560413_ประชุมสรุปตลาดน้ำอาริยะวันแรก (1).doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
560413_ประชุมสรุปตลาดน้ำอาริยะวันแรก • เรื่องครัวและร้านอาหารที่ริมมูน เริ่มต้นตอนเช้ามืด ไม่มีไฟฟ้า พวกเราบอกว่าตลาดอาหารเปิด ๗ โมง แต่ว่าตอน ๖ โมงมีเจ้าหน้าที่พวกเราที่ทำงานแถวนั้นก็มาขอกินข้าว เราก็ต้องทำให้ แก้ปัญหาโดยจะเปิดร้านอาหารให้เร็วขึ้นกว่าเดิม การขนส่งของโรงครัวมีปัญหากว่าจะขอรถได้ก็ใช้เวลานานแก้ปัญหาโดย ขอรถไว้ประจำโรงครัว ๑ คัน • เปิดร้านที่ฝั้นเซียว มีน้ำยาชะล้าง ๑หมื่นขวดอยู่ในตำแหน่งที่ซาแลนบังไว้ จึงไม่มีคนมาซื้อต่อมามีลุงจำลองมาท้วงว่าขายตรงนี้จะขายไม่ได้ จึงจัดการย้ายสถานที่ ทำให้ขายได้แก้ปัญหาได้ในที่สุด มีสองตายาย มีเงินไม่มาก นำเงินเหรียญมาซื้อน้ำยาล้างจานสี่ขวด บอกใช้ได้ถึงปีหน้าเลย อยู่สองคนใช้กันไม่มาก • พ่อครูให้ธรรมะ ..... เราได้ช่วยคนที่มีความขาดแคลนในสิ่งที่จำเป็นในชีวิตเขา ซึ่งเขาได้ในสิ่งที่เขาต้องการ คิดดูชีวิตเขาทั้งปีใช้ ๔ ขวดนี่คือชีวิตเขาทั้งปี นี่ยังไม่มองถึงว่าชีวิตมนุษย์นั้นดูเผินๆก็เล็กน้อย เขาจัดงานแม้แต่รัฐจัดงานกับสังคม มันคนละเรื่องกับที่เราจัดงาน เราจัดงานแล้วผลที่ได้มันเป็นการช่วยเหลือชีวิตเขา เป็นการให้เขาลดละ ไม่เป็นการประโลมมอมเมาให้หลงไปอีก แต่เป็นการขัดเกลาให้เขาได้อดทนได้ลดละต่างหาก ไม่ใช่ว่าได้แต่ความผิวเผิน สวยงามพริ้วพรายสูญเปล่า ให้ชีวิตติดยึดไปอีกเยอะเลย ทุกวันนี้งานที่เขาจัดมันไม่เหลือสาระแล้ว งานที่เราจัดตลาดอาริยะเป็นตลาดน้ำ ไม่ได้คิดมาก่อนเลย ก็ยังนึกสงสารว่าเขาต้องเดินไกล ต้องแบกของ แดดร้อนต้องแออัด เบียดกันอีก ก็นึกว่าคนจะเป็นอย่างไร ก็ดูวันที่สองว่าคนจะเข็ดกันไหม ไม่เหมือนปีกลายบรรยากาศคนละอย่าง เป็นจิตวิทยา ถ้าไม่มีคนมากมันจะว้าเหว่ มันจะดูไกล แต่นี่คนเบียดเสียดกันจะไม่นึกว่าไกลว่าเหนื่อย ถ้าเราทำร้านต
อ่านต่อ
่อเนื่องคนจะไม่รู้สึกว่าไกลเลย แต่ของเราทำแค่นี้ก็เก่งแล้ว แล้วก็พอดีมีคนมามากก็ทำให้ต่อเนื่องแน่น แต่ยังไงก็ร้อนก็หนัก เขาก็ต้องอดทนให้ได้ในสิ่งที่เขาอย่ากได้ เขาไม่คิดอย่างทุนนิยมมารอหลายชม.เพื่อได้ของไม่กี่อย่าง คิดอย่างทุนนิยมก็ว่าไม่คุ้มเลย เสียเวบา แต่ว่าเรามองว่าได้ประโยขน์ตัวเขาเองได้อดทน เห็นเป็นคนชนบทมากนะ เขามีความอดทนอยู่แล้ว ถ้าเป็นคนเมืองจะไม่ได้อย่างนี้ ขนาดเราไปป้อนถึงปากตรงกรมเจ้าท่ายังไม่ครื้นเครงเลย แต่อาจเพราะว่าเขายังไม่รู้ข่าว แต่ที่บ้านราชฯเขารู้เขามาหลายปีแล้ว ที่หยิบมาพูดให้เข้าใจจิตวิทยาและความเป็นอยู่ของมนุษย์ที่แท้จริง คนที่เขาต้องใช้สิ่งจำเป็นอย่างตรงอย่างได้สาระ ปีหนึ่งเขาถึงหอบลูกจูงหลานมา เราทำได้ขนาดนี้พค.ก็ว่ายิ่งลึกถ้ารัฐเข้าใจ มีงบฯของรัฐมีคนของรัฐจะดีมาก ยิ่งกว่าประชานิยม ดีกว่างานที่เขาจัดกันอีกมากมาย นักวิจัยหรือนักบริหารน่าจะสะดุด เราอาจหลงว่าเราภูมิใจของเรา แต่ว่าเราก็ดูว่าเราไม่ได้หลง เราดูอัตถะสาระที่แท้จริงเลย เรารู้เหตุปัจจัยองค์ประกอบต่างๆมันมีเนื้อหามาก ปัญหาที่จะให้ที่ประชุมแก้ไข • ปัญหาล้างหางใหญ่ คุณวิฑูรย์ และทนายสว่างไม่สบาย อยากได้คนช่วย ขอเปลี่ยนตัวอาสาสมัคร ปกติมี ๓ คนที่ประจำ พวกเราทำงานจนป่วย ในที่ประชุมมีคุณพึ่งบุญ อาสาสมัครไปล้างหางช่วย • ซุ้มประชาสัมพันธ์ เป็นจุดที่รับบทบาทสื่อสารมาก โดยเฉพาะตรงสี่แยกโส่เหล่ แต่ว่าเครื่องเสียงไม่ค่อยดี และการเชื่อมต่อกับหน่วยประชาสัมพันธ์กลางไม่ดี โดยส่วนกลางคือ คุณปานปั้น และปะตรงเตือน ดูแลอยู่ ให้ใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อกัน เบอร์ 089-7699320 เบอร์คุณเรียวฟ้า 086-503003(อยู่ซุ้มประชาสัมพันธ์สี่แยกโสเหล่) • กิจกรรมบนเวที มีรายการขายสินค้าบาทเดียว มีปัญหาคือ ขาดการประสานเรื่องสินค้าที่นำไปจัดรายการ กับงบฯ ที่เราตั้งไว้มันคุมไม่ได้ เขาก็จะมาเบิกตามร้านไปเลย แก้ปัญหาโดย ให้ที่ประชุมตั้งงบประมาณไว้ ไม่เกิน ๒ หมื่นบาท แต่มีสองเวที ให้แบ่งกัน เวทีกรมเจ้าท่า ให้ ๕,๐๐๐ บาท ส่วนเวทีที่บ้านราชฯให้ ๑๕,๐๐๐ บาท โดยให้เริ่มคิดงบฯเริ่มใหม่ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (ภายในสองวันนี้ต้องใช้ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท) • มีผู้ที่เอาสินค้ามาร่วมบุญ โดยเขาจะเอาของมาให้วัดขายเลย แต่เขาไม่ได้ติดต่อมาก่อน กรรมการไปตรวจสอบแล้วก็พอได้ เขามีเจตนาดีที่จะมาให้ แต่ว่าตรวจสอบวันหมดอายุก็ปรากฏว่าหมดอายุแล้ว ดังนั้นกรรมการจึงพิจารณาว่า ให้คืนของเขาไป เอาไว้มาร่วมบุญกันในปีต่อไป พอครูให้ความเห็นว่าเรื่องนี้ต้องป้องกันไว้เพื่อไม่ให้บานปลายต่อไป • เรือเวทีที่ท่าเรือกรมเจ้าท่าตอนนี้สะพานหัก ช่วยแจ้งท่านสมณะด่วนดีเพื่อแก้ไข • รปภ. ขาดคนอีกเยอะ ที่ท่าเรือกรมเจ้าท่าต้องใช้เจ้าของร้านไปเฝ้า • ที่ท่าเรือกรมเจ้าท่า เครื่องครัว หมอน กระติกน้ำ ต้นไม้ ขายดี ต้องการของเพิ่มเติม • แพทานตะวัน พรุ่งนี้ให้ลากแพทานตะวันกลับมาที่ฝั่งบ้านราชฯ • พลาสติก เหลือเยอะ พวกถังใหญ่ๆขายไม่ออก ไม่ใช่เขาไม่อยากได้แต่ว่ามันต้องแบกไกล แบกไม่ไหว แก้ปัญหาโดย ให้ย้ายมาขายที่อื่น ใกล้ที่จอดรถเพิ่มขึ้น ให้ย้ายกันคืนนี้ สินค้าภูผาฯตอนนี้เกือบหมดแล้ว มีคนคิดให้ว่า ให้ย้ายถังมาขายที่ภูผาฯ ให้ไปคิดกันว่าจะทำได้หรือไม่ แต่ว่าต้องย้ายที่ขาย ซึ่งทางเจ้าของสินค้าบอกว่ายินดีย้ายที่ขาย แต่ว่าไม่มีแรงงานไปขนและทำคอกขาย • ผักบุ้ง มีคนซื้อไปแล้วมีเด็กสัมมาสิกขาอาสาขนของไปไว้ให้ แต่นำไปไว้ผิดที่ เขาต้องตามหากันวุ่นวาย และในที่สุดของเขาก็ไม่ได้ครบด้วย ต้องกำชับให้ระมัดระวังกันมากกว่านี้ • โรงปุ๋ย มีคนโยนปุ๋ยขึ้นใส่รถเขา ปรากฏว่าตัวถังรถเขาบุบเลย รถเขาใหม่ๆ ต่อไปให้ระมัดระวังมากขึ้นในการลงปุ๋ยใส่รถประชาชน และช่วงเช้ามีรถมาซื้อปุ๋ยมากมาย มีช่วงเดียวคือตอน ๘-๙ โมง มีคิวยาวเหยียดเลย ใครจะมาช่วยกันก็ขอเชิญในชั่วโมงเร่งด่วน(ช่วงนี้เป็นช่วงขึ้นศาลาฉันของสมณะจึงขาดกำลังสำคัญจากสมณะไป จึงขอให้ท่านสมณะช่วยพิจารณาช่วยด้วย) • เรื่องชูชีพ ทางรองผู้ว่าฯ ติงมาว่าพวกเราไม่มีชูชีพเลยในเรือ ทั้งบานาน่าโบ้ทเด็กขึ้นโดยไม่ใส่ชูชีพ ซึ่งเรามีชูชีพเป็น ๑๐๐ ตัวแต่เขาไม่ยอมใส่ พ่อครูให้ความเห็นว่ามันเสียศักดิ์ศรีถ้าจะใส่ชูชีพ และเขาคิดว่าว่ายน้ำเป็นนะ • การเปิด-ปิดตลาด พรุ่งนี้เราจะขายเช้าขึ้น โดยให้เปิดขายแต่ ๐๗.๐๐ น. เพราะอากาศมันร้อนเหนื่อยทั้งหนัก แบกไกลด้วยก็เห็นใจชาวบ้านเขา และตอนบิณฑบาต ต้องแก้ไขแถวบิณฑบาตให้สั้นลง แบ่งเป็นสองสาย เพราะถ้าสายยาวจะไปกีดขวางทางจราจร พอครูให้ความเห็นว่า ถ้าสมณะอยากจะบิณฑบาตมากให้ไปขนปุ๋ยแทน และควรแยกถุงข้าวเจ้าข้าวเหนียวในการบิณฯ พ่อครูเทศน์ปิดท้ายรายการภาคค่ำที่เวทีชาวบ้าน พวกเราก็มีผู้ที่เหนื่อยแล้วก็ไปสลบไสล แต่ก็มีคนที่ยังต้องขนของย้ายของ งานนี้ก็เกรงใจพวกเราเพราะเป็นงานที่เร่งรีบเร่งรัดมากเลย แต่ผ่านวานวันแรกก็เห็นสมรรถนะเห็นความพักพร้อมเห็นน้ำใจพวกเรามันเป็นไปได้อย่างที่เรียกว่า คราวนี้ต้องชม ต้องยก (ธรรมดาพค.ไม่ชมง่ายๆ) แต่งานนี้ได้พิสูจน์สมรถนะและใจพวกเราว่าใจถึง งานที่เราทำออกสู่สังคม ก็เรียกทั่วไปว่าการจัดงาน ที่ทางโลกเขาจัดก็จะมีการจัดงานอะไรต่างๆนานา เรียกว่าการจัดงาน แต่ประเด็นการจัดงานของเราที่ต่างจากชาวโลกเขาคือ ชาวโลกเขาจัดงานเป็นงานที่ไร้สาระมากเลย แต่ของเราเป็นงานที่มีสาระมากเลย ของเขาเป็นงานขูดรีด หาเงินหาทอง ไม่ว่าจะจัดงานไหนก็โลภโมโทสัน รีดนาทาเร้น และงานที่เสนอไปก็ไม่ได้สื่อสาระที่จะเกิดความพัฒนาสังคมหรือบุคคล มีแต่งานสนุกง่ายๆ เต็มไปด้วยกิเลส หลงโลกีย์จัดจ้านมากเลย จัดงานทีไรก็มีแต่จะหาเงิน แต่พวกเราจัดงานมีเชิงที่เป็นงานขายสินค้ากัน แต่คนละเรื่องกับการจัดงานขายสินค้าของเขา ที่เขาจัดกันมอมเมา เป็นงานจัดมาครอบงำ ทำให้ฉิบหาย อันนี้ภาคภูมิใจพวกเรามาที่มาถึงวันนี้ได้ร่วมแรงร่วมใจทำสิ่งที่ประเสริฐ (ไม่ได้ยกตนข่มท่าน) แต่เป็นการพูดความจริงที่เลี่ยงไม่ได้ ยิ่งเห็นว่าสังคมเขาเดินทางผิดตนเองก็ทุกข์สังคมก็ทุกข์ พวกเราเหนื่อยหนัก แต่ไม่ทุกข์ ไม่หนักหน้า จะเบาไปข้างหน้า แต่สังคมเขายิ่งทำยิ่งหนักหน้าจะลำบากไปเรื่อยๆ แต่ของเราแม้งานจะหนักแต่ใจเราจะเบา ใจเราจะสุข แต่ของเขามีแต่จะทำให้ขัดข้องลำบากยุ่งยาก มีแต่การทำลาย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะการศึกษา กับ ศาสนา สองอย่าง การศึกษาเขาก็เละศึกษาไปเพื่อเห็นแก่ตัวเป็นทาสโลกธรรม มันไม่เป็นไปเพื่อความเกื้อกูลสร้างสรรเสียสละให้มนุษย์อยู่กันอย่างแบ่งปันเอื้อเฟื้อเฟือฟาย มีแต่จะแย่งชิงเอาเปรียบ ก็คือการศึกษากับศาสนา ต้องให้คนศึกษาศาสนาให้คนไม่เห็นแก่ตัว เสียสละ ส่วนการศึกษาก็เป็นการศึกษาเพื่ออบายมุขนิยม หรูหรานิยม อำนาจนิยม ที่พูดไปก็เหมือนถล่มเขามาก็ขออภัย เขาจะหาว่ายกตัวหลงตนอีก ใครจะเข้าใจอย่างไรก็แล้วแต่ บังคับกันไม่ได้ เรามีปัญญาเท่าที่ตนโง่ ขอบคุณพวกเรามากที่มาช่วยเหลือเฟือฟาย สุดท้ายก็ยังมาอุดหนุนดูรายการ เป็นกำลังใจให้คนแสดง งานเราก็ยังไม่เสร็จ เราประชุมกันมาก่อนจะมาที่นี่ ยังมีงานที่ตกหล่นอีก ต้องทำคืนนี้เพราะพรุ่งนี้ต้องขายแล้ว อาหารก็จะทำเร็วขึ้น เพราะพวกเราก็จะกินแต่เช้าเพื่อทำงาน ตอนทำงานไม่มีเวลากิน งานที่เราทำก็เห็นผลแล้วว่า มันมีคุณค่าเป็นสิ่งดีงามมากมาย เห็นว่าพวกเราได้ทำสิ่งที่ดีงามแก่สังคม คนที่มางานเราเป็นคนที่ต้องการความเกื้อกูลช่วยเหลือ และเราก็ได้ทำความช่วยเหลือในสิ่งที่เป็นสาระ เช่นมีตายายคู่หนึ่งอายุมาก ก็ซื้อสินค้าไปเป็นน้ำยาซักผ้า ล้างจาน ก็ได้ไป ๔ ขวด ห้อยคอไปคนละสองขวด เขาบอกว่าจะเอาไปใช้ทั้งปี อันนี้ช่วยเขาได้ทั้งปีนะ ๔ ขวดนี่ อย่างชาวเมืองเขาจะเห็นว่ากระจอก แต่นี่คือเรื่องของมนุษยชาติ คนที่มีลักษณะอย่างนี้ในชนบท ฝั่งบ้านราชฯครึกครื้น แต่ฝั่งทางเมืองเขาไม่มีคนมามาก เพราะไม่มีสิ่งมอมเมาให้เขา แต่ทางนี้คนละเรื่องเลย บางคนซื้อเตาอั้งโล่ ปีกรายเราเอามาไม่เท่าไหร่ ปีนี้เลยเพิ่มมาขาย ๕๐๐๐ เตาดูเหมือนจะหมดไปกว่าครึ่ง ซึ่งดูแล้วข้างนอกเขาว่ากระจอกมากมาขายเตา สังคมโลกเผินกับสิ่งที่เป็นสาระจำเป็นของชีวิตมากแล้ว ให้เราได้เรียนรู้ว่าอุปสงค์ที่แท้จริงที่จำเป็นต่อชีวิตคืออะไร ทุกวันนี้มันเฟ้อเกินมากแล้ว ฝากให้เราใส่ใจสาระสัจจะของชีวิตที่เป็นสิ่งสูงส่งเป็นแก่นสารสาระ ไม่ใช่หลงไปกับโลกธรรม อบายมุข ให้ศึกษาดีๆ และมาช่วยกันทำ มันหนักหนาเพราะเราแบกหามสังคมที่เสียหายไปมาก ของเราก็เหมือนพวกกระจอกพื้นๆ จะเห็นได้ว่าอุปสงค์Demand ของสังคมให้ศึกษาดีๆ ถ้าสังคมพวกเรานี่รัฐบาลหรือผู้บริหารเข้าใจ แทนที่จะไปทำอย่างประชานิยม หันมาทำอย่างที่เราทำ ร่วมมือกันจริงๆ ประเทศจะอยู่สุขไม่เดือดร้อน พค.ไม่ใช่นักวิชาการ พูดตามความจริงใจตามภูมิ ให้พวกเราเข้าใจแล้วมาร่วมแรงร่วมใจกัน มั่นใจว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว เป็นสิ่งที่น่าบูชาเคารพยิ่ง ก็คงจะมีกำลังใจช่วยพลิกฟื้นสังคมต่อไป......