220814-2-154 ทางเอกภาค2-ตอน154(หน้า341)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท052.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์196 KB
วันที่แก้ไข6 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอังคารที่ 14 สิงหาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมวัดเช้าบรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 17 ที่พุทธสถานสันติอโศกขณะนี้เป็นเวลาที่เราเรียกว่าตื่นแล้วอย่าสัญญาผิดถ้ายังสัญญาผิดหรือให้จิตของเรามันไปตกถูกครอบงำเอาไว้อยู่ว่าเรายังอยู่ในภพเมืองบาดาลแม้เราจะเดินออกมาจากที่เรานอนแล้วออกมาไกลแล้วนี่มานั่งร่วมกับหมู่แล้ว มีอะไรอื่นอีกตั้งเยอะแยะกว่าเราเองเรากำลังจะนั่งฟังธรรมะกำลังจะเล่าเรียนเรากำลังจะอะไรต่ออะไรอีกเยอะแต่เราก็ยังจะต้องเอาจิตมันวิ่งลงไปสู่บาดาลอยู่มันก็เป็นการสัญญาวิปลาสสัญญาผิดกลางวันรู้กลางวันกลางคืนลูกกลางคืนขณะนี้เหมือนกับเราเป็นกลางวันแล้วเป็นผู้ตื่นแล้วเราไม่ได้อยู่ในภาวะหลับเราทำสัญญากำหนดหมายให้รู้ให้ดีอย่าสำคัญผิดถ้าพูดได้ได้เตือนสติตัวเองหรือบอกสัญญากำหนดตัวเองเสมอไม่สำคัญคำว่าสัญญาคำว่ากำหนดเนี่ยสัญญากำหนดให้ชัดๆ เทวัญสัญญานาสัญญาให้ชัดๆมีก็ให้รู้ว่ามีไม่มีก็ให้รู้ว่าไม่มีเป็นอย่างนั้นให้รู้ว่าเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนู้นอย่างนี้ให้รู้ว่าเป็นอย่างนี้ให้ตรงให้แม่นให้สะอาดให้ชัดเจนเราจะได้เป็นสภาพที่ไม่เบลอหรือว่าไม่ซ้อนไม่ลืมมันจะเป็นเอก ago ธัมโมมันจะได้เป็น 1 เป็นเดียวเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้อย่างชัดแจ้งชัดแจ้งชัดแจ้งไม่มีสังขารคือไม่มี 2 ผสมไม่มีหลบไปหลบมาสลับไปสลับมาเราอีกอันนึงมันซ้อนแสงเสมอซาตานเนี่ยหรือว่าไอ้ผีนี่หรือว่าไอ้สิ่งที่เป็นกิเลสมันจะซ้อนเสมอเราเราจะต้องทำให้เด่นชัดให้เป็นเอกเป็นหนึ่ง นายเป็นสภาพดีอยู่ให้ได้ดีๆมันจะได้ไม่เสียไม่เสียไม่เสียค่ามันเป็นความสำคัญว่าถ้าได้แล้วมันดีได้แล้วมันดีเพราะฉะนั้นถ้าเราพยายามควบคุมจิตของเราแล้วให้จิตของเราก็ทำให้ตรงให้เป็นนั่นคือการเป็นในการสร้างเจโตรคือสร้างจิตของเราให้มีอำนาจกล้าให้มีความเก่งที่จะเป็นไปได

อ่านต่อ

้ตามที่เราเป็นผู้ที่นักศึกษาทางจิตวิทยาเป็นเรื่องสำคัญอยู่ไม่ใช่เรื่องไม่สำคัญเลยเป็นเรื่องที่จะต้องได้ดังที่อยู่ใน 4 ข้อที่พระพุทธเจ้าท่านบอกมาหาเองจะต้องมีความสำคัญ 4 ข้อนี้ขอสิ่งหนึ่งที่พระพุทธเจ้าข้อ เจโตวะ 10 ปัตโตจะต้องมีอำนาจในจิตหรือมีอำนาจและจิตเข้าถึงได้โดยจิตจิตจะให้เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้เป็นอะไรได้แล้วก็ได้โดยพระเจ้าโดยไม่ลำบากในฌานทั้ง 4 ข้อ 3 มีอยู่เป็นชายทั้ง 4 ใช้ชาญอยู่ตลอดเวลามหาบุรุษจะต้องมีฌานต้องเป็นผู้ชายอยู่ตลอดเวลาแล้วก็ข้อที่ 4 มีรีโมทอันนั้นก็เป็นขั้นปลายละมีอุปกรณ์ภาคีหมดซึ่งเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่เราจะต้องเป็นต้องมีต้องได้เราฝึกไปเอา 4 อย่างนี้เราฝึกตนเองและฝึกไปเอา 4 อย่างนี้เป็นเป้าหมายจริงๆพยายามเข้าใจความสำคัญนี้ได้ 4 ข้อที่ยืนยันพูด แล้วเราก็เข้าใจด้วยว่าเราจะเอาไปได้ไปได้อย่างไรเราสะสมอยู่ทุกวันหรือเปล่าและสะสมอยู่ทุกวันนี้เราฝึกปรือแล้วก็ทำอยู่แม้จะเป็นประโยชน์ต่อมหาชนเป็นอันมากแล้วก็ทำอยู่จิตของเรานี่ก็สร้างอินทรีย์พละสร้างเจโตประสิทธิ์ประตูอยู่ตลอดเวลาพาเป็นพาไปกันอยู่แล้วก็ฝึกฌานฌานเกื้อกูลกันแกโตว่า 10 ประตูชาในเกื้อกูลกันถ้าเราสร้างจิตของเราให้มันสอดคล้องกันอยู่ตลอดเวลาให้จิตของเราจะให้เกิดก็ได้จะให้ดับก็ได้แต่มีอำนาจในจิตมีเจโตว่า 10 โตแล้วก็เป็นชาญก็คือการทำจิตของเรานี่ระวังรักษาและก็ให้มันดำเนินไปตามที่เราต้องการว่าไอ้ตัวผีร้ายที่มันจะมาอยู่เหนือจิตเรานี่แหละเป็นตัวสำคัญการทำงานเป็นการเก็บกวาด การละกิเลสโดยตรงเป็นฐานบาทฐานแห่งการที่จะล้างกิเลสฉันไม่ได้เป็นไปผู้อื่นถ้าเป็นชาญของพุทธแล้วเป็นฌานเป็นไปเพื่อละนิวรณ์เป็นไปเพื่อล้างกิเลสเป็นไปเพื่อที่สร้างวิชาโดยตรงถ้าไม่มีฉันได้อย่างไรไม่มีฉันไม่ได้เดินยืนนั่งนอนไปไหนมาไหนเราก็จะต้องมีฌานอยู่ตลอดเวลาเมื่อเราเข้าใจดีเสมอแล้วเราก็มีสติสัมปชัญญะได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากในการอยู่เสมอฌานมันก็จะต้องทำหน้าที่เพื่อที่จะทำให้ตัวเองพระพุทธเจ้าท่านได้ยืนยันจากปัญญาจากสุรินทร์นิพพานะสันติเจดีย์ผู้ใดมีฌานด้วยมีปัญญาด้วยอยู่ในตนผู้นั้นผู้ปฏิบัตินั้นชื่อว่าเป็นผู้กล้า เหล็กยืนยันพูดมีช้างด้วยปัญญาด้วยแล้วก็ชาญที่ไม่มีปัญญานะไม่ๆไม่เอาไม่ใช่ไอ้ปัญญาที่ไม่มีปัญญาที่ไม่เป็นชาญไม่มีปัญญาก็ไม่ใช่ชาญหรือฌานที่ไม่มีปัญญาฉันไม่มีปัญญานะไม่ใช่ฌานนัดที่ฉันนั่งอภิญญาศาลไม่ใช่ฌานที่ไม่มีปัญญาเนี่ยไม่ใช่ฉันไม่มีปัญญาไอ้ที่ไม่มีปัญญานะไม่ใช่ฌานณที่ฌานังหรือลัทธิปัญญาประชาคมไม่มีปัญญาก็ไม่ใช่ทานได้ยืนยันรอบหลังรอบหน้าเลยเพราะฉะนั้นปัญญา เป็นชาญชาญนี้เป็นปัญญาแต่ว่าฌานต้องรู้ด้วยว่ามันหมายความว่าอย่างไรมันมีองค์ประกอบอีก 4 ต้องมีวิตกวิจารมีปิติมีสุขมีเอกัคคตาอยู่ถึงแม้แต่เรารู้ว่าเอกสารก็คือรู้ตัวเราอยู่มีอารมณ์จะรู้อารมณ์เอกัคคตารมณ์มีอารมณ์ที่เป็นหนึ่งอยู่อย่างยิ่งมีอารมณ์ที่เรารู้ของเราอยู่ของเรานี่แหละเราเข้าใจสักพักอะไรก็ได้ก็รับมาเราก็รู้เอาเราเข้าเรื่องเดี๋ยวจะอธิบายทั้งชาทั้งนิโรธทั้งอะไรก็ได้ไปพร้อมๆกันด้วยในหน้า 300 41 สรุปแล้วการดับสนิทจึงมี 2 ในการดับสนิทที่มีสติสัมปชัญญะมีการรู้ ดีรู้ชั่วรู้ความควรรู้ความไม่ควรแล้วดับชั่วดับความไม่ควรให้สนิทด้วยปัญญาอันยิ่งและดับชั่วดับความไม่ควรนั้นในจิตของตนเองด้วยอย่าหมายความว่าชั่วมันมีทั้งกายนอกทำอย่างนี้เราเรียกว่าชั่วเรารู้ความกลัวหรือว่ารู้ความชั่วในกายนอกก็มีด้วยมีด้วยกายกรรมก็ดีไม่กี่คำก็ดีและในจิตด้วยดับให้มันได้ถึงจิตต้องมีปัญญาอันยิ่งรู้ว่าจิตเราดับจากหรือว่าเราไม่ให้มันปรุงอยู่ในจิตไม่ให้มันมีอยู่ในจิตมีแต่จิตที่รู้มีจิตรู้หรือจิตเป็นธาตุรู้ที่ไม่มีกรรมกิริยาอย่างนี้อยู่ในจิต มโนกรรมของเราไม่มีสังขารอย่างนั้นไม่มีอันนั้นมาสังขารอยู่ด้วยไม่มีไอ้ความไม่ควรหรือความไม่ดีหรือเหตุปัจจัยแห่งทุกข์นั้นไม่มีเข้ามาปรุงไม่มีอำนาจเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเราเรียกว่าดับในจิตของตนเองด้วยจึงจะเรียกว่านิโรธอริยสัจเป็นการดับที่รู้เรารู้เราเห็นเลยเรารู้อยู่เห็นอยู่เป็นปัจจุบันนั้นเชียวรู้อยู่เห็นอยู่เป็นปัจจุบันนั้นเกี่ยวเข้าใจอย่างชัดแจ้งอย่างมีสติมีสัมปชัญญะมีปัญญาที่แรงที่รู้ได้เท่าไหร่นั่นแหละยิ่งนิโรธอริยสัจมันกลับกันกระทั่งนิโรธของฤาษีมากๆ ถ้าเราได้ทำอยู่เสมอและเป็นนิโรธสมาบัติของพระอริยเจ้าแบบพุทธของพระสมณโคดมแท้ๆมีได้ในคนเป็นๆที่มีบทบาทเยี่ยงคนอยู่ปกติดีๆนี่ไม่ใช่ไปนั่งหลับตาดับจิตเข้าสู่อากิญจัญญายตนะและที่สุดดับเข้าไปจนเป็นอภิปัญญานิโรธอภิสิทธิ์อสัญญีไม่ใช่อย่างนั้นแน่นอนนิโรธคำว่านิโรธนี่แล้วก็ไปอธิบายกันจนกระทั่งถึงสัญญาเวทยิตนิโรธก็คือคนนั่งแข็งดิ่งไปแล้วไม่รู้เรื่องข้างนอกก็ไม่รู้ข้างในก็ไม่รู้อะไรทั้งนั้นมันกลับกันเลยว่าไม่ใช่อันนี้รอบของพระพุทธเจ้านั้นยิ่งรู้ ยิ่งทำอะไรได้แคล้วค้องยิ่งทำอะไรอยู่อย่างชำนาญสัมผัสอะไรอยู่มากก็ได้แต่จริงๆสัมผัสอะไรอยู่มากแรงแต่ท่านไม่ได้มีจิตเที่ยงธรรมเลยมีเจโตว่า 10 ปัตโตเป็นฌานเป็นวิมุตด้วยครบพร้อมเป็นประโยชน์อยู่ด้วย 4 ข้อนี้เป็นอยู่เต็มมหาบุรุษเอกมี 4 ข้อนี้อยู่เต็มมีทั้งฌานมีทั้งวิมุตมีทั้งเจโตว่า 10 ปัตโตไม่ใช่หมายความว่าไม่มีมีถ้ามีงานการที่สร้างสรรค์ให้ผู้ชนะให้ตายอย่างพวกผู้ชนะสุขายะพระพุทธเจ้าที่ทำกุสลาทำการรายงานทำมีทั้งสองมีทั้งสร้างกุศลสร้าง สิ่งที่ดีงามอยู่ทีเดียวเป็นอย่างนั้นเลยมีบทบาทมีอะไรต่ออะไรไม่ใช่ไปนั่งดับโดยเป็นผู้อ่านบรรยายกันแบบฤาษีมาจนกระทั่งอากิญจัญญายตนะนี่ก็ถือว่าดับแล้วไม่มีอะไรนิดนึงนะยังไม่มีแม้ว่าสัญญานานสัญญาโดยไม่รู้เรื่องดับกลิ่นกันยายนพอถึงชาตินี้เราก็ดับสนิทนิดนึงพอไปเซ็นสัญญาเวทีพิษณุโลก หลายๆคำแต่ความหมายเดียวกันคือความหมายนั่งดับจิตถ้าได้นั่งดับจิตนี่เขาก็ว่าตัวนี้แหละเรียกว่าสัญญาตัวเดียวกันเรียกอากิญจัญญายตนะเขาก็ว่าอันเดียวกันเรียกสัญญาเวทยิตนิโรธเขาก็ว่าไอ้เนี่ยนั่งดับเนี่ยดับแข็งที่ไม่รู้เรื่องเด็กนิโรธสมาบัติเขาก็เรียกอันนี้ในภาษาฤาษีเอาเข้าแล้วคนเปย์กันไปหมดเลยความหมายเป็นสัญญากำหนดเดียวแต่ภาษาบัญญัติไปคนละตัวคนละอย่างของพุทธนั้นนิโรธสมาบัติก็ดีนิโรธอริยสัจก็ดีมีความหมายต่างกันนิโรธสมาบัติก็ความหมายอย่างหนึ่งนิโรธอริยสัจนิโรธเป็นนิโรธอยู่ก็อันนึง นิโรธอริยสัจก็หมายความว่าได้ดับกิเลสแล้วได้ดับอารมณ์สังขารที่มันมีเศษส่วนคนนิวรณ์ต่างๆมาปนอยู่ไม่มีนิวรณ์กิเลสอะไรไม่ว่ายังอยากพลางละเอียดเป็นอุปกิเลสก็รู้ได้ว่าไม่มีจะมีรถคันไหนมีรสอริยสัจขั้นที่เรียกว่าไม่มีอุปกิเลสเลยก็คุณพยายามรู้ในจิตของคุณให้ชัดถ้าคุณรู้แต่ว่าผิวเผินแต่วันนี้รอดธรรมดาขั้นง่ายๆเป็นขั้นวิกฤติกรรมการกิเลสลึกซึ้งเข้าไปอีกจิตของคุณลึกซึ้งสูงเป็นฐานกิเลสก็เอาก็รู้ระดับจิตของเราจิตขณะนี้เราดียิ่งสะอาดยิ่งแน่ยิ่งแน่เนียนยิ่งลึกซึ้งเข้าไปถึงจิต ไปหากะตะจิตลึกจนกระทั่งถึงอนุสัยแน่ใจเลยว่ากิเลสอย่างนี้แล้วก็เหตุปัจจัยอย่างนี้ของเรานี่ไม่มีแม้แต่อนุสัยกิเลสไม่เหลือหรอถอนรากถอนโคนคุณจะรู้ตัวเองคุณจะมั่นใจกับตัวเองหรอเหตุปัจจัยอย่างนี้กิเลสอย่างนี้เราไม่มีปัญหาเจ็บกว่าไปเป็นอะไรแต่ภารกิจได้หรือมันยังไม่ถึงขั้นอรหันต์เรารู้อยู่ว่ายังไม่แน่ใจยังไม่มั่นใจยังไม่ถึงขั้นอนุจิตรยังไม่ถึงขั้นสมาธิแต่จิตยังไม่ถึงขั้นวิมุติ 17 คนก็จะรู้ของคุณเพราะคุณเกิดเจโตปริยญาณคุณรู้ในจิตอันยิ่งคุณรู้ในจิตจริงๆมีเจโตปริยญาณจริงๆรู้รอบถ้วนรอบปริญญาสาธารณะประโยชน์สาธารณะมันงามพร้อมหมดทั้งนอก ถ้วนไปหมดเลยอย่าว่าแต่งานเบื้องต้นเป็นอาทิตย์กัลยาณะหรือว่าเป็นแค่กลางเป็นแค่มัดเชคกัลยาณะนี่มันงามหมดแล้วปริโยสานกันยานะทั้งความปั่นรอบปลายขั้นสุดนี่ไม่ใช่ว่าแค่ตัวปลายมันหมดแล้วต้นกลางมันเกลี้ยงทั้งนอกทั้งในบริบูรณ์บริสุทธิ์ปริญญาสานะเนี่ยรอบทวดปริญญาหรือปริยะเจโตปริยญาณก็เหมือนกันญาณที่รอดหมดเลยดีเป็นอันดีเป็นอันที่น่าชื่นใจน่าชอบใจน่าพอใจแล้วรอบแล้วปริยะเขาจึงไปแปลเอาอัดว่ามันเป็นอันที่น่ารักน่าพอใจก็ได้แล้วก็ไปตัดเอาแต่ส่วนอันน่ารักน่าพอใจปริญญาก็เลยแปลกันง่ายๆแต่ว่า ที่น่ารักที่จริงน่ะมันมีสิ่งดีนะมันน่ารักสิ่งดีมันเป็นแก่นกว่าแต่แล้วก็ไปแปลเอาอันเป็นที่น่ารักน่ะเป็นเชิงกิเลสที่น่าทำที่น่ารักปิยะหรือปริยะไปแปลว่าอันเป็นที่น่ารักใช่ถ้าเรามีสิ่งที่ดีและเป็นสิ่งที่น่ารักน่าพอใจในสิ่งที่น่ารักมากพอใจถ้าเราทำได้ถึงนะถ้าเราแยกแยะให้ออกที่อธิบายอยู่ขณะนี้เพื่อที่จะย้ำยืนยันจุดหมายของพุทธกิจหมายของเศรษฐกิจปนเปกันมานานแล้ววิเคราะห์ออกให้ชัดเจนเรารู้แล้วเรามีเวลาเรียนรู้เราจะเรียนรู้อย่างที่เป็นอสัญญีเราก็เรียนรู้มันไม่แปลกอะไรมันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แล้วไม่ใช่เรื่องที่มันจะลึกลับอะไรหรอกเราก็เรียนให้รู้วันนี้มาถึงตอนนี้ก็บอกว่านิโรธของพระพุทธเจ้านั้นเป็นนิโรธอย่างหนึ่งไม่ใช่นิโรธที่เป็นอภิชาตถ้าอย่างนั้นยังไม่ได้ดับสังขารหรือตัดต้นทางแห่งทุกข์อย่างถูกต้องเป็นปฏิจจสมุปปันนธรรมนะคือไม่ใช่การปฏิบัติอย่างรู้แจ้งในปฏิจจสมุปบาทเลยการดับแบบอภิญญานิโรธนั้นจะเรียกว่าเป็นการดับสนิทก็เรียกได้นะแต่เรียกชื่อว่าดาบสนิทก็เรียกได้ดังนั้นอธิบายมาแล้วแต่มันไม่เหมือนกับการดับสนิทแบบสัญญาเวทยิตนิโรธซึ่งมันมีความรู้ชัดในปัจจุบันน่ะทำ ต่างกันอย่างหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียวสำหรับผู้รู้ได้เห็นได้มันต่างกันเป็นหน้ามือหลังมือเลยเราฟังดีๆจะเห็นว่ามันสวนทางกันอยู่มันไม่เหมือนกันดับอย่างนู้นก็ดับอย่างนี้มันสำหรับกูเห็นได้รู้ได้จะเห็นต่างกันเป็นหน้ามือเป็นหลังมือเพราะอย่างหนึ่งมันคือความมืดความไม่รู้อะไรเลยส่วนอีกอย่างหนึ่งมันคือความสว่างแจ้งความรู้ชัดรู้ยิ่งอยู่ตลอดทะลุทะลวงทะลุโลกมันรู้อยู่ตลอดอีกอันนึงมันไม่รู้อะไรเลยยิ่งไปเป็นนิโรธที่เข้ามาแล้วยิ่งให้นิโรธนั้นมันติดต่อกลับไปนะมันยิ่งนับนั่งหลับไม่รู้เรื่องไปเรื่อยมันมีแต่เฉื่อยชาสิ่งอย่างนี้สั่งสมใส่จิตวิญญาณสิ่งอย่าง สั่งสมในเชือกของทางด้านรูปประธรรมกลายเป็นคนเฉื่อยคนเหนื่อยคนเฉยคนโง่คนเชื่อถ้าอันนี้มันสั่งสมลงไปในมนุษย์ชาติมนุษย์ชาติก็จะกลายเป็นเดี๋ยวนี้ตัวอย่างที่เห็นได้คือชาวอินเดียชาวอินเดียเดี๋ยวนี้กลายเป็นมนุษย์เซ่อเสื่อมไปดูที่น่าสงสารเขาบอกว่าคนในโลกนี้ไปดูแล้วเห็นชาวอินเดียและจำนวนที่โง่นี่มันโง่ยิ่งกว่าสัตว์มันช่างไม่รู้เรื่องอะไรเลยมันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นเลยไอ้หมาที่เลี้ยงไว้ในบ้านยังเห็นว่าไอ้หมาพวกนี้มันยังมีแนวฉลาดพวกนี้ยิ่งกว่านั้นเลยบอกก็ไม่รู้เรื่องพูดก็ไม่รู้เรื่องนี่ไม่ใช่ว่าไปใส่โทษนะไอ้ผมก็ไม่เคยไปอินเดียจะได้รับฟังเขาว่าแล้ว เรียนรู้ทางธรรมเราเข้าใจแล้วอ๋อแล้วเรายิ่งรู้เหตุรู้ปัจจัยรู้ว่าทำไมพุทธศาสนามันหยั่งลงอินเดียไม่ได้เพราะอินเดียมันฝังรากไปในทางฤาษีเดี๋ยวนี้ก็ฤาษียังครองใจอินเดียอยู่ศาสนาเดียวหรือถือมันมีมากลัทธิอยู่ในฤาษีได้ลัทธิฤาษีอยู่ในอินเดียนี้มากมันมากจนกระทั่งมันขับผลักดันเอาของที่ดีนี่ออกจากบ้านคือขับดันพุทธศาสนาออกจากบ้านทีนี้พอมีปัญญาน่ะรู้ไหมศาสนาพุทธรู้ไปพูดกับอินเดียเดี๋ยวนี้ก็รู้ว่าศาสนาพุทธยอดที่ 1 แต่เขาเหมือนกับเหมือนหมาเห็นครอบครัวเขาเอาไม่ได้ก็กินไม่ได้แต่รู้ว่ามันเป็นของดีแต่พูด เราพยายามจะเอาศาสนาพุทธเข้าไปตั้งลงในอินเดียเขาก็ไม่ห้ามเขาก็ยินดีต้อนรับเขาก็พยายามจะให้ไปตั้งแต่เมืองไทยพยายามดิ้นโดนจะเอาศาสนาพุทธกลับไปคืนให้อินเดียอย่าไปตั้งแต่เสร็จแล้วที่จริงมันไม่ใช่เลยด้วยซ้ำมันไม่เป็นพุทธที่แท้หรอกมันก็กลายเป็นศาสนากะเทยศาสนาพันทางเอาไปตั้งเขาก็พยายามอย่าไปตั้งพยายามจะเอาไปให้มันเป็นที่อินเดียให้มีปัญญาขึ้นมาให้มันมีอะไรเกิดขึ้นมาก็เอาก็เพื่อคุณกันเพราะถ้าเกิดว่าสั่ง 2 แบบนี้คนต่อไปอย่าว่าจะถึงขนาดต่อช่วงคนเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นปีอย่างที่เป็นเนี่ยในคนขณะเดี๋ยวนี้เมืองไทยก็ชักจะอย่างนั้นลงไปทุกทีแล้วพระศาสนา พระพุทธหรือศาสนาแบบที่มีปนเปปนเปมากับศาสนาฤาษีพอเข้ามาแล้วก็มาเอียงเป็นศาสนาออกเรื่อยๆคนไทยมันเป็นอย่างนั้นคนไทยในประวัติศาสตร์เป็นคนขยันหมั่นเพียรเป็นคนที่มีศิลปะรุ่งเรืองเป็นเชื้อชาติลาวประวัติศาสตร์ที่เป็นชาติเจริญดังกล่าวอย่างสิ่งที่คนเค้าถึงมากก็คือได้สมบัติบ้านเชียงขึ้นมาแต่ศิลปะบัญชีนี้มีมันสมองสูงมีปัญญาในด้านศิลปะในเครื่องแสดงถึงภูมิปัญญาของมนุษย์รู้จักสร้างสรรค์รู้จักศิลปะต่างๆพวกนี้ไม่ใช่คนชั้นแบบที่เขาเรียนวิทยาศาสตร์อ้อยเรียนประวัติศาสตร์กันมาเขารู้ คนที่มีมันสมองในการที่จะประยุกต์ในการที่จะประดิษฐ์ในการที่จะทำอะไรต่ออะไรขึ้นมาเนี่ยเทียบค่าได้พอเห็นศิลปะบ้านเชียงวัดดูแล้วของที่มีความเก่าเท่าไหร่ 6,700 ปีขึ้นไปศิลปะที่ขุดได้ที่บัญชีแสดงว่าคนที่อยู่ในพื้นภูมินี้นี่เป็นคนที่มีปัญญาเลิศมีความเสียเวลามีความชาญฉลาดมีศิลปะชั้นสูงเดี๋ยวนี้ศิลปะยังพอๆกันเลยศิลปะบ้านเชียงสมัยนี้กำลังเข้าไปหาอย่างศิลปะด้านเซรามิกต่างๆได้มันเหมือนกันมันไล่เลี่ยกันเลยเดี๋ยวนี้ทำได้ขนาดนั้นก็แต่ก่อนเมื่อ 6-7 พันปีเขาก็ทำได้อย่างมีแล้วเจริญเหมือนกันแต่ทีนี้มันปรับเปลี่ยนจะมาด้วยตอนนี้ คนไทยก็จะกลับกลายเป็นแบบนี้พอมารับศาสนามารับอะไรต่ออะไรเข้าพุทธก็มาช่วยไว้พักนึงแต่เสร็จแล้วก็ฤาษีเข้ามาครองอีกจะเห็นได้ศาสนาทุกวันนี้มันเป็นศาสนาฤาษีฌานก็ดีนิโรธก็ดีการปฏิบัติธรรมก็ดีก็เป็นการปฏิบัติธรรมแบบฤาษีไปหมดแล้วก็กลายเป็นซ่อนแสงเป็นความเสื่อมของศาสนาพวกออกปากเก็บผลไม้กินเพื่อรออาจารย์บ้างรอที่ว่าอาจารย์จะมาจากไหนคงรออาจารย์ที่จะเป็นอาจารย์แบบรู้จริงเห็นจริงเป็นซะอย่างอภิญญาตัดสินกับสวาประเวณปีปีติดนี่แหละเป็นผู้ที่จะรู้ได้เองแล้วก็มาสอนเขาบอกเขาบ้างประกาศให้เขารู้ได้บ้างไปตะลอนตะลอนเป็นพระกรรมฐานออกป่าพวกที่เคร่งหน่อยก็เก็บผลไม้กินหรือ บิณฑบาตกินแล้วเก็บผลไม้หล่นกินอะไรไปพ่อไม่แกล้งผมปลูกเลยเอาเสียมเอาตะกร้าเข้าป่าขุดปลูกอยู่ในป่าเลยนี่เป็นความเสื่อมของศาสนาที่พระพุทธเจ้าต่างๆเอาไว้ตั้งแต่ก่อนพระพุทธเจ้าจะปรินิพพานท่านพยากรณ์เอาไว้แล้วอีกลัทธินึงก็เป็นเชิงพระบ้านไม่เอาแล้วนะไปหาอาจารย์ไปรออาจารย์อยู่ในป่าอย่างนั้นเป็นเชิงอรัญญวาสีทีนี้พวกข่าวมาว่าสีออกมาก็มาหากินหาอยู่ด้วยกรรมวิธีที่ปลูกเรือนไฟปลูกเรือนไปก็อย่างเนี้ยมีบทมีวิหารมีโรงเรือนและหน้าเป็นซำปอกงแบบนี้ที่เป็นอยู่เนี่ยพระเนี่ยเป็นสรรพากรเราดีๆนี่เลยได้ตั้งตู้บริจาคบ้างทำพิธีบอกเรื่องบอกเราอย่างนู้นอย่างนี้เพื่อให้เขาจ่ายแจกอะไรมาไอ้ลัทธิ ตั้งแต่โบราณอาจารย์พระพุทธเจ้าท่านก็เอาสิ่งที่เป็นมานี่แหละมาพูดมาตัดบอกไว้มาตั้งเรือนไปแล้วก็นั่งรออาจารย์ไม่ได้อาจารย์เรานั่งเก็บกินไปแล้วก็พัฒนาการเก็บกินด้วยสะสมด้วยกลายเป็นเรื่องยุ่งต่อไปอีกแทนที่จะเป็นเดือนไปเล็กๆพออยู่พออาศัยเป็นสรรพากรน้อยๆเป็นเรือนไปน้อยๆพอรออาจารย์มันก็ไม่เจออาจารย์เพราะมันไม่เอาจริงอาจารย์ผ่านไปผ่านมาก็เหมือนกันวันนี้หนุ่มนั่งคุยกับอาจารย์ทั้งคืนนั่งคุยกับพระพุทธเจ้าทั้งคืนไม่ได้รู้ว่าพระพุทธเจ้าหรอกไม่ได้เรื่องแล้วมันไม่เอาจริงมันก็ไม่ได้เรื่องเสร็จแล้วมันไม่เท่านั้นเราก็พัฒนาจนกระทั่งกลายเป็นเรือนไฟที่มีประตู 4 ด้านแล้วก็พยายามไปตั้งอยู่ในทางสี่แพร่ง ความหมายว่าจ้างสั้นๆแต่ความหมายลึกๆแล้วก็เดี๋ยวนี้เต็มไปหมดแล้วไอ้เรือนไฟที่สร้างอยู่ประตู 4 ด้านมุก 4 ด้านแล้วก็ตั้งอยู่ในทาง 4 แพร่งนั่นเยอะเลยเดี๋ยวนี้คือสถานที่ลอยคนเข้ามายิงตั้งอยู่ในที่ชุมนุมชนได้เพื่อที่จะดักคนให้ได้เข้ามาจนเกินไปกราบเพื่อที่จะล่าสัตว์ได้เท่าไหร่ยิ่งนั่นแหละดีหาทำเลก็หาทำเล 1 คนจะชอบจะหาทำเลดักคนได้แม้ไปอยู่ป่าก็ไปสร้างวิมานทองเป็นมุกสีด้านเป็นวันพระวิหารบรรพตอะไรเพื่อที่จะเรียกร้องคนหาเอาวิธีที่จะเรียกร้องคนไม่ใช่รออาจารย์นะแต่เขาก็บอกเขารออาจารย์สมัย ทำไมพระพุทธเจ้ายังดีที่ว่ายังมีจุดรออาจารย์เดี๋ยวนี้ไม่ได้รออาจารย์หรอกตั้งตนเป็นอาจารย์ซะเองเลยแล้วก็เอาอะไรก็ไม่รู้มาที่ได้ผลดีสาดได้ทรัพย์อะไรกันเข้าไปลองซะเลยเป็นตัวปลอมซะเลยนี่เป็นความเสื่อมจนไม่รู้จะเสื่อมยังไงเนี่ยศาสนาถ้าว่ากันจริงแล้วนะเอาสูตรพยากรณ์มาวัดเนี่ยมี 4 ข้อพระพุทธเจ้าอธิบายไว้เอามาวัดมันไม่ไม่ใช่ว่ามันมันไม่มันไม่มีอะไรจะเหลือเสื่อมแล้วมันหมดแล้วไอ้ที่จะเสื่อมคืออะไรไอ้ที่จะเสริมคืออะไรมันไม่มีอะไรจะเสื่อมแล้วนะมันหมดเนื้อหมดเยี่ยวหมดกระดูกแล้วท่านจะว่ากันไปเห็นพระพุทธเจ้าบอกนี่คือความเสื่อมข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 4 ก็สร้างเรือนไฟไว้ที่สถานี เดินไปที่มีมุกสีมุกอยู่ในทาง 4 แพร่งนี่เป็นความเสื่อมข้อที่ 4 เดือนนี้มันไม่ใช่ข้อที่ 4 แล้วมันข้อที่ 8 หรือข้อที่ 16 แล้วเธอจะนับไปแล้วเดี๋ยวนี้มันซับซ้อนซับซ้อนจนกระทั่งมันไม่เหลืออะไรที่คำว่ารออาจารย์ไม่มีคำว่ารออาจารย์แล้วเป็นอาจารย์เสียเองนอกจากคำว่าเป็นอาจารย์ซะเองแล้วมันเป็นอาจารย์เบี้ยวๆด้วยอาจารย์เลอะเลอะเลอะเป็นอาจารย์เดชาวิชาซึ่งไม่ใช่พุทธวิชิตขอพระยี่ห้อพุทธแต่ทำลายพุทธไปเลยโดยตรงว่านี่ไงศาสนาพุทธอย่างนี้แหละรู้ไหมคือเอาไอ้สิ่งที่มาโชว์นั่นแหละมาบอกนั่นน่ะมันไม่ใช่เพชรมันก็กลัวก้อนหินมาโชว์ด้วยซ้ำนี่ไงพุธมันหมดลูกแล้วหลง ตัวเองก็หลงผิดคนอื่นก็หลงผิดมันไม่ใช่ศาสนานั้นแล้วพูดไปเหมือนใส่ความแต่ไม่ใช่ใส่ความหรอกอธิบายความเอาความอธิบายตามเรื่องจริงคุณฟังอย่าเพิ่งเชื่อคุณตรวจสอบคุณดูให้เห็นถ้ามันเป็นจริงดังกล่าวนี้คุณก็เห็นของคุณเองแล้วคุณก็เชื่อตัวของคุณเองอย่าเชื่อคำกล่าวผมกำลังกล่าวความผมกำลังพูดความสมาอธิบายสภาพธรรมที่มันเป็นจริงนั้นการเรียนยิ่งเรียนในสิ่งสูงเป็นขั้นนิโรธเป็นขั้นฌานเป็นขั้นมีหม้อเป็นขั้นสมาบัติอะไรพวกนี้เป็นมรรคเป็นผลพวกนี้มันยิ่งเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งเป็นเรื่องที่ละเอียดละออแล้วมันเข้าใจเพี้ยนได้เพราะว่ามันเป็นเรื่องถึงขั้นจิตเพราะจิตที่เขามาบอกว่านิโรธแบบ สีเราเข้าใจแยกออกแล้วเราก็จะเข้าใจแล้วเราก็บอกเอออย่างนี้มันไม่ได้เกิดปัญญาไม่เรืองปัญญามันไม่ประกอบไปด้วยปัญญามันทำให้ดับไม่ดับให้ดีให้ดีไปไม่เข้าเรื่องแล้วก็รู้เสียพระพุทธเจ้าเต็มไปด้วยสติสัมปชัญญะมีโพดจงมีสติสัมโพชฌงค์ธรรมะวิจัยสมโภชจงมีวิริยะสมภพมีสติแล้วเข้าใจปัสสัทธิให้ถูกอย่าไปเข้าใจปัสสัทธิเป็นดับอีกพอสิทธิก็ไม่เคยแปลว่าดับนะปฐพีแปลว่าสงบระงับประสาทที่ไม่ได้แปลว่าดับสงบระงับเรียบร้อยราบรื่นอยู่จริงไม่มีกิเลสไม่มีตัณหาไม่มีอะไรเข้ามาสังขารก่อนเป็นความสะอาดไม่มีตัวไม่มีตนก็ได้จากปัจจัยที่สูงสุดก็ไม่มีสิ่งที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ตนอะไรจะสร้างก็ ได้จะปลงใจแตกจะคิดจะอ่านจะดำริมีสัมมารามองค์ 8 อยู่ตลอดเวลาทีนี้ก็อยากจะอธิบายฌานกับสมาธิองค์ 8 นี่เข้าไปหากันถ้าใครเข้าใจเข้าใจฉันแบบพูดได้แล้วผู้นั้นจะปฏิบัติธรรมด้วยฌานปฏิบัติธรรมด้วยซ้ำมาก่อนเพราะเมื่อคุณเข้าใจฉันเป็นสัมมาทิฏฐิแล้วคุณก็ปฏิบัติฌานลืมตาเดินยืนนั่งนอนเมื่อคุณปฏิบัติฌานลืมตาก็มีสัมมาสังกัปปะหมายสัมมาวาจาไหมฌานมีวาจาด้วยแปลกใจไหมมีสัมมากัมมันตะไหมมีสัมมาอาชีวะไหมมีตลอดองค์การและก็มีตลอดองค์มรรคทั้ง 4 ทั้ง 8 มีอยู่ตลอดเวลาองค์ชายทั้ง 4 องค์มัดทั้ง 8 ปฏิบัติเป็นสัมมาวายามะทั้ง 8 ไปเรื่อยในมรรคทั้ง 8 นั้นคุณมีฌานก็รวมอยู่ด้วยสัมพันธ์กันเป็นสมัคคีธรรมช่วยเหลือ Profile คุณเดินยืนนั่งนอนทำงานทำการจะพูดจะจาอะไรคุณรู้เลยมีวิตกวิจารณ์มีปิติมีสุขอยู่ได้ตามธรรมมันเลื่อนขึ้นสูงบอกฐานสูงของฐาน 1 / 2 / 3 เป็นปฐมฌานทุติยฌานตติยฌานจตุตถฌานมันเลื่อนของมันขึ้นได้ออกเราดีขึ้นเรื่อยๆจะเป็นแอร์จะเป็นอุเบกขาออกแล้วก็ปฏิเสธพระไม่ต้องยึดมั่นถือมั่นและก็ผิวไปต่อไม่ตกวิจารณ์มิติอุเบกขาใต้เลื่อนไหลดำเนินอยู่ตลอด เวลาเลยไม่ยึดมั่นถือมั่นแต่เป็นเครื่องยนต์ที่เหมือนกับเครื่องเดินขัดเกลาสร้างสรรค์ไปปฏิบัติไปเดินทางไปมีความนึกคิดก็รู้ความนึกคิดนิสัยสะอาดด้วยไปเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าสายเป็นผู้รู้เป็นผู้ตื่นเป็นพุทธะไม่ใช่เป็นธุลีผู้รับนะไม่ได้เป็นผู้นำผู้หญิงนะใช้ภาษาไทยเป็นกันหมดแล้วนะเนี่ยทำไมยังปลูกกันไม่ค่อยขึ้นนี่มันไม่ใช่เพราะอะไรนะพวกคุณได้ยินพวกฤาษีมาเก่าคนติดมาเก๊าคุณเล่นหัดเล่นฝึกได้เคยชินได้ปฏิเสธว่านายอย่างโน้นมากล่าวเป็นวาสนานี่มันมีวาสนาฤาษีมากล่าวขอบคุณมาพูดด้วยนี่ก็มาแย่งชิงออกจากฤาษีมาเห็นแล้วเกิดสมาธิ เข้าใจแล้วขนาดเข้าใจแล้วนี่แหมต่อหน้าต่อตาก็ยังบอกว่าผมคารวะท่านผมนับถือท่านเป็นอาจารย์ของเราแต่เสร็จแล้วก็ไปเอาฤาษีมาอวดเราอยู่ว่ามันจะเป็นเป็นเป็นเป็นเป็นพวกเดียวกันแต่แล้วก็ยังเอาไอ้คุณสมบัติของฤาษีออกมาถึงยังไงยังไงเนี่ยบอกว่าสวมเสื้อของพุทธแล้วนะขอเป็นลูกศิษย์ท่านสวมเสื้อไอ้เสื้อนี่มันยังให้ไอ้ข้างในมันยังมีเนื้อเนื้อฤาษีออกมาแล้วมันนอกตัวนอกเสื้อผ้าอย่างนั้นแทบมันๆออกมาจะมีกับเมียไว้อย่าให้มันออกมามันกล้าจับเหลือเกินมันทิ่มแทงออกมานอกเสื้อ ไม่เห็นมันเป็นอย่างนั้นแล้วมันเป็นแล้วเราต้องพยายามปราบปรามมันเมื่อเราเข้าใจอย่างนี้เราต้องรู้ว่าเราต้องยิ่งพยายามมีสภาพที่เราจะแก้ไขมันนี่แหละมันมีตัวร้ายตัวแรงจริงๆมันเป็นตัวที่มันไปหาจิตโรคจิตเจเจตรินมันหลีกเป็นมันไม่สู้หน้ามันไม่องอาจของพระพุทธเจ้าอาจหาญแก้วกล้ามันต่างกันนะมันสายสว่างแล้วกล้าก็เราตื่นอยู่เรารู้กันอยู่ว่าเราตื่นกันอยู่อาจจะต้องไปหลบไปเลี้ยงอะไรกันไม่ต้องรอไม่ต้องมีนัดฟังไม่ต้องเล่นไม่ต้องหนีกล้าหาญเชิญอยู่เต็มรูปเต็มลำมันต้องเป็นอย่างนั้น ไหนบอกว่าลักษณะต่างๆที่เราปลูกกันอยู่หรือว่าเตือนกันอยู่เพื่อที่จะแก้แก้กลับเพื่อที่จะทำให้เข้ารูปเข้าร่องเมื่อมีสัมมาทิฐิแล้วก็พยายามเริ่มต้นเมื่อสัมพันธ์กันแล้วคุณพอเข้าใจอะไรมามากขนาดนี้จะเห็นได้เพราะว่าแปลเป็นไทยมันก็ไปตกอันเดียวกันพอสัมมาสังกัปปะคือสมาธิจิตเกิดสัมมาสัมพุทโธคุณก็ดำริเริ่มตัวเดียวกันอีกตัวเป็นไวพจน์การขยายกันได้เพราะไปแปลรำพระธาตุของพระพุทธเจ้าว่าความริเริ่มมันก็เหมือนกันมีความเรื่องอะไรมันก็ได้เริ่มดับความเสื่อมหรือว่าดับความที่ไม่ดีเรารู้ว่าไม่ควรสิ่งนี้ไม่ควรเป็นมันควรเป็นสิ่งนี้ทำในใจอย่างไรควรทำในใจอย่างนี้อย่าทำในใจอย่างนี้ที่จริงก็ อยากทำแต่ไม่มีตัวทำใช่ไหมแหมตัวเก่งนี่มันมันพยายามทำเราก็เข้าใจแล้วเราก็ไม่อยากทำนะพยายามแก้มันเหมือนกันนะแต่เผลอไม่ได้มันเอาแล้วมันเหมือนนั่นแหละสไลด์ที่เอามาขายเอามาน่ะที่เป็นรูปพระเชือกฟันเชือกอ่ะฟันไปทางโน้นมันก็พยายามกัดกัดหมากัดแทะอยู่ข้างใต้ที่นั่งแล้วก็พยายามเราก็ว่าเราฝึกเรื่อยนะหัดทำแต่ไอ้นี่มันกินเอากินเอากินขึ้นมาเรื่อยมันกินตัวอยู่ด้วยนะเราทำอย่างนี้มากินตัวเรามันไม่ได้ดีขึ้นเพราะเราจะต้องอยากให้หมาแทะอย่าให้หมาดักกิน นี่ก็ว่ารับไปรับไปก็เหมือนกับความเชื่อแต่เปล่าหรอกม้าแทะอยู่ข้างในมันไม่ใช่ใต้ที่นั่งหรอกหมาแทะ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน