สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน ปัญญาทำจิตให้เป็นพีชะ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน ปัญญาทำจิตให้เป็นพีชะ สมณะเพาะพุทธ..การจะเข้าถึงความจนต้องใช้ธาตุปัญญา และไปถึงอุภโตภาควิมุติ พ่อท่านเคยบอกไว้ว่า คนเราตายแล้วนี่เหลือแต่ร่างไม่มีกาย พ่อครูว่า...ถูกซ้อนอีก เมื่อไหร่เป็นกายเมื่อไหร่ไม่เป็นกายอีก พระพุทธเจ้าให้อุปัชฌาย์ทุกองค์สอนให้ลูกศิษย์ที่บวชว่าให้แยกกายแยกจิต เมื่อไหร่เป็นกายเมื่อไหร่ไม่ใช่กาย กายนั้น เริ่มจาก ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง ที่เป็นวัตถุภายนอก หนังก็แนบชิดไปแยกไม่ง่ายเลย ถ้าเอามาที่ผมก็ยาวไป ก็ยาก ผิวหนังก็ยาก ฟันก็มีน้อยไม่มากเลย ก็เลยสู้เล็บไม่ได้ อย่างอื่นอธิบายได้ยาก เล็บอธิบายได้ง่ายกว่า ว่า เมื่อไหร่มันเป็นกาย เมื่อไหร่มันไม่เป็นกาย เล็บอยู่ในตัวเราหากมันยาวออกมาพ้นประสาท แต่มันยังมีชีวะ มีอาหารมาเลี้ยงให้ยาวไปได้เรื่อยๆ เหมือนพีชะ มันไม่รู้สึกไม่มีบาปไม่มีบุญ แต่มันเป็นชีว ถือว่าไม่ใช่กายแล้วเพราะว่า ไม่มีบาปไม่มีบุญ ไม่มีปวดไม่มีเจ็บ ไม่มีความรู้สึกไม่มีเวทนาไม่มีวิญญาณเหมือนกับพืช เพราะฉะนั้น คนที่ไม่ได้ศึกษาเล็บมันไม่ได้ถูกตัดออกไปมันอยู่ที่ร่างของเรา มันจะไม่เป็นกายของเราได้อย่างไร เขาจะเข้าใจผิดว่าไม่ใช่กาย เล็บยังไม่ได้ตัดออกไป คำว่ากายนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ขาดจากร่างของคุณ อย่างผมก็ตามขน เล็บ ฟัน หนัง ส่วนที่มันหลุดออกจากประสาทแล้วไม่มีกายแล้วไม่มีความรู้สึกไม่มีเวทนาแล้ว มันไม่มีวิญญาณแล้ว เป็นชีวะ หากยังไม่ขาดจากร่างของเรา ส่วนนั้นก็มีส่วนไม่ใช่กายที่ตัดออกไปได้ แต่อย่าไปหลงผิด เพราะว่าไม่ใช่กายเรา อย่างผู้หญิงบางคนไว้เล็บไปตัดของเขา เขาก็โกรธตายเลย อันนี้เป็นของหวงของเขา การไม่ใช่กาย คือ ไม่มีความรู้สึกไม่มีเวทนา แม้ว่ามันจะเป็นพืชเป็นชีวะ เราจะแยกความรู้สึก เป็นพีชะมันจะรู้สึกอย่าง
อ่านต่อ
ไร เป็นจิตนิยามที่มีความรู้สึกเจ็บปวดมีความรักความชังมันคืออย่างไร ก็จะต้องเกิดความเฉลียวฉลาดระดับปัญญาให้รู้ได้ว่า นัยข้อความต่างระหว่างการยึดถือเป็นกายกับยึดถือสิ่งที่ไม่ใช่กายว่าเป็นกาย เราก็จะรู้ว่าการทำกับสิ่งที่ไม่เจ็บปวดไม่สุขไม่ทุกข์ แม้ว่าจะเป็นชีวะอย่างพืชคุณก็จะไม่มีบาป กินพืชนี้ไม่มีบาปไม่มีบุญ เขาก็จะไปเข้าใจว่ามันก็เป็นชีวิตเดียวก็เป็นบาป นั่นคือคนมิจฉาทิฐิ ก็แยกไม่ได้ ก็กินดินก็แล้วกัน กินพืชก็ไม่ได้ เขาก็แย้งว่ามันเป็นชีวะ ก็ต้องมีบาป บุญ พลังงานประกอบเป็นพืชพลังงานที่ประกอบเป็นกิริยามันคืออย่างไร
ตัวฉลาดตัวปัญญาจะต้องรู้อาศัยธาตุที่ไม่สุขไม่ทุกข์ ไปเป็นชีวะ พระอรหันต์จะต้องรู้อาการนี้ของจิต ถ้าคนไม่รู้อาการนี้ของจิต อาการที่ไม่ทุกข์ไม่สุขมันเป็นสัจจะนะ มันเป็นอาการที่ไม่สุขไม่สุขจริง จิตของคนต้องเป็นอย่างพืช คุณต้องทำพลังงานจิตของคุณให้เป็นพีชะได้จริง หากคุณไม่เข้าใจไม่รู้เรื่องจะทำมันก็ไม่ได้หรอก จะทำใจในใจมนสิการได้อย่างไร ต้องทำมนสิการทำใจของคุณให้เป็นพีชะเพื่อให้ได้ ถ้าคุณทำใจของคุณให้เป็นอย่างพูดไม่ได้คุณก็เป็นพระอรหันต์ไม่ได้ ฟังชัดเจนไหมว่าความเป็นพระอรหันต์อยู่ตรงไหน พืชมันไม่ทำชั่วมันไม่ไปเบียดเบียนใคร มันไปตามประสาของมัน มันจะดันบางอย่างไปได้พอสมควรมันก็ทำ มันไม่สู้หรอกมันก็แพ้ถ้าดันไม่ได้ รากจะดันมาก ยอดนี้ไม่ดันเท่าไหร่ พลังงานลักษณะของพืชจึงเป็นพลังงานที่ปลอดภัย ถ้าหากจิตใจของเราไม่เบียดเบียนใคร มีแต่ดูแลตัวเอง ทำให้ตัวเองมีชีวะ แข็งแรงเต็มที่ จึงสามารถรู้และทำได้ ทำให้จิตของเราเป็นจิตที่เป็นอย่างพืชได้มันก็ไม่ทุกข์ไม่สุขไม่เบียดเบียนใคร สร้างสรรตัวเองให้อยู่ดีให้อยู่สุขภาพดีสมบูรณ์แบบพอแล้ว เมื่อไม่ทำร้ายใครก็ไม่มีเวรภัย
ต้องมีปัญญาทำจิตให้เป็นพีชะ หากทำไม่ได้ก็แค่ปากเปล่า ต้องไม่สุขไม่ทุกข์ได้จริง คุณลองดูว่า ในโลกที่เขาปรุงแต่งกันอยู่ ยึดถือกันอยู่ในความสุขทุกข์จะต้องแย่งชิงนั่นคือเขาไม่เป็นพระอรหันต์ แต่ก่อนเราก็เคย หรือไม่เคยก็ตาม คุณก็ดูเขาสิ เช่นยกตัวอย่าง อาตมาไม่เคยปฏิพัทธ์ในลิปสติกเลย ไม่เคยชื่นชอบกับลิปสติกเลย ค่อยเอามาทา มันก็แค่เหนอะหนะ ผู้ชายจะไม่ติดเลย แต่ผู้หญิงบางคนหรือคนบางคนแต่ก่อนเคยติดยึด แต่ตอนนี้ไม่ติดแล้ว คุณก็จะรู้คุณก็จะชัดเจนของตัวเองว่าเราไม่ติดแล้ว มันว่างกลางๆไม่สุขไม่ทุกข์ นอกจากไม่สุขไม่ทุกข์แล้วถ้าจะบริสุทธิ์จริงๆคุณก็ไม่ไปรังเกียจผู้อื่นด้วย แต่หากจะให้เขาไม่ติดไม่สุขไม่ทุกข์เหมือนกับเราทำได้ก็ดีแต่ก็ต้องมีศิลปะวิธีในการพูด หากว่าพูดแล้วเขาไม่รับฟังก็ช่วยเขาไม่ได้ จะช่วยเขาได้ก็ต้องอธิบายให้ดีหน่อย ถ้าคุณไม่ติดไม่ยึดแล้วคุณก็เห็นจิตของคุณว่าง มันก็มีอยู่ในโลก คุณก็ห้ามเขาไม่ได้หรอกคนเขาก็ทาลิปสติกอย่างโน้นอย่างนี้ คนที่โง่มากแท่งเท่านี้ขายได้เป็นพันเป็นหมื่น จะให้เป็นสีอะไรก็ตามที่ชอบที่ติดยึด ทั้งของเราเองและจะเป็นทาสของคนอื่นที่เขาคนอื่นบอกว่าสวยเราก็ต้องตามเขา ถ้าเราไม่ตามเขามีอัตตาตัวเองก็ลองทาลิปสติกสีดำเลย แต่ไม่ค่อยคิดเท่าไหร่ลิปสติกสีดำ มีสีเขียวก็มี แต่เขามักชอบไปทางสีแดงๆ ไม่ใช่ทางมืดๆดำๆ เขียวๆมันขี้เหร่ก็ว่าไป สรุปแล้วเรื่องการยึดมั่นถือมั่นเราไปยึดถือตามเขา ว่าเราไม่ยึดไม่ถือ มีก็อาศัย อาศัยพอสมควรที่ไม่อาศัยแล้วได้เลย คุณก็ต้องเบา คุณมีเครื่องอาศัยน้อยก็สบายไม่ต้องสะสมไม่ต้องมีการแสวงหาเยอะว่างเบา621117_วิถีอาริยธรรม สันติอโศก มีปัญญาจน 8 ประการ จะไม่จนปัญญา