560413_วันแรกของ ตลาดน้ำอาริยะ ปี ๒๕๕๖ (1).doc.docx

โฟลเดอร์ปี๒๕๕๖
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข25 มกราคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

560413_วันแรกของ "ตลาดน้ำอาริยะ" ปี ๒๕๕๖ พ่อครูสมณะโพธิรักษ์เดิมท่านเป็นคนอ.วารินชำราบ จ.อุบลฯราชธานี พ่อครูได้เล่าถึงในอดีตที่พ่อครูยังเป็นเด็ก ได้เคยเที่ยวเล่นอยู่ตามลำน้ำแม่มูน อาศัยสัญจรไปมาระหว่างฝั่งวารินฯและฝั่งเมืองอุบลฯ แม่มูนในความทรงจำของพ่อครู ในวันย่างอายุ ๘๐ ปี ช่างเต็มไปด้วยชีวิตชีวา พ่อครูเล่าเรื่องนี้ด้วยแววตาอันเป็นประกาย ว่า เคยโดยสารเรือข้ามฝั่งไปมา มีทั้งเรือแจวเรือเครื่อง วิ่งไปมาระหว่างสองฟากฝั่ง มีการค้าขายบนริมฝั่งแม่มูน เพราะในอดีตถนนหนทางยังไม่เจริญไม่มีตึกรามบ้านช่องมากมายมีแต่ป่าไม้และธรรมชาติ ประชาชนอาศัยสายน้ำมูน อันกว้างใหญ่ใสสะอาด ทั้งอยู่อาศัย ใช้สอย อุปโภค-บริโภค ทำกสิกรรมตลอดจนคมนาคม ล้วนพึ่งพาแม่มูนทั้งสิ้น แต่ในปัจจุบันการคมนาคมทางบกได้รับความนิยมกว่า อีกทั้งตึกรามบ้านช่อง ได้ย้ายเข้าไปห่างจากแม่มูน ทำให้การสัญจรทางน้ำไม่ได้รับความนิยม แม่มูนที่อดีตเคยพลุกพล่านไปด้วยเรือ ก็กลับเงียบเหงา มีแต่เรือดูดทราย กับเรือหาปลาของชาวบ้านไม่กี่ลำที่อยู่กับแม่มูน แม่มูนในอดีตจวบจนปัจจุบันก็ยังคงเป็นแม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงแดนดินถิ่นอีสาน ไม่เปลี่ยนแปลง น่าเสียดายที่แม่มูนอันใสสะอาด และกว้างใหญ่ดุจเดิม จะเงียบเหงาขาดชีวิตชีวาไป ดังนั้นพ่อครูจึงได้ดำริที่จะทำโครงการ "คืนชีวิตแม่มูน" ทำให้แม่มูนมีชีวิตชีวาอีกครั้งเช่นในอดีต และประกอบกับในช่วงสงกรานต์ปีใหม่ไทย ชาวอโศกจะจัดตลาดอาริยะ พ่อครูจึงปรึกษาหารือกับพวกเราชาวอโศก ที่จะทำตลาดน้ำอาริยะขึ้น เพิ่มเติมจากตลาดอาริยะที่จะจัดกันทุกปีอยู่แล้ว ซึ่งชาวบ้านราชฯและชาวอโศกต่างขานรับนโยบายน้ำ และร่วมมือกันทำอย่างเต็มที่ จนเกิดเป็น ตลาดน้ำอาริยะ "คืนชีวิตแม่มูน" ขึ้นอย่างปาฏิหาริย์ เพราะมีเวลาเตรียมงาน แต่

อ่านต่อ

๒ เดือน ตลาดอาริยะครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓๔ ที่ชาวอโศกได้จัดตลาดอาริยะขึ้นมา เริ่มต้นจัดครั้งแรกที่สันติอโศกในปี ๒๕๒๔ เนื่องจากสถานที่คับแคบ ในปี ๒๕๒๗ จึงย้ายไปจัดที่ปฐมอโศก แต่ก็ยังพบปัญหาสถานที่คับแคบอีกจนในปี ๒๕๔๑ จึงย้ายมาจัดที่บ้านราชฯ จนพัฒนามาเป็นตลาดน้ำอาริยะในปีนี้ ตลาดอาริยะเป็นการรวมตัวกันของญาติธรรมชาวอโศกจากในชุมชนชาวอโศก และที่ไม่ได้อยู่ในชุมชนอโศก มาเสียสละ ทั้ง ๔๕ ร้านค้า เป็นสินค้าที่ดีมีคุณภาพ เป็นสิ่งจำเป็นไม่มอมเมา ตลาดอาริยะมีวัตถุประสงค์คือ ๑. แบ่งเป็นสินค้าที่ชุมชนเราผลิตเองไม่ได้ เราก็จะไปซื้อมา เช่นน้ำมันพืช น้ำตาลทราย จำหน่ายในราคาต่ำกว่าทุน เครื่องครัว พลาสติก เตาอั้งโล่ เครื่องมือการเกษตร สินค้าที่ชุมชนผลิตได้เอง จะขาดทุน ๕๐ % ถ้ามีเอกชนท่านใดจะนำสินค้ามาร่วมด้วย เราจะมีคณะกรรมการตลาดอาริยะตรวจสอบ โดยให้แจ้งรายการและราคามาก่อน เป็นสินค้าจำเป็นต่อการใช้ชีวิต เราจะตรวจสอบราคาเปรียบเทียบกับราคาในตลาดทั่วไป เอกชนขั้นต่ำต้องกำไรอาริยะไม่ต่ำกว่า ๒๐% ถ้าเป็นสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ สินค้าหมดอายุ หรือราคาสูงไป เราก็จะปฏิเสธ กรรมการตลาดอาริยะคัดเลือกผู้ชำนาญการณ์จากแต่ละชุมชนอโศก เพื่อหาซื้อสินค้าจากแหล่งผลิตที่จะได้ของดีและราคาถูกที่สุด ปีนี้เรามีงบประมาณในการซื้อทั้งหมดประมาณ ๒๐ ล้านบาท เราจัดให้มีกำไรอาริยะประมาณ ๓ ล้านบาท เราตั้งเป้าไว้ที่ ๓.๕ ล้านบาท เราต้องการให้เขาได้ของดีราคาถูก บางท่านบอกว่าจะเก็บไว้ใช้ทั้งปี เราจึงต้องคัดคุณภาพ ตอนเช้าพ่อครูและสมณะ ๑๔ รูป สิกขมาตุ ๓ รูป ออกบิณฑบาตที่ชุมชนหาดวัดใต้ ที่อยู่ใกล้สำนักงานกรมเจ้าท่า(เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียก แต่ที่จริงคือ สำนักงานขนส่งทางน้ำเขต ๗) เริ่มออกบิณฑบาตตั้งแต่ ๖ โมงเช้า จากท่าเรือกรมเจ้าท่า มีคนใส่บาตรในหมู่บ้านและตามรายทางจำนวน ๙ ราย แปลกที่ล้วนแต่มีคนใส่อาหารมังสวิรัติทั้งนั้นทั้งที่ไม่ได้มีการประกาศบอกกันไว้ก่อน บางรายบอกว่าถ้ามีการประกาศบอกก่อนก็คงจะมีคนใส่มากกว่านี้ บางรายเมื่อสมณะถามว่ารู้ข่าวหรือไม่ที่จะมีการจัดตลาดน้ำก็บอกว่าทราบ และจะไปร่วมงานไปซื้อของแน่นอน และเมื่อสิกขมาตุบอกว่าจะมีเรือรับส่งฟรี สำหรับผู้ที่ต้องการไปเที่ยวชมตลาดน้ำอาริยะฝั่งบ้านราชฯด้วย ชาวบ้านก็ยิ่งยินดีอยากจะไปเที่ยวชมด้วย หลังบิณฑบาตพ่อครู ไปเยี่ยมชมตลาดน้ำอาริยะที่ฝั่งบ้านราชฯ ผู้คนมาจับจองเข้าคิวรอซื้อสินค้ากันมากเกินคาด จนรถไม่สามารถผ่านแนวถนนบางเส้นทางได้ บนลานจอดรถที่หน้าชุมชนมีรถของประชาชน ทั้งรถกระบะ, รถเก๋ง รถ ๖ ล้อ, รถ ๑๐ล้อ จนถึงรถบัสก็ยังมีเห็นจอดครึ่งค่อนลานตั้งแต่ตลาดยังไม่เปิดขายสินค้าเลย พ่อครูได้ลงเรือท้องแบนไปดูตลาดน้ำอาริยะโดยรอบ เวลา ๐๙.๒๒ น. รองผู้ว่าฯจ.อุบลฯคุณสุทธินันท์ บุญมี ขึ้นเรือมาถึงท่าเรือบ้านราชฯ มาโดยเรือไฉไลสันติ จากนั้นก็ขึ้นรถลูกหลงเยี่ยมชมบริเวณงาน ต้องฝ่าคลื่นประชาชนจำนวนมากที่หลั่งไหลกันมาอย่างไม่ขาดสาย มาซื้อสินค้าในตลาดอาริยะ มาที่ศาลาเฮือนศูนย์สูญประมาณ ๑๐.๐๐ น. พ่อครูก็ได้มอบของที่ระลึก มาเล่นสงกรานต์ได้ที่ริมมูลใครอยากคลายร้อนก็โดดน้ำมูลเลย มีบานาน่าโบ้ทด้วยทำจากโฟม เวทีมีสองฟากฝั่ง ที่ฝั่งบ้านราชฯ และที่ท่าเจ้าท่า พิธีกรน้อยกับโก้และคณิต อยู่ที่ฝั่งบ้านราชฯ มีอี๊ด-ในน้ำคำและคุณภูบุญ เป็นพิธีกรในสตูดิโอบนน้ำ คือเรือสำราญแปลงร่างเป็นสตูดิโอของ FMTV มีรายการบาทเดียวพาเพลิน ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการร้องและรำไปกับเวทีด้วย มีก๋วยเตี๋ยวเรือริมมูล โซนสินค้าช่วงเช้ามีประชาชนหลั่งไหลมาต่อเนื่อง แดดไม่ร้อนมากในตอนเช้า ชาวบ้านตื่นนอนแต่ ตี๑ เพื่อมานึ่งข้าวเตรียมมากินจะได้มาจองคิวซื้อของแต่ตีสอง คิวยาวสุดคือกระติ๊บข้าวเหนียวและหวด เป็นสินค้าจำเป็น บนเรือมีร้านตะกร้าจักสาน กำหนด ๑๐ นาทีต่อคิว เรือหมอนจากสวนส่างฝัน เป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิต การจราจรติดขัดเดินลำบาก ถังใบใหญ่ ๓๔๐ บาท ไม้กวาดมีราคา ๒๐ กับ ๑๕ บาท ของถูกเชิญพี่น้องมาปีหนึ่งครั้งหนึ่ง ทั้ง หิ้ว หอบ แบก หาม คอน เข็น ถือ ทูน ลาก จูง สินค้าไปแต่ละคนไม่ได้ซื้อชิ้นสองชิ้น มีเรือร้านสินค้ามือสองจาก สขจ. เรียกว่าร้านบาทเดียว ทุกอย่างในร้านชิ้นละ ๑ บาท ปัจจุบันขยะล้นโลก โดยเฉพาะเสื้อผ้า แต่ละคนมีเสื้อผ้ามากมายใช้ไม่หมด จะมีส่วนเกินมาก จึงมีเหลือไปบริจาคให้สขจ. พอซื้อข้าวของได้มากแล้วก็จะมานั่งเฝ้าของกัน หอมกระเทียมจากศีรษะอโศก ผลิตภัณฑ์ชุมชน มีจักรยาน ราคา ๑๒๕๐ ชาวบ้านบอกราคาไม่แพงเลย เห็นสินค้าและราคาบอกว่าดีใจมาก ปุ๋ยงอกงาม ขายแค่ ๑๘๐ บาทจากเดิม ๒๔๐ บาท ทางฝั่งเจ้าท่าอุบลฯนั้นบรรยากาศไม่คึกคักเหมือนฝั่งบ้านราชฯ อาจเพราะเป็นปีแรกที่เราจัดคนยังไม่ค่อยทราบข่าว จุดที่คึกคักของฝั่งนี้คือบนเวทีที่อยู่บนเรือกรรมแก้ว มีศิลปินชาวอโศกทั้งวงฆราวาสและกลุ่มนศ.ปธ.(นักศึกษาผู้ปฏิบัติธรรม) และศิลปินพันธมิตรเช่นวงหยดน้ำ มาร่วมสร้างสาระบันเทิง รายการบนเวทีเรือกรรมแก้วที่ได้รับความนิยมมากคือรายการบาทเดียวพาเพลิน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วยการมาเต้นบนเวทีแล้วจะสามารถซื้อสินค้าได้อย่างละ ๑ บาท คนฝั่งเมืองก็ชอบรำวงเหมือนกัน สร้างความสัมพันระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี วันแรกที่ฝั่งบ้านราชฯมีคนหลั่งไหลมาอย่างมากมาย ขณะเดียวกันข่าวจากช่องโทรทัศน์ต่างๆก็รายงานข่าวการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์จากหลายจังหวัด ซึ่งมีผู้คนหลั่งไหลไปร่วมงานมากมายมืดฟ้ามัวดิน ต่างไปเล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน ทางโลกเขามีการจัดงานมีขายของ มีการกินอาหาร เหมือนกัน แต่มีการขูดรีดฉวยโอกาสขึ้นราคาในการจัดงานต่างๆ แต่ว่าทางเราจัดงานก็เพื่อที่จะเสียสละ มีอาหารก็จานละ ๑ บาท สินค้าก็ราคาถูก ก๋วยเตี๋ยวเรือสมุนไพร ขายเพียงชามละ ๑ บาทเท่านั้น เรามีส้วม"พราวรุ้ง" หลากสีสัน สวยงาม จัดทำโดยสัมมาสิกขาสันติอโศก ที่มีนร.ที่ได้ ๑๘.๒๕-๒๐.๐๐ น. มีรายการภาคค่ำ เป็นการแสดงหลากหลาย มีพิธีกรคือคุณฟ้าร่มเย็น อุดมรักษ์ และ คุณ อาสานอก เป็นรายการถ่ายทอดสดจากเวทีชาวบ้านริมมูน แพทานตะวัน ยาว ๕๖ ม. กว้าง ๘ ม. ปัญหาอุปสรรคเรื่องความเข้าใจในกำไรอาริยะยังไม่ชัดเจน ทำใจขาดทุนมากขนาดนี้ไม่ได้ ตลาดอาหารอีสาน-กลาง-เหนือ-ใต้ มีก๋วยเตี๋ยวเรือ และก๋วยเตี๋ยวธรรมดา เป็นที่นิยมสูงสุด ผัดหมี่โคราช ผัดหมี่ต่างๆ ขนมหลากหลายชนิด น้ำผลไม้ น้ำอ้อยคั้นสดๆมีขายตามทางไปหาดแนมตะเว็น วันแรกมีรถจอดอยู่มากกว่า ๑๐๐๐ คัน ข้าวสวยเราหุงเป็นน้ำหนัก ๒๕๐ กก.ต่อวัน ไม่นับข้าวเหนียวอีกต่างหาก ผักเราใช้สามวัน ๑๐ ตัน ที่เราปลูกเองริมมูน คนชอบไปถ่ายรูปกับแพทานตะวัน เป็นที่ชอบใจ ก๋วยเตี๋ยวเรือคนชอบทานมาก อาหารเฉพาะฝั่งบ้านราชฯ ยอดขาย ๓๔๕๐๐ บาทตลอดทั้งสามวัน สินค้าที่ขายดีในฝั่งเมืองมากที่สุดคือ เสื้อผ้า เนื่องจากเป็นเสื้อผ้าใหม่ จากธุลีฟ้า ขายถูกมากๆคนจึงนิยมมาซื้อไม่ขาดสาย โดยเฉพาะเสื้อผ้าผู้หญิงขายดีมากๆ จักรยานกับกล้าไม้ขายหมดภายในสองวันแรก วันสุดท้ายไม่มีขายแล้ว ฝั่งเมืองเอาจักรยานไปขาย ๕๐ คัน และทั้งหมดจักรยานเราไปขายทั้งหมด ๙๐๐ คัน ภาพรวมทั้งหมด

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน