้าย ก็เลิกจากอาจารย์ทั้ง 2 ไปทรมานร่างกายก็ไม่ใช่ ก็เลยมาทบทวนตัวเอง ระลึกขึ้น 15 ค่ําเดือน 6 ก็นั่งระลึก ยาม 1 ยาม 2 ยาม 3 ระลึกอดีต ท่านเองไม่ได้ปฏิบัติธรรมในปางนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์อื่นๆก็เช่นกัน ท่านได้บรรลุเป็นพระโพธิสัตว์เป็นมหาโพธิสัตว์จนเป็นปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าจนมาประกาศ ก็พ้นจากความเป็นปัจเจก เมื่อท่านประกาศศาสนา ปัจเจกพุทธะ กับปัจเจกสัมมาสัมพุทธะนั้นต่างกัน ท่านก็มีสยัมภูเท่ากันแต่ไม่ได้ประกาศศาสนาขึ้นมาในโลกให้คนได้รับรู้กัน จนได้เป็นศาสดาของศาสนาในยุคนั้น แล้วแต่บารมีบางองค์ก็ห้าพันปี บางองค์ศาสนาอายุหมื่นปี เป็นต้น พระพุทธเจ้าสมณโคดมเป็นพระพุทธเจ้าที่ประกาศศาสนาพุทธที่อายุน้อยที่สุดแล้ว 5000 ปี แต่ท่านต่ำสุด ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านมีภูมิต่ำกว่าพระพุทธเจ้าองค์อื่น ที่มีอายุศาสนายาวกว่านั้น แต่มันขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย กับกาละ ซับซ้อน สรุปแล้วลิงลมอมข้าวพองเป็นเรื่องที่พลังโลก โลกีย์ มันครอบงำอยู่ กว่าจะสลัดออกให้สะอาดหมดก็ใช้เวลาตามบารมี อาตมาทำงานอยู่ทางโลก 12 ปี มาเล่นไสยศาสตร์ 8 ปี (ใน 12 ปี) ออกมาบวชแล้วแรกๆก็ยังพานั่งหลับตาอยู่ พาอธิบายแบบโลกีย์ เทวนิยมอยู่บ้างตั้งเยอะ ข้อเขียนเก่าๆ หนังสือคนคืออะไรทำไมสำคัญนักในเล่มแรกๆนะก็ยังมีร่องรอยเทวนิยมอยู่ ท่านใช้คำว่ามันเป็นวิบากของท่าน 6 ปี ไปใช้หนี้วิบาก เหตุที่ไปตู่พระพุทธเจ้ากัสสปะ สมัยที่เป็นโชติปาละมานพ ท่านเล่าไว้ก็มีหลักฐานอยู่ อาตมาเก็บมาพูดมีหลักฐานต่างๆก็จะเข้าใจ Story เรื่องราวตำนานต่างๆให้ปะติดปะต่อดี แบบอาตมาก็คล้ายกับของพระพุทธเจ้า ท่านก็บอกว่าเป็นวิบากของท่านต้องไปใช้วิบากถึง 6 ปีจึงค่อยมาเป็นตัวของตัวเอง เป็นตัวของตัวเองแล้วก็ระลึกชาติ ระลึกตรวจสอบยามหนึ่งยามสองยามสามก็รู้ เราเองบรรลุมาแล้วผ่านมาแล้ว 10 ชาติสุดท้ายท่านก็รู้ ท่านก็ยังมาทบทวนอีก 49 วันหลังตรัสรู้ที่เรียกว่าเป็นการเสวยวิมุตติ แล้วก็มีภูมิธรรมเดิมขึ้นมา ซึ่งเป็นสยัมภู เหนือกว่าสยังอภิญญาเป็นของตัวเองไม่เหมือนใคร แต่บารมีของท่านสูง แม้ประกาศแล้วไม่เหมือนใครใครก็ยอมรับ ส่วน โพธิรักษ์ประกาศไม่เหมือนใครแต่ใครก็บ้วนน้ำลายใส่ ต้องยืนยันต้องประกาศต้องสร้างความจริงพิสูจน์อ้างอิงพระไตรปิฎก ทั้งพามาปฏิบัติได้จริง พาคนรวยมาเป็นคนจน พาคนติดรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส มาเลิก พาคนติดแบรนด์เนมออกมา ยืนยันได้ ทำให้คนยอมรับ ไม่ใช่ว่าโม้ตัวเองทำได้คนเดียวคนอื่นทำไม่ได้ พวกคุณจะถือว่ามีบารมีเด่นๆจนยอมรับได้ ขออภัย อย่างพวกคุณยังบรรลุได้ จากเคยหลงรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส หลงอัตตาใหญ่ก็ไม่เอาแล้วจะไปใหญ่แบบทักษิณก็ไม่เอา จะไปใหญ่แบบธนาธรก็ไม่เอา แม้แต่เดี๋ยวนี้ จตุพร พรหมพันธุ์ ก็ยังมีสำนึกรู้ตัวแล้ว อะไรอย่างนี้เป็นต้น คนที่ไม่รู้ตัวบ้าบออยู่นอกประเทศออกไป อองลองกับทักษิณก็ไปไม่รู้กี่คนต่อกี่คน เช่นนายจักรภพ เพ็ญแข ตอนนั้นเขาเป็นรองเลขานายกฯเคยมาเยือนที่บ้านราชฯ เราก็เทศน์ไปนึกว่าเขาจะรับได้ ที่ไหนได้เขาไม่รู้เรื่องเลย 621129_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ รูป 24 โดยพิสดารกับลิงลมอมข้าวพอง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน