560415_ประชุมสรุปตลาดน้ำอาริยะคืนชีวิตแม่มูน (1).doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
560415_ประชุมสรุปตลาดน้ำอาริยะคืนชีวิตแม่มูน พ่อครูเป็นประธาน มีสมณะ-สิกขมาตุ-ญาติธรรมหลายพุทธสถานร่วมประชุม ประมาณ ๔๐๐ คน ขวัญดิน สิงห์คำ ดำเนินการประชุม ตลาดอาหาร ตลอดงาน ๑๓-๑๕ เม.ย. เราใช้ผักรวมทั้งหมดเป็นจำนวน ๑๐ ตัน ผักบุ้งกับถั่วงอกเป็นหลัก ผักบุ้งทั้งงานเราใช้ไปประมาณ ๖ ตันกว่า ข้าวสวยหุงวันละ ๒๔๐ กก. ข้าวเหนียว ๒๕๐ กก.ต่อวัน มะละกอ ประมาณ ๑ ตัน อาหารเฉพาะฝั่งบ้านราชฯ ยอดขาย ๓๔,๕๐๐ บาทตลอดทั้งสามวัน ปัญหา ตลาดอาหารที่เต็นท์ริมมูนมีปัญหามาก เพราะขาดการประชาสัมพันธ์เรื่องให้ประชาชนล้างภาชนะให้ถูกที่ และภาชนะไม่พอ ที่ตลาดอาหารบนเรือฝั่งกรมเจ้าท่า ไม่ค่อยมีปัญหาในการทำอาหาร เพราะยกอุทยานบุญนิยมมาอยู่บนเรือ แต่ว่าในวันที่สองกับวันที่สามทำไม่ทันคนมากิน คนนิยมกินก๋วยเตี๋ยวเรือมาก ร้านขายเตาอั้งโล่ ร้อยเอ็ดอโศกรับผิดชอบ อยู่ที่หน้าเรือเรือน ยอดขายวันแรก ๑๐๐,๑๕๔ บาท ราคาเตาแพงสุด ๑๓๕ บ. ถูกสุด ๓๐ บาท วันแรกขายเตาราคาสูงได้มากกว่า วันที่สองยอดขาย ๗๕,๕๓๘ บาท วันต่อมาให้ลดราคาลง เหลือเตาละ ๒๐ บาท ก็ได้กำไรอาริยะเพิ่มขึ้นอีก เราคาดการณ์ว่าจะขายไม่หมด แต่เมื่อลดราคาเหลือเตาละ ๒๐ บาท และให้รถเข้ามาได้ เขาก็ขนขึ้นๆ ก็หมดอย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นของหนักแต่ก็หมดอย่างรวดเร็วได้ เป็นเรื่องพิเศษ ปีที่แล้ว ๕๐๐ ลูกขายในเวลาไม่ถึง ๒ ชม. ปัญหา คือเราขายด้วยคูปอง แต่ของเรามีหลายราคา จึงทำงานยาก เพราะต้องบวกลบคูปอง เราสั่งเตามาทั้งหมด๔,๖๘๕ ใบ มีผู้เสนอว่า เตาเป็นของหนักอยากให้อยู่ใกล้กับถนนให้มากที่สุด จะได้ยกขึ้นรถได้ง่าย ร้านบ.พลังบุญบุญนิยมจำกัด อยู่ที่เฮือนเผิ่งกัน น้ำมันพืช น้ำตาล วุ้นเส้น ปริมาณสินค้า น้ำตาลสั่งมา ๗ ตัน ยังเป็นสินค้ายอดนิยมเช่นเดิม บรรยากาศขายดีมาก วุ้นเส้นส
อ่านต่อ
ั้งมา ๑๐๐ ลัง มีขนาด ๔๐ กรัม กับ ๑๐๐ กรัม ขนาด ๑๐๐ กรัมเราแพ็คเป็นสองห่อ จะขายช้ากว่าแบบ ๔๐ กรัม วันที่สองเราก็เลยเอามาแพ็คใหม่ ส่วนใหญ่คนที่มาไม่มีถุงใส่ เขาจึงซื่อแพคที่ถือไปง่ายๆ ส่วนน้ำมันพืช เป็นสินค้ายอดนิยม เราจำกัดให้ซื้อได้คนละ ๒ ขวด และก็มีลูกค้าต่อรองว่าจะซื้อไปฝากคนที่บ้าน ก็ให้อีกคนหนึ่งมาเดินซื้ออีกรอบหนึ่ง วันแรกขายได้หลายร้อยลัง(ลังละ ๑ โหล) วันที่สองเหลืออยู่ ๗๐๐ ลัง ก็แบ่งไปขายที่ฝั่งกรมเจ้าท่า เราผูกสองขวดไว้ด้วยเชือกฟาง ทำให้คนซื้อมาแขวนที่คอเอาไปได้ง่าย สรุปแล้วก็สามารถขายน้ำมันพืชได้หมด มีการอนุโลม ให้ญาติธรรมซื้อกลับชุมชนได้เป็นลังๆ ร้านหมอเขียว แพทย์วิถีธรรม อยู่ที่แพปลา มีการขายสินค้าสุขภาพ และสื่อฯ ยอดขายทั้งงาน ๘๖,๐๓๐ บาท เป็นกำไรอาริยะ ๗๕,๐๐๐ บาท บรรยากาศคนค่อยทยอยเข้าไป เพราะอยู่ค่อนข้างลึกหน่อย พนักงานจึงไปช่วยในจุดอื่นได้ มีการให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพประชาชนด้วย ร้านภูผาฟ้าน้ำ อยู่ที่เรือโบสถ์เก่า กำไรอาริยะ ๖๐,๐๐๐ บาท ญาติธรรมบริจาค ๑,๐๐๐๐ รวมยอดกำไรอาริยะทั้งหมด ๗๕,๔๖๑ บาท เราหักยอดกำไรอาริยะแล้วมีเงินหายไป ๑๖,๐๐๐ กว่าบาท พอเราขายเสร็จแล้วมีคนมาขอซื้อตุง คนดูแลเขาก็ขาย จึงขายให้ ๑๐๐ บาท ธงเขาก็จะขอซื้ออีก ๕๖๐๐๕ บาท ชุมชนภูผาฯก็จะขอเป็นกำไรอาริยะเพิ่มอีก ผลผลิตกสิกรรมริมมูน ๑.ผักใช้ในการทำอาหารในงาน แตงกวา ๑ ตัน ผักบุ้ง ๓ ตัน ข้าวโพด ๒ ตัน ผักอื่นๆ ๑ ตัน ๒.ผักที่ขายในงาน มีผักบุ้งขายไป ๕ ตัน ถ้าคิดตามราคาขายในตลาดจะเป็นเงิน หนึ่งแสนบาท แต่เราขายเป็นเงิน ๗,๐๐๐ บาท ก็กำไรอาริยะผักบุ้ง ประมาณ ๙๐,๐๐๐ บาท มีคนมาขออนุญาตเก็บบวบเก็บผักเราบ้างไม่มาก แต่เขาก็เก็บอย่างดีไม่รีบร้อนเก็บ มีบรรยากาศที่น่าประทับใจคือ ตอนเราปิดร้านแล้ว มีคนมาขอซื้อมะเขือเทศ ๕ บาทเพื่อยืนยันว่ามาถึงที่นี่แล้ว จราจร ถนนทางเข้าแคบ ที่จอดรถปีหน้าเราอาจขยับมาอยู่ใกล้ขึ้น อยู่แถวตลาดอาริยะเก่าแถวต้นไทร และคนจะมาออกันที่เฮือนเผิ่งกัน ช่วงคนมากรถรางก็ไปไม่ได้ เป็นทางแคบ อีกส่วนหนึ่งที่มีคนบ่นคือระยะทางไกล มีรถรางสองคัน และมีรถ ๖ ล้อภูผาฯมาช่วยในการขนส่งประชาชนในงานด้วย มีจราจรอยู่ ๔ จุด แต่ละจุดมีเจ้าหน้าที่ ๓ คน ยืนทั้งวันไม่มีคนเปลี่ยน แต่จุดหน้าโรงปุ๋ยใช้คนมากหน่อย แต่ตอนมีรถมาเอาเตาก็ต้องใช้คนประสานงานมากหน่อย เป็นงานที่ยุ่งยาก งานรดน้ำถนน รถเรามีคันเดียว แย่งรถกับโรงปุ๋ยที่จะให้รถไปเอาส่าเหล้า ก็ไม่เพียงพอในการใช้งาน ทางบ้านกุดปลาขาวก็โทรมาให้เราไปช่วยรดให้ จราจรทางน้ำวันแรกเตรียมชูชีพไม่ทัน เราไม่ได้ไปเอา แต่วันต่อมาก็ไปเอาให้เหลือเฟือ แต่ว่าคนไม่ชอบใส่ชูชีพ งานต่อไปอยากให้มีนายท่าคอยประจำหน้าที่เดียวเลย แต่ปีนี้เราขาดคนกำกับ ที่พักตามจุดที่แดดร้อน เราได้เต็นท์จาก สสส.กางตามจุดให้คนพักก็ดีขึ้น แต่ตรงจุดจอดเรือเต๊นท์ไม่เพียงพอ การปิดเปิดตลาดอาริยะ เราขายวันแรกเปิด ๘ โมง วันที่สองเราเปิด ๗ โมงเพราะอากาศจะร้อนมาก ก็เลยเสนอว่า ให้เปิดตลาด ๗ โมง ก็จะดีทั้งอาหารและสินค้า อันที่จริงเราขอเปิด ๗ โมง แต่ว่าผู้ว่าฯบอกว่าตื่นไม่ทัน วันแรกจึงเปิด ๘ โมง แต่วันต่อมาเราก็เปิด ๗ โมงได้ ปีหน้าก็ให้เปิด ๗ โมง ฝ่ายสื่อสารบุญนิยม หลังงานพวกเราก็เหนื่อยล้า ทำงานอย่างไม่มีผังรายการ ทำงานสดๆทุกวัน ตอนเช้าบอกเปิดเวที ๗.๓๐ น.แต่ก็เปิดไม่ได้ เรากำหนดจุดถ่ายทอดสด ๔ แห่ง แต่คนเราไม่พอ เราใช้อาศัยวิธีถ่ายภาพแล้วเอาข้อมูลไปส่งให้ออกสดๆ แต่คนก็ไม่ค่อยพร้อม เป็นงานภาคสนามที่กว้างใหญ่ที่สุดเท่าที่เราทำมา การออกอากาศก็พร้อมออกอากาศตรงกัน ก็กดดันกันอีกว่าอันไหนควรออกก่อน แต่พิธีกรในสตูดิโอ คุณในน้ำคำและคุณภูบุญก็ช่วยกันพูดได้ตลอดเลย มีศิษย์เก่ามาช่วยหลายคน มาช่วยด้วยน้ำใจ รายการบาทเดียวบนเวที น้อยกับโก้ ชำนาญขึ้นในการหาเกมมาเล่นกับชาวบ้าน เป็นมวลชนสัมพันธ์ได้ดีมาก งานนี้เราไม่ได้เชิญศิลปินข้างนอกเลย แต่มีน้าเสกฯและวงหยดน้ำมาด้วยใจเลย วันสุดท้ายคนทำงานเราเหนื่อยมาก ปุ๊กก็บอกว่าจะไม่ถ่ายทอดสดแล้ว แต่ท่านลั่นผาก็โทรมาให้ถ่ายทอดสด ก็เซ็ตกันเลยสดๆ ปรากฏว่าทีมปุ๊กเก็บของแล้ว แต่ก็จัดกล้องใหม่อย่างรวดเร็ว ปรากฏว่ามีแต่คนว่าดีๆหมด การถ่ายภาพอินเสิร์ทดีมาก ที่เราถ่ายภาพไว้ยังใช้กันไม่ถึงครึ่งเลย เรามาใช้นิดเดียว เราเก็บภาพไว้ใช้งานทีหลังได้ ปุ๋ย เปิดร้านตั้งแต่ ๖ โมงเพราะมีคนมารอตั้งแต่เช้า วันแรกยอดขาย ๔,๐๕๐,๐๐๐ บาท วันที่สองยอดขาย ๒,๓๐๐,๐๐๐ บาท วันที่สามยอดขาย ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท และมีญาติธรรมมาจองก่อนงานแล้ว ๘๕๖,๗๐๐ บาท สรุปยอดขายปุ๋ยไป ๕๔,๑๗๙ กระสอบ เราขายในราคา ๑๘๐ บาท มีกำไรอาริยะ ๑๐ บาทต่อกระสอบ ๑๐,๒๙๔,๐๑๐ บาทเป็นยอดที่ขายได้ทั้งหมด ปัญหาคือฝุ่นมาก และปุ๋ยลานเราอยู่ที่ลานจอดรถจึงมีฝุ่นถูกพัดมาตลอด แก้ปัญหาโดยใช้น้ำรด เราได้รับแจ้วว่า มียอดรับปุ๋ยไม่ครบ ๓ ราย เพราะเรามีนับไม่ครบ อาจเพราะเด็กที่ไปช่วยขนปุ๋ยเล่นอยู่เลยนับพลาด แต่เราก็คืนให้เขาครบ ถ้าเป็นไปได้ การนับกระสอบปุ๋ยควรให้แม่นยำกว่านี้ ช่วง ๙-๑๐ โมงเป็นช่วงที่รถมารับปุ๋ยมาก เด็กที่เหลือจะมีเด็กผู้หญิงมากยกทะลายกองกระสอบปุ๋ยไม่ไหว แต่เป็นช่วงที่สมณะฉันอาหารพอดีจึงไม่มีกำลังจากสมณะไปช่วยในช่วงนี้ นิมนต์ท่านฉันให้ไวขึ้นกว่านี้ ร้านดินอุ้มดาว สินค้าเราไม่มีต้นทุน มาจากปฐมฯ บ้านราชฯ สันติฯ ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้ากองเป็นภูเขา ส่วนหนึ่งมีสต็อกอยู่ที่หม่องค้าผง มีพวกเราคัดผ้าที่ขาดออกไป เราคัดแต่ของมีคุณภาพดีมาขายให้ ชาวบ้านมีเคยเจอสิ่งดีอย่างนี้เหมือนเราให้ของขวัญปีใหม่แก่ชาวบ้าน วันสุดท้ายซื้อ ๑ ตัวแถม ๑ ตัว กำไรอาริยะวันแรกกำไรอาริยะ ๖,๔๐๐ บาท วันที่สอง ๑๑,๐๐๐ บาท วันที่สามซื้อ ๑ แถม ๑ ขายหมดตอนบ่ายสองโมง เรายังมีของในโกดังอีก ก็ขายหอบละ ๑ บาท รวมสามวันได้ประมาณ ๒๒,๐๐๐ กว่าบาท ดินหนองแดนเหนือ ขายข้าว ๑.๘๐๐ กก. หลากสายพันธ์ ขายหมดก่อนเที่ยงวันที่สาม ยอดขาย ทุน ๗๕,๐๐๐ บาท กำไรอาริยะ ๓๒,๐๐๐ บาท ข้อสังเกตคือข้าว ๘ สายพันธ์ขายดีมาก ฝั่งกรมเจ้าท่า ส้มตำ ผัดหมี่ ขนมจีน ขายได้ตลอด เวทีบาทเดียวได้รับความนิยมดี อาหารทำที่อุทยานฯแล้วยกมาที่ตลาดอาริยะ มีบางอย่างเช่นผักบุ้งก็จะมาผัดกันสดๆที่ตลาดอาริยะ ปัญหาคือไม่มีผู้ใหญ่คุมที่ท่าเรือ มีแต่เด็กๆขับเรือเขาก็ไม่ค่อยรอรับคนโดยสาร ไปตามใจเขาเลย คนมาตลาดวันแรกน้อยที่สุด วันท่ชภตองปานกลาง วันที่สามคนมามากที่สุด บ.พลังบุญ ขายเครื่องจักสาน วันแรกขายได้ ๔๔๕,๗๔๕ บาท, วันที่สองขายได้ ๒๑๑,๑๓๒ บาท, วันที่สามขายได้ ๗๕,๐๕๙ บาท, รวมยอดขายสามวัน ๗๓๑,๙๓๖ บาท เอาสินค้าไปขายฝั่วเจ้าท่า ได้ ๘,๒๐๐ บาท รวมเงินทั้งหมดที่จะต้องส่งให้ส่วนกลางจำนวน ๗๓,๖๘๗ บาท แต่จริงๆได้จ่ายไปทั้งหมด ๗๔๗๖๑๖ ที่เกินมาเพราะหวดจากประเทศไทยและลาวในกันแยกไม่ออกจึงขายในราคาเดียวกัน และมีครกที่เขาแถมมามาก ยอดจึงเพิ่มกว่าที่ควรได้ เครื่องครัว พลาสติก ร้านครัวใหญ่(เพื่อนดินฟ้า) ร้านครัวเล็กมีของชิ้นเล็กชิ้นน้อย มีแคชเชียร์ ๒ คนมีเด็กนร.มาช่วย การบริหารจัดการวันแรกคนมาก ต้องเพิ่มแคชเชียร์เพิ่มเป็น ๔ คน วุ่นวายในการหาคนหาเครื่องคิดเลข เมื่อสินค้าเหลือน้อยก็ไปรวมกับร้านใหญ่ เรื่องเงินเมื่อรับมารวมกันก็เลยไม่รู้ว่ายอดขายของครัวได้แค่ไหน และยอดขายของทางฝั่งเจ้าท่าเขาก็เอามาให้แบบรวมกันก็แยกไม่ออกอีก สินค้าที่เหลือมีอยู่อย่างเดียว แต่มีจำนวนมาก คือถาดนึ่ง เราสั่งไป ๑๐ ลัง แต่เขาเอามาส่งให้เรา ๒๘ ลัง แต่เขาก็รับคืนได้ไม่มีปัญหา เรื่องสถานที่ก็คับแคบไปหน่อย บ้านกล่องนม เอากล่องนมมาทำเป็นหมวก ทำสะสมมาจำหน่าย ทั้งหมวก,พัดและอย่างอื่น รวมราคาทุนทั้งหมด ๔,๓๘๐ บาท ได้เงินมา ๒,๐๐๐ บาท ปฐมอโศก ขายเครื่องเขียน กำไรอาริยะ ๑๕,๖๕๖ บาท เงินหายไป ๔๓๑ บาท ยังไม่ทราบว่าหายไปอย่างไรที่ไหน ฝ่ายดูแลขยะ รณรงค์ให้ไม่มีขยะจึงไม่มีถังขยะ แต่คนประกาศบอกว่าให้ทิ้งลงในถังขยะประชาชนเขาก็มองว่าถังขยะอยู่ตรงไหน เขาก็ซุกไปตามที่ต่างๆ ดูเหมือนอุดมการณ์กับความเป็นจริงไม่ตรงกัน พยาบาล ทีมงานมีอยู่ ๘ คน ไม่มีเด็กฐานเลย พยาบาลทำเต็มศักยภาพทำทุกอย่าง ยอดมารับบริการสามวัน ๑๐๐ ราย คนขายมีดไม่ได้เตรียมกระดาษห่อมีดให้ลูกค้า วันสุดท้ายมีอยู่ ๓ รายที่ถูกมีดบาด บางรายต้องส่งไปเย็บแผลที่รพ. นอกนั้นก็ปวดหัว เวียนหัว ขอยาดม วันละประมาณ ๕๐ รายงานนี้พยาบาลที่ทางรพ.สรรพสิทธิประสงค์ ส่งมาตกงาน เพราะคนไม่ค่อยป่วยกัน แปลกที่คนเป็นแสนคนก็ไม่ค่อยได้รับอันตรายเจ็บป่วยมากหรือมีอุบัติเหตุใดมาก กระติกน้ำแข็ง ขายโดยกลุ่มศาลีอ่โศก แยกไปขายข้างเต๊นท์เวทีเพราะเป็นของใหญ่ อยากให้สั่งสีแดงน้อยหน่อยในปีต่อไป ให้สั่งซื้อขนาด M11 เป็นขนาดที่พอเหมาะ แต่ขนาด M6 ก็ขนาดเล็กไป กำหนดให้ซื้อได้แค่คนละ ๒ ใบ เป็นสินค้าโดนใจ แค่วันครึ่งก็หมดแล้ว ร้านเพื่อนดินฟ้า วันแรกพลังบุญร้านแทบพังแต่เพื่อนดินฟ้าขายไม่ค่อยได้ วันแรกขายได้เพียง ๑๐% วันที่สองขายได้ไม่ถึงครึ่ง ก็คิดว่าจะเหลือ แต่ฝั่งกรมเจ้าท่าก็แบ่งไปขาย และที่อื่นแบ่งไปขายอีก ก็เหลือไม่มากนัก จักรยานกับกล้าไม้ ขายหมดภายในสองวันแรก วันสุดท้ายไม่มีขายแล้ว ฝั่งเมืองเอาจักรยานไปขาย ๕๐ คัน และทั้งหมดจักรยานเราไปขายทั้งหมด ๙๐๐ คัน เครื่องมือการเกษตร ใช้เงินซื้อเครื่องมือเกษตรไปทั้งหมด ๔๕๐,๐๐๐บาท สามารถขายหมดทุกชิ้น ประชาสัมพันธ์ ในจุดต่างๆยังมีปัญหาในการประสานงาน จุดสำคัญคือแยกโสเหล่ มีอาตุ่งฟ้าปลื้มเป็นตัวหลัก ได้ติดต่อคนมาช่วยประชาสัมพันธ์หลายคน ปัญหาคือไม่รู้จักสถานที่ ก็ได้ทำแผนที่ทำให้ใช้ได้หลายจุด เครื่องเสียงไม่ดังในวันแรกวันต่อมาก็เปลี่ยนให้ดังขึ้น ยอดขายรวมของฝั่งกรมเจ้าท่า วันแรกขายได้ ๒๘๐,๐๐๐ วันที่สองขายได้ ๓๗๐,๐๐๐ วันที่สามขายได้ ๓๕๐,๐๐๐ รวมยอดสามวันได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ชาวบ้าน ในวันแรกชาวบ้านไม่ค่อยรู้ข่าว พอวันหลังเขารู้ก็มากันมาก เขาบอกว่าปีหน้าให้จัดอีกสนุกดี ผู้ที่มาซื้อมีทุกระดับฐานะ มีชาวบ้าน แม่ค้า จนถึงคนมีฐานะดี ส่วนใหญ่ก็ปฏิบัติตามกติกาของเรา มีบ้างที่เวียนมาซื้อหลายรอบ พ่อครูก็ตั้งข้อสังเกตว่า .....สังคมพัฒนามีวิวัฒนาการในหลายด้าน ที่ลานจอดรถไม่ค่อยมีขยะ เป็นเรื่องแปลกมาก เพราะมีรถมาจอดมากและคนมาซื้อของในตลาด แต่พอรถออกจากลาน ลานก็เกลี้ยงดีเลย ไม่ค่อยมีขยะเลย ซึ่งแม้แต่การจัดงานของราชการก็ไม่ได้อย่างนี้ เป็นข้อสังเกตว่าคนที่เคยมักง่ายนิสัยเสีย ทำไมไม่เกิดขยะมากมาย นึกอย่างอื่นไม่ออก นอกจากว่าเขามีความสำนึกในความดีงาม เราก็ไม่ได้ไปบังคับหรือจี้เขา แต่เรามาพยายามรักษาความสะอาดมานานแล้ว และเราไม่มีคนข้างนอกมาแซกแทรงแต่อย่างใด ปกติแล้วงานใหญ่คนมาอย่างนี้จะต้องมีแทรกแซงบ้าง สรุปแล้วเป็นการพัฒนาการของมนุษย์ของสังคม เขาส่งตำรวจมา ๑ คนต่อวัน และมีอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หรือ อปพร.ส่งมา ๑๐ คน มาช่วยเรื่องจราจร แต่คนเป็นแสนก็ไม่เกิดเรื่องอะไร เป็นเครื่องชี้บ่งว่าสังคมเจริญ เป็นความเจริญของมนุษยชาติ ผู้ใหญ่บ้านตรวจสอบว่ามีคนกินเหล้าพลัดมา ๑ คน พอบอกเขาก็ออกไป เราทำอย่างนี้เป็นสังคมที่น่าชื่นใจ แม้เราจะทำได้ในสังคมเรา ก็จะมีพลังสนามแม่เหล็กคุณธรรม เป็นสิ่งมองไม่เห็น เกิดจากพฤติกรรมพวกเรารวมกัน จากการสั่งสมมาแต่ในอดีต ได้ยินข่าวคราว ได้รับรู้มา ก็คือพลังแห่งศีลธรรม คุณธรรม พลังงานมนุษย์เจริญ มนุษย์ประเสริฐ คุ้มค่าพวกเราที่เหน็ดเหนื่อย ก็ขอบคุณพวกเราจริงๆ มันมีนัยะละเอียดอีกเยอะแยะเลย องค์รวมสามวันนี้เกิดวิวัฒนาการขึ้นก็คุ้มแสนคุ้ม แต่เราก็ต้องทรงอย่างนี้ไว้ก่อนอย่าไปเพิ่มอะไรอีกเลย การเก็บหางฝั่งเจ้าท่าเกือบเสร็จแล้ว ส่วนฝั่งบ้านราชฯยังมีเต๊นท์และเวทีที่เป็นของใหญ่ยังไม่ได้เก็บ และยังมีของอื่นๆอีก ถ้าปีหน้า เรามีเรือลงไปซัก ๒๐ ลำ เรามีเรือนะทั้งเรือกระแชง เรือสำราญอีกหลายลำ ที่เราเพิ่มนี้ไม่ใช้เพิ่มงาน แต่ว่าจะเพิ่มความเบา คือเรือเป็นร้านนั้นไม่ต้องไปกั้นเชือกกั้นคอกมีหลังคาเสร็จ แค่ทำสะพานก็เสร็จ ถ้าทั้งปีทำเรืออีก ๑๐ ลำ ก็จะดี ทำเดือนละ ๑ ลำ ก็นี่เราเตรียมงาน ๒๐ กว่าวันได้ ๓ ลำเป็นลำใหญ่ด้วย ถ้าเรือมากคนก็จะสนุกจะดูดี ทางด้านฝั่งเจ้าท่า สถานที่ภูมิทัศน์ไม่เหมือนที่เรา เพราะตลิ่งมันสูง เรือเราเลยไม่สง่าอยู่ต่ำ มีคนเสนอว่า ปีหน้าเอาร้านอาหารลงข้างล่างอัฒจรรย์แล้วให้คนนั่งกินไปดูไป ก็จะดูดีขึ้น เรื่องของจิตใจพวกเราได้ พ่อครูเชื่อว่าพวกเราจะเข้าใจการปฏิบัติธรรม มรรคองค์ ๘ สติปัฏฐาน ๔ มีสัมผัสเป็นปัจจัย รู้จักการทำใจทั้งสมถะและวิปัสสนาวิธี นี่คือคุณค่าราคาที่หาค่าบ่มิได้ บางคนนึกว่า มีคนมามากเราก็น่าจะได้เงินเยอะเสียดาย คิดแบบนี้ซวย ซึ่งเราลงทุนไปนี่เราให้เขาเข้ามาเพื่อมีคุณธรรมขึ้น มีเครื่องชี้บ่งง่ายๆว่าไม่มีทะเลาะเอะอะมะเทิ่ง มาทิ้งขยะที่เป็นที่เป็นทางขึ้นเป็นต้น เป็นการลงทุนที่คุ้มแสนคุ้ม อย่างรัฐทำใช้เงินเป็นร้อยล้านก็ทำไม่ได้ อย่างพวกเราคนเล็กๆทำได้ก็คุ้มแสนคุ้ม ถ้าเราคิดทั้งแรงงานและวัสดุที่ลงไปอาจคิดได้เป็น ร้อยล้านแน่ถ้าโกงด้วย แต่ถ้าไม่ถึงโกงกินก็หลายสิบล้านบาทในการจัดงานอย่างนี้ เราอย่ามองอย่างโลกียะอย่างได้โลกธรรม เราต้องเข้าใจถึงพฤติกรรมคุณค่าของมนุษย์อย่างแท้จริง ก็คิดว่าปีต่อไปก็คงจะเข้าร่องเข้ารอย ปีนี้เป็นการขยายงาน ทั้งด้านสังคมด้านสถานที่ แม้แต่เปลี่ยนจากปีใหม่สากล มาเป็นปีนี้ก็ร้อนมาก แต่ว่าเราไปหาแม่มูนก็เย็นขึ้น ไม่นึกว่าจะได้ผลขนาดนี้ ตอนแรกก็นึกว่าคนจะมาอย่างไร มันทั้งร้อนทั้งไกล เราก็หาวิธีหารถรางมาช่วยบรรเทาก็ช่วยได้ ก็ขอบคุณทุกคนจริงๆ