220812-2-152 ทางเอกภาค2-ตอน152(หน้า326)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท052.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์178 KB
วันที่แก้ไข7 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระปิดตาและอบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกบรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 17 จะต้องจำกันไว้เลยนะว่าผู้ที่ลาสิกขาบทแล้วคือคืนไปสิทธิแล้วก็คืนบริขารสำคัญสำคัญมีอาชีพอัน เศษที่สุดคือบิณฑบาตฟ้านักบวชคือผู้ที่จะมามีอาชีพบิณฑบาตเป็นอาชีพที่คนธรรมดาทำไม่ได้คนธรรมดาทำเป็นขอทานหรือคนที่ไม่เป็นพระธรรมคือขอทานพระจริงๆเท่านั้นจึงจะเรียกว่าบิณฑบาตมันเป็นสิ่งสูงมันเป็นสิ่งสำคัญมากในเรื่องบิณฑบาตรเพราะฉะนั้นผู้ที่มาเป็นพระเป็นเณรเป็นนักบวชจริงๆแล้วต้องสำคัญในจุดนี้ให้มากและการมอบบาตรการถวายบาตรการให้บาทนี่เป็นเรื่องที่จะต้องทำให้เป็นจารีตประเพณีทำให้เป็นสำคัญเป็นจุดเด่นในอนาคตจะต้อง ถูกซ้อนกันต้องบอกกันต้องทำให้ได้ปฏิบัติธรรมอย่างสำคัญเรื่องบิณฑบาตจะไปบิณฑบาตอย่าให้บิณฑบาตกลายเป็นขอทานอย่าให้บิณฑบาตกลายเป็นคนขี้ขออย่าให้กับการบิณฑบาตกลายเป็นความคิดโลกเราไปแสดงธรรมเราไปฝึกหัดเราไปบิณฑบาตทุกครั้งที่จะต้องจับจิตจับใจจะต้องสำรวมสังวรก็ทำตนให้เป็นผู้ที่ไปแสดงธรรมและเราก็ไปฝึกหัดธรรมะไม่ใช่ไปที่โลกไม่ใช่ไปหัดอยากได้อะไรขอเขาขึ้นหน้าขึ้นตาอะไรไม่ใช่เราจะแสดงธรรมจริงๆเราจะต้องเป็นพระเป็นผู้ที่ ไปก่อความศรัทธาเลื่อมใสให้เขาเห็นพระมันเป็นความสำคัญมากจุดนี้เพราะฉะนั้นเวลาผู้ที่ลาสิกขาบทแล้วนอกจากจะคืนใบสุทธิก็คืนบาปให้พร้อมให้รู้ไว้จะโทรกันคืนบาทอย่างอื่นก็แล้วแต่จะตกลงกันบางคนก็ไม่ใช้ไม่อะไรแล้วซึ่งที่จริงก็มันก็ไม่น่าใช้หรอกจำผู้ไม่เป็นพระแล้วก็จะเอาจีวรไปทำอะไรก็ไม่น่าจะเอาไปทำอะไรจะคืนก็คืนเงินบริขารคืนเครื่องสำคัญสำคัญพระพุทธเจ้า เขาจะเอาไปใช้ก็เอาไปก็ไม่เอาไปใช้ก็เอาฝากคืนมาอะไรเนี่ยเผื่อไปใช้อะไรหรอกเพื่อจะได้เป็นสมบัติของเท้านักบวชมันจะได้ทำหน้าบวกก็ไม

อ่านต่อ

่ใช่คนร่ำคนรวยอะไรผู้ที่ไม่เป็นพระแล้วจะเอาไปใช้อะไรแทนบางคนก็จะเอาไปใช้ก็ไม่ใช่อย่างบางคนก็อาจจะไปเป็นฆราวาสแล้วก็จะไปใช้กรดก็ใช้ก็ต้องเข้าไปไม่ใช่เอาสายพักอาศัยเพียงอะไรของเขาไปก็ได้แต่ว่าบาทนะเอาไปใช้ไม่ได้แน่ยังไงยังไงเสร็จแล้วก็เอาไปใช้ไม่ได้แน่ๆโดยสำคัญโดยเฉพาะโดยตรง 1 บาทเนี่ยเอาไปใช้ไม่ได้แน่ๆอันนี้เป็นการใช้ร่วมไม่ได้เลยด้วยประการทั้งปวง แม้แต่ว่าบ่ได้ขายบางอย่างเช่นมีดโกนเขาจะไปใช้ก็ยังได้สึกแล้วฆราวาสก็จะเอาไปใช้ของเขาก็ยังได้แต่ที่สำคัญที่สุดในนั้นก็คือบาปใช้ไม่ได้ต้องคืนพร้อมกับใบสุทธิใบสุทธิก็ใช้ไม่ได้บาตรก็ใช้ไม่ได้ต้องคืนอันนี้ต้องจำไว้ให้สำคัญให้ได้ช่วยกันด้วยจะได้ไม่ต้องขยักขย่อนเสียเวลาอะไรแต่เรามาทำวัตรกันต่อมันเป็นกิจวัตรของเราซึ่งจะได้ศึกษาเรียนรู้เพื่อให้เกิดจริยวัตรเกิดวิธีวัด ในพิธีวัดนั้นก็มีศิลวัฒน์มีสมาธิวัดเกิดปัญญาเป็นที่สุดการเรียนการศึกษาตามหลักของปริยัติปฏิบัติปฏิเวธเราจะต้องมีสภาพนี้เป็นวงจักรหรือเป็นฝีจักรที่จะต้องเกิดส่งเสริมซับซ้อนกันอยู่ตลอดเวลาเราเรียนปริญญาไปเราก็จะเกิดความรู้ทางบัญญัติภาษาทางทฤษฎีทางความรู้นำเรียกว่าเป็นสมาชิกที่มาเกิดความรู้นำเป็นสัมมาทิฏฐิแล้วให้เราเข้าไปแบ่งทำดีกว่า จับศีลมีวิธีการจัดพิธีวัดจัดศีลของเราคือจัดข้อกำหนดที่เน้นเน้นเฉพาะบุคคลใครก็ตามก็ต้องรู้สักกายะของตนรู้จุดสำคัญของตนอะไรที่มันเป็นเหมือนกับเราเป็นโรคอะไรเราเป็นโรคอะไรที่มันสำคัญในตัวเราขณะนี้โลกนั้นเราก็จะหายาหรือหาวิธีการที่จะมาออกมานวดมาปรับยามาปราบกินในโรคอะไรต่ออะไรเชื้อโรคอะไรต่ออะไรของมันเนี่ยให้มันตายให้มันดับไปตายไปแล้วเราก็คือหาหลักเกณฑ์หาวิธีหาหลักเกณฑ์ทหารวิธี ศีลเพื่อที่จะมาทำให้มันเกิดผลฆ่าเชื้อโรคหรือฆ่าไอ้สิ่งที่มันไม่ต้องการให้มันอยู่ให้มันเป็นมันให้มันมีนั่นแหละแล้วเราก็พึงประพฤติปฏิบัติโดยองค์วิธีที่เราปฏิบัติฌานปฏิบัติสมาธิอะไรที่เราเคยได้เรียนด้วยปริยัติอธิบายความหมายอธิบายถึงวิธีการอธิบายถึงสิ่งที่เป็นภาคประพฤติภาคปฏิบัติประกอบไปแล้วก็เอามาทำผสมแล้วมันก็จะเกิดมีทั้งองค์ศีลมีทั้งองค์สมาธิเป็นวิธีวัดเป็นการประพฤติการปฏิบัติเมื่อมีวิธีวัด ครบถ้วนปฏิบัติถูกเป็นสติปัฏฐานเป็นโพชฌงค์ 7 เดินหมดอยู่มีสติสัมปชัญญะมีธรรมวิจัยมีแต่สภาพที่เราพากเพียรวิริยะอุตสาหะจะทำเพิ่มเติมเข้าไปมันก็จะเกิดปิติเกิดปฏิสนธิของปิติก็ดีปัสสัทธิก็ดีอยู่ในโพชฌงค์หรือว่าอยู่ในองค์ฌาน 4 ถ้าชาติที่เราบอกเรามีวิตกวิจารณ์แล้วก็มีมิติมันก็เหมือนกันนั่นแหละไม่เหมือนกันนั่นแหละมิติทรงเป็นพิธีสมโภชจงก็เป็นปิติที่มันเกิดการตรัสรู้ ปิติสัมโพชฌงค์แปลว่าปิติที่เป็นองค์การตรัสรู้ที่มาเกิดผลแล้วผลดีๆนี่มันเกิดขึ้นมามันมีสภาพดีที่เกิดกับเราเป็นปิติสำคัญชั้นเดียวกันเมื่อเวลาเราปฏิบัติฌานปฏิบัติสมาธิจนเกิดองค์ชายได้สภาพของวิตกวิจารณ์ที่เราได้ถ้าผู้ใดฝึกจนชินก็ไม่ต้องวิจารณ์เราก็ได้เสมอเรามีการสังวรสำรวมถ้าเข้าใจภาษาแล้วเวลาเราต้องวอนสำนวนมีสังวรศีลสำรวมอินทรีย์องค์ประกอบ 2 องค์นี้สังวรสีดำรวมอินทรีย์ควบคุมอยู่เสมอเรามีสติปัฏฐานมีการคุมมีสติของเรามีธรรมะวิจัยรู้ดีรู้ชั่วรู้ รูปติดตามสัมมาทิฏฐิของเราที่เข้าใจมาแล้วเพราะสภาวะธรรมเกิดเราก็จะรู้จะสัมผัสมาเราก็จะเข้าใจคอร์ดผมไม่ให้มีสภาพของกิเลสนิวรณ์อะไรต่ออะไรเข้าไปในจิตเราทำให้จิตของเราว่างและจิตของเรานั้นโปร่งสะอาดให้ได้เท่าที่เราจะมีความสามารถเหมือนเราเอามือแหวกสวะอยู่ที่หน้าบ้านแหวกเอาไว้ระวังเอาไว้อยู่แต่แท้จริงแล้วของระบบของวิปัสสนาแท้ๆไม่แสวงเฉยๆไม่ใช่แหวกให้มันเห็นแต่น้ำใสเฉยๆแล้วเก็บสว่างออกด้วยเจ็บอยู่ตลอดเวลาระวังอย่าให้มันมีที่หน้าบ้านมันลอยเข้ามาเมื่อไหร่เอาออกมันลอยขึ้นมาได้หยิบออกเหมือนเรามีที่หน้าบ้านแนวหน้าบ้านเราเป็นหน้าบ้านที่ แม่น้ำมีสระมีน้ำใสอยู่เนี่ยแล้วก็หยิบสว่างที่มันเก็บสว่างที่หน้าบ้านออกให้เกลี้ยงแล้วสว่างก็จะลอยมาตามน้ำมาผ่านที่หน้าบ้านเอาอีกแล้วก็เก็บเก็บมันมืดเสมอคอยระวังให้มันเก็บออกเสมอเก็บออกเสมอนะเจ็บอยู่อย่างนั้นการเก็บอย่างนั้นน่ะคือชาญทีนี้มันมีอุทาหรณ์ที่จะสมมติมันก็ไม่ใช่ว่ามันจะมีสวะลอยมาจนตลอดกาลเราเก็บของเราเนี่ยคือเก็บเกี่ยวมันไม่มีการเข้าแล้วมันมีมันมีมันไม่มีการเข้าคือระวังอินทรีย์ทั้ง 6 ตาหูจมูกลิ้นกายเราระวังสัมผัสและไม่ให้ขาดแล้วเก็บก็คือเราถอนถอนกิเลสที่มันมีอยู่ในจิตในใจของเราเสมอเก็บเลือดเห็นมันขึ้นมามันก็จะโผล่ออกมาจากทางในกิเลสมันก็จะออกมาจาก ในอนุสัยอาสวะในอะไรแล้วก็เก็บออกเก็บออกเก็บออกเรื่อยๆอุทาหรณ์ที่บอกว่าสวะมันจึงได้อุทาหรณ์คล้ายๆเท่านั้นแต่มันไม่ตรงทีเดียวกับความจริงของจิตความจริงของจิตรเราระวังทวารทั้ง 5 ทั้ง 6 มาให้ไม่ให้กิเลสเข้าอยู่เสมอนั่นคือวิตกวิจารณ์คุมอยู่ด้วยนอกนั้นเราก็เก็บออกเก็บออกเก็บออกอีกด้วยคือทำให้สะอาดขึ้นเสมอมาจึงข้างนอกก็ไม่เข้าข้างในก็ได้ล้างออกล้างออกล้างออกไปเสมอตลอดทุกเวลาเพราะฉะนั้นทานจะไปมีแต่ตอนมันนั่งหลับตาเฉยๆนั้นไม่พอฟังให้ดีนะนี่ว่าไม่พอไม่ได้หมายความว่านั่งนะทำฌานไม่ได้นั่งก็ทำฌานได้ถ้าว่ากันจริงแล้วก็ ง่ายเพราะว่าในการสำรวมอินทรีย์ตาหูจมูกลิ้นกายเราไม่ต้องไปติดจุ้นจ้านอะไรแล้วนี่เวลานั่งอยู่กับที่ตาเราก็หลับด้วยซ้ำปากแล้วก็อมด้วยซ้ำลิ้นอมไว้ทวารพรุ่งนี้กายก็ไม่ต้องไปสัมผัสแล้วอยู่ในที่ที่ก็อย่างนั้นแหละเราจัดไว้แล้วว่าง่ายๆจมูกก็ไม่ใช่ได้ไปสอดสายสัมผัสอะไรหูก็อาจจะยากหน่อยพอถึงได้บอกว่าที่ท่านบอกว่าศรัทธาศรัทธาเสียงเนี่ยเป็นปฏิปักษ์ต่อปฐมฌานเสียงมันมันได้ยินมันเป็นศิลปะดอกผสมผสานจริงๆมันบางทีมันลอยมาจากไหนก็ไม่รู้ง่ายจริงๆเรายังตาเงี้ยแล้วหลับเสียอยู่ตรงนี้มันก็ไม่ยากอะไรนักหนา ไม่ต้องสัมผัสรูปที่จะต้องยั่วต้องโยนอะไรเราแต่เจ้าฮู้นี่จะเอาสำลีไปอุดหรือว่าจะเอาเครื่องปิดก็ปิดมันซะเลยมันก็ดูกระไรอยู่แต่มันก็ปิดได้มันไม่ใช่ธรรมชาติชะตามันก็ธรรมชาติแต่ปากหุบไปมันก็ธรรมชาติเออสรุปแล้วง่ายๆว่าเราเองเรามานั่งอยู่กับที่หรือว่าอยู่กับที่คือไกลๆห่างๆจากสิ่งที่เป็นโลกิยะกิเลสอะไรนี่เราก็ง่ายและให้ตรวจแต่จิตหรือว่าพยายามระวังพวกที่ไม่เป็นเลยในเรื่องที่จะรู้จักฌานก็เอาดูเนี่ยจิตของเราทำใจอย่างนี้พยายามหัดฝึกให้เราอยู่กับใจมีวิตกวิจารณ์ควบคุมระวังระวังอย่าให้ กิเลสกามกิเลสพยาบาทอะไรเข้าเราต้องรู้อารมณ์ของกามฉันทะอารมณ์ของพยาบาทและรู้อารมณ์ของทีนะมีพระละเอียดไปจนกระทั่งขั้นตอนของอุจจาระพุทธจักรอุปาทานเป็นขั้นตอนที่จะต้องมีจิตอันแยบคายถ้าจิตอันไม่แยกขายจิตเราจะเข้าไปจับถึงจะจับพวกกูจับนินจามีขั้นตอนนี้ยากชั้นเดียวกันกับผู้ที่แม้จะมีกามฉันทะพยาบาทบางเบาแล้วจะเข้าไปจับจิตจับก็ยากมันจึงมักจะมักจะมีแรงดึงดูดแล้วก็จุดเราลงไปได้ง่ายๆมันมีแรงอีกต่างหากเหมือนกันเพราะเราก็จะต้องศึกษาจากนั้นเรามานั่งหลับตากันเนี่ยหรือว่ามานั่งทำอย่างพิธีใหญ่โตสมถะเราก็มานั่งอ่าน ตัวสีน้ำมิตรแท้จริงๆเพราะฉะนั้นเราต้องระมัดระวังว่ามันเป็นตัวประถมเป็นตัวที่เราจะต้องรู้เป็นตัวต้นเรามาแก้ตัวนี้แก้ที่ไม่มีทางแก้ที่นั้นมีธาตุแล้วต่อไปได้ก็แก้อุทิศจากแก้จนสำคัญไปทีเดียวแล้วก็จะทำได้ง่ายเพราะว่าเราไม่เปิดโอกาสแห่งการไม่เปิดโอกาสพยาบาลอยู่แล้วในขณะมานั่งอยู่ก็นั่งบำเพ็ญนั่งแก้ตัวสมถะหรือนั่งหลบหนีนั่งไปในที่ที่มันห่างไกลจากสิ่งแวดล้อมที่จะก่อการก่อพยาบาทนะทั้งวัตถุทั้งสิ่งแวดล้อมเราก็ได้พร้ายิ่งไปอยู่ป่าอยู่เขาอยู่ถ้ำโน้นฟังโน้นน่ะที่กลางสวนกลางทางในที่ที่มันไอ้นั่นมันก็ยิ่งง่าย ไม่กวนไม่มีอะไรมาวุ่นวายมันเป็นโอกาสเป็นช่องทางแล้วเราก็มาเรียนรู้กรรมวิธีที่จะให้มันเป็นองค์ธรรมที่มันจะเป็นองค์ธรรมตรัสรู้และเมื่อเราไม่มีวิตกวิจารณ์นั้นก็คือในสภาพที่ยังควบคุมระวังคอยตั้งอกตั้งใจมากอยู่ก็ใช่พี่โตวิจารณ์มันมีและเราก็สำคัญก็ไปขี้เกียจขนาดนั้นเราปราศจากนิวรณ์อยู่นะปราศจากที่วอนเมื่อใดหรือว่าอยู่ได้โดยง่ายโดยไม่ลำบากเป็นทิฏฐธัมสุขาภิบาลมีกำลังสติมีกำลังทำเอาวิจัยมีวิริยะอยู่เป็นองค์ธรรมที่พอจะรู้อะไรต่ออะไรได้ เพลงเมื่อไหร่จนกระทั่งเกิดปิติได้เกิดตัวดีรู้ตัวที่มันเป็นโรคจิตปิตินี่เป็นโรคจิตโรคจิตหมายความว่าจิตเกิดนั่นเองแล้วลูกศิษย์ลูกนี้เป็นลูกจิตที่ออกมาสายสะอาดเป็นโรคจิตที่ออกมาดีธรรมดาเราไม่เคยรู้หรอกว่าลูกมันเกิดอะไรลูกจิตที่มันเกิดหรือว่าจิตที่มันเกิดเสมอๆเราไม่รู้หรอกปล่อยปละละเลยในคนธรรมดาในโลกนี้ผู้ที่ไม่เคยมีองค์ชายไม่เคยมีภาคปฏิบัติไม่เคยมีสภาพทำเป็นพระโยคาวจรอะไรจะไปรู้อะไรที่เราเป็นยังไงกับเพลิดไปตามเขาบางทีก็ก่อการก่อภัยพยาบาลโดยที่ไม่รู้เรื่องสั่งสอนให้แก่ตัวเองอยู่วันยังค่ำมีอะไรก็แล้วแต่ก็ขอให้ตัวเองอยู่ตลอดเวลาไม่ได้เข้าใจลักษณะ รายการสังวรสำรวมหรือว่าปรับปรุงตนเลยไม่รู้เมื่อไหร่ต่อเมื่อไหร่ที่เราไม่เคยถ้าผมไม่เคยเข้ามาทางธรรมที่ถูกต้องเราไม่ได้สังวรระวังนะไม่ได้กระทำอะไรเลยงั้นอยากฆราวาสมีศีล 5 ศีล 8 อะไรก็ไประวังองค์สีของตัวเองเราจะระวังนะตาหูจมูกลิ้นกายและจะไม่ฆ่าสัตว์แล้วจะไม่เกิดโทสะร้ายเราจะมีใจเมตตาเออตัดสินคนอื่นบ้างข้อ 2 เราจะไม่โลภเป็นหยาบๆเราจะไม่เอาของของใครของเขาแล้วเราก็จะทำกิจกรรมอะไรของเราราคะจัดในองค์ที่ 3 เราก็จะระมัดระวังนะตาหูจมูกลิ้นกายและหัวเขามีใครจะมีราคะอยู่ก็เปิดช่องเฉพาะเราแขกอะไรอย่างนี้ระวังปากระวังคอระวังสิ่งที่มัน ตามหยาบๆถุงสีข้อที่ 5 อะไรนี้เป็นต้นในขอบเขตที่เราจะปรับปรุงตนเราจะเป็นไปอย่างตามฐานะของเราได้ถ้าเราเก่งขึ้นไอ้สิ่งเหล่านั้นไม่ยากแล้วไม่ต้องระมัดระวังนะเป็นอัตโนมัติวิตกวิจารณ์ผลงานไม่ต้องระมัดระวังอะไรว่าเราจะต้องฆ่าสัตว์โอ้สบายเป็นอัตโนมัติไม่ต้องวิตกวิจารเพราะวิตกวิจารณ์รถแล้วมีตัวดีมีปิติแล้วสวัสดีเกิดเด็กแล้วสบายแล้วง่ายแล้วว่างแล้วสบายง่ายว่าเป็นสุขและอุเบกขามันเป็นไปโดยอัตโนมัติแล้วมันเฉยกระทบสัมผัสมันก็ไม่เกิดอารมณ์แล้วมันก็มีปัญญาด้วยมันมีปัญญาอยู่ในชายนั้นด้วยไม่มีปัญญารู้ไม่ใช่เฉยๆเดี๋ยวมันเข้าใจฉลาด สัมผัสรู้เลยว่าเราจะทำยังไงจะฉลาดยังไงแม้เจอสัตว์ธรรมดานี่จะช่วยเหลือโปรไฟล์กันยังไงเจอสัตว์ร้ายเราจะทำยังไงมันจะไม่โกรธไม่เคืองแม้สัตว์ร้ายจะทำร้ายเราเราก็ยังพยายามที่จะมีวิธีการเลี้ยงหลบหรือว่าช่วยเหลือโปรไฟล์กันในป่าเกื้อกูลกันเราเจอเข้าเจอของเราเจออะไรต่ออะไรต่างๆนานาเราจะโลภไม่โลภยังไงมันมีปัญญาญาณฉลาดเฉลียวขึ้นปิติสมโภชน์ธงกษัตริย์ที่สมโภชน์ชงก็หมายความว่าเราได้ทำความสงบระงับประสาทที่นี่สงบระงับสงบลงน้ำไม่ใช่ดับจิตให้มันเหนื่อยเฉยชาลงไปไม่ใช่ปัจจัยที่หมายความว่ามันสงบลงรับแล้วต่อกินเลยกิเลสหรือว่ารอกินยาลดโลกิ Yaris กระทบสัมผัสเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็เหมือนมันสยบลงไปมันสงบมันอ่อนลงไปเราเหนือมันเหมือนเรานี่มีฤทธิ์โลกียะฤทธิ์มาสัมผัสเราเข้าปั๊บไอ้โรคจิตนี่อ่อนไปเลยสงบไปเลยไม่มีฤทธิ์ทำร้ายอะไรหรอกเราอยู่เหนือเราครอบงำขึ้นเรื่อยๆประสาทที่แปลว่าเก่งก็ได้บ่เคยแปลให้ฟังนะมันเป็นความเก่งของเราเก่งขึ้นไม่ได้มีนัยยะว่าสงบอย่างเฉื่อยไปเลยดาบหูดับตาดับกายกรรมวจีกรรมอะไรไปไม่กายกรรมวจีกรรมกลับมีได้อย่างดีครอบครองมีประสิทธิภาพมีสมรรถภาพสามารถต่อกับการงานที่เป็นกุศลได้ ดีถึงพร้อมขอได้มากด้วยยิ่งก่อได้มากขึ้นเลยจะได้เห็นว่ามันทวนกระแสกับความนึกคิดที่เราเคยเห็นเคยได้ยินมาเป็นสมาธิเป็นฌานเป็นอะไรแบบฤาษีแบบเดียรถีย์พอมาถึงตกถึงสมาธิสัมโพชฌงค์จึงเป็นสมาธิที่เป็นผู้ที่มีจิตใจแข็งแรงมีสมาธิมีสมาธิตัดมาหมดเลยมีสมาธิกุศลเก่งในสมาธิทำได้เป็นสมาธิสักอภินิหารมีจิตใจทีเดียวเป็นสมาชิกสมโภชน์ช่องแน่และมีอุเบกขาสมโภชนที่เป็นอุเบกขาตรัสรู้ไม่ใช่อุเบกขาโลกโลกีย์ที่เขาเข้าใจหรือเรียนบัญชี สีเข้าใจไม่ใช่เป็นอุเบกขาอย่างนั้นแล้วแต่เป็นอุเบกขาจริงๆหมายความถึงว่าเฉยได้อย่างสบายว่างแต่แข็งแรงนะมีประโยชน์นะเป็นสมาธิสมาธิสมาธิปัญญามีประโยชน์ด้วยนะในรถแล้วแต่ความหมายของคำว่าสมาธิแล้วก็นัยยะของสมาธิต่างๆวิจิตรต่างๆเก่งหมดสมาธิสมาธิสมาธิสติสมาธิฐานะสมาชิกสภาจีระสมาธิสั้นอภินิหารรักมีสมาธิ 7 หรือมีอธิษฐานฉลาดรู้เกิดสมาธิกุศลรู้ในสมาธิสั้นคือรู้ในจิตต่างๆจิตอันยิ่งต่างๆจริงๆ ก็ทำได้ยิ่งๆหรือทำได้เนืองๆต่อกันเสมอๆเกิดเนื่องกันอยู่ที่เดียวเป็นปัจจุบันเป็นธรรมดาได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากอยู่ในฌานทั้ง 4 มันก็เก็บกวาดผู้ใดได้ฌานอย่างนี้ผู้ใดมีปัญญาแท้เห็นชัดอยู่ผู้นั้นก็ไกลนิพพานใกล้นิพพานหรือสุดท้ายผู้นั้นก็เป็นนิพพานองค์ชายเราเรียกฐานของนิพพานหลักฐานของแม่มดเป็นอาวุธของวิมุติเป็นอาวุธของนิพพานเพราะเราจะอาศัยเพียงอยู่ที่ประจำรัชกาลที่ 5 ถ้าเราจะเรียกสันตะวิหารเป็นเป็นอารมณ์นิพพานคิดจะทำศพเขาวิหารก็เป็นอารมณ์ของรูปเป็นอารมณ์ของสิ่งลำรองเป็นอารมณ์ของสิ่งใกล้ที่สุดใกล้แล้ว เป็นสิ่งใกล้วัดผู้ที่เข้าถึงสิ่งใกล้นี้เป็นอุปสัมปทาเป็นอุปสรรคมันเป็นผู้ที่เข้าถึงเข้าถึงได้ใกล้ความเข้าถึงเพราะเราจะมีนิพพานแล้วก็มีนิพพานโดยเราเราจะปฏิบัติตามว่าเราเองจะเอาจิตนี้เข้ามาเป็นอย่างนั้นหรือเข้ามาอยู่ใกล้ติดชีวิตซ้อนแทรกอยู่อย่างไรไม่มีภาษาอธิบายเป็นปัจจัตตังของแต่ละบุคคลจะบอกว่าเดี๋ยวนี้เรามีสันตะวิหารไหมสำหรับพระอรหันต์พระอรหันต์ท่านก็บอกว่าท่านมีชั้นต่ำวิหารในขณะที่มีชั้นต่ำวิหารอยู่นี่ท่านก็ปรุงจนหัวร้อนทำงานอยู่จนหัวร้อนก็ได้ไอ้หัวร้อนแล้วท่านบอกท่านเป็นชั้นต่ำวิหารยังไงถ้าจะอธิบายโดยแย้งมันก็ไม่มีสันตะวิหารมันก็ไม่ใช่ มันก็ไม่ใช่อยู่เฉยๆไม่ใช่โล่งๆโดยไม่มีบัญญัติอะไรไม่มีสมุดอะไรสมมติสัจจะไม่มีก็ไม่ใช่มีสมมติสัจจะจะต้องเยอะแล้วจะบอกฉันตอบวิหารทีเดียวตรงๆมันก็ไม่ได้แต่ท่านก็รู้ว่าท่านไม่ได้เดือดร้อนอะไรถ้าไม่ทุกข์ก็ได้แต่ก็ว่างแต่เธอก็ไม่ว่างเพราะว่าท่านมีกิจแล้วก็ทำกิจของท่านก็ไม่สำคัญก็มีสังขารอันไหนบอกว่าพี่สังขารคือไม่มีสังขารไม่มีก็ได้คือถ้าไม่ติดสังขารใดๆท่านรู้เท่าทันสังขารอยู่พอภาษาสุดท้ายแล้วผู้ที่เข้าใจด้วยปัจจัตตังผู้ที่มีสภาวะทำรองรับก็จะรู้ว่าอออธิบายให้มีก็ได้อธิบายให้ไม่มีเราก็ได้และสภาวะที่เราจะเน้นมาหยุดหรือไม่มีเลยแล้วก็ทำให้ทันทีไม่คิดเลยแล้วก็ทำได้ทันทีเดี๋ยวนี้ไม่ต้องปลงไม่ต้องสังขารก็ได้เดี๋ยวนี้จะสัง นี่ก็ทำได้โดยไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรมีภาวะใกล้เคียงกันเป็นแต่เพียงตัวเอนไปด้านด้านนึงเอนไปอีกด้านหนึ่งเท่านั้นอย่างนี้ก็เป็นผลหรือว่าเป็นสิ่งที่เราจะต้องประพฤติปฏิบัติจนชินจนเกิดจนได้อาหารเข้ามาในบทเรียนในหน้า 326 ขณะนี้เรากำลังเข้าสู่สภาพของอาณาปานสติอธิบายอานาปานสติที่แยกแยะเน้นให้ฟังหรือว่าอานาปานสตินั้นคืออะไรกันแน่เราฟังอานาปานสติแบบรกโลกมามากแล้วแบบที่เขาอธิบายเอาแต่นั่งหลับตากันเราจะนั่งหลับตาเราก็เข้าใจได้เราจะทำอย่างนั้นก็ทำได้เพื่อจะให้มันชนกันอย่าให้มันเพี้ยนเราพูดเป็นเชิงเหมือนปฏิเสธ ปฏิเสธว่าไม่ใช่ฌานหรือว่าทำสมาธิหรือนั่งหลับตาอะไรอานาปานสติไม่ใช่ไม่ต้องไปนั่งหลับตาหรือไม่ใช่นิดเดียวไม่ใช่ทีเดียวแต่มันก็ใช่จะทำอย่างนั้นก็ด้วยก็ได้ถ้าเราเข้าใจแล้วอย่าให้เพี้ยนมันซ้อนกันอยู่อ๋อเนี่ยเมื่อวานนี้พระพุทธองค์ทรงส่งเสริมอานาปานสติแต่ไม่ใช่ขาดสติที่เป็นสมโภชน์ชงในวงเล็บสมโภชจองซึ่งแปลว่าส่วนประกอบที่จะทำให้ตรัสรู้และต้องไม่ขาดธรรมะวิจัยยังไม่สำเร็จคือทำมาวิจัยวิจัยเพื่อที่จะให้เป็นไปเพื่อการตรัสรู้ไม่ใช่วิจัยอะไรวิเคราะห์วิจัยอย่างเขาวิจัยกันทั่วบ้านทั่วเมืองทุกวันนี้มีตั้งสภาวิจัยไอ้ วิจัยทั้งสะพานไม่ได้พาไปนิพพานหรอกไม่ได้พาไปที่ผ่านเลยไปดูในสภาวิจัยของชาติแห่งชาติทั้งสะพานไม่ได้วิจัยไปหานิพพานไม่ได้วิจัยเพื่อเป็นไปเพื่อความเจริญในการละโลภะโทสะอะไรไม่ใช่หรอกวิจัยไปเรื่อยๆวิจัยอะไรก็วิจัยไปมันทำมาวิจัยนี้จึงเป็นธรรมเอาวิจัยสมโภชชงเป็นวิจัยเป็นการวิจัยสิ่งทุกสิ่งทุกอย่างธรรมะจะแปลว่าทุกสิ่งทุกอย่างก็ได้สรรพสิ่งทุกสรรพสิ่งแต่วิจัยเป็นไปเพื่อความลดละจ้างขายเพื่อความรู้เท่าทันรู้แก่นสารสาระและก็ปล่อยวางเลิกในสิ่งที่มันควรจะเลิกมันไม่ใช่ว่าปฏิบัติอานาปานสตินั้นเพื่อฝึกทำนิโรธดับดินเป็นอภิชาตดังได้กล่าวแจกแจงมาแล้ว สังเกตดีๆเถิดแม้คำว่าอานาปานสตินั้นก็ยังมีคำว่าสติประกอบอยู่ในคำว่าอานาปานสตินะอันหมายอารมณ์หายใจเป็นอุบายหรือเป็นแต่สิ่งในขณะบำเพ็ญวายุกระสินธ์ตรงๆได้เลยทีเดียวดังนั้นถ้าไม่มีภาพไม่มีสติดับจิตลงไปเสียแล้วมันจะเป็นอาณาปานสติอยู่ได้ยังไงกันมันก็เป็นอานาปานนิโรธเท่านั้นเองซึ่งแปลว่าการดับลมหายใจเข้าออกและก็มีผู้พยายามอธิบายให้เป็นดังดังที่แปลนี้คือแปลว่าการดับลมหายใจเข้าออกอาญามันแปลว่าลมหายใจเข้าลมหายใจออกลมหาย ปาณาอะนะแปลว่าลมหายใจเข้าอานาแปลว่าลมหายใจเข้าลมหายใจออกบ่นานาปานะนิโรธก็คือดับลมหายใจเข้าลมหายใจออกแต่ที่จริงไม่ใช่อาณาปานสติลมหายใจเข้าลมหายใจออกมีอยู่สติก็ยังใช้อันนี้เป็นเครื่องยืนยันใช้ลมหายใจออกลมหายใจเข้ายืนยันแม้คุณจะปฏิบัติจิตปฏิบัติธรรมปฏิบัติอะไรไปจนกระทั่งคุณถึงขั้นนิโรธก็เป็นนิโรธารามศักดิ์ศรีถึงขั้นนิโรธมีโอกาสมาถึงฮีโร่เพราะฉะนั้นอานาปานสติถึงขั้นนิโรธไม่ใช่อานาปานในโลกไม่ใช่ดับอันนาปานะฉันยืนยันอยู่วันนี้เราทาปากสีอัศจรรย์ เราต้องศึกษาให้ได้แล้วต้องทำการศึกษาไม่ใช่นั่งอ่านเท่านั้นศึกษาไม่ใช่นางทองเท่านั้นศึกษาเรียนรู้ด้วยความหมายศึกษาเรียนรู้ด้วยการวิเคราะห์วิจัยศึกษาเรียนรู้ให้เกิดสัมมาทิฏฐิศึกษาเรียนรู้โดยการได้มาปริยัติที่ดีเป็นสมาธิแล้วเอามาปฏิบัติศึกษาฝึกปรือมีสุภัทรมีสร้างนิสัยสร้างบุคลิกกระทำขัดเกลาให้เป็นธรรมะจริยะอันพระพุทธเจ้าพาเป็นพาไปจนกระทั่งทำให้ง่ายให้เบาให้เป็นจนกระทั่งไม่ต้องเปิดต้องฝืนไม่ต้องควบคุมเป็นเองจะเกิดการปกติเป็นได้เองเองเลยเป็นได้โดยอัตโนมัติจนกระทั่งอย่างนั้นจึงจะเป็นอาณาปานสติที่มีลมหายใจ พัดลมหายใจออกก็จะออกอยู่นั่นเทียวลมหายใจเข้าก็ยังเข้าอยู่นั่นเชียวแต่ไม่นิโรธแล้วเห็นอยู่รู้อยู่ในนิโรธนั้นอ่านนิโรธารามปัดสีนี้เป็นต้นในที่สุดเราจะไม่สงสัยในเรื่องที่ว่าเป็นการสลักคืนนิโรธหรือว่าไม่ยึดมั่นถือมั่นในนิโรธแต่นิโรธนั้นก็ไม่ได้ถอนไปไหนถ้าเราเข้าใจสมาธิชาวพุทธฐานนะคือสภาพที่ได้แล้วก็เพิ่มหมายความว่าไม่ได้หมายความว่าเราเลิกสิ่งที่เราได้แต่เราเพิ่มไปทางอื่นได้โดยที่สิ่งที่เราได้นั้นก็ยังเป็นฐานอาศัยได้อยู่จะมีอยู่เป็นแต่เพียงว่าเราจะเอาจิตเข้าไปกำหนดรู้หรือไม่เธอกำหนดรู้มีทันทีทำไมตำรวจรู้ก็ไม่มีถ้ายังผมจะกำหนดรู้ ร้านอาจารย์โรจนะของตัวเองขณะนี้มันก็มีอยู่หยุดสิ่งนี้ให้มันเป็นสิ่งเดียวหยุดเฉยๆไม่ต้องมีสังขารอะไรเอาแต่เพียงจิตที่จะรู้จิตอยู่บ้างเป็นอาการสาก็ได้ทันทีได้ทันทีจะไม่จะปรุงจะอะไรก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรมันก็เป็นอาการว่างอาการโปร่งอาการโรคอาการไม่ยากไม่ลำบากอะไรสบายๆเราไม่ได้ทุกข์อะไรไม่ได้ทุกข์อะไรจริงๆเป็นได้จริงๆอ่าอย่างนั้นวันอานาปานสตินี้จึงต้องทำความเข้าใจให้สำคัญทีเดียวเราจะรู้ความแปลกอย่างที่เป็นของฤาษีมันไม่ยากหรอกมันง่ายที่เราจะรู้ยิ่งเรารู้อย่างนี้เราจะยิ่งเข้าใจได้ง่ายยิ่งฝึกปรือกระทำให้มันตรงให้มันได้เราจะรู้เลยว่าต่างกันของ สีก็รู้ดูได้เรารู้ได้เข้าใจได้บางคนไม่ได้ฝึกก็ไม่มีเพราะงั้นเจโตสมถะแบบฤาษีเราไม่ได้ฝึกปรือก็เป็นผู้ที่มีแต่โลกุตตระไม่มีเจตนาสมถะแต่ถ้าผู้ใดฝึกปรือเจโตสมถะนั้นด้วยก็เป็นผู้ที่มีทั้งเจโตสมถะมีทั้งโลกุตระอยู่ทั้ง 2 ส่วนก็เป็นบุคคลที่ครบพร้อมปฏิบัติฝึกปรือไปได้แต่เขาจึงยิ่งทำเป็นพูดทำอานาปานนั้นนิโรธจริงๆสำหรับผู้ที่เขาพยายามอธิบายอานาปานาอานาปานสติให้มันเป็นอานาปานนิโรธเขาอธิบายความหมายของอานาปานสติไปเป็นอานาปานนั้นนิโรธก็เป็นเพลงอสัญญีหรือเพ่งไปเป็นสัญญานิโรธดับจิตดับดินเข้าไปแล้วเขาก็ทำอานาปานนั้นนิโรธจริงๆ มันก็ยิ่งไม่ใช่อานาปานสติมันยิ่งทวนกันกับกันมันยิ่งไม่ใช่อานาปานสติไปทีเดียวก็จงใคร่กล้าไตร่ตรองกันให้ดีๆอ่านให้ดีอานาปานสติวงเล็บเปิดที่หมายเอาแต่จะต้องนั่งบำเพ็ญอยู่ในรูปนั่งเพลงลมหายใจเข้าออกเป็นแบบวาโยโกสินดังกล่าวแล้วมันก็ผิดงั้นอานาปานสตินั้นเป็นอุบายจากโกศลชนิดหนึ่งเท่านั้นซึ่งมีประกอบการประพฤติทำได้ด้วยแต่ไม่ใช่ทางเอกสายเลิศสายเดี่ยวกาญจนามักโดยตรงเหมือนสติปัฏฐาน 4 มันเพียงใช้เป็นบาทฐานเพื่อดำเนินสติปัฏฐานรับก็ได้แต่ถ้าผู้ใดมีอินทรีย์มีภาระ จับสติเป็นสัมผัสจิตถูกดับอารมณ์ของตนได้ก็ไม่จำเป็นนักที่จะต้องไปสนใจกับอุบายและวิธีปฏิบัติธรรมที่เรียกว่าอานาปานสติแบบวาโยโกสินหรือแบบจะต้องไปนั่งหลับตาแล้วเปิดแต่ที่จริงแล้วอานาปานสติอันถูกแท้ทำได้จริงเป็นอัตโนมัติแล้วนั้นไม่ต้องไปนั่งหลับตาแต่ทำอยู่ตลอดเวลายืนเดินนั่งนอนได้วงเล็บปิดภายในหนังสือเล่มนี้เนี่ยเป็นหนังสือที่อธิบายไล่ไปตามลำดับที่เราพูดกันเนี่ยเราพูดกันจนเกินแล้ว Advance ไปทางไหนๆเพราะฉะนั้นคล้ายๆกับมันบอกจนยอมกันอยู่มันยังแย่งกันอยู่แต่แท้จริงอันนี้มันกลายไปเรื่อยๆตามลำดับของเขาของหนังสือเขาและผู้อ่านที่ไม่มีความรู้อย่างที่เรารู้กันแล้ว กดไลค์ไปค่อยๆไล่เรื่อยไปและรับรองได้ว่าผู้นั้นจะบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้ทีเดียวตัวอย่างพระอรหันต์ในสมัยพุทธกาลมีมากมายหลากล้นสำหรับผู้คนผู้เป็นพระอรหันต์รักษาโรคของพระพุทธองค์โดยไม่เคยผ่านอานาปานสติและแถมไม่ต้องเรียนรู้อานาปานสติว่ามันคือยังไงเพื่อเอาไปสอนใครๆด้วยพระพุทธองค์ก็ยังทรงส่งท่านเหล่านั้นออกประกาศพระศาสนาออกไปเผยแพร่ธรรมเช่นคณะพระอรหันต์ 60 องค์แรกเป็นต้นเราจะเห็นได้ว่า 60 องค์แรกไม่ได้พระพุทธเจ้าท่านออกพอเป็นพระอรหันต์ท่านก็บอกเอาดีแล้วพวกเธอเราก็จะไป 20 กว่าจะนำมาลึกก็ทายาวัน เธอตั้ง 60 ไปแยกกันไปแข่งละองค์ๆเออเราจะว่าจะไปอุรุเวลาเสนานิคมส่วนเธอก็ไปแยกย้ายกันไปไม่จำเป็นไม่จำเป็นจะต้องไปณที่เดียวกันนั่นแหละประตูช่วงแรกจะเผยแพร่ศาสนาไม่ได้มานั่งอบรมสั่งสอนต้องมานั่งหลับหูหลับตาอะไรกันไม่มันนั่งฟังธรรมประเดี๋ยวไปด่าก็ด่ากันหมดแล้วก็จะว่าไปพวกนี้ก็คือขุนพลของท่านเป็นบารมีสอนกันไม่เท่าไหร่เท่าไหร่มันก็รู้แล้วมันมีทั้งพร้อมมีบารมีมานักหนาบรรลุแล้วเสร็จท่านก็อ้าวบอกมันรู้แล้วก็ไปทำงานทำงานมันรู้แล้วทำอะไรทำงานมีอะไรหรอกเพราะมันรู้เท่าไหร่เท่าไหร่ก็ทำงานเราจะให้ไปพร้อมไปสุขาปฏิปทากินปลากินยาเป็นไปโดยการง่ายดายพร้อมไม่ได้รับ ทำไปอย่างนี้แหละปฏิบัติไปพร้อมเรียนรู้ไปพร้อมเพื่อประโยชน์ตนประโยชน์เท่านั้นถึงพร้อมไปพร้อมอันใดที่เหลือบาทก็ได้เราก็ไม่เอาละไม่อวดดีอะไรพอเป็นไปได้เราก็ทำประโยชน์ไปด้วยกันมันไปซักซ้อมกันไปในตัวมันสอดร้อยกันอยู่ไม่ต้องลำบากลำบนส่วนของพระพุทธเจ้าเนี่ยพิเศษแล้วก็ทำได้อรหันต์ท่านเลยอย่างนี้ทำงานมันก็มีหน้าที่เดียวจบแล้วทำงานทำงานที่ไม่เหลืออะไรเ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน