560421_รายงานตลาดน้ำอาริยะคืนชีวิตแม่มูน ปี ๒๕๕๖ (1).doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
ตลาดน้ำอาริยะ"คืนชีวิตแม่มูน" ปี ๒๕๕๖ ระหว่างวันเสาร์ที่ ๑๓ - วันจันทร์ที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๖ ณ หมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก และ ท่าเรือสำนักงานขนส่งทางน้ำที่ ๗ สาขาจ.อุบลราชธานี พ่อครูสมณะโพธิรักษ์เดิมท่านเป็นคนอ.วารินชำราบ จ.อุบลฯราชธานี พ่อครูได้เล่าถึงในอดีตที่พ่อครูยังเป็นเด็ก ได้เคยเที่ยวเล่นอยู่ตามลำน้ำแม่มูน อาศัยสัญจรไปมาระหว่างฝั่งวารินฯและฝั่งเมืองอุบลฯ แม่มูนในความทรงจำของพ่อครู ในวัยใกล้จะอายุ ๘๐ ปี ช่างเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ( คำว่า "มูล" แปลว่า ต้นเดิม , เค้าเดิม , ราก หรือแปลว่าอุจจาระก็ได้ คำว่า "มูน" เป็นภาษาโบราณ แปลว่าของมีค่า หรือมรดก หรือแปลว่ารากเค้าเดิมก็ได้ พ่อครูเป็นคนโบราณ จึงให้ใช้คำว่า มูน ) พ่อครูเล่าเรื่องนี้ด้วยแววตาอันเป็นประกายว่า เคยโดยสารเรือข้ามฝั่งไปมา มีทั้งเรือแจว เรือกลไฟที่ลากเรือสินค้า วิ่งไปมาระหว่างสองฟากฝั่ง มีการค้าขายบนริมฝั่งแม่มูน เพราะในอดีตถนนหนทางยังไม่เจริญไม่มีตึกรามบ้านช่องมากมายมีแต่ป่าไม้และธรรมชาติ ประชาชนอาศัยสายน้ำมูน อันกว้างใหญ่ใสสะอาด ทั้งอยู่อาศัย ใช้สอย อุปโภค-บริโภค ทำกสิกรรมตลอดจนคมนาคม ล้วนพึ่งพาแม่มูนทั้งสิ้น แต่ในปัจจุบันการคมนาคมทางบกได้รับความนิยมกว่า อีกทั้งตึกรามบ้านช่อง ได้ย้ายเข้าไปห่างจากแม่มูน ทำให้การสัญจรทางน้ำไม่ได้รับความนิยม แม่มูนที่อดีตเคยพลุกพล่านไปด้วยเรือ ก็กลับเงียบเหงา มีแต่เรือดูดทราย กับเรือหาปลาของชาวบ้านไม่กี่ลำที่อยู่กับแม่มูน แม่มูนในอดีตจวบจนปัจจุบันก็ยังคงเป็นแม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงแดนดินถิ่นอีสาน ไม่เปลี่ยนแปลง น่าเสียดายที่แม่มูนอันใสสะอาด และกว้างใหญ่ดุจเดิม จะเงียบเหงาขาดชีวิตชีวาไป ดังนั้นพ่อครูจึงได้ดำริที่จะทำ โครงการ "คืนชีวิตแม่มูน" ทำให้แม่มูนมีชีวิตชีวาอีกครั้งเช่
อ่านต่อ
นในอดีต และประกอบกับในช่วงสงกรานต์ปีใหม่ไทย ชาวอโศกจะจัดตลาดอาริยะ พ่อครูจึงปรึกษาหารือกับพวกเราชาวอโศก ที่จะทำตลาดน้ำอาริยะขึ้น เพิ่มเติมจากตลาดอาริยะที่จะจัดกันทุกปีอยู่แล้ว ซึ่งชาวบ้านราชฯและชาวอโศกต่างขานรับนโยบาย และร่วมมือกันทำอย่างเต็มที่ จนเกิดเป็น ตลาดน้ำอาริยะ"คืนชีวิตแม่มูน" ขึ้นอย่างปาฏิหาริย์ เพราะมีเวลาเตรียมงาน แต่ ๒ เดือน ตลาดอาริยะครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓๔ ที่ชาวอโศกได้จัดตลาดอาริยะขึ้นมา เริ่มต้นจัดครั้งแรกที่สันติอโศกในปี ๒๕๒๓ เนื่องจากสถานที่คับแคบ ในปี ๒๕๒๗ จึงย้ายไปจัดที่ปฐมอโศก แต่ก็ยังพบปัญหาสถานที่คับแคบอีกจนในปี ๒๕๔๑ จึงย้ายมาจัดที่บ้านราชฯ จนพัฒนามาเป็นตลาดน้ำอาริยะในปีนี้ ตลาดอาริยะเป็นการรวมตัวกันของญาติธรรมชาวอโศกจากในชุมชนชาวอโศก และที่ไม่ได้อยู่ในชุมชนอโศก มาเสียสละมาเป็นผู้ให้ โดยนำสินค้าที่ดีมีคุณภาพ เป็นสิ่งจำเป็นไม่มอมเมา มาจำหน่ายในราคาต่ำกว่าทุน ปีนี้มีชาวอโศกมาออกร้านทั้งหมด ๔๕ ร้านค้า อุดมการณ์ "ตลาดอาริยะ" คือ ๑. กำไรของชีวิตคือการ "ให้" การ "เสียสละ" ๒. สินค้าที่ขายต้องขายต่ำกว่าทุน (ยอมขาดทุนนั่นคือ เสียสละ) ๓. เจตนาให้ผู้ซื้อสินค้าได้แสดงน้ำใจ เปิดโอกาสให้ผู้อื่นซื้ออย่างแบ่งปันไม่โลภ และพิเศษสุดคือปีนี้ชาวอโศกได้เอื้อเอื้อเกื้อกว้างเผื่อแผ่ไปถึงท่าน้ำอ.เมือง จ.อุบลฯ โดยจัดทำตลาดน้ำอาริยะ คืนชีวิตแม่มูน เพื่อคืนชีวิตชีวาสู่แม่น้ำมูน ด้วยการจัดตลาดอาริยะที่ฝั่งบ้านราชฯ และที่ฝั่งท่าเรือ สำนักงานขนส่งทางน้ำที่ ๗ สาขาจ.อุบลราชธานี หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า "กรมเจ้าท่า" สินค้าที่นำมาจำหน่ายแบ่งเป็น ๑. สินค้าที่ชุมชนผลิตได้เอง จะขายขาดทุน ๕๐ % ๒. สินค้าที่ชุมชนเราผลิตเองไม่ได้ เราก็จะไปซื้อมา เช่นน้ำมันพืช น้ำตาลทราย เครื่องครัว พลาสติก เตาอั้งโล่ เครื่องมือการเกษตร โดยถ้ามีเอกชนท่านใดจะนำสินค้ามาร่วมด้วย เราจะมีคณะกรรมการตลาดอาริยะตรวจสอบ โดยให้แจ้งรายการและราคามาก่อน เป็นสินค้าจำเป็นต่อการใช้ชีวิต เราจะตรวจสอบราคาเปรียบเทียบกับราคาในตลาดทั่วไป เอกชนถ้าจะนำสินค้ามาขายขั้นต่ำต้องกำไรอาริยะไม่ต่ำกว่า ๒๐% ถ้าเป็นสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ สินค้าหมดอายุ หรือราคาสูงไป เราก็จะปฏิเสธ ปีนี้มีร้านค้าของส่วนกลางทั้งหมด ๒๐ ร้าน และมีร้านค้าของเอกชน ๓๔ ร้าน รวมทั้งหมด ๕๔ ร้าน กรรมการตลาดอาริยะคัดเลือกผู้ชำนาญการณ์จากแต่ละชุมชนอโศก เพื่อหาซื้อสินค้าจากแหล่งผลิตที่จะได้ของดีและราคาถูกที่สุด ปีนี้เรามีงบประมาณในการซื้อทั้งหมดประมาณ ๒๐ ล้านบาท เราจัดให้มีกำไรอาริยะประมาณ ๓ ล้านบาท เราตั้งเป้าไว้ก่อนจัดงานที่ ๓.๕ ล้านบาท ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ จนกว่าจะปิดงานจึงจะสรุปยอดได้ วันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นวันแรกของตลาดน้ำอาริยะ คืนชีวิตแม่มูน ตอนเช้าพ่อครูและสมณะ ๑๔ รูป สิกขมาตุ ๓ รูป ออกบิณฑบาตที่ชุมชนหาดวัดใต้ ที่อยู่ใกล้สำนักงานกรมเจ้าท่า เริ่มออกบิณฑบาตตั้งแต่ ๖ โมงเช้า จากท่าเรือกรมเจ้าท่า มีคนใส่บาตรในหมู่บ้านและตามรายทางจำนวน ๙ ราย แปลกที่ล้วนแต่มีคนใส่อาหารมังสวิรัติทั้งนั้น ทั้งที่ไม่ได้มีการประกาศบอกกันไว้ก่อน บางรายบอกว่าถ้ามีการประกาศบอกก่อนก็คงจะมีคนใส่มากกว่านี้ บางรายเมื่อสมณะถามว่ารู้ข่าวหรือไม่ที่จะมีการจัดตลาดน้ำก็บอกว่าทราบ และจะไปร่วมงานไปซื้อของแน่นอน และเมื่อสิกขมาตุบอกว่าจะมีเรือรับส่งฟรี สำหรับผู้ที่ต้องการไปเที่ยวชมตลาดน้ำอาริยะฝั่งบ้านราชฯด้วย ชาวบ้านก็ยิ่งยินดีอยากจะไปเที่ยวชมด้วย ในเวลา ๐๘.๐๐ น. รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี คุณสุทธินันท์ บุญมี ได้ให้เกียรติมาเปิดงานตลาดน้ำอาริยะ "คืนชีวิตแม่มูน" ปี ๒๕๕๖ ที่ตลาดน้ำอาริยะฝั่งท่าเรือกรมเจ้าท่า ภายหลังจากเปิดงานรองผู้ว่าฯและผู้ติดตามพร้อมทั้งกรรมการหมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศกก็ได้ เยี่ยมชมตลาดสินค้าซึ่งมีร้านที่เปิดอยู่ในเต๊นท์ใหญ่ที่กางคร่อมถนนหน้ากรมเจ้าท่า ร้านสินค้าที่เปิดในเรือคัวงานอยู่ท่าเรือกรมเจ้าท่า และยังมีร้านอาหารจานละ ๑ บาทอยู่บนเรือสานธรรม ท่ามกลางบรรยากาศเสียงดนตรีจากวงฆราวาสที่มาบรรเลงฟรีอยู่บนเรือเวทีคือเรือกรรมแก้ว โดยมีแพดอกทานตะวันบานแฉ่งอยู่ขนาบเรือกรรมแก้ว จากนั้นรองผู้ว่าฯและผู้ติดตามพร้อมทั้งญาติธรรม ได้นั่งเรือไฉไลสันติเพื่อไปเยี่ยมชมตลาดน้ำอาริยะฝั่งบ้านราชฯ เวลา ๐๙.๒๒ น. รองผู้ว่าฯจ.อุบลฯ ขึ้นเรือมาถึงท่าเรือบ้านราชฯ มาโดยเรือไฉไลสันติ จากนั้นก็ขึ้นรถลูกหลงเยี่ยมชมบริเวณงาน ซึ่งมีทั้งตลาดสินค้าที่อยู่บนเรือเอี้ยมจุ๊นสามลำริมหาดแนมตะเว็น(เรือพกข่วมโอฆะ เรือชนะมาร เรือย่านซัว) และมีเรือสำราญสองลำที่ถูกแปลงให้เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตก มีร้านค้าขายสินค้าดีราคาถูกราคาต่ำกว่าทุนที่หาดแนมตะเว็นมากมายหลายร้าน เช่นร้านเครื่องครัว ร้านกระติกน้ำ ร้านจักรยานมือสองจากญี่ปุ่น เป็นต้น รถลูกหลงที่พารองผู้ว่าฯและคณะชมตลาด ต้องฝ่าคลื่นประชาชนจำนวนมากที่หลั่งไหลกันมาอย่างไม่ขาดสาย เมื่อผ่านไปตามทางก็จะพบร้านขายสินค้าและน้ำอ้อยสดที่ตั้งเต๊นท์ขายตามรายทาง จนมาถึงที่ใกล้แยกเฮือนโสเหล่ก็จะมีเรือกระแชงและเอี้ยมจุ๊นที่ทำเป็นร้านค้า เช่นร้านขายเสื้อผ้าฝ้ายและหมวกจากภูผาฟ้าน้ำ เรือขายพัดลม เรือขายรองเท้ายาง แพสุขภาพวิถีธรรมของหมอเขียวขายสินค้าสุขภาพและแนะนำเรื่องสุขภาพ จนถึงเฮือนเผิ่งกันก็มีร้านขายสื่อธรรมะของธรรมทัศน์สมาคม ร้านน้ำมันพืชและน้ำตาลของบ.พลังบุญ ที่เฮือนฝั่นเซียวก็มีร้านขายชามกระเบื้องและน้ำยาซักผ้า และที่เฮือนหญั๋งกินก็มีร้านอาหารจานละ ๑ บาทไว้บริการประชาชน โดยรองผู้ว่าฯและคณะฯได้มาถึงศาลาเฮือนศูนย์สูญประมาณ ๑๐.๐๐ น. พ่อครูก็ได้มอบของที่ระลึกให้แขกทุกคนที่มา โซนสินค้าช่วงเช้ามีประชาชนหลั่งไหลมาต่อเนื่อง แดดไม่ร้อนมากในตอนเช้า ชาวบ้านบางคนตื่นนอนแต่ ตี๑ เพื่อมานึ่งข้าวเตรียมมากินจะได้มาจองคิวซื้อของแต่ตี๒ ที่ต่อคิวกันยาวที่สุดคือกระติ๊บข้าวเหนียวและหวด ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นสำหรับการหุงหาอาหาร บนเรือมีร้านตะกร้าจักสานจากเส้นพลาสติก กำหนดให้มีเวลาซื้อได้ ๑๐ นาทีต่อคิว มีเรือขายหมอนจากสวนส่างฝัน ซึ่งนับเป็นสิ่งจำเป็นต่อชาวบ้านอย่างหนึ่ง คลื่นมหาชนที่มาจากหลายจังหวัดทำให้การจราจรที่หาดแนมตะเว็นไปจนถึงในหมู่บ้านราชฯ ติดขัดเดินลำบาก มีเรือร้านสินค้ามือสองของร้านดินอุ้มดาว เรียกว่าร้านบาทเดียว ทุกอย่างในร้านชิ้นละ ๑ บาท เป็นการช่วยโลกจากภาวะปัจจุบันที่มีขยะล้นโลก โดยเฉพาะเสื้อผ้า แต่ละคนมีเสื้อผ้ามากมายใช้ไม่หมดมีส่วนเกินมาก จึงมีเหลือไปบริจาคให้สขจ.เราจึงช่วยกันคัดเลือกและทำความสะอาดให้เหลือแต่เสื้อผ้าอย่างดีแถมราคาชิ้นละ ๑ บาท ใครล่ะจะไม่อดใจเลือกซื้อหา ถังใบใหญ่ ๓๔๐ บาท ไม้กวาดมีราคา ๒๐ กับ ๑๕ บาท ของถูกเชิญพี่น้องมาปีหนึ่งครั้งหนึ่ง ทั้ง หิ้ว หอบ แบก หาม คอน เข็น ถือ ทูน ลาก จูง สินค้าไปแต่ละคนไม่ได้ซื้อชิ้นสองชิ้น พอซื้อข้าวของได้มากแล้วก็จะมานั่งเฝ้าของกันผลัดกันไปซื้อเสร็จแล้วค่อยขนไปขึ้นรถที่ลานจอดรถ หรือจะรอรถรางรถพ่วงที่ทางเราจัดเตรียมไว้บริการก็สะดวกดี ร้านหอมกระเทียมของศีรษะอโศกขายอยู่ริมมูนเป็นสิ่งจำเป็นในครัวเรือนขายดีมาก มีร้านขายจักรยานมือสองจากญี่ปุ่น ขายใน ราคา ๑,๒๕๐ จากต้นทุน ๑,๓๕๐ บาท ชาวบ้านบอกราคาไม่แพงเลย เห็นสินค้าและราคาบอกว่าดีใจมาก เรามีโครงการอีสานเขียว เพียงพรึบเดียวก็เขียวได้อยู่ริมมูน เปลี่ยนป่าไมยราพยักษ์เป็น “ สวนพืชผักไร้สารพิษริมมูล ” ชมทุ่งทานตะวันที่หาดแนมตะเว็น ยิ่งยามเย็นยิ่งสวยงาม มีโครงการ พัน “ ร้าน ” จากนานาสารพัดของพืชผักตระกูลเถา มีร้านผักบุ้งขายถูกสุดๆ กำใหญ่ๆกำละ ๑ บาท คนนิยมหอบกันไปอย่างไม่กลัวเหี่ยว เพราะถึงผักบุ้งเหี่ยวก็ไปแช่น้ำให้ฟื้นคืนชีพได้ สินค้าพิเศษสุดในงานนี้คือปุ๋ยอินทรีย์ “ งอกงาม ” จะลดราคาเหลือ ๑๘๐บาท จากเดิม กระสอบ ๕๐กก. ราคา ๒๘๐ บาท (เป็นราคาเฉพาะงานนี้ ๑คน ซื้อได้ ๔๐ กระสอบ) คนแห่มาจองกันตั้งแต่ยังไม่เปิดโรงปุ๋ย ต่อคิวกันยาวเหยียดต้องระดมกำลังกันไปช่วยขนปุ๋ยขึ้นรถของชาวบ้านที่มากันอย่างไม่ขาดสาย งานนี้เราเปิดจองให้เอาตั๋วมารับได้ในภายหลัง หรือจะรับในงานเลยก็ได้ เวทีชาวบ้านมีทั้งสองฟากฝั่งคือ ที่ฝั่งบ้านราชฯและที่ฝั่งกรมเจ้าท่า พิธีกรคู่หูคือคุณน้อย( ) กับคุณโก้-ฟ้าร่มเย็น อุดมรักษ์ เป็นพิธีกรหลักฝั่งบ้านราชฯ มีคุณอี๊ด-ในน้ำคำ อูนากูล และคุณภูบุญ หวังภูกลาง เป็นพิธีกรอยู่ในเรือสำราญซึ่งถูกดัดแปลงเป็นสตูดิโอบนน้ำ มีวงดนตรีฆราวาสเล่นดนตรีที่ฝั่งบ้านราชฯสลับกับฝั่งเจ้าท่า ทั้งสองเวทีมีจุดเด่นที่ประชาชนมาร่วมบรรยากาศมากและสนุกสนานคือ มีรายการขายสินค้าในราคาบาทเดียว โดยให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการร้องและรำไปกับเวทีด้วย ถ้าใครมาร้องรำที่เวทีก็จะได้สิทธิ์ซื้อของที่เวทีได้ในราคาชิ้นละ ๑ บาท ซึ่งสินค้ามีตั้งแต่พืชผักไปจนถึงพัดลมก็ชิ้นละ ๑ บาท งานนี้ถ่ายทอดสดตลอดงานผ่านวิทยุเอฟเอ็มคลื่น ๙๓.๕ เม็กกะเฮิรต และโทรทัศน์เพื่อมวลมนุษยชาติ( Fm.Tv) ผ่านดาวเทียม ไทยคม และดาวเทียม NSS6 ในช่วยบ่ายแก่ๆพิธีกรก็เชิญชวนประชาชน มาเล่นสงกรานต์ได้ที่ริมมูลใครอยากคลายร้อนก็กระโดดลงน้ำมูลเลย และยังมีเกมขี่บานาน่าโบ้ทด้วยทำจากโฟมล้วนใช้เรือท้องแบนลากไปตามลำน้ำ มีศิลปินวงฆราวาสเข้าร่วมสร้างบรรยากาศให้ครื้นเครงอีกด้วย วันแรกที่ฝั่งบ้านราชฯมีคนหลั่งไหลมาอย่างมากมาย ขณะเดียวกันข่าวจากช่องโทรทัศน์ต่างๆก็รายงานข่าวการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์จากหลายจังหวัด ซึ่งมีผู้คนหลั่งไหลไปร่วมงานมากมายมืดฟ้ามัวดิน ต่างไปเล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน ทางโลกเขามีการจัดงานมีขายของ มีการกินอาหาร เหมือนกัน แต่มีการขูดรีดฉวยโอกาสขึ้นราคาในการจัดงานต่างๆ แต่ว่าทางเราจัดงานก็เพื่อที่จะเสียสละ มีอาหารก็จานละ ๑ บาท สินค้าก็ราคาถูก ตลาดอาหารทางฝั่งบ้านราช มีสองแห่งใหญ่คือ ๑.ที่เฮือนหญั๋งกิน มีร้านอาหารจากภูผาฟ้าน้ำ, ปฐมอโศก,สันติอโศก,ศาลีฯเครือข่ายบ้านราชฯ มีข้าวเหนียวส้มตำ ก๋วยเตี๋ยวน้ำ ก๋วยเตี๋ยวหลอด ขนมหวาน ขนมจีนน้ำเงี้ยว ข้าวราดแกงจากสันติอโศก ๒. ที่ริมมูลมีร้านอาหารจากเครือข่ายศีรษะอโศก สีมาอโศก, หินผาฟ้าน้ำ, ข้าวโพคั่วของพ่อเล็ก,น้ำหวานของศิษย์เก่าสัมมาสิกขา, มีก๋วยเตี๋ยวเรืออยู่บนเรือในแม่มูน ๒ ลำ เป็นเรือทำอาหาร ๑ ลำ เป็นเรือที่นั่งทานอาหาร ๑ ลำ บรรยากาศดีมีลมโชยเย็นๆ อาหารทุกอย่างจานละ ๑ บาท เมื่อกินอิ่มแล้วก็ต้องมีการเอาออก หากใครอยากปลดทุกข์ เรามีส้วม"พราวรุ้ง" หลากสีสัน สวยงาม สร้างได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง จัดทำโดยสัมมาสิกขาสันติอโศก ซึ่งผ่านงานสร้างส้วมน็อคดาวมาหลายงานมีความชำนาญการณ์เป็นอย่างยิ่ง หากเดินเป็นระยะทางไกลท่ามกลางแดดร้อนแรงเกิดหิวน้ำ ระหว่างทางเดินไปหาดแนมตะเว็นมีร้าน น้ำอ้อยคั้นสดๆมีขายตามทางไปหาดแนมตะเว็น ถุงละ ๑ บาท ดับกระหายคลายร้อนได้อย่างดีไม่มีสารพิษสารเคมีแน่นอน การจราจรติดขัดไปตลอดทางไปมาระหว่างหาดแนมตะเว็นกับลานจอดรถ ซึ่งวันแรกที่ลานจอดรถมีรถจอดอยู่มากกว่า ๑,๐๐๐ คัน มีทั้งรถจักรยานยนต์ รถเก๋ง รถกระบะ รถหกล้อ รถสิบล้อ จนถึงรสบัสเลยทีเดียว เรามีทั้งการสัญจรทางบกและทางน้ำ ทางบกเรามีรถรางหรือรถพ่วงซึ่งเราต่อขึ้นมาเอง ๑ คัน และเราเช่ามาจากม.อุบลฯอีก ๑ คันใช้รถไถลาก และยังมีรถ ๖ ล้อ มาเสริมในการบริการประชาชน ที่จะสัญจรไปมาระหว่างตลาดอาริยะฝั่งบ้านราชฯ ส่วนการจราจรทางน้ำนั้นเราจัดเรือท้องแบนมากกว่า ๒๐ ลำ มีเรือไฉไลสันติ เรือฉลาดใช้ไว้คอยบริการผู้ที่ต้องการข้ามฟากไปฝั่งเมืองกับฝั่งบ้านราชฯ ช่วยให้แม่มูนดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ทางฝั่งเจ้าท่าอุบลฯนั้นบรรยากาศไม่คึกคักเหมือนฝั่งบ้านราชฯ อาจเพราะเป็นปีแรกที่เราจัดคนยังไม่ค่อยทราบข่าว จุดที่คึกคักของฝั่งนี้คือบนเวทีที่อยู่บนเรือกรรมแก้ว มีศิลปินชาวอโศกทั้งวงฆราวาสและกลุ่มนศ.ปธ.(นักศึกษาผู้ปฏิบัติธรรม) และศิลปินพันธมิตรเช่นวงหยดน้ำ มาร่วมสร้างสาระบันเทิง รายการบนเวทีเรือกรรมแก้วที่ได้รับความนิยมมากคือรายการบาทเดียวพาเพลิน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วยการมาเต้นบนเวทีแล้วจะสามารถซื้อสินค้าได้อย่างละ ๑ บาท คนฝั่งเมืองก็ชอบรำวงเหมือนกัน สร้างความสัมพันระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี สินค้าที่ขายดีในฝั่งเมืองมากที่สุดคือ เสื้อผ้า เนื่องจากเป็นเสื้อผ้าใหม่ จากธุลีฟ้า ขายถูกมากๆคนจึงนิยมมาซื้อไม่ขาดสาย โดยเฉพาะเสื้อผ้าผู้หญิงขายดีมากๆ จักรยานมือสองจากญี่ปุ่นที่ฝั่งเมืองขายได้ ๕๐ คันในวันแรก ๑๘.๒๕-๒๐.๐๐ น. มีรายการภาคค่ำ เป็นการแสดงหลากหลาย มีพิธีกรคือคุณฟ้าร่มเย็น อุดมรักษ์ และ คุณน้อย( .... อาสานอก) เป็นรายการถ่ายทอดสดจากเวทีชาวบ้านริมมูน มีการแสดงจากชุมชนชาวอโศก เช่นวงโปงลางจากหินผาฟ้าน้ำ 560413 _ ประชุมสรุปตลาดน้ำอาริยะวันแรก • เรื่องครัวและร้านอาหารที่ริมมูน เริ่มต้นตอนเช้ามืด ไม่มีไฟฟ้า พวกเราบอกว่าตลาดอาหารเปิด ๗ โมง แต่ว่าตอน ๖ โมงมีเจ้าหน้าที่พวกเราที่ทำงานแถวนั้นก็มาขอกินข้าว เราก็ต้องทำให้ แก้ปัญหาโดยจะเปิดร้านอาหารให้เร็วขึ้นกว่าเดิม การขนส่งของโรงครัวมีปัญหากว่าจะขอรถได้ก็ใช้เวลานานแก้ปัญหาโดย ขอรถไว้ประจำโรงครัว ๑ คัน • เปิดร้านที่ฝั้นเซียว มีน้ำยาชะล้าง ๑หมื่นขวดอยู่ในตำแหน่งที่ซาแลนบังไว้ จึงไม่มีคนมาซื้อต่อมามีลุงจำลองมาท้วงว่าขายตรงนี้จะขายไม่ได้ จึงจัดการย้ายสถานที่ ทำให้ขายได้แก้ปัญหาได้ในที่สุด มีสองตายาย มีเงินไม่มาก นำเงินเหรียญมาซื้อน้ำยาล้างจานสี่ขวด บอกใช้ได้ถึงปีหน้าเลย อยู่สองคนใช้กันไม่มาก • พ่อครูให้ธรรมะ ..... เราได้ช่วยคนที่มีความขาดแคลนในสิ่งที่จำเป็นในชีวิตเขา ซึ่งเขาได้ในสิ่งที่เขาต้องการ คิดดูชีวิตเขาทั้งปีใช้ ๔ ขวดนี่คือชีวิตเขาทั้งปี นี่ยังไม่มองถึงว่าชีวิตมนุษย์นั้นดูเผินๆก็เล็กน้อย เขาจัดงานแม้แต่รัฐจัดงานกับสังคม มันคนละเรื่องกับที่เราจัดงาน เราจัดงานแล้วผลที่ได้มันเป็นการช่วยเหลือชีวิตเขา เป็นการให้เขาลดละ ไม่เป็นการประโลมมอมเมาให้หลงไปอีก แต่เป็นการขัดเกลาให้เขาได้อดทนได้ลดละต่างหาก ไม่ใช่ว่าได้แต่ความผิวเผิน สวยงามพริ้วพรายสูญเปล่า ให้ชีวิตติดยึดไปอีกเยอะเลย ทุกวันนี้งานที่เขาจัดมันไม่เหลือสาระแล้ว งานที่เราจัดตลาดอาริยะเป็นตลาดน้ำ ไม่ได้คิดมาก่อนเลย ก็ยังนึกสงสารว่าเขาต้องเดินไกล ต้องแบกของ แดดร้อนต้องแออัด เบียดกันอีก ก็นึกว่าคนจะเป็นอย่างไร ก็ดูวันที่สองว่าคนจะเข็ดกันไหม ไม่เหมือนปีกลายบรรยากาศคนละอย่าง เป็นจิตวิทยา ถ้าไม่มีคนมากมันจะว้าเหว่ มันจะดูไกล แต่นี่คนเบียดเสียดกันจะไม่นึกว่าไกลว่าเหนื่อย ถ้าเราทำร้านต่อเนื่องคนจะไม่รู้สึกว่าไกลเลย แต่ของเราทำแค่นี้ก็เก่งแล้ว แล้วก็พอดีมีคนมามากก็ทำให้ต่อเนื่องแน่น แต่ยังไงก็ร้อนก็หนัก เขาก็ต้องอดทนให้ได้ในสิ่งที่เขาอย่ากได้ เขาไม่คิดอย่างทุนนิยมมารอหลายชม.เพื่อได้ของไม่กี่อย่าง คิดอย่างทุนนิยมก็ว่าไม่คุ้มเลย เสียเวบา แต่ว่าเรามองว่าได้ประโยขน์ตัวเขาเองได้อดทน เห็นเป็นคนชนบทมากนะ เขามีความอดทนอยู่แล้ว ถ้าเป็นคนเมืองจะไม่ได้อย่างนี้ ขนาดเราไปป้อนถึงปากตรงกรมเจ้าท่ายังไม่ครื้นเครงเลย แต่อาจเพราะว่าเขายังไม่รู้ข่าว แต่ที่บ้านราชฯเขารู้เขามาหลายปีแล้ว ที่หยิบมาพูดให้เข้าใจจิตวิทยาและความเป็นอยู่ของมนุษย์ที่แท้จริง คนที่เขาต้องใช้สิ่งจำเป็นอย่างตรงอย่างได้สาระ ปีหนึ่งเขาถึงหอบลูกจูงหลานมา เราทำได้ขนาดนี้พ่อครูก็ว่ายิ่งลึกถ้ารัฐเข้าใจ มีงบฯของรัฐมีคนของรัฐจะดีมาก ยิ่งกว่าประชานิยม ดีกว่างานที่เขาจัดกันอีกมากมาย นักวิจัยหรือนักบริหารน่าจะสะดุด เราอาจหลงว่าเราภูมิใจของเรา แต่ว่าเราก็ดูว่าเราไม่ได้หลง เราดูอัตถะสาระที่แท้จริงเลย เรารู้เหตุปัจจัยองค์ประกอบต่างๆมันมีเนื้อหามาก ปัญหาที่จะให้ที่ประชุมแก้ไข • ปัญหาล้างหางใหญ่ คุณวิฑูรย์ และทนายสว่างไม่สบาย อยากได้คนช่วย ขอเปลี่ยนตัวอาสาสมัคร ปกติมี ๓ คนที่ประจำ พวกเราทำงานจนป่วย ในที่ประชุมมีคุณพึ่งบุญ อาสาสมัครไปล้างหางช่วย • ซุ้มประชาสัมพันธ์ เป็นจุดที่รับบทบาทสื่อสารมาก โดยเฉพาะตรงสี่แยกโส่เหล่ แต่ว่าเครื่องเสียงไม่ค่อยดี และการเชื่อมต่อกับหน่วยประชาสัมพันธ์กลางไม่ดี โดยส่วนกลางคือ คุณปานปั้น และปะตรงเตือน ดูแลอยู่ ให้ใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อกัน เบอร์ 089-7699320 เบอร์คุณเรียวฟ้า 086-503003(อยู่ซุ้มประชาสัมพันธ์สี่แยกโสเหล่) • กิจกรรมบนเวที มีรายการขายสินค้าบาทเดียว มีปัญหาคือ ขาดการประสานเรื่องสินค้าที่นำไปจัดรายการ กับงบฯ ที่เราตั้งไว้มันคุมไม่ได้ เขาก็จะมาเบิกตามร้านไปเลย แก้ปัญหาโดย ให้ที่ประชุมตั้งงบประมาณไว้ ไม่เกิน ๒ หมื่นบาท แต่มีสองเวที ให้แบ่งกัน เวทีกรมเจ้าท่า ให้ ๕,๐๐๐ บาท ส่วนเวทีที่บ้านราชฯให้ ๑๕,๐๐๐ บาท โดยให้เริ่มคิดงบฯเริ่มใหม่ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (ภายในสองวันนี้ต้องใช้ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท) • มีผู้ที่เอาสินค้ามาร่วมบุญ โดยเขาจะเอาของมาให้วัดขายเลย แต่เขาไม่ได้ติดต่อมาก่อน กรรมการไปตรวจสอบแล้วก็พอได้ เขามีเจตนาดีที่จะมาให้ แต่ว่าตรวจสอบวันหมดอายุก็ปรากฏว่าหมดอายุแล้ว ดังนั้นกรรมการจึงพิจารณาว่า ให้คืนของเขาไป เอาไว้มาร่วมบุญกันในปีต่อไป พอครูให้ความเห็นว่าเรื่องนี้ต้องป้องกันไว้เพื่อไม่ให้บานปลายต่อไป • เรือเวทีที่ท่าเรือกรมเจ้าท่าตอนนี้สะพานหัก ช่วยแจ้งท่านสมณะด่วนดีเพื่อแก้ไข • รปภ. ขาดคนอีกเยอะ ที่ท่าเรือกรมเจ้าท่าต้องใช้เจ้าของร้านไปเฝ้า • ที่ท่าเรือกรมเจ้าท่า เครื่องครัว หมอน กระติกน้ำ ต้นไม้ ขายดี ต้องการของเพิ่มเติม • แพทานตะวัน พรุ่งนี้ให้ลากแพทานตะวันกลับมาที่ฝั่งบ้านราชฯ • พลาสติก เหลือเยอะ พวกถังใหญ่ๆขายไม่ออก ไม่ใช่เขาไม่อยากได้แต่ว่ามันต้องแบกไกล แบกไม่ไหว แก้ปัญหาโดย ให้ย้ายมาขายที่อื่น ใกล้ที่จอดรถเพิ่มขึ้น ให้ย้ายกันคืนนี้ สินค้าภูผาฯตอนนี้เกือบหมดแล้ว มีคนคิดให้ว่า ให้ย้ายถังมาขายที่ภูผาฯ ให้ไปคิดกันว่าจะทำได้หรือไม่ แต่ว่าต้องย้ายที่ขาย ซึ่งทางเจ้าของสินค้าบอกว่ายินดีย้ายที่ขาย แต่ว่าไม่มีแรงงานไปขนและทำคอกขาย • ผักบุ้ง มีคนซื้อไปแล้วมีเด็กสัมมาสิกขาอาสาขนของไปไว้ให้ แต่นำไปไว้ผิดที่ เขาต้องตามหากันวุ่นวาย และในที่สุดของเขาก็ไม่ได้ครบด้วย ต้องกำชับให้ระมัดระวังกันมากกว่านี้ • โรงปุ๋ย มีคนโยนปุ๋ยขึ้นใส่รถเขา ปรากฏว่าตัวถังรถเขาบุบเลย รถเขาใหม่ๆ ต่อไปให้ระมัดระวังมากขึ้นในการลงปุ๋ยใส่รถประชาชน และช่วงเช้ามีรถมาซื้อปุ๋ยมากมาย มีช่วงเดียวคือตอน ๘-๙ โมง มีคิวยาวเหยียดเลย ใครจะมาช่วยกันก็ขอเชิญในชั่วโมงเร่งด่วน(ช่วงนี้เป็นช่วงขึ้นศาลาฉันของสมณะจึงขาดกำลังสำคัญจากสมณะไป จึงขอให้ท่านสมณะช่วยพิจารณาช่วยด้วย) • เรื่องชูชีพ ทางรองผู้ว่าฯ ติงมาว่าพวกเราไม่มีชูชีพเลยในเรือ ทั้งบานาน่าโบ้ทเด็กขึ้นโดยไม่ใส่ชูชีพ ซึ่งเรามีชูชีพเป็น ๑๐๐ ตัวแต่เขาไม่ยอมใส่ พ่อครูให้ความเห็นว่ามันเสียศักดิ์ศรีถ้าจะใส่ชูชีพ และเขาคิดว่าว่ายน้ำเป็นนะ • การเปิด-ปิดตลาด พรุ่งนี้เราจะขายเช้าขึ้น โดยให้เปิดขายแต่ ๐๗.๐๐ น. เพราะอากาศมันร้อนเหนื่อยทั้งหนัก แบกไกลด้วยก็เห็นใจชาวบ้านเขา และตอนบิณฑบาต ต้องแก้ไขแถวบิณฑบาตให้สั้นลง แบ่งเป็นสองสาย เพราะถ้าสายยาวจะไปกีดขวางทางจราจร พอครูให้ความเห็นว่า ถ้าสมณะอยากจะบิณฑบาตมากให้ไปขนปุ๋ยแทน และควรแยกถุงข้าวเจ้าข้าวเหนียวในการบิณฯ พ่อครูเทศน์ปิดท้ายรายการภาคค่ำที่เวทีชาวบ้าน พวกเราก็มีผู้ที่เหนื่อยแล้วก็ไปสลบไสล แต่ก็มีคนที่ยังต้องขนของย้ายของ งานนี้ก็เกรงใจพวกเราเพราะเป็นงานที่เร่งรีบเร่งรัดมากเลย แต่ผ่านวานวันแรกก็เห็นสมรรถนะเห็นความพักพร้อมเห็นน้ำใจพวกเรามันเป็นไปได้อย่างที่เรียกว่า คราวนี้ต้องชม ต้องยก (ธรรมดาพ่อครูไม่ชมง่ายๆ) แต่งานนี้ได้พิสูจน์สมรถนะและใจพวกเราว่าใจถึง งานที่เราทำออกสู่สังคม ก็เรียกทั่วไปว่าการจัดงาน ที่ทางโลกเขาจัดก็จะมีการจัดงานอะไรต่างๆนานา เรียกว่าการจัดงาน แต่ประเด็นการจัดงานของเราที่ต่างจากชาวโลกเขาคือ ชาวโลกเขาจัดงานเป็นงานที่ไร้สาระมากเลย แต่ของเราเป็นงานที่มีสาระมากเลย ของเขาเป็นงานขูดรีด หาเงินหาทอง ไม่ว่าจะจัดงานไหนก็โลภโมโทสัน รีดนาทาเร้น และงานที่เสนอไปก็ไม่ได้สื่อสาระที่จะเกิดความพัฒนาสังคมหรือบุคคล มีแต่งานสนุกง่ายๆ เต็มไปด้วยกิเลส หลงโลกีย์จัดจ้านมากเลย จัดงานทีไรก็มีแต่จะหาเงิน แต่พวกเราจัดงานมีเชิงที่เป็นงานขายสินค้ากัน แต่คนละเรื่องกับการจัดงานขายสินค้าของเขา ที่เขาจัดกันมอมเมา เป็นงานจัดมาครอบงำ ทำให้ฉิบหาย อันนี้ภาคภูมิใจพวกเรามาที่มาถึงวันนี้ได้ร่วมแรงร่วมใจทำสิ่งที่ประเสริฐ (ไม่ได้ยกตนข่มท่าน) แต่เป็นการพูดความจริงที่เลี่ยงไม่ได้ ยิ่งเห็นว่าสังคมเขาเดินทางผิดตนเองก็ทุกข์สังคมก็ทุกข์ ขอบคุณพวกเรามากที่มาช่วยเหลือเฟือฟาย สุดท้ายก็ยังมาอุดหนุนดูรายการ เป็นกำลังใจให้คนแสดง งานเราก็ยังไม่เสร็จ เราประชุมกันมาก่อนจะมาที่นี่ ยังมีงานที่ตกหล่นอีก ต้องทำคืนนี้เพราะพรุ่งนี้ต้องขายแล้ว อาหารก็จะทำเร็วขึ้น เพราะพวกเราก็จะกินแต่เช้าเพื่อทำงาน ตอนทำงานไม่มีเวลากิน งานที่เราทำก็เห็นผลแล้วว่า มันมีคุณค่าเป็นสิ่งดีงามมากมาย เห็นว่าพวกเราได้ทำสิ่งที่ดีงามแก่สังคม คนที่มางานเราเป็นคนที่ต้องการความเกื้อกูลช่วยเหลือ และเราก็ได้ทำความช่วยเหลือในสิ่งที่เป็นสาระ เช่นมีตายายคู่หนึ่งอายุมาก ก็ซื้อสินค้าไปเป็นน้ำยาซักผ้า ล้างจาน ก็ได้ไป ๔ ขวด ห้อยคอไปคนละสองขวด เขาบอกว่าจะเอาไปใช้ทั้งปี อันนี้ช่วยเขาได้ทั้งปีนะ ๔ ขวดนี่ อย่างชาวเมืองเขาจะเห็นว่ากระจอก แต่นี่คือเรื่องของมนุษยชาติ คนที่มีลักษณะอย่างนี้ในชนบท ฝั่งบ้านราชฯครึกครื้น แต่ฝั่งทางเมืองเขาไม่มีคนมามาก เพราะไม่มีสิ่งมอมเมาให้เขา แต่ทางนี้คนละเรื่องเลย บางคนซื้อเตาอั้งโล่ ปีกรายเราเอามาไม่เท่าไหร่ ปีนี้เลยเพิ่มมาเกือบ ๕,๐๐๐ เตาดูเหมือนจะหมดไปกว่าครึ่ง ซึ่งดูแล้วข้างนอกเขาว่ากระจอกมากมาขายเตา สังคมโลกเผินกับสิ่งที่เป็นสาระจำเป็นของชีวิตมากแล้ว ให้เราได้เรียนรู้ว่าอุปสงค์ที่แท้จริงที่จำเป็นต่อชีวิตคืออะไร ทุกวันนี้มันเฟ้อเกินมากแล้ว ฝากให้เราใส่ใจสาระสัจจะของชีวิตที่เป็นสิ่งสูงส่งเป็นแก่นสารสาระ ไม่ใช่หลงไปกับโลกธรรม อบายมุข ให้ศึกษาดีๆ และมาช่วยกันทำ มันหนักหนาเพราะเราแบกหามสังคมที่เสียหายไปมาก ของเราก็เหมือนพวกกระจอกพื้นๆ จะเห็นได้ว่าอุปสงค์ (Demand) ของสังคมให้ศึกษาดีๆ วันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นวันที่สองของตลาดน้ำอาริยะ คืนชีวิตแม่มูน วันนี้เปิดตลาด ๐๗.๐๐ น. เร็วกว่าวันแรกที่ต้องรอผู้ว่าฯมาเปิดงานตอน ๐๘.๐๐ น. เพื่อให้ประชาชนได้มาซื้อสินค้าแต่เช้าจะได้ไม่ร้อนมาก โรงปุ๋ยเมื่อวานนี้มีเกษตรกรมาซื้อปุ๋ยทั้งหมด ๒๒,๕๐๐
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive