220820-2-156 ทางเอกภาค2-ตอน156(หน้า345)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท052.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์210 KB
วันที่แก้ไข7 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเราก็มาทำวัตรเย็นเสาร์ที่จริงวันนี้ในหนังสือถ้าเผื่อว่าเราจะบรรยายต่อในหน้า 345 เราจะบรรยายถึงจิตที่สรุปจิตพระอรหันต์เป็นการบรรยายถึงลักษณะที่เป็นลักษณะที่ครบถ้วนเป็นลักษณะของจิตที่บริบูรณ์ของวิมุต มีอาการถึง 12 มีปฏิวัติ 3 ครบถ้วนเพื่อให้รู้เพื่อให้เข้าใจถึงคุณลักษณะของจิตที่เมื่อจิตมันตัดสินหรือว่าจิตมันต้องมีญาณมีทั้งยานทั้งวิมุตมีปัญญาวิมุตมีเจโตวิมุตติมีประโยชน์ทั้งสองอย่าง 2 ส่วนครบถ้วนและก็มีจิตต่างๆมีคุณลักษณะต่างๆอย่างชัดเจนไม่เช่นนั้นแล้วก็จะเข้าใจวิมุติซึ่งเอาหมายเอาที่ว่าหลุดพ้นหรือหยุดหรือตัดอย่างเดียวโดยที่ตัดอย่างเดียวนั้นมีตั้งหลายลักษณะมีองค์ประกอบที่ไม่ กันไม่ครบถ้วนได้เงินในลักษณะที่มันเป็นสภาพของการไม่ครบถ้วนนั้นน่ะเราไม่ถือว่าเป็นอรหันต์ของพุทธหรือว่าศาสนาพุทธยังไม่ให้เป็นขั้นปลายขั้นสุดตามลักษณะของธรรมะชั้นละเอียดหรือว่าชั้นสูงเรียกว่าอภิธรรมมันได้อธิบายให้ฟังไปแล้วถึงปฏิวัติ 3 ประการ 12 ที่บอกว่าเป็นสิ่งที่ใช้งานซึ่งเป็นจิตดวงสุดท้ายของพระอรหันต์ต้องมีสภาพที่เป็นจริงลงตัวเรียกว่าสัจจะเป็นสภาพลงตัว เยี่ยมแล้วก็จะต้องมีความรู้รู้ว่ามันยอดเยี่ยมหรือว่าเป็นจริงจริงที่ว่านั้นจริงอย่างไรกิเลสกิเลสคือกิเลสอย่างไรและก็ออกจากกิเลสเอาออกจากจิตเราได้ทำจริงไหมแล้วก็มันมีอาการที่ไม่มีนะก็จะต้องมีลูกมีการเข้าใจไปหมดเห็นแจ้งจริงเข้าใจเหตุเข้าใจตัวแท้ที่มันเป็นตัวทุกข์แล้วเป็นตัวเหตุแห่งทุกข์อย่างชัดจริงแล้วก็ทำให้ดับไปสิ้นไปได้ทำเป็นสัดส่วนของทุกข์และเหตุแห่งทุกข์เราจะเอานมให้ เน็ตเหลืออยู่ก็ยังอนุโลมได้ด้วยซ้ำถ้าเราจะอนุโลมเหตุแห่งทุกข์เหลืออยู่แล้วเราก็จะรู้ทุกข์ให้เหลืออย

อ่านต่อ

ู่เราก็อยากจะรู้ด้วยซ้ำไปว่าให้ทุกข์เหลืออยู่ตามที่เราจะมีอินทรีย์พละว่าเราจะสู้ต่อทุกข์มิได้แม้บางครั้งบางคราวจะเป็นการกระทบเป็นทุกข์ทางกายและเป็นทุกข์ทางที่เป็นไปตามสมมติที่จะธรรมดาธรรมดาทุกข์เพราะความเกิดเพราะเรายังเกิดอยู่โดยสมมติที่สัจจะทุกๆความแก่เพราะมันจะต้องแก่ต้องเสื่อมไปเป็นธรรมดาทุกๆความเจ็บมันต้องเจ็บต้องปวดเพราะเรายังมีสังขารเรายังมีตัวเนื้อตัวดินน้ำวัดไฟลมที่เราจะต้องเกี่ยวเกาะอยู่ด้วยความรู้สึก สืบภาค 6 ไม่เกี่ยวกับกันอยู่เราก็จะอนุโลมให้พอเป็นไปแล้วรู้ความจริงตามความเป็นจริงวันนี้ทุกทุกเพราะเหตุเท่านี้เพราะเหตุอย่างนี้แต่สมมติว่าทุกข์เพราะเจ็บอย่างนี้เป็นต้นยกตัวอย่างง่ายๆก็เจ็บแล้วป่วยเรามีแผลอะไรก็แล้วแต่มันก็เป็นทุกข์เป็นกายที่กระทู้ที่เรารู้อยู่แต่ความเข้าใจที่จริงที่เป็นเรียกว่าในภาษาบาลีว่ายถาโพธิญาณคือความเป็นจริงตามความเป็นจริงนั้นมันมีเราก็รู้อยู่ว่ามันทุกข์อย่างนั้นเท่านั้นบางทีทุกข์ไม่ใช่น้อย ทุกข์ไม่ใช่น้อยจะเป็นการยึดก็ทุกข์อย่างมีแผลหรือว่ามีทุกข์อย่างมากมายเช่นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทรงตรัสเวลาท่านป่วยของเราเราทุกขเวทนาหนักแล้วอานนท์รูปภาพลงบัญชีชั้นเราจะนอนเรามีทุกข์อันกล้าจับอะไรนี่เป็นต้นซึ่งก็เป็นเรื่องที่เราก็จะต้องรู้หรือว่าผู้ที่เป็นแม้แต่พระอรหันต์ก็จะต้องรู้อย่างสำคัญแบ่งออกแยกออกถึงเศรษฐกิจกระทบก็คือมันทุกข์จิตใจ ใจไม่รู้จริงใจไม่เกิดผลจริงแต่ถ้าเผื่อว่าเป็นพระอรหันต์แล้วท่านรู้ว่ามันทุกข์นี้แบ่งออกเป็นกายที่เกิดทุกข์ว่าทุกข์ที่มันเกิดด้วยองค์ประกอบที่มันสุดท้ายแล้วเป็นไปได้แค่นี้ดังนั้นแค่นี้มันก็ต้องรับขนาดนี้เป็นอันที่สุดแม้จะต้องบอกว่าเป็นทุกข์ด้วยภาษาพระพุทธเจ้าไปยืนคอยพระนันทิยาเทพเจ้าจะไปพบพระอาทิตย์ไปถึงก็ไปเห็นเทศน์อยู่ท่านก็ไปยืนรอ ยืนรอเกษตรยืนรอตั้งนานยืนรอจนเทศน์เสร็จไม่ถึงค่อยเดินเข้าไปพบวันอาทิตย์พอไปพบแล้วก็ทักทายปราศรัยผมก็บอกว่าแม้เธอจะเก่งเทศน์ดีเทศกาลเลยเรายืนรอเธอจนปวดหลังพระพุทธเจ้าท่านตรัสขอโทษขอโพยใหญ่เลยบอกว่าให้ขอโทษที่ทำให้พระพุทธองค์ต้องปวดหลังปวดไหล่ผมไม่รู้เลยอย่างนี้ต้องขอโทษอะไรพวกเจ้าก็ไม่เป็นไรหรอกอย่างนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาเหมือนปกติเหมือนที่เราเห็นว่าเป็นธรรมดาบางคนคิดเลยเถิดแล้วเธอแปลว่าพระอรหันต์ไม่ใช่อรหันต์ธรรมดา วันนี้จะเข้าใจทุกข์ไม่ได้แล้วก็จะบอกว่าไม่มีทุกข์เลยเป็นประเภทที่เรียกว่าเราแม้มันแห้งไม่รู้สึกอะไรเลยปวดไม่มีเจ็บไม่มีทุกข์กายทุกข์ก็ไม่มีทุกข้อความปรุงแต่งอย่างโน้นอย่างนี้ก็ไม่มีอะไรแต่ไม่ใช่เจ็บพระอรหันต์ไม่ใช่ไม่มีทุกข์เจ็บพระอรหันต์ท่านพ้นทุกข์แม้มีทุกข์ก็อยู่ทุกข์ได้ด้วยไม่เดือดร้อนใจอะไรเข้าใจว่ามีเหตุอย่างไรมีปัจจัยอย่างไรแล้วเราก็อยู่กับเหตุปัจจัยอันเป็นสุดท้ายเรียกว่าอันตะความเหมาะสมที่สูงสุดอรหันต์ต่ำในความเหมาะสมที่สูงสุดแล้วเป็นได้เท่านี้สูงสุดเท่านี้ถึงขนาดจะต้องโอ๊ยฉันก็อยากจะต้องคลาน ทำให้เป็นกายที่จะทุกข์หรือว่ามันเกิดเพราะอริยทรัพย์ความจริงมันเกิดเพราะความเกิดมันทุกความเกิดทุกๆความแก่ทุกๆความเจ็บแต่เรื่องทุกข์เพราะความตายพระอรหันต์จริงๆไม่ได้ไม่ได้โอนเพราะความตายหรอกเพราะว่าสิ่งอย่างนั้นมันเป็นเป็นเรื่องธรรมดาแต่แม้แต่ความแก่หรือความเกิดก็ไม่มีบทบาทเด่นชัดอะไรที่จะยกตัวอย่างให้ฟังมันจะมีความเจ็บเนี่ยพอมีองค์ประกอบหรือว่ามีตัวอย่างที่จะพอยกประกอบให้ฟังในใจของท่านท่านหมดความสงสัยถ้าไม่มีความสงสัยไม่มีความเดือดร้อนอะไรต่อไปท่านก็เห็นว่าเป็นธรรมดาวางปล่อยได้แม้จะเป็นอย่างนี้ก็รู้ว่านี่เป็นเหตุนี่เป็นปัจจัย นี่เป็นส่วนที่เป็นสมุนไพรรู้เข้าใจต่างและที่สุดจนถึงขนาดไปรู้อะไรอะไรองค์ประกอบอื่นๆเพื่อที่จะวางใจพระอรหันต์แต่ละองค์ท่านก็จะรู้ไปบางคนรู้ว่าจะต้องอย่างพระโมคคัลลาท่านเองท่านถูกโจมตีทุกคนก็เหล้ากันจนหรือว่าว่ากันไปจนกระทั่งว่าท่านป่นไปเลยและมีทุกข์เพื่อที่จะให้ตายแล้วท่านก็มีฤทธิ์มีเดชถ้าเป็นคนธรรมดาก็ต้องตายแล้วแต่ท่านก็มีฤทธิ์มีเดชต่อกระดูกกระเดี้ยวต่ออะไรขึ้นมาก็เหล้ากันหรือว่ากันไปถึงขนาดนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรจะขนาดไหนก็แล้วแต่ถึงขนาดนั้นแน่ๆนอนละคนเราถึงกระดูกป่นมันไม่ทุกข์ยังไงกันล่ะ ก็พยายามแก้คืนมาจนกระทั่งต้องไปตรวจสอบเหตุมันได้สงสัยคือถ้าไม่สงสัยมันก็ไม่พ้นทุกข์นะทุกข์เพราะความสงสัยอยู่มันไม่รู้แจ้งเหตุอะไรไม่รู้เรื่องอะไรยังไงมันจะเป็นทุกข์อยู่นะอันนี้มีเดี๋ยววันหลังในเจโตจะเอาอานาปานสติสูตรขยายที่อธิบายถึงลักษณะจิตอย่างนั้นอย่างนี้มีทุกข์เพราะอันนั้นมีเหตุนั้นเหตุนี้อะไรต่ออะไรต่างๆนานามันบรรยายให้ฟังเจอหลายวันกว่าจะจบสูตรนี้บรรยายรายละเอียดยาวดีเหลือเกินแล้วจะเข้าใจเลยว่าจิตสมาธิจิตอะไรก็ได้นี่เป็นอย่างไรอย่างไรอารมณ์อย่างไรออกอารมณ์อย่างไรเป็นอย่างไรทานในขณะที่มีชานมันจะมี เป็นอย่างไรอย่างไรอย่างไรชัดๆจะมาขยายให้ฟังเพราะจิตของพระอรหันต์ที่แม้อย่างยกตัวอย่างพระโมคคัลลาเนี่ยก็เหมือนกันท่านไม่รู้เหตุท่านก็จะต้องรู้เหตุรู้อะไรตายจนชัดจนตามไปรู้ถึงเรื่องราวเดิมประวัติเดิมของท่านมีเหตุปัจจัยมาตั้งแต่นานาชาติอะไรต่างๆก็แล้วแต่จนเข้าใจแจ้งเห็นจริงเออมันเป็นที่สุดในที่สุดแม้จะต้องรับต้องรับการตายนี้ด้วยลักษณะอย่างนี้ท่านก็รับการตายนี้ไม่ได้ไม่สงสัยแล้วก็รับแล้วก็จะให้เป็นไปอย่างที่เราจะต้องการเป็นจะบอกว่า ปัญหาก็เป็นตัณหาคือบอกว่าเรายังไม่อยากตายเรายังไม่อยากตายแล้วก็แก้กลับแก้กลับซะทุกทีเพราะสุดท้ายแล้วต้องยอมเขาไม่ได้ถึงขนาดสุดท้ายตายก็ตายไม่ได้กลัวตายกลัวทุกข์อันนี้เป็นลักษณะจะอธิบายว่าตายก็ได้แต่ว่าถ้าไม่สงสัยมันก็ยังแก้อยู่ยังไม่อยากตายไอ้ตัวยังไม่อยากตายนี่คือตัวทุกข์แน่นอนเรายังไม่ตายก็แก่กับแกกลับพยายามทำตัวเองไม่ให้ตายแม้จะถูกทุบกระดูกอ่อนแล้วก็ยังไม่ตายอย่างนี้เป็นต้นจนสุดท้ายก็ต้องยอมตายไม่ทุกข์รู้เหตุรู้ปัจจัยว่าเหตุสุดท้ายเป็นอย่างนี้แล้วแต่นี่บาปเป็นสภาพที่อนันตริยกรรมของตนไปฆ่าแม่ฆ่าพ่ออะไรมาตั้งแต่ ไม่รู้กี่หน้านับชาติเป็นอนันตกรรมที่ต้องตามถึงตามทันก็ต้องตายด้วยลักษณะนี้ขนาดเป็นขั้นพระมหากษัตริย์แล้วนึกถึงพระอรหันต์ไม่ใช่อรหันต์เล็กอรหันต์ใหญ่ยิ่งแล้วก็ต้องรับคำนี้อย่างนี้ก็ต้องรับอย่างนี้ถ้าจะบอกว่าทุกข์ก็ต้องเป็นทุกข์ตามตามสภาพแน่ๆก็ต้องยอมแต่อย่างนี้เป็นต้นที่นี่เหตุที่ยกตัวอย่างการตายนี่ก็ยังรู้ยากว่าจะทุกข์อะไรอย่างไรแต่ก็คงคิดออกกันน่ะว่ามันยังไม่อยากตายหรือว่าจะต้องตายอะไรมันจะทุกข์แค่ไหนก็คงพอกินได้แต่มันก็ไม่ชัดเหมือนอย่างยกตัวอย่างเนื่องจากการเจ็บการป่วยป่วยการอะไรยังไงพรุ่งนี้มันเป็นเหตุที่แท้และเราก็จะรู้ว่าเราต้องกินต้องยอม หรือบางทีเราชีวิตธรรมดาหรือชีวิตพระอริยเจ้าที่จะต้องต่อสู้ต่อแดดน้ำลมฝนสัตว์เสือกลิ้นคลานจะต้องประสบปัญหาอันนี้ที่จะต้องทุกข์เป็นกายิกก็ทุกข์ก็ได้นี่ก็ต้องรู้เหตุทั้งนั้นเหตุที่มันไม่มีจะต้องอดออมก็ต้องอดออมเหตุที่มันมีมันพอเหมาะพอสมสัดส่วนมันเป็นไปได้ด้วยดีเมื่อมันขาดแคลนมันไม่ได้ด้วยดีมันไม่มีเหตุที่พอเหมาะพอสมมันก็เจริญไม่ได้มันก็ต้องขาดอาการขาดแคลนนี่แหละคือตัวทุกข์ความเสื่อมนี่แหละเขาเรียกว่าความแก่เสื่อมลงมันก็ฉลาดลงรูปมันแก่ลงเป็นไปตามจริงมันก็ก่อให้ทุกได้เราก็ต้องรู้เหตุผลก็เป็นไปตามนี้ปล่อย 7 พระอรหันต์ท่านจะรู้เหตุรู้อะไรต่ออะไรจะต่อยหรือแม้แต่เรากำลังทำความเกิดจิตของเรามีสัมมาสังกัปปะกับเรียกว่าจิตของเราเกิดเราด้วยเจตนามีมโนสัญเจตนาที่จะคิดอย่างนี้ที่จะสร้างอย่างนี้ที่จะทำอย่างนี้ที่จะปรุงอย่างนี้ขึ้นมาเป็นที่สังขารหรือเป็นอิจฉาที่สังขารหรือเป็นปัญญาที่สังขารเป็นการงานเป็นกุศลสร้างกุศลขึ้นมาอยู่เป็นการสร้างแต่และไม่ได้สร้างให้แก่ตัวเพราะฉะนั้นไม่มีความหวงแหนอะไรไม่มีความยึดถืออะไรมันก็ไม่ได้ทุกข์อะไรแต่ก็สร้างด้วยเจตนาดีมันก็จะต้องมีประกอบการเป็นไปจะบอกว่ามีกายที่กระทบมีกายที่กระทบแน่มีการอยู่ตรงนี้ร้อนมีน้ำมี เหงื่อไหลไคลย้อยมีอะไรต่ออะไรออกมามีเมื่อยมีเพลียอะไรมีแน่ไหนบอกว่าเมื่อยเพลียนเรื่องของทุกข์ก็ถูกต้องคือเป็นความชราลงหรือเป็นความเสื่อมเป็นความสลายอยู่ในสภาพมันก็เป็นทุกข์ก็รู้แห่งเหตุความเหตุที่มันเป็นไปตามความเป็นจริงแต่ใจของท่านสบายเป็นอย่างนี้มันมันจะน้อยไปหน่อยเมื่อยมากๆมันก็เป็นทุกข์กับเมื่อยมันเมื่อยเพลียแบบเตี้ยบางทีต้องฝืนทนอยู่บางทีต้องฝืนทำบางทีต้องฟื้นงานมันยังไม่เสร็จอันนี้ยังไม่เสร็จก็ฟื้นทำก็รู้อยู่ว่ามันเป็นทุกข์มีทุกข์เหตุเพราะอะไรเหตุเพราะเรากำลังจะสร้างสรรค์เหตุเพราะเรากำลังเกาะกุศลกรรมอยู่เพราะเรากำลังทำการ กุศลกรรมทำให้สิ่งนี้เกิดให้เจริญให้เป็นไปบางทีมันจำเป็นมันเร่งรัดมันจะต้องกระทำต่อไปว่าเป็นประโยชน์ที่ควรจะทำในช่วงนี้ขณะนี้รู้เหตุรู้ปัจจัยอยู่ว่าเราทำเพราะให้เกิดแต่ก็ไม่ใช่เพื่อตัวเพื่อตนมาสุดท้ายอยู่ที่มันไม่ได้เพื่อตัวเพื่อตนอะไรหรอกถ้าเผื่อว่าเราหยุดให้ตัวเองหายเมื่อยหายทุกข์จากเพื่อตัวเพื่อตนเสียอีกด้วยซ้ำไปแต่ก็ยังเสียสละอยู่ได้อย่างกระทำอยู่ได้เหตุปัจจัยที่เหมาะควรจะเรียกว่าอาหารหรือสัมมามีสัมมากัมมันตะสัมมาวาจาสัมมาอาชีวะอยู่พอเหมาะพอสมมีสัมมาวายามะมีความพยายามอยู่พอเหมาะสมมีสัมมาสติมีสติรู้มีปัญญามีสัมปชัญญะมีปัญญาที่ได้มี การยิ่งมีอธิปัญญาที่ช่วยตัดสินที่ชั่วช่วยเห็นช่วยรู้ปล่อยเมื่อไหร่ในเหตุปัจจัยนั้นมันก็ไม่มีทุกข์อย่างนั้นมันไม่มีอย่างนั้นจริงๆแล้วไม่ได้ติดยึดไม่ได้อะไรเลยไม่ได้วุ่นวายแต่ที่ยังยึดอยู่ก็ทำงานนั้นก็ทำความหนักนั้นแม้จะทนฝืนเพราะเมื่อยแย่แล้วก็ยังไม่มีปัญหาอะไรเพราะรู้ในเหตุปล่อยเมื่อไหร่มันก็ไปแต่ว่าเราเห็นแจ้งในกุศลอย่างกุศลให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทอยู่เห็นสัดส่วนที่ดีที่งามเห็นความเป็นไปเห็นความเกิดความก่อเป็นผู้สร้างสรรค์เป็นผู้ที่มีสุดท้ายว่าอยู่ในจิตเป็นผู้ที่มีเมตตากรุณาอยู่ทำกิจกรุณามุทิตาแต่จิตตัวที่ซ้อนอยู่ในใจจะบอกว่าเป็นสิ่งที่ มันก็ไม่สงสัยแล้วมันก็เฉยได้มันก็วางได้มันก็ปล่อยได้อยู่ในตัวก็ปล่อยไอ้ตัวปล่อยตัวรู้ไม่ได้ถือสาแม้จะเหนื่อยแม้จะฝืนจะทนก็คำว่าฝืนว่าทนมันก็ทุกข์อยู่ในตัวอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหาในการฝืนการทนนี้เป็นผู้ที่รู้ว่าถึงเรียกว่ารู้รู้จริงๆรู้ว่าส่วนที่นี้เป็นอนุโลมเป็นสิ่งที่เรากระทำไปเป็นอนุโลมรู้อยู่ในทุกข์ทุกข์จะมีอยู่ประมาณเท่าใดก็รู้สมุทัยคืออะไรก็รู้ปล่อยสมุนไพรนั้นหยุดเหตุนั้นหยุดความต้องการนั้นมันเป็นข่าวว่าจรเป็นศิษย์ที่ต้องการที่จะให้เป็นไปก็มีต้องการให้เป็นฝ่ายมีมโนสัญเจตนามีเจตนาที่สร้างขึ้นโครงขึ้น ประกอบขึ้นแล้วก็ประกอบไปด้วยสัมมาชั้นกัปปะเป็นสัมมาวาจาให้มีวาจาไปให้มีการกระทำการงานไปให้มีอาชีพไปหรือว่าให้มีสิ่งที่มันเป็นสิ่งที่เป็นไปอย่างมากอาชีพอะไรอาชีพที่จริงมันแปลว่าสิ่งที่ยังมีชีวิตอยู่โดยอาศัยโดยโดยส่วนมากโดยอาศัยก็คืออาศัยอันนี้เป็นงานของชีวิตเรามาเป็นนักบวชแล้วก็มีงานของชีวิตในนักบวชขณะที่เราจะเป็นแสงกับบุคคลหรือว่ายังเป็นผู้ที่ศึกษายังเหมือนกับนักเรียนที่จะต้องอาศัยเวลาเรียนมากกว่าเป็นประโยชน์ตนมากกว่าประโยชน์ท่านประโยชน์ตนนั้นที่จะละลายก็จงเป็นประโยชน์ตนเหมือนกันในโลกในระหว่าง เอาเรื่องอะไรกันมากจะไปเอาสาระหรือไปเอาผลอะไรจากการกำลังเป็นนักเรียนอยู่วัยเรียนก็ไม่ได้ก็ต้องปล่อยให้เป็นความสำคัญในขณะนั้นเวลานั้นและเป็นกิจสำคัญของเขาก็ชั้นเดียวกันแต่ว่าเป็นนักบวชบางคนก็มีจิตที่จะต้องเรียนมากก็มีเหมือนกับช่วยงานบ้านทำงานในอาจจะทำงานนอกไปทำกิจเพื่อประโยชน์ผู้อื่นมากนักก็ยังไม่ได้อะไรอย่างนี้ก็ว่าไปตามขั้นตามตอนจนกว่าเราจะโตเราก็ได้วิชาความรู้หรือว่าได้สิ่งที่เป็นผลพอสมควรแล้วจะได้ทำงานแจกผลงานช่วยเหลือผู้ป่วยผู้อื่นต่อไปถึงเวลาพอเป็นไปได้ก็ทำ เท่าที่ทำได้หรือเท่าที่เป็นจริงมันก็เป็นขั้นเป็นตอนไล่เรียงลำดับไปอยู่แล้วฟังดีๆวันนี้จะเข้าใจว่าพระอรหันต์ไม่ทำอะไรเลยธาตุอาหารมีอะไรไม่ได้และแม้ที่สุดก็พระอรหันต์จะต้องล็อกโลกป่วยอะไรก็ไม่ได้น้องเจ็บก็ไม่ได้พูดอะไรก็ไม่ได้ไม่ใช่เลยแล้วก็ไม่รู้ว่าจะมีเศษเหลือของทุกข์เลยก็ไม่ใช่พระอรหันต์รู้ทุกข์รู้สมุทัยของทุกข์รู้นิโรธรู้การดับทุกข์รู้การดับทุกข์ได้จริงๆและรู้การไม่ดับทุกข์ก็ได้คือไม่ดับทุกข์นั้นยังไม่ดับทุกข์นั้นทุกข์นั้นจะให้มีอยู่ทุกข์เพราะความจริงตามความเป็นจริงทุกข้อความจริงตาม อย่างที่อธิบายไปแล้วยกตัวอย่างกายที่กระทบแต่มีสภาพที่ซ้อนอยู่ข้างในว่าไม่ได้สงสัยไม่ได้ติดยึดอะไรมีญาณทัศนะวิเศษว่าสิ่งนี้ให้มีนะให้เกิดนะเกิดอะไรก็ตามแต่ทว่ากันอย่างลึกซึ้งแล้วชาติปิดทุกทางการเกิดอยู่เป็นทุกข์ถ้าจะว่ากันถึงขั้นปรมัตถ์แล้วสมมุติทุกอย่างเป็นทุกข์เรามีรูปนามขันธ์ 5 นี่ก็เป็นสมมติว่ามันก็ยังเป็นทุกข์กว่ากันจริงแล้วเพราะการที่จะรู้ทุกอย่างสูงสุดละเอียดสุดนั้นน่ะมันเป็นของยากยิ่งกว่ายิงศรไปเสียบรูกุญแจในระยะไกลและให้สอนร้อยดอกนี่เสียบเสียบที่รูกุญแจให้ได้แหมมันไม่ใช่เรื่องนี้เป็นการรู้ทุกรายละเอียดยากยิ่งกว่า สอนยิงลูกศรที่เสียบที่รูกุญแจรูเดียวยังไม่เท่านั้นอีกนะจากเส้นผมไม่ออกเป็นร้อยแฉกแล้วให้แต่ละแฉกที่จับออกมานี่ต้องให้เสมอกันด้วยนะเท่ากันด้วยนะบอกว่าคุณตัดต่อคือเสมอกันไหมเธอจะตอบใช่ไหมเคยแต่หลายคนในนี้คงไม่เคยจะตอบผมก็เคยขนาดจากตอกเส้นโตๆนี่ไม่ใช่เส้นเล็กนะบางทีจากตอกสานตะแกรงเหล็กแล้วมันก็ไม่ใช่เล็กๆอะไรเราก็แค่เปอร์เซ็นต์ผมจะไปจ่ายไงจัดดอกนี่แต่ละเส้นแต่ละเส้นให้มันเสมอกันให้มันได้ระดับกันมันจะได้เวลาศาลมันจะแรงที่จะได้งามมีขนาดไม่ใช่ไหมนึกเหมือนกับฟันฟันสีนี้ด้วย ฟังภาษาอีสานเล็กๆมันไม่ได้สัตว์ได้ส่วนมันควรจะไล่เรียงกันหรือให้เสมอกันได้ในระดับยิ่งดีแม้แต่จักต่อจากเสมอกันไม่ได้แล้วจับเส้นผมขนาดจะวัดว่ามันจะเสมอกันโดยสามัญสำนึกมันก็ไม่รู้จะเอาอะไรวัดแล้วว่ายังไงจากเส้นผมเป็นรอยแผลออกมาแล้วแต่ละแฉกเท่ากันมันจะเอาอะไรวัดแค่นี้มันก็จนด้วยปัญญาแล้วเพราะฉะนั้นการเทียบเคียงในอุทยานหอนี่มันสุดยอดอย่าคิดเลยดีกว่าถึงขั้นนั้นแล้วจากเส้นผมรอยแตกนี่ก็อย่าว่าแต่เสมอกันเลยจะจัดยังไงจะจัดยังไงจากเส้นผมออกเป็นรอยแผลเป็นจากยังไงก็ต้องหอนที่เรียกว่ามันเหลือ และผู้ที่จะคิดว่าทุกข์คืออะไรทุกข์ที่สุดคืออะไรหมดสุขหมดทุกข์หมดสุขด้วยความคิดนั้นน่ะไม่มีจะคิดว่าความทุกข์ความพ้นทุกข์หรือว่าสมุทัยแห่งทุกข์โดยความคิดไม่มีเพราะตัวย่อที่สุดที่จะรู้แจ้งที่จะตัดสินทุกอย่างคือตัวรู้ของตัวพระอรหันต์นั่นเองอ๋ออย่างนี้ทุกข์และทุกข์ที่คุณทนได้ไหมทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากทั้งๆที่คุณอาจจะทุกข์ด้วยเจ็บโอ๊ยอยากจะแชร์บอกว่าอย่าทุกข์ไม่ได้ทุกข์เราไม่ได้ทุกข์นะโอ้ยเอาจะทุกข์ไม่ได้ทุกข์ก็มันปวดน่ะมันปวด เข้าใจในจุดจริงซะแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วเขาก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรถ้าบอกว่างมงายงมงายเข้าใจภาษาไม่ได้หรือว่าเข้าใจความจริงไม่ได้อย่างคนทุกวันนี้ทำไมพระพุทธเจ้าขณะพระพุทธเจ้ายังบ่นเจ็บปวดทุกข์พอดีก็จงกันใหญ่เลยมันก็จะยกตัวอย่างมันก็ไม่สิ้นสุดแล้วมันก็ไม่ได้เรื่องมันก็ไม่รู้ความจริงคืออะไรแค่ไหนไม่รู้ได้ แล้วเราจะต้องเข้าใจว่าการพ้นทุกข์นั้นก็คือความเหมาะสมที่สุดที่ผู้นั้นท่านสบายใจถ้าไม่สงสัยในตัวท่านเองความพ้นทุกข์อยู่ที่ไหนที่วิกฤตอิจฉาพ้นวิจิกิจฉารู้ว่านี้คือทุกข์ยังมีทุกข์อยู่หรือไม่มีก็ได้นี่คือสมุทัยเหตุแห่งทุกข์รู้ว่าทุกข์นี้เกิดเพราะเหตุนี้แล้วจะดับทุกข์นี้ได้ไหมได้สุดท้ายตายไปเลยหมดทุกข์แน่หมดเป็นอันนะอนุบาลพิเศษสันติภาพเลยก็ได้ถ้ามันยังมีอยู่มันสลับปล่อยก็ยังไม่ได้มันยังไม่ควรปล่อยจะเอาไว้ก็เอาไว้แล้วก็ต้องมีเป็นไปปรับปรุงไฟยังมีชีวิตไว้ต่อก็ต่อ ป๊าจะไปปรับปรุงไปดีขึ้นมันก็ต่อได้แล้วมันก็หายไปแล้วมันก็เจริญอันนี้ก็พับไปก็ได้แบบนี้เป็นต้นและความเข้าใจที่จะเอาโดยคิดโดยคำนึงคำนวณจึงไม่ได้ต้องเอาโดยรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งใหญ่ญาณทัศนะวิเศษด้วยความเข้าใจอันสำคัญเพราะนี่เราทนคนที่ทนยิ่งทนได้มากยิ่งเป็นอริยะหรือเป็นอรหันต์ชั้นใหญ่ยิ่งเปราะบางอะไรก็ทนไม่ได้แดดน้ำลมฝนสู้ไม่ได้เคยพูดนักหนาเคยอธิบายหลายครั้งต่อหลายครั้งว่าอรหันต์ของเราทนได้ต่อสัปดาห์หรือโวหารนี้ไม่ได้หมายความว่าทนทนแดดต่อน้ำต่อผลต่อสัตว์เสือกลิ้นขาดเท่านั้น แต่มันเป็นโวหารที่แสดงถึงว่าทนต่ออะไรที่ทุกข์โรคของโรคที่เขาคนอื่นเขาทนได้ท่านทนได้ทุกอย่างและทนให้ได้มากที่สุดเป็นพระอรหันต์คนในโลกนี้ทนไม่ได้แล้วเขาทุกข์จากท่านยิ้มได้สบายใจได้ทั้งๆที่อาจจะต้องโอยโอยก็ยิ้มเราไม่มีปัญหาท่านไม่สงสัยในสิ่งนี้เพราะเหตุปัจจัยฉันรู้เหตุปัจจัยเป็นอย่างนั้นแม้ที่สุดจะบอกว่านี้รอดคือดับอย่าให้มีอันนั้นสิเป็นการเก็บการปวดนะคะอย่าให้มีอันนี้สิท่านก็ห้ามไม่ได้ที่มันจะต้องมีการเกิดมีการแก่มีการเจ็บอยู่และจะมีการตายลงท่านห้ามไม่ได้ด้วยซ้ำท่านก็ยังต้องไม่สงสัยในเรื่องจิตในเรื่องที่จะเป็นไปนั้นมัน โสดอยู่มันจะแก่อยู่มันจะเจ็บอยู่ฉันก็ไม่สงสัยเออมันต้องเป็นอย่างนี้แหละแม้แต่มันจะเจ็บจะต้องโอ๊ยๆอยู่เออมันก็จะต้องโอนอย่างนี้แล้วถ้าทุกข์ไหมถ้าจะบอกโดยทุกข์ก็ดีจะจัดแล้วเราไม่ได้ทุกข์มันสงสัยในทุกวันนี้ก็ไม่ทุกข์ไม่ทุกข์จะออยสิโอ๊ยสิมันถึงจะไม่ทุกข์ถ้าไม่ทุกข์ก็ถ้าไม่โอนมันไม่หายทุกข์ก็ไม่ค่อยบรรเทาหน่อยนึงแต่โอยออกมามันเทาหน่อยนึงมันเทาหน่อยมันไม่หายทุกข์นะเพราะฉะนั้นการบำบัดบำบัดด้วยอะไรกับบำบัดด้วยการหน่อยสิก็ขอครางหน่อยมีเป็นต้นมันก็เป็นการแก้ทุกข์บำบัดทุกข์ได้อย่างหนึ่งนี่ฟังไม่ใช่ของเล่นๆ ไม่ใช่ของง่ายยิงลูกศรที่ไปเสียบรูกุญแจในระยะทางไกลร้อยดอกให้ไปเสียบที่นั่นก็ยังว่ายากจากเส้นผมออกให้เป็นร้อยแฉกแต่ละแฉกให้เท่ากันด้วยก็ยังว่ายากการที่จะรู้ทุกข์ให้สิ้นทวนให้รอบทวนรู้ทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงได้นั้นจึงไม่ใช่ของง่ายเลยยากยิ่งกว่ายิงลูกศรยากยิ่งกระจัดเส้นผมคิดแล้วแทบท้อเลยไอ้ยาแล้วมันจะไปรู้ทุกข์เมื่อไหร่ยังไงได้แล้วเมื่อไหร่จะพ้นทุกข์แถบทองเลยเพราะการฟังอันนี้ถ้าเผื่อว่าไปอธิบายให้แก่มนุษย์สัมพันธ์ฟังนะโอ้โหอย่างนี้เชียวเหรองั้นขออยู่กับลูกไปเอาแล้วไม่แส หาอะไรอย่างนี้มันเหลือกำลังกินเลยเนี่ยมันจะไปพ้นได้ยังไงเราเรียนรู้ถึงขนาดนี้มันจะไม่ไหวเหรอไม่เอาแล้วผมก็ถ้าเป็นอนุสัญญาไม่เคยได้ยินไม่เคยได้ฟังหรือว่าไม่รู้ไม่มีหลักไม่มีเกณฑ์ไม่มีเหตุไม่มีปัจจัยที่เราได้ฟังได้ยินได้รู้ทุกข์รู้การตัดตูดการรับรู้การหลุดพ้นรู้จุดส่วนนั้นส่วนนี้มาบ้างแล้วแทบไม่อยากเอาเลยโอ้โหอรหันต์มันถึงขนาดนี้เชียวหรืออรหันต์สุดยอดนี่มันไม่ไหวแล้วมั้งไม่ต่ออะไรงั้นขอแค่โสดาก็ขอแค่สติทางผู้ที่ขออย่างนี้เป็นผู้ประมาทแล้วไอ้พวกที่พระพุทธเจ้าไม่สรรเสริญแล้วแม้จะหยุดอยู่ในขนาดไหนไปประทับปรมะแล้วพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าจะต้องเกิดเกิดเจริญขึ้นเกิดเจริญขึ้นประทับปรมะแปลว่าผู้ที่ไม่เจริญในความเกิดนั้นหรือใน ในในระดับผู้ที่ไม่มีในชีวิตนั้นในชีวิตนั้นเพราะเรายังมีชีวิตตัวเกิดอยู่ทำเอาปรมัตถ์แล้วก็หมายความว่าท่านมีแนวโน้มถึงขนาดว่าจิตทุกดวงที่เกิดต้องให้เจริญต้องให้เจริญตัวไหนไม่เจริญปะทะปรมาเป็นบทของความอยู่แค่นั้นคือมียอดอันเป็นพื้นที่บอกว่าเอาหัวชนตีนคือมียอดอยู่ในระดับที่หมดหรือว่าพื้นอันนี้แหละไม่ไม่มีโผล่ขึ้นอีกไม่มีโผล่ขึ้นอีกนั่นคือพระปรมามียอดและไม่ยาวขึ้นไม่สูงขึ้นอีกอยู่เท่านี้ทุกจุดเพราะจุดใดที่จะต้องพ้นประดับคือต้องโผล่ขึ้นเรื่อยๆโผล่ขึ้นเรื่อยๆพอขึ้นเรื่อย สูงขึ้นด้วยยอดต้องสูงขึ้นอีกยอดต้องสูงขึ้นอีกสอดคล้องกับว่าท่านสรรเสริญสิ่งที่เจริญอยู่เจริญอยู่ไม่สรรเสริญแม้แต่การหยุดอยู่หรือทรงอยู่เท่าเดิมเพราะฉะนั้นศาสนาพุทธจึงมีแนวโน้มแห่งการหยุดแล้วเที่ยงแล้วอยู่อย่างนี้ตลอดเวลาเลยไม่รู้บอกว่าไม่รู้จะพูดด้วยอะไรขนาดนี้คนฟังเทปไม่รู้ว่าทำอะไรขณะนี้กำลังแสดงมือแสดงสภาพของการเลื่อนขึ้นไปสู่จุดสูงและตรงเที่ยงตรงเที่ยงตรงจะเรียกว่าหยุดก็หยุดหยุดแล้วหยุดเอนหยุดเอียงไม่มีอคติใดเลยไม่มีความกวาดแกว่งอะไรเลยตรงนี้เลยขึ้นอย่างตรงจุดไม่ หวั่นไหวไม่เอนเอียงไม่ไปเลยสูงอยู่สูงอยู่จึงคอยย้ำให้ฟังเสมอว่าแม้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ยังไม่หยุดเจริญท่านยังสอนเทวดาสอนเทวดาก็เน้นให้ฟังโดยปรมัตถ์ท่านเจริญจิตของท่านเองจิตของท่านเกิดเป็นเทวเทวะเทวาตลอดเวลาจิตของท่านฉลาดขึ้นยิ่งขึ้นไม่มีที่สุดอันนั้นตังค์เป็นวิญญาณอนันตังยิ่งสว่างไสวยิ่งแจ้งชัดยิ่งขยับขยายการรู้รอบรอบรู้รอบรอบรู้รู้ยิ่งรู้ตลอดไปไม่มีการทำใครจะไปทำพระพุทธเจ้าไม่ได้หรือแม้ พระอรหันต์แล้วถ้าอยู่ในสัดส่วนที่เข้าพระอรหันต์ไม่ใช่หยุดอยู่พระอรหันต์ไม่หยุดอยู่ทหารสอดคล้องกับคำสอนทุกประการมี 7 อันเจริญยิ่งอยู่แม้แต่จงอยู่หรือจะประทับปรมะไม่มีประทับปรมะมีแต่ปัญญาเจริญขึ้นเลิศขึ้นเลิศขึ้นไม่ใช่มานั่งแช่อิ่มจบแล้วโดยนิ่งตายศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนานิ่งตายนะเป็นศาสนาที่เจริญตายฟังดีๆนะไม่ใช่ศาสนาที่นิ่งตายเป็นศาสนาที่เจริญตายตายอย่างลืมตายังไงเราก็คนตายยังมีก็มีจะตายจะหลับตาตายอย่างลมหายใจอันแรงกล้ายังต้องมีอนาคตสติตายตายยังมี ไว้ใจอันชัดเด่นแม้นิโรธลมหายใจออกอยู่เชียวแม้นิโรธลมหายใจเข้าจุดเขียวสถานีตำรวจแปลว่าตายถ้านิโรธหรือนิพพานแปลว่าดับสิ้นสนิทดับอยู่อย่างมีลมหายใจออกจากหายใจเข้าอยู่ตายมีลมหายใจออกตายมีลมหายใจเข้ามันตายยังไงล่ะมนุษย์นี่มันเป็นภาษาถิ่นแต่อุปสรรค 2 ส่วนผู้ว่าตายแต่มีเป็นพูดว่าเป็นอาหารที่เป็นอยู่นี่ท่านตายแล้วนะเป็นคนตายคนตายสนิทพระอรหันต์ที่ยังเป็นๆอยู่นี่นะถ้าตายสนิทเป็นภาษาสองที่เรียกว่าอุปโภคแต่ผู้ที่เป็นผู้ ใจมีญาณทัศนะวิเศษรู้ยิ่งแล้วแม้จะพูดอย่างนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรเข้าใจเห็นแจ้งฉันรู้จริงๆเพราะภาษาอย่างนี้ที่เราเรียกด้วยภาษาสำนวนว่าเป็นภาษาเซนเป็นภาษาถิ่นภาษาเซ็นถ้าเผื่อว่ามันมีตัวจริงแล้วมันไม่ใช่ของตลาดอะไรหรอกแล้วก็รู้แล้วก็เป็นไปได้รู้และเป็นไปได้ด้วยทำได้ผู้เป็นไปได้หรือมีสภาวะธรรมจึงหมดปัญหาเขาจะพูดอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหาเพราะมีสิ่งนั้นอยู่แล้วโดยไม่มีภาษาเรียกจึงเรียกว่าอันนี้ทัศนันท์จะชี้จะบอกจะเอาออกมาให้คนอื่นรู้ได้ด้วยยากอย่างที่พยายามพูดอยู่นี่ก็พูดอย่างรู้ได้ด้วยยากนะฟังแล้วบางคนก็อยากจะบอกว่าทั้งอธิบายให้งงๆดีได้เก่งเพราะนั่งฟังแล้วก็งงไป ไปงงไปเออท่านอธิบายให้งงดิเก่งมากถ้าผู้นั้นไม่มีภูมิที่จะรับต่อไปต่อไปก็จะงงๆๆหนักๆเข้าพบเป็นอนุสัญญาเป็นมนุษย์สัมพันธ์ฟังแต่งงๆแบบนี้หนักๆเขาก็ปวดหัวแล้วไม่รู้จะพูดอะไรก็วุ่นหมดเลยงงไม่เข้าใจไม่ไหวไม่เอาไม่ฟังฟังก็ไม่รู้เรื่องฟังแล้วก็งงก็ปวดหัวไม่รู้พูดอะไรพูดวนๆวุ่นๆก็เป็นไปจริงสำหรับมือใหม่เหมาะสมกับฐานะเมื่อไม่มีสัดส่วนที่พอเป็นไปได้เข้าใจยังไม่ได้ไม่มีสภาวะไม่มีปัญญารองรับไม่ว่าฐาน 1 ฐาน

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน