220804-2-145 ทางเอกภาค2-ตอน145(หน้า306)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท052.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าบรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 16 ที่พุทธสถานสันติอโศกปานามาทำวัตรกันต่อนะตอนนี้ถึงหน้า 36 กำลังกล่าวเข้ามาถึงคำว่าศีลสมาธิปัญญาซึ่งศีลสมาธิปัญญาเนี่ยสำคัญมากและสำคัญตรงที่เราจะต้องเข้าใจความเป็นสมังคีของศีลสมาธิปัญญากันให้ชัด แล้วเราก็จะต้องรู้ตลอดว่าเวลาเราปฏิบัติธรรมเนี่ยเราได้ใช้ศีลเราได้ก่อสมาธิเราได้เกิดปัญญาผู้ปฏิบัติธรรมสติปัฏฐานจะเห็นผลเลยเห็นผลว่าเราเพราะเราถือศีลเพราะเรารักษาศีลเพราะเรามีศีลไปทุกบริบทมีสติสัมปชัญญะและก็เพ่งพิจารณากายเวทนาจิตธรรมโดยภาษาบัญญัตินี้มันชัดแต่โดยความรู้ของคนเนี่ยไม่ค่อยเข้าใจกันเพียงพอบอกว่าที่จริงเราได้ตรวจกายที่จริงเราได้ตรวจเวทนาที่จริงเราได้ตรวจจิตเราได้ตรวจทำตลอดเวลาเพื่อจะเรียนใหม่ๆหรือไม่เข้าใจบัญญัติเข้าใจภาษายังไม่ชัดเจนคือเราได้ดูกายกรรมของเรานี่ก็เป็นกายวจีกรรมของเราก็เป็นกายา กรรมของเราก็สำคัญอยู่กับกายกรรมสำคัญที่กรรมมโนกรรมของเราคือจิตเนี่ยจิตเนี่ยมันจะพันกันอยู่โดยแม้กระทั่งเวลาเราเป็นไปอย่างไรก็ตามแต่ได้กายกรรมเนี่ยเราก็เกิดเวทนาอยู่ตลอดเวลาเกิดความรู้สึกสุขรู้สึกทุกข์อยู่ตลอดเวลาแล้วเราก็ได้ปรับปรุงมันถ้าเผื่อว่าเรามีศีลมีหลักใจที่เราว่าเรามันมีอยู่ที่ใจของเราเสมอแล้วเราไม่มีสติสัมปชัญญะและเราก็มีกรรมฐานอันเรียกว่าศีลนั้นๆมาตั้งใจสมาทานแล้วเราจะรักษาตามศีลนั้นและศีลนั้นก็มีผลในการควบคุมในการที่จะทำให้เราเนี่ยปรับปรับปรับปรับปรับปรับปรับปรับปรับให้มันตรงไปตามความหมายของศีลเท่าที่เรามีปัญญาเข้าใจละเอียด ลึกซึ้งและเราก็มีหิริโอตัปปะกับสีนั้นมากเท่าไหร่เท่าไหร่มันจะปรับจริงๆปรับแม้ว่าเราจะหลงว่ามันเป็นสุขแม้เราได้ฆ่าสัตว์ที่มันเหลือเกินแต่ก่อนนี้สนุกเหลือเกินเป็น
อ่านต่อ
ความภาคภูมิใจด้วยอยู่ดีๆก็เป็นล่าสัตว์หรือว่าอยู่ดีๆก็แสดงฝีมือสั่นได้ฆ่าบางทีได้ฆ่าด้วยโรคด้วยราคะบางทีข้าในโทรศัพท์อย่างบางทีคนไปคนเป็นนักล่าปลาอย่างเงี้ยเห็นปลาไม่ได้หรอกแหมมันต้องเอามันต้มกินหรือเอามาขายหรือว่าเป็นผู้ที่ได้ปลาแล้วก็เป็นนักล่ามาได้เป็นนักเก็บปลาตกปลาจับปลาได้มากๆภูมิใจด้วยแล้วมันดีใจด้วยมันเคยชินกับจิตพอเวลามันมีศีลข้อนี้เข้าแล้วมัน กดยากกดใจยากเพราะฉะนั้นเมื่อเราไปกระทบสัมผัสต่อสิ่งนี้ขึ้นไปกระทบเห็นปลาเป็นหมู่ฝูงมาใจคอมันก็จะขึ้นมันอยากได้มันอยากทำแล้วเรามีวิธีการทำด้วยมีความสามารถมีความเชี่ยวชาญที่จะจับมันเอามาใส่แข่งใส่ข้องใส่ตะข้องใส่กระบุงตะกร้าอะไรเรากลับมามันเคยเพราะงั้นเวลาผู้ที่ได้ปฏิบัติธรรมแล้วเนี่ยมันก็จะมีศีลเนี่ยเป็นเครื่องที่บอกตัวเราอยู่เราก็จะได้ขัดเกลาไม่รู้สึกเลยทีเดียวว่าเราจะได้ฝืนใจปฏิเสธว่านามันก็จะเกิดอธิบาย เสพคุณได้จิตมันคุ้นมาในด้านที่กลับกันกับที่เราเคยเป็นมันจะฝืนจะทนจะขัดจะกล่าวอย่างนี้เสมอจริงๆมันไม่ได้ขัดเกลาโดยเฉพาะกายกรรมเท่านั้นว่ากี่กรรมเท่านั้นแต่ศีลจะต้องมีฤทธิ์ออกมาถึงตายแล้วว่าจีให้ได้ควบคุมกายเราว่าชี้ให้ชัดถ้าบอกว่าเรามีศีลเขาจึงเน้นสีนี้ว่าให้เป็นกายเรามาจีบซึ่งมันๆๆถ้ามันจิตมันเคยแล้วนะกายมันไปแล้วว่า G มันไปแล้วมันพูดแล้วมันบอกก็ตามที่มันเคยแล้วถ้ามันเป็นอยู่เก่าทีนี้เราจะปรับปรุงแล้วเราจะปรับเปลี่ยนแล้วจะปรับเปลี่ยนแล้วเพราะฉะนั้นการก็ต้องไม่ทำแม้ไม่ทำแล้วเราจะรู้สึกเลยว่าจิตของเรามันรู้สึกว่าหมามันอยากทำอยู่นะเนี่ยถ้าพวกมีปัญญารู้ก็ จิตตัวเองเห็นออกแล้วเราก็ต้องวิปัสสนาบอกเขาหรือไม่ก็อดทนอดฝืนเอาเฉยๆดื้อๆเป็นหลักสมถะเราใช้ทั้งสองหลักกับหลักสมรรถนะหลักวิปัสสนาธุระไม่รู้จะเห็นว่าเราได้ปฏิบัติธรรมตลอดเวลาเมื่อเราได้อดทนข่มขืนด้วยสมถะมันก็มีเป็นมิตรสัมพันธ์แล้วเราได้วิปัสสนาลงไปลงไปลงไปลงไปมันก็จะได้เป็นผลประหารอย่างอื่นลงไปด้วยซึ่งเป็นทหารประทานมันได้ประหารสังวรประธานประหารประธานอนุรักษ์คณาประธานภาวนาประธานมันก็จะเกิดผลขึ้นมาได้มีผลภาวนาประธานที่เขาบอกว่าถ้าภาวนาแปลว่าก็ได้ปฏิบัติได้บำเพ็ญพรตหลับตา เมื่อไหร่ก็ทำอยู่สติปัฏฐานหรือวิปัสสนาอยู่ทุกบริบทยืนเดินนั่งนอนด้วยศีลและกำลังมันกำลังทำงานกับจิตเป็นจิตจิตจิตจิตจิตของเราเมื่อได้สังวรระวังแล้วก็พยายามทำไปตามทิศทางที่เรามีปัญญารู้อยู่ว่าเรากำลังทำมันกำลังทำให้ดีขึ้นเราก็ได้ว่างเว้นบาปว่างเว้นทุจริตกรรมขึ้นเพราะฉะนั้นทุจริตกายทุจริตวจีมันก็ได้อบรมให้มันเป็นสุจริตขึ้นสุจริตขึ้นมโนก็ถูกอบรมเป็นมโนสุจริตขึ้นหรือมโนกรรมที่สุจริตขึ้นเรื่อยๆจริงๆนี่เราได้ปฏิบัติอย่างนี้เสมอนิวรณ์มันก็ลดแน่นอนนิวรณ์ 5 พยาบาทก็ลดอย่างบางคนนี่เพื่อนอาตมาคนนึงเขาบอกเขาเจองูไม่ได้เขา มันยังไงไม่รู้ไม่ฆ่าไม่ได้ไม่ข้ามเหมือนจะตายเห็นไม่ได้ต้องฆ่ากันเจองูไม่ได้แล้วเขาจะหวังจะเจองูมากเหลือเกินคนไปอยู่ที่นั่นที่นี่ก็ไม่ค่อยเจองูแต่เขาจะต้องเจอแล้วเขาก็จะต้องฆ่ากันมีเพื่อนคนนึงทำงานทีวีด้วยกันเดี๋ยวนี้ก็เป็นหัวหน้าอยู่ช่องช่อง 9 แล้วก็บอกว่าเจอไม่ได้ถ้านี่มันฆ่าโดยพยาบาลหรือค่าในโทรศัพท์ซึ่งมันมีกันตั้งเมื่อไหร่ก็ตามแต่เขามารู้สึกไม่ได้มันต้องฆ่ามันอดไม่ได้อ่ะมันต้องฆ่าเห็นหมดมันต้องฆ่าไว้ไม่ได้จนมาภายหลังมาพบกับอาตมาพูดกันเรื่องธรรมะอะไรไปตอนหลังนี่แหละครับตกลงกันพยายามอธิบายการให้เข้าใจในหลักสีเนี่ยเข้าใจในหลักธรรมเข้าใจใน แล้วเขาก็ปฏิบัติจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็เฉยได้แล้วเขาเห็นงูเขาก็ไม่ๆไม่อยากไม่ฆ่าไม่ๆๆจิตใจมันก็ไม่มีมือมือไม้แล้วก็ไม่ฆ่าแล้วปากก็ไม่พูดคือมันบริสุทธิ์นอกด้วยแล้วนายมันก็ทำได้สงบจิตสงบได้คือจิตไม่อยากฆ่าอาการนั้นแต่ก่อนมันก็ทนไม่ได้จริงๆเขาบอกว่ามันไม่ไหวเลยใหม่ๆนี่โอ้โหแทบตายมันทนไม่ได้มันมันจิตไม่ต้องฆ่าแต่เสร็จแล้วเขาก็ปล่อยอโหสิแล้วก็วางเห็นมันก็ไม่ขายเดี๋ยวนี้ก็เฉยก็ไม่มีปัญหาอะไรแต่ก่อนนี้เขาก็เคยบอกเคยสารภาพเคยบอกเขาแล้วเขาสบายแล้วเขาไม่ไม่อยากฆ่าแล้วเนี่ยมันฆ่าด้วยอารมณ์พยาบาลมันฉันทะพยาบาลเนี่ยมันก็อยู่ในองค์ของนิวรณ์ทั้งนั้นแหละอย่างนี้เป็นต้นหรือมันชอบใจมันอยากได้ตกปลาจับปลาอย่างนี้มันก็ด้วยราคะ ฉันทะฝนตกของการปรารถนาอย่างนี้เป็นต้นเราได้ปฏิบัติธรรมได้ละนิวรณ์ได้ปฏิบัติอบรมทุจริตต่างๆให้เป็นสุจริตต่างๆโดยจริงโดยมีสติสัมปชัญญะโดยมีการสังวรสำรวมในอินทรีย์ทั้ง 6 มีจิตอันแยบคายและปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาตลอดสายที่เราจะดับอวิชชาเลยไม่ได้ทำสติปัฏฐานอยู่ในนั้นโพชฌงค์ 7 เกิดขึ้นอยู่ในนั้นมีธรรมะวิจัยเราจะได้เมื่อเวลาเราสัมผัสแล้วมันก็เกิดทำเอาไปจ่ายถ้าเราได้เดินโพชฌงค์ด้วยสติปัฏฐานเกิดแล้วเราได้ควบคุมกายควบคุมเวทนาควบคุมจิตควบคุมธรรมะจะเกิดธรรมะยิ่งขึ้นกับเพราะเรามีสติสมมีธรรมะวิจัยสมโภชทรงมีวิริยะสมโภชจงตามต่อจากสติปัฏฐานขึ้นไปเป็นบทที่ ต่อขึ้นไปเรื่อยๆเรื่อยๆมันก็จะเกิดปิติเกิดปัสสัทธิเกิดสมาธิฟังดีๆนะสมาธิอันเกิดตามหลังสีนะไม่ใช่สมาธิอันเกิดนั่งหลับหูหลับตาแบบฤาษีอย่างนั้นมันเก่าแล้วหรอเก่ามากซึ่งใครๆก็รู้แล้วก็ง่ายสมาธิแบบนั้นน่ะง่ายสมาธิแบบนั่งหลับตาแล้วก็ทำดีก็ไปเฉยๆไม่ต้องไปสัมผัสอะไรไม่ต้องแตะต้องอะไรบอกว่าจะทำสมาธิแล้วก็ยศบางทีปิดห้องอาบเลยเข้าเงียบไม่ต้องเกี่ยวกับใครเลยโถ่ของแบบนั้นเขาเรียกว่าหมูหันราดน้ำพริกหั่นมาเสร็จมันก็หวานจ๋อยไอ้นี่ก็ตักเข้าปากเท่านั้นเองมันจะไปยากเย็นอะไรมันจะไม่มีอะไรง่ายแล้วมันก็ไม่มีประสิทธิภาพ อะไรนักมันเป็นเพียงแต่ว่าของผู้ที่จะ 1 จะใช้ตรวจสำหรับเราเองอย่างง่ายๆถึงตรวจง่ายๆนี้เราพบเพื่อความกระจ่างแจ้งไม่มีอะไรมากวนไม่จะมีอะไรเธอต้องมาเป็นสิ่งที่มันสะพัดเข้ามายุ่งเราจะดูความสะอาดที่สุดนะ 1 จะเป็นชั้นสูงก็ตามก็ทำเอาซึ่งเราก็มีอยู่แล้วระบบนี้ของขั้นตอนปกติเป็นพระอริยะชั้นสูงพระอนาคามีหรือว่าผู้ที่จะตรวจจิตสะอาดก็บอกกันแล้วพวกเราไปเก็บตื่นเช้ามาปี 2 ปี 3 อย่างวันพุธตื่นขึ้นมาตั้งแต่ 3 อย่างที่เราเคยตื่นก็ตื่นมาแล้วก็ตรวจนั่งไม่ใช่ตื่นขึ้นมาแล้วก็มานั่งโง่ๆก็มาชี้หน้าตัวเข้าไปที่รู้ไหมเรากำลังเป็นยังไงอ่ะทีนี้ถ้ากำลังกินเอ่อมันนิวรณ์ 5 กำลังสัตว์เจ้าอยู่เต็มลำเลยแล้วมันจะไม่ได้อะไรแต่ถ้าเผื่อว่าเรา ใช้เวลานั้นจริงๆตั้งอกตั้งใจจริงก็ทำอยู่ก็บอกอยู่แม้แต่อยู่ที่นี่หรือไปอยู่ที่ไหนก็ตามหรือแม้แต่วันธรรมดาเราก็มีเวลาวันธรรมดาตอนเช้าตอนเย็นอะไรหรือตอนว่างแล้วงานพักได้หรือว่าตอนที่จะนอนก่อนนอนหลับหลังนอนอะไรแล้วก็พอทำได้เนี่ยจะตรวจจิตวันหนึ่งคืนหนึ่งอย่างน้อยก็ตรวจของวันนี้มันสะอาดมันเป็นยังไงหรือว่าซักซ้อมดูจิตของเราปัจจุบันนี้เราจะสามารถควบคุมได้ไหมเราจะมีอำนาจเหนือจิตขึ้นมาเท่าไหร่แล้วจะมีนิวรณ์เท่าไหร่ก็ตรวจดูความสะอาดของมันไปดูซิมันจะไปมากแค่ไหนมันจะมียังไงถ้าเราเข้าใจเราก็จะได้เรียนรู้จิตจริงๆก็แนะอยู่บอกวิธีการอยู่ให้กระทำแต่เรา ทำกันไม่รู้อาตมาก็จะไม่รู้จะทำยังไงอาตมาก็ไม่มีไม่มีความสามารถที่จะไปจะได้นั่งจับมือจับไม้จับตัวจับทนบังคับจนการมันก็ไม่ไหวเพราะว่าเราก็ต้องช่วยตัวเองด้วยแรงของตัวเอง 1 ด้วยผู้อื่นก็ช่วยด้วยต่างคนต่างเกี่ยวกันเราก็เก็บเห็นตัวเองผู้อื่นมาช่วยคิดเห็นเกี่ยวแขนเราด้วยเราก็จะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นเพราะการตรวจสมาธิอย่างที่ว่านี้ในขณะที่เราเองเราไม่ต้องเกี่ยวข้องกับอะไรแล้วก็อยู่นี่เพื่อที่จะตรวจตราก็ตรวจได้ด้วยแล้วก็ต้องถามต้องทำนะทีนี้นอกจากจะไม่ตรวจอย่างนั้นเราก็ปฏิบัติสมาธิตลอดเวลาคือมีเกิดอาทิตย์จิตเพราะศีลเพราะศีลเป็นหลักพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้จัดว่าสมาธิที่เกิด 8 ศีลเป็นที่ตั้งศีลเป็นฐานศีลเป็นที่เป็นไปสมาธิแบบนี้เป็นมหานิยมหัตถานี่เป็นพระโบราณอนุสาสนีหมายความว่าคำสอนที่พระพุทธเจ้าท่านสอนอยู่มากเพราะโบราณสถานสนีคือท่านสอนอย่างนี้ไว้มากท่านบอกว่าสมาธิที่เกิดแต่ศีลเป็นฐานศีลเป็นที่ตั้งศีลเป็นที่เป็นไปอย่างนี้แล้วก็เป็นสมาชิกที่มีผลมากมีผลสูงมีประโยชน์มีประโยชน์มากมีผลสูงมหาศาลเป็นประโยชน์มากมายเป็นผลมากเป็นผลสูง อาหารอีสานอาหารอีสานอานิสงส์มหานิยมสังขารก็เป็นประโยชน์สูงอย่างแท้จริงแล้วทีนี้เมื่อกี้ได้อธิบายไปแล้วว่าเมื่อมีศีลแล้วมันก็ได้ขัดเกลายังไงมีสัมพันธ์ความสัมพันธ์เกี่ยวโยงยังไงก็ฟังดูมันเป็นสมาธิมันเกี่ยวโยงกันแล้วมันก็อุดหนุนกันมันสนับสนุนกันมันเป็นบทบาทที่ส่งเสริมกันอยู่ขัดเกลากันอยู่ทำงานกันอยู่มันมีองค์ธรรมตรงนี้ทำงานพร้อมพรั่งกันทีเดียวพอมันทำอย่างที่อธิบายแล้วเมื่อกี้ว่ามีมันกำลังขัดเราทุจริตอยู่ทีเดียวมันเป็นสติปัฏฐานอยู่ทีเดียวมันเป็นโพชฌงค์มันกำลังก่อโพชฌงค์ซึ่งเป็นสมาธิอันตรัสรู้สมาธิในโพชฌงค์นี้คือสมาธิขององค์ตรัสรู้โปรดพระหรือโพธิมันแปลว่าออกมันแปลว่าตรัสรู้มันกำลังไปองค์การหรือว่าองค์กรหรือว่าองค์ปัจจุบัน ลูกอมอธิกาองค์ส่วนที่มันเกิดเพราะเหตุนี้จึงเป็นหนี้เพราะเหตุนี้จึงเป็นนี้ต่อกันอยู่ส่งเสริมให้เกิดสมาธิให้เกิดสมาธิสัมพุทธชงด้วยเป็นสมาธิอันตรัสรู้ไม่ใช่สมาธิฤาษีไม่ใช่สมาธิแบบอื่นๆเกิดสมาธิและเกิดอุเบกขาอุเบกขาก็คือสมาธิขององค์ฌานองค์ธรรมที่เป็นสมาธิถึงขั้นจตุตถฌานเป็นฌาน 4 อุเบกขาสมโภชนมันจะส่งเสริมไปถึงปลายฐานนั้นฐานนั้นก็เคยยืนยันให้ฟังแล้วว่าเป็นฐานนิพพานเป็นฐานนิพพานลำลองอาจจะเป็นนิพพานพรมถ้าเราเองยังไม่รู้แท้จนกระทั่งติดอุเบกขาหรือว่าเข้าใจอุเบกขายังไม่เพียงพอเป็นอัตราอยู่ส่วนใดส่วนหนึ่งมันก็จะเป็นนิ ไปเหมือนกันแต่ว่ามันก็ยังไม่ละเอียดละออทีเดียวมันจะต้องทำความปัญญาทำความเข้าใจหรือทำปัญญาให้แจ้งยิ่งกว่านั้นแม้อุเบกขาเราก็ทำถูกต้องเป็นอุเบกขาอย่างจริงจังและสุดท้ายเราก็ไม่ยึดมั่นยึดติดในอุเบกขานั้นด้วยอาจจะแปรเปลี่ยนไปเป็นอื่นบ้างไม่ยืนยันยืนยันที่จะต้องเอาอารมณ์อย่างนั้นเป็นตายตัวเธอทีเดียวเราจะอนุโลมไปอีกอื่นเราจะไปปรุงปีสร้างไปคิดไปนึกเป็นสภาพอื่นขึ้นมาอีกมีองค์ประกอบไม่เหมือนสภาพนั้นแน่ๆนิ่งๆอยู่อย่างนั้นเฉยๆอยู่อย่างนั้นก็ยังได้นะเราก็จะต้องเข้าใจละเอียดและออกไปพูดที่จะรู้แง่เงินที่เราจะสร้างศาลเจ้า จะเป็นไปด้วยความพอดิบพอดีตามกาละเทศะสถานะมันเป็นสภาพลึกซึ้งมันเป็นสภาพคุณธรรมมันสูงซ้อนขึ้นไปอีกซึ่งถ้าเราได้ทำแล้วได้ปฏิบัติเป็นจริงเราจะเห็นจะรู้จะเข้าใจที่กล่าวนี้โดยที่ไม่ใช่ว่าฟังไปเปล่าๆไม่ใช่แต่คุณจะรู้เลยเพราะเมื่อเรามีศีลแล้วก็ปฏิบัติธรรมไประลึกรู้อย่างที่ยกตัวอย่างง่ายบางทีถ้าเราศีลข้อ 1 อย่างเงี้ยเราไปไหนมาไหนเราก็จะเกิดการระมัดระวังตัวสังวรดูแลและศีลนี้มันก็จะขัดเกลาจิตของเรามันกระทบสัมผัสเหตุการณ์จริงเราก็ได้ทำงานกับจิตของเราจริงมีจริงๆเลยมีแรงมีเบามีน้อยแล้วมันก็ได้ทำงานกันจิตของเราจริงๆจิตของเราก็ได้ควบคุมแล้วเราก็จะเผื่อว่ามันดีขึ้นมันก็จะดีขึ้นเกิดปัญญาก็จะเห็นจริงขึ้นไม่ใช่ ปลานึกคิดปรุงเอาแต่ความคิดเฉยๆด้วยมันจะเป็นปัญญาที่รู้เห็นสภาวะจริงว่าการเป็นอาการของรถโลกหรือว่าเป็นราคะเป็นโทสะเป็นโมหะเป็นอย่างนี้นะแรงก็อย่างนี้กลางก็อย่างนี้เบาไปอย่างนี้หรือว่าเราลดลงได้เป็นบิดาก็ทำเราก็รู้ว่าเออมันรสจางคลายลงได้ดับสนิทเลยแหมไม่เกิดอารมณ์เลยเราก็จะเกิดปัญญาที่รู้เห็นจริงเป็นจริงไม่ได้หมายความว่าเป็นปัญญาที่ไปขบคิดตรรกะวิทยาเป็นการผกผันเป็นการคำนึงคำนวณสร้างความคิดอ่านขึ้นมาเฉยๆไม่ใช่เป็นปัญญาที่เห็นสภาวะธรรมเห็นอาการเห็นอะไรต่ออะไรของระบบของสัจธรรมโดยเฉพาะเรื่องกิเลสตัณหาอุปาทานปรมัตถ์ที่มันลดละจานคล้ายที่มันสบายจริงที่มัน เพราะว่าเมื่อเราไม่ทำอย่างนี้เราเกิดยังไงถ้าเราฝืนอยู่มันจะเกิดทุกข์มันไม่ฝืดฝืดแล้วมันเห็นจริงด้วยปัญญาอันยิ่งและจิตใจเราก็มีอำนาจที่ไม่ต้องกระทำไม่ต้องบรรยายไม่ต้องมาดุนอ่อนแล้วเป็นจิตเป็นทุกข์เป็นแววไวเป็นจิตที่อ่อนหรือเป็นจิตที่ไม่กระด้างไม่แข็งไม่ดื้อไม่ฝืนไม่มุ่งมั่นยึดมั่นอย่างเก่าได้ทำให้มันเปลี่ยนแปลงไปทำลายอนิจจังได้อันนี้อันนี้จำของจิตนะอันนี้จังก็สภาวะธรรมของจิตจิตมันเคยเที่ยงอย่างนี้จะต้องเป็นอย่างนี้ตลอดนิรันดร์มันไม่เที่ยงแล้วมันกลายเป็นเราแปลออกมาให้มันเป็นสูตรทิศทางที่ดีเราก็เห็นจิตที่มันเจริญยิ่งขึ้นแต่ก่อนมันเคยชั่วน้ำหนักเท่านี้ตอนนี้เราไม่ให้ หนักไม่ให้มันชั่วเท่าเก่าอย่างนี้แหละแล้วปรับให้มันมันชั่วน้อยลงหรือดียิ่งขึ้นอย่างนี้เรียกว่าการเกิดใหม่เป็นอุบัติเหตุจิตมันก็เจริญขึ้นเจริญขึ้นเป็นอาทิตย์จิตเสมอปัญญาเราก็เห็นจึงรู้จริงไม่ได้เป็นได้ปัญญาเพราะนึกคิดและไม่ใช่ว่าได้ปัญญาแต่เพียงว่าเราฟังจำเขาอธิบายเข้าใจแล้วเรานึกว่าเราจบไม่ใช่มันจะต้องไปฝึกต่อแล้วจะเป็นปัญญาที่เห็นจริงว่าเออมันละเอียดต่างกันสัมผัสสภาวะนั้นทุกวันทุกเวลาที่เราประพฤติสติปัฏฐานมีอธิปัญญาขึ้นเรื่อยๆด้วยเห็นจริงรู้ยิ่งจริงเป็นอธิปัญญาขึ้นเสมอๆไม่ได้หมายความว่ามันเข้าใจแล้วแล้วก็จบกันเท่านั้นเองด้วยเหตุผลที่เข้าใจพูดกันเมื่อไหร่เมื่อไหร่ผมพูดหรือว่าอาตมาพูดเนี่ยมันประโยคเก่าหรือว่าเรื่อง ไม่พูดกันอยู่ซ้ำซากไม่ใช่ว่าเข้าใจอยู่เท่านี้ด้วยแค่เท่านี้หลายคนประมาทแล้วบอกว่าไม่ฟังที่จริงฟังใหม่เนี่ยเสริมๆนี่ก็ยังมีแนวแนะยังมีอะไรต่ออะไรเสริมอยู่ตลอดเวลาด้วยซ้ำแล้วยิ่งเราไปปฏิบัตินั้นน่ะเป็นปัญญาไม่ใช่ปัญญาที่จำได้อยู่แค่นี้เราไปเห็นจริงรู้จริงเห็นจริงเข้าใจจริงและมีจริงเป็นจริงแล้วเป็นปัญญาที่รู้ว่ามันยิ่งขึ้นนั้นมันเป็นอย่างไรมันเป็นอาทิปัญญานั้นเป็นอย่างไรมันสบายขึ้นจริงเป็นอย่างไรมีวิมุตินี่มันเป็นวิมุตติญาณทัสสนะนะเป็นญาณทัศนะวิเศษที่มันได้เขาเคลียร์มันได้สัมผัสไม่ดีกว่ากันอย่างนี้แฮะมันเบาก็เบาอยากจริงๆมีสภาวะอารมณ์ที่เรารู้ว่าเบาๆว่าง่ายมันชัดเจนมันยังไม่เบามันก็รู้ว่าเรายังไม่เบาชัดๆมันได้จริงก็รู้ว่าได้จริงเฮ้ยเราจะ บทบาทของศีลก็ดีสมาธิก็คือจิตของเรานี่มันยิ่งๆขึ้นมันไม่ใช่เลวยิ่งขึ้นหรือมันจะเลวยิ่งขึ้นเราก็จะรู้ถ้าเราทำไม่ได้แล้วมันยิ่งเลวยิ่งขึ้นเราก็จะเข้าใจโดยจริงให้ได้ของตัวเองอย่าหลงผิดเชียวต้องยอมรับความเป็นจริงตามความเป็นจริงทีนี้ถ้าเราไม่เลวขึ้นถ้าเรามีเจตนาดีอยู่อย่างนี้มันไม่เลวขึ้นหรอกมันจะต้องดีขึ้นนั่นแหละมากนอกจากมันชั่วร้ายจริงๆนะมนุษย์ทำไมไม่ชั่วร้ายมันทำถูกคิดถูกทางถูกอย่างนี้อยู่มันจะดีขึ้นจริงๆจึงเรียกว่าอาทิตย์จิตและอธิบายมันก็จะเห็นของจริงที่ดีขึ้นแล้วมันจะเข้าใจมีสภาวะปัญญาที่ซ้อนกว่านั้นจะเสียแล้วมันจะมีปฏิภาณรู้อะไรต่ออะไรมันไม่ใช่ปากพูดปากบอกหรือท่องจำเรียงแถวกันไว้เฉยๆมันจะเป็นสภาวะที่รับทราบลงไป จิตจริงเป็นจริงๆทีนี้เราไม่ได้เชื่อใครไม่ได้เชื่อคำพูดไม่ได้เชื่อคำสอนของครูเราไม่ใช่ว่าเราช่วยคำสอนของครูเราเชื่อต่อความจริงตามความเป็นจริงคือยถาภูตญาณทัสสนะมันเป็นยถาภูตญาณทัสสนะญาณทัศนะก็คือปัญญาปัญญาที่รู้จริงเห็นจริงสัมผัสจริงต่อยถาภูตะต่อความจริงตามความเป็นจริงนั้นเราไม่ได้ดาวเราไม่ได้ฟังอธิบายไว้เล่าสู่ฟังเฉยๆแต่ตอนนี้มีของเกิดให้เรารู้เราเห็นศีลสมาธิปัญญานี้จึงเป็นสภาวะธรรมที่ชัดเจนและมีจริงอย่างนี้ระบบปฏิบัติธรรมจริงจึงจะถูกหลักของพระพุทธเจ้าเปี๊ยะเลย ศีลอยู่ไหนครับเรายืนยันได้เลยเราจะเข้าใจเข้าใจว่าเราใช้ศีลสมาธิอยู่ไหนแล้วจะยืนยันได้เข้าใจจริงเลยว่าเราจะมีสมาธิใช้สมาธิแล้วเกิดสมาธิอธิปัญญาอยู่ไหนหรือปัญญาอยู่ไหนไม่ใช่ปัญญาเฉโกไม่ใช่ปัญญาทางเทคนิคไม่ใช่ปัญญาทางปริยัติได้ปริยัติหรือทฤษฎีหรือโครงสร้างของภาษาไม่ใช่ไม่ใช่โครงสร้างของภาษาเท่านั้นไม่ใช่เรื่องตรรกะวิทยาแต่เป็นเรื่องสัจธรรมที่จริงรู้ทั้งมันจะรู้ทั้งปริยัติถ้าเรารู้แม้เราไม่รู้ปริยัติมาแล้วเราทำอันนี้ได้นะเราจะเอาไปอธิบายออกตามประสาของเราเราก็จะหยิบไปอธิบายออกได้แม้เราไม่รู้ภาษาที่ร้อยเรียงมาเป็นทฤษฎีเป็นโครงสร้างที่เขาร้อยกรองไว้แล้วว่าต้องพูดอย่างนี้ต้องเอาความหมายกันอย่างนี้อย่างมีคำที่ตรงมีคำ ง่ายเข้าใจง่ายอะไรเขาร้อยเดียวเราก็ไม่จำเป็นเราก็ไม่ได้อันนั้นก็ไม่เป็นไรแล้วก็อธิบายสู่ก็ฟังตามประสาของเราได้ตามประสาของเราหรือตามภาษาของเราคำว่าภาษานี่ก็มาจากภาษาตามประสาของเราประสาทที่เราเป็นเรารู้เราได้เราเรามีเนื้อมีตัวจริงอย่างนี้เป็นต้นเนี่ยเราฟังดีๆดิตั้งใจฟังชัดๆจะเห็นได้ว่าศีลสมาธิปัญญาของพระพุทธเจ้าดำเนินอยู่ตลอดเวลาถ้าฟังย้อนนิดนึงจะอ่านมาตั้งแต่ศีลสมาธิปัญญาเนี่ยตัวเขียนหน้า 36 แล้วจะไล่มันจนกระทั่งถึงที่ได้อธิบายถึงเอาไว้ในหน้า 37 และศีลสมาธิปัญญามันทำงานร่วมกันเป็นสมาชิกธรรมแท้ๆ เสมอไม่ใช่นั่งหลับตาทำสมาธิแต่ศีลไม่รู้อยู่ไหนได้แต่โมเมเอาว่าตนกำลังนั่งหลับตานั่นแหละคือตนไม่ได้ละเมิดศีลข้อไหนแล้วถ้าคิดเอาอย่างนี้ก็ไม่ต้องไปพูดถึงศีลเลยก็ได้เพราะมันไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรเลยมันไม่ได้ใช้ศีลไม่ได้อาศัยศีลเป็นเครื่องระลึกรู้ให้เราสังวรสำรวมในกายกรรมในวจีกรรมในมโนกรรมตามหน้าที่แห่งงานของศีลแล้วนี่เล่นไม่ให้มีอิริยาบถไม่ให้มีองค์ประกอบเหล่านั้นเลยวงเล็บเปิดทั้งๆที่อธิบายกันเองก็อธิบายด้วยซ้ำไปนะว่าศีลรักษาการวจีแต่แล้วนี่ไม่มีอะไรสักอย่างวงเล็บปิด สังเกตดีๆนะเดี๋ยวจะคอยสังเกตที่วงเล็บเอาไว้เนี่ยเขาอธิบายกันพูดกันก็บอกว่าสีนี้มันจะรักษากายกรรมวจีกรรมก็นี่มันไม่กรรมเลยมานั่งห่อไว้อยู่ตรงนี้มือก็กำปากโกหกตาก็หลับนิ่งอย่างนี้มันไม่มีกิจกรรมอะไรเลยแล้วก็บอกว่าสีนี้รักษากายกรรมวจีกรรมใช่ไหมแต่นี่ไม่เกี่ยวเลยก็มานั่งกำๆห่อๆของคนที่ตัวนี้แล้วจะบอกว่าสีมันทำงานมันไม่ได้ไม่ใช่อธิบายก็ย้อนไปเองใช่มั้ยยืนยันก็ย้อนไปเองแล้วเพราะศีลมันไม่เกี่ยวอะไรเลยในผู้ปฏิบัติธรรมโดยหลักหลับตานี่คือมันไม่มันเป็นศาสนาหรือฤาษีจริงๆบริษัทศาสนาซึ่งไม่ปฏิบัติศีลสมาธิปัญญาสมาธิตัวหลับตานั้นตัวเดียวก็ถือว่าอันนั้นเป็นภาพปัจจุบันเพราะฉะนั้นพวกนี้ก็จึงไม่สำคัญในศีลและสุดท้ายก็ปัญญาก็ ปัญญานั่งหลับตาแล้วก็ดับไปเลยหรืออะไรอย่างที่ว่านั้นมันจึงเป็นสมาธิศาสนาแห่งสมาธิแบบตื้นเขินนะแบบดุๆไม่มีอะไรมากนะนอกนั้นจะบ้าจะบออะไรไปบางทีก็สติเสียอะไรไปเยอะแยะมีแต่จะดับจิตเข้าไปเข้าไปหรือตัดจิตเข้าไว้เข้าไว้มันคือลักษณะของหรือบังคับจิตหรือเป็นการไม่เปิดจิตท่าเดียวกันหมดต่างหากนะมันไม่ใช่ลักษณะเปิดจิตเป็นลักษณะกั้นจิตหรือปิดจิตเท่านั้นเองมีลักษณะของศาสนาอื่นยิ่งฟังไปยิ่งพยายามพิจารณาตามยิ่งเราเคยเรียนรู้มาก็ตามหรือไม่เคยเรียนรู้ใช้สามัญสำนึกนี่เราจะรู้ได้ว่าศาสนาพระพุทธเจ้านั้นวิจิตรพิสดารลึกซึ้งและแตก เราเข้าใจของที่เขาคนอื่นเขาเข้าใจนะบางคนได้ฝึกมาด้วยยิ่งจะเข้าใจชัดไม่ได้ฝึกมาก็ไม่เป็นไรเราจะเข้าใจสามัญเลยเป็นสามัญเราเห็นไม่ชัดแล้วเราไม่มีเวลาเราไม่จำเป็นต้องฝึกหรือบางคนไม่ติดใจอะไรก็ไม่ต้องฝึกก็ได้หรือผู้ใดจะฝึกดูเทียบเคียงดูว่าของเขาเป็นอย่างนี้จริงๆเราก็รู้ได้ด้วยทำได้ด้วยไม่ประหลาดอะไรนะอะไรเมื่อศีลย่อมควบคุมกายกรรมวจีกรรมพร้อมเพื่อส่งผลสะท้อนย้อนให้สำรอกไปถึงมโนกรรมเมื่อศีลสำรอกถึงจิตได้ขัดเกลาได้จิตดีขึ้นสะอาดขึ้นก็เรียกว่าสมาธิในวงเล็บอธิษฐานเมื่อกี้อธิบายนำมาแล้วผมมาอ่านสรุปอย่างนี้จะเข้าใจได้ชัด แต่พอมานั่งหลับตาเข้าอาจจะมีอธิบายย้อนไปแย่งเอามาแย้งให้ฟังให้เห็นแต่พอมานั่งหลับตาเข้าแล้วจะถือว่าตนบริสุทธิ์ทั้งศีลทั้งกายกรรมทั้งวจีกรรมนั้นนั่นมันไม่ใช่เพราะศีลมันเพราะตนระงับกายกรรมระงับไว้กี่กรรมต่างหากและไม่ได้เอาศีลมาใช้อะไรเลยสักหน่อยเมื่อไม่มีอากัปกิริยาทั้งกายกรรมวจีกรรมใดๆมันก็ย่อมจะเกิดทุจริตใดๆไม่ได้อยู่ดีอย่างนี้มันเรื่องกำปั้นทุบดินแต่ศีลนั้นจะช่วยคนได้แม้ขณะมีอากัปกิริยาทางกายกรรมวจีกรรมพร้อมโดยผู้นั้นมีสติรู้ตัวว่ามีศีลใช้ศีลอยู่ทีเดียว จะทำงานจิตใจก็ทำงานอย่างรู้ทำงานควบคุมขัดเกลาอบรมเห็นผลว่าทำได้ดีขึ้นสุจริตขึ้นทั้งนอกและในจิตส่งผลสะท้อนอาศัยกันและกันย้อนออกย้อนเข้าจนทำได้ง่ายขึ้นทำได้บ่อยขึ้นต่อเนื่องกันได้ยิ่งยิ่งขึ้นเรียกว่าสมาบัติฟังดีๆนะคุณเข้าใจสมาบัติของคุณให้ได้นะถ้าคุณไม่เข้าใจสมาชิกแล้วคุณก็ไปนั่งหลับตาให้มันดับได้ต่อต่อเนื่องกันไว้เฉยๆก็มันจะไปยากอะไรอย่างนั้นทุกวันนี้ก็เข้าใจแล้วเราก็ไปทำเอาให้ได้อย่างนั้นแต่ทีนี้อย่างสมาบัติของศีลสมาธิปัญญาของพระพุทธเจ้าหรือของสติปัฏฐานเป็นสมาบัติของวิปัสสนา เป็นสมาบัติทั้งสติปัฏฐานมันจะต้องฟังดีๆนี่เรียกว่าสมาบัติอย่างที่อธิบายไปแล้วมันเกิดต่อเนื่องกันได้ทำได้บ่อยขึ้นต่อเนื่องกันได้ยิ่งๆขึ้นเรียกว่าสมาบัติและเป็นสมาธิที่ยิ่งๆขึ้นคือก่อนจิตอันยิ่งขึ้นอธิปจิตยิ่งขึ้นเกือบทั้งปัญญาเกิดทั้งการเป็นได้แต่มันเกิดทั้ง 2 ส่วนคือทั้งปัญญาเกิดการเป็นได้แล้วรู้ผลเลยว่ามันถูกต้องตรงกับศีลมันได้ชัดเลยว่าสีนี้เป็นศีลที่บริสุทธิ์ขึ้นไม่ด่างไม่พร้อยขึ้นสนิทแนบเนียนขึ้นง่ายขึ้นเป็นอัตโนมัติขึ้นเบาขึ้นเก่งขึ้นมันได้จริงๆมันเป็นจริงๆนะมันไม่ใช่ว่ามันมันจะเพียงมีแต่ภาษาอังกฤษก็ลดความฝืนลดความยากขึ้น เป็นเบาง่ายสบายขึ้นในวงเล็บสุจริตฤดีเป็นภายในคือตัวจิตนี่แหละมันเป็นภายในจิตมันก็ไม่สบายขึ้นมันเป็นสุคะโตจริงๆสีเลนะพอกับไม่ใช่สีเลนะสุคะติงยันติมันเป็นสีนี้มันพาให้สุคโตรู้สึกสติมันเป็นเทวะขึ้นเรื่อยๆจิตมันเจริญยิ่งยิ่งขึ้นเรื่อยๆมันอุบัติเหตุขึ้นจริงๆมันสลับออกแล้วมันจางคลายหรือว่ามันเบามันง่ายมันล้างไอ้ตัวที่เป็นทุจริตแต่กรรมต่างๆซึ่งเราเข้าใจในเหตุผลนะว่าศีลเนี่ยมันจะทำอะไรมันจะขัดเกลากิเลสส่วนไหนอย่างไรแล้วเข้าใจแล้วมันจะเกิดทำอย่างไรถ้าชิ้นก็หนึ่งจะเกิดเมตตาธรรมจริงๆหรืออำมหิตโหดร้ายรุนแรงเข่นฆ่าทำร้ายทำลายอะไรนี่มันลดลงจริงหรือไม่ต้องจิตต้องมีอารมณ์โกรธ มีอารมณ์แรงไม่ต้องมีอารมณ์ร้ายงี้มันลดลงจริงหรือมันจะเห็นชัดเจนเลยแม้จิตคอร์ดแม้ข้อที่ 2 ศีลข้อที่ 2 ทำให้เราลดลงพระลงจริงหรือมันจะเห็นจริงเลยนะนี่เป็นภายในคือสุจริตรุ่นดีเป็นภายในข้างนอกก็งามขึ้นบริสุทธิ์อยู่ได้ยิ่งยิ่งขึ้นในวงเล็บสุจริตคือดีเป็นภายนอกพร้อมภาพไม่ขัดแย้งกันและผู้บรรลุธรรมแล้วจะบอกว่าได้แต่จิตเรื่องจิตเท่านั้นข้างนอกชั่งหัวมันไม่บริสุทธิ์งามทั้งนอกและในและไม่บริสุทธิ์ศีลก็บอกว่าศีลนี้ทำให้กลายเป็น GD เพราะงั้นพวกปัจจุบันนั่งหลับตาพวกนี้แล้วก็ไม่ได้ปฏิบัติควบคุมไปตั้งแต่เบื้องนอกเป็นภายนอกก่อนแล้วก็ถึง ภายในเรื่องเบื้องต้นทำการบั้นปลายของเขาไม่ได้เรียนดีตัดรับเอาแต่ตัวเองไปทำไปนั่งทำแต่จิตเป็นสมาธิอะไรต่ออะไรเขาบอกเขาได้อะไรของเขาดูแล้วมันจึงจะไม่สมพรหรือไม่สอดคล้องภายนอกภายในฝ่ายบัญชีมโนอะไรมันถึงไม่แต่ทีนี้พอบอกว่าศาสนาพุทธสอนให้มีสีนะให้ควบคุมกายไว้ตีก่อนนะแล้วก็เป็นนายเป็นปรมัตถ์แล้วก็สอนกันนะแต่เสร็จแล้วเอ็กซ์กลับมาย้อนแย้งไม่น่าเกี่ยวหรอกอย่างพวกมหายานอย่างแม้แต่ภิกษุณีจำปาโชว์โทรมที่มาต่อแยกต่อว่าเอ๊ยไม่
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive