สื่อธรรมะพ่อครู(แสงอรุณทั้ง 7) ตอน ความรู้ศาสนาพุทธต้องรับธรรมะจากสัตบุรุษ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(แสงอรุณทั้ง 7) ตอน ความรู้ศาสนาพุทธต้องรับธรรมะจากสัตบุรุษ _พระครูศรีปรีชา : เรานักบวชพุทธศาสน์ไม่คลาดจิตน้อมมุ่งจิตความถูกผิดในวินัยถ้าถือมั่วใฝ่ธรรมเหลื่อมล้ำหัวใจแม้นมุ่งกล่าวไขก็ห่างพุทธธรรม พ่อครูว่า…ต้องย้ำประเด็นสำคัญที่ว่าคนทั้งหลายที่ยังไม่ใช่ สยังอภิญญาจนถึงสยัมภู สยัมภูคือระดับพระพุทธเจ้า รองลงมาเป็นพระโพธิสัตว์มีความรู้ไป สยังอภิญญา มีความรู้ของตัวเองข้ามชาติมา มาถึงชาตินี้ ไม่มีใครที่จะรู้หรือมีเองเท่า หรือมีแม้ไม่เท่า แต่ก็รู้ของตัวเอง สยังอภิญญาจะอุบัติแต่ละยุคกาละจะไม่ซ้อน 2 คนกันเท่าไหร่ มีซ้อนก็จะรู้ว่าไม่ควรจะแทรกจะรู้ว่าตัวเองมีภูมิสูงหรือต่ำกว่า เป็นพระอรหันต์เป็น เป็นโพธิสัตว์แล้วก็ไม่มีตัวตนที่จะอวดโอ่ ถ้าไม่แน่จริงว่าตัวเองไม่มีใครเทียบ ขนาดอาตมาตัวเองในยุคนี้ก็ยังรู้ว่าไม่มีใครจะมาเทียบ แต่ก็แสดงตัวว่าถ้ามีพี่ที่เหนือกว่าก็โปรดแสดงตัว การจะฟังธรรมต้องฟังจากมิตรดีที่มีภูมิพอจะสอนคนเป็นครูคนได้ จึงเรียกว่าผู้ที่ตั้งอยู่ในฐานะของครู ศาสนาพุทธจะต้องรับฟังถ้าไม่ใช่จากพระพุทธเจ้าก็ต้องจากสัตบุรุษที่รู้จริงหรือจากสยังอภิญญาคือผู้ตั้งอยู่ในฐานะครูอย่างแท้จริง ต้องได้รับฟังธรรมจากท่าน คิดเองไม่ได้รู้เองไม่ได้ ศาสนาพุทธไม่มีรู้เอง จะรู้เองก็อยู่ในตำแหน่งสยังอภิญญาขึ้นไปหรือตั้งอยู่ในฐานะครูเป็นสัตบุรุษจริง ยกไว้ก็คือพระพุทธเจ้าเป็นธรรมะสามีเป็นเจ้าของศาสนา นอกนั้นก็ยังไม่แน่นอนเป็นลูกศิษย์ของท่านแต่ข้ามชาติมา สั่งสมมาจนกระทั่งมีในตัวเองเพียงพอ ที่จะแสดง อาตมาประกาศแสดงมา เกือบ 50 ปีแล้วก็ยังไม่มีอะไรมาหักล้างหรือมาเปลี่ยนแปลง หรือว่ามีเหตุปัจจัยหลักฐานต่างๆมาล้มล้างความเป็นจริงอันนี้ ยังเห็นว่าเป็นจริง อาตมาไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นนะ ถ้ามันไม่
อ่านต่อ
จริงก็ไปยึดมั่นถือมั่นก็จะบ้าเอา ก็ต้องยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่จริง ถ้ามาล้มล้างสิ่งนี้แล้วได้เราก็เลิกยึดมั่นถือมั่น ก็ไปยึดมั่นถือมั่นอันใหม่ที่จริงกว่า ถ้ามีการเปรียบเทียบแล้วว่ามีอันใหม่ที่ดีกว่า แล้วจะไปยึดถืออันเก่ามันก็โง่ ก็คงทำไม่ได้ 621115_รายการสำมะปี๋ซี่วิต สันติอโศก ครั้งที่ 80