สื่อธรรมะพ่อครู(สุขภาพบุญนิยม) ตอน ช่วยพ่อครูด้วยการทำตนให้แข็งแรง.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สุขภาพบุญนิยม) ตอน ช่วยพ่อครูด้วยการทำตนให้แข็งแรง _อุ๋ม รอยใบไม้ กราบนมัสการค่ะ ขอให้หลวงปู่สุขภาพแข็งแรงค่ะ เมื่อเย็นเข้าไปในชุมชน ดูบ้านราชเงียบเหงาค่ะ ไม่รู้เค้าหายไปไหนกันหมด เงียบเหมือนช่วงหลังน้ำท่วมเลยค่ะ^ ^ (...มีอีกหลายคนที่แสดงความห่วงใยมา ทั้งบอกโดยตรงกับพ่อครู กับปัจฉาฯ และทางโทรศัพท์ ไลน์ และfacebook ครับ) พ่อครูว่า... ผู้ที่จะช่วยให้อาตมาแข็งแรงได้ ที่สำคัญมาก ผู้จะช่วยให้อาตมาแข็งแรงได้คือคุณต้องทำสุขภาพของคุณเองให้แข็งแรง เมื่อคุณสุขภาพแข็งแรงคุณจะได้มาช่วยอาตมาไง มันง่ายๆไม่ได้ยากอะไร หรืออย่างน้อยคนทำให้ตัวเองสุขภาพแข็งแรงจะได้รู้ว่าทำอย่างไรถึงจะแข็งแรงจะได้มาบอกอาตมาไง เพราะฉะนั้นคำสอนของพระพุทธเจ้าจึงบอกว่า ทำตัวเองก่อนแล้วจึงค่อยสอนผู้อื่นจะไม่มัวหมอง ไม่มัวหมองคือไม่เสียหายไม่เศร้าหมองไม่เปื้อนเปรอะเลอะเทอะ ไม่ผิดเลย เพราะฉะนั้นทำตัวเองให้ดีก่อน แล้วจึงสอนผู้อื่นจึงไม่มัวหมอง การทำความผิดนี้มันแย่กว่าความมัวหมองนะ อย่าไปว่าถึงผิดเลย
พ่อครูว่า..ความจนนั้นคนไม่ค่อยพูดกันได้ง่ายๆ สัญชาตญาณของคนโลกียชน จะยากมากที่จะมาเป็นคนที่ศูนย์ น้อยลง มีให้น้อยลงยากมาก แต่จะให้ไม่มีๆๆๆ เขาก็ตายสิ ไม่มีลาภก็แล้วกัน เขาต้องมีกองเยอะๆ ยศก็ต้องมีอำนาจบาตรใหญ่สูงมีสรรเสริญมากๆมีความสุข โลกียสุข ต้องมีสุขก่อน จะหยิบมาเสพได้ง่ายๆ มันก็เลยกลายเป็นเรื่องนี้ มีวัตถุมีตัวตนมีบุคคลมีการติดยึดในนามธรรม ในหยาบ กลาง ละเอียดก็ติด อย่างไรก็จนไม่ลง เขาไม่เข้าใจ ที่จนไม่ลงเพราะมีสภาพไม่บริบูรณ์ ลงท้ายก็คือไม่มีปัญญา ก่อนจะลงท้ายก็ขึ้นต้นก่อน เพราะว่าเขาเอง 1 เขาไม่มีตัวอย่าง ตัวอย่างคนมาจน เพราะเขาเห็นคนจนมีความทุกข์ร้อนทรมานเดือดร้อนวุ่นวาย เป็นสภาพเทวนิย
อ่านต่อ
ม เหมือนที่มีธรรมะแบบเทวนิยมเท่านั้นเขาจะไม่รู้เรื่องพวกนี้ เขาจะเป็นโลกียจะต้องมีไม่ใช่ไม่มี เขาเรียนความมีกันแล้วต้องมีกันนิรันดรด้วย สุดท้ายจะรวมกันอยู่ที่สุขนิรันดร คำว่าสุขของพระพุทธเจ้า สุ แปลว่าดี ข แปลว่าว่าง แต่เขาไม่เข้าใจ สุข เป็นภาษาบาลีแต่เขาไม่เข้าใจรากเหง้าของความหมายของพระพุทธเจ้า บอกว่าว่างนี่แหละดี ไปมีมากๆมันไม่ดีหรอกเขาไม่เข้าใจง่ายๆหรอก 1. เขาไม่มีตัวอย่างตั้งแต่วัตถุรูป คนจะทิ้งลาภยศสรรเสริญอย่างจริงจังมันไม่มี เขาไม่เชื่อ 2. เขาไม่เชื่อนอกจากตัวอย่างแล้ว ถ้าไม่มีแล้วมันจะอยู่กันอย่างไร นี่เป็นความหมาย ไหนตัวอย่าง? ไม่มีแล้วจะอยู่อย่างไร เพราะฉะนั้นจึงต้องมีตัวอย่าง ตัวอย่างทางวัตถุรูป พฤติกรรมองค์ประกอบพร้อม มีส่วนกลางรวมกัน ส่วนตัวไม่สะสมอะไรสบายๆ เป็นอนาคาริกชน เป็นคนที่ไม่มีทรัพย์สินเงินทองบ้านช่องเรือนชานไม่ต้องไปยึดทรัพย์สินเงินทองบ้านช่องเดินทางก็ไม่มีสบายๆ จะใช้ก็ใช้กับของส่วนกลางไปเบิกส่วนกลาง ถ้าเราเป็นหมาหัวเน่าไปเบิกเขาก็ไม่ให้ ถ้าเราทำตัวให้เป็นหมาหัวเน่าเขาก็ไม่ค่อยชอบหน้า แต่ถ้าเราไม่ถึงขั้นเป็นหมาหัวเน่าเราก็เป็นคนดีก็ไม่มีปัญหาอะไร เขาก็ให้พอสมควร หากว่าไปเบิกเกินสมควร มันเกินไปเขาก็ไม่ให้ ไม่ให้เพราะอะไร เพราะว่านิสัยคุณจะเสีย ไม่ใช่เขาไม่ให้เพราะว่าหวงแหนหรอก ถ้าให้คุณไปมันไม่สมควรมันผิด อย่าไปทำผิดไปเบิกเยอะๆ ผลาญพร่าเป็นบาปเป็นหนี้ คนเบิกไปเกินกว่าที่ควรจะได้ มันก็เป็นหนี้โดยสัจจะ เราก็ต้องช่วยเหลือ เมื่อตัวอย่างวัตถุรูปธรรมมีพฤติกรรมของคนก็ไม่ยึดเป็นของตัวของตนเอง แม่ที่สุดจิตของแต่ละบุคคลมีอีก ไม่มีตัวตนว่างศูนย์สบาย คนที่จะบริหารวัตถุส่วนกลางก็บริหารไปพฤติกรรมเราก็สร้างพฤติกรรมเราให้เป็นคนไม่สะสมไม่ต้องมีไม่ต้องกอบโกยอะไร ใจของเรามันเป็นประธาน ก็สมบูรณ์ทั้งวัตถุพฤติกรรมและจิตวิญญาณ เห็นว่าไม่ต้องยึดถือเป็นตัวเป็นตนอะไรหรอกไม่มีอะไรดี แต่มันก็ต้องมี เป็นสัญญาว่าต้องมีเพื่อนส่วนกลางเราก็มีส่วนในตรงนั้นจะใช้เมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าหากจิตใจเรามากน้อย ไม่เปลืองเลยนั่นแหละดี สูญ ถ้ามันจะต้องใช้ตามความจำเป็นก็ต้องใช้อย่างพอดีพอเหมาะ ถึงขั้นไม่เสื่อมน้อยไว้ก่อนดี ถ้าเกินไว้คนละหน่อย เป็นพันคนมันก็เสียมาก นี่อธิบายเป็นภาษาง่ายๆ สรุปแล้วก็เป็นสังคมคนจนไม่ต้องมีวัตถุไว้มากแต่มีคงคลัง แต่ไม่มาก ไม่กักตุน แต่ถ้ากักตุน แต่ละคนก็มีความคิดที่จะกักตุนไว้กับตัวเองให้มาก คนอื่นเขาก็ขาดแคลน เมื่อเขามีสมรรถภาพในการแย่งมาให้แก่ตัวเองไม่มาก คนก็ต้องพัฒนาความสามารถในการแย่งกันให้มากมันก็เกิดการขาดแคลนกันเยอะ คนเก่งมากๆก็คว้ามาไว้ให้แก่ตัวเองมากๆ คนที่ขาดแคลน คนไม่เก่งก็เยอะก็ทุกข์ร้อนลำบากลำบน เพราะฉะนั้นถ้าคนที่รู้ว่าอย่าไปมีมากเลย ลดมาให้ไม่มีแล้วเอาไว้กองกลางกัน ตัวเองก็หัดใช้น้อย เปลืองน้อยไม่ต้องเปลืองเลย หลักเศรษฐศาสตร์อันนี้ พูดวนไปวนมา ทำไมมันยากชิบหาย มันยากกันจริงๆจังๆทำไมเข้าใจได้ยาก เพราะว่ากิเลสมันมีเป็นภูเขา มันบังดวงตาคน กิเลสมันเป็นภูเขาบังดวงตา กว่าจะสลายภูเขาเคลื่อนภูเขาให้ออกพ้นไปจากสายตาดวงตา โอ้โห จึงเป็นเรื่องที่ต้องเข็นครกขึ้นภูเขายังยากเลย ไปเข็นภูเขาให้ออกไปจากสายตา ไม่ใช่แค่หืดขึ้นคอแต่มะเร็งขึ้นคอเลย แต่มันไม่มีทางเลือก มันต้องสอนต้องแนะนำมาพาให้เป็น พวกชาวอโศกเราเป็นพวกที่เป็นรูปพระพุทธเจ้า ได้เชื่อได้ DNA ของพระพุทธเจ้ามาจริงๆ ตั้งแต่ได้รับอัญญธาตุ ธาตุอื่นที่ต่างจากโลกีย์แล้ว อัญญาเป็นพหูพจน์ อัญญะเป็นเอกพจน์ เป็นพยัญชนะที่อาตมาเอามาอธิบายถึงรากเหง้าพยัญชนะ กขคฆง ...ตอนนี้มีพวกเรากำลังเก็บอภิธานศัพท์ ก็จะได้เก็บเป็นเล่มขึ้นมา ของอโศกขึ้นมาโดยเฉพาะ เป็นพยัญชนะที่ถูกต้องคมชัดในความหมายเดิมนั้นคืออย่างไร ก็คงจะได้รวบรวมช่วยกันอยู่ หลายคนก็ช่วยกันมาเก็บส่วนต่างๆที่ใช้กันอยู่ในประเทศไทย แต่เขาเอาไปใช้อย่างผิดเพี้ยนไปเยอะ เราก็เลยต้องดึงให้มันผิดน้อยลง เข้ามาหาความถูกให้ตรงเป้ามากขึ้น ไม่เช่นนั้นมันก็กระจายมันก็ผิดเพี้ยนและขัดแย้งก็สับสนวุ่นวาย มาเน้นเข้าข้นเข้าแค่นเข้า พวก chaos ก็จะหายไป มันเข้าระบบระเบียบเป็นหลักเป็นฐานขึ้นไป เรื่องคนจนถ้าเข้าใจลักษณะจริงได้แล้ว แล้วมันสร้างได้อย่างไร สร้างให้มาเป็นคนจนได้อย่างไร ในประเทศไทยที่เป็นสถานที่ แล้วในประเทศไทยมีใคร ก็มีคน เพราะฉะนั้นสร้างได้ที่คน วัตถุมันไม่รู้ความจนความรวย คนที่สะสมมากก็รวยคนที่สะสมน้อยก็จนหรือไม่สะสมก็จนต้องสร้างให้คนไม่สะสมและมีระบบวิธีกองกลาง แล้วก็มีใจที่ไม่ยึดเป็นของตัวของตน มีของกลางส่วนรวม พฤติกรรมก็ไม่แย่งกัน เอามาใช้ตามเหมาะควร ใช้ไม่หมดก็คืนเข้ากองกลางเฉลี่ยกันใช้อย่างสบาย ซึ่งเป็นหลักเศรษฐศาสตร์ที่สามัญ แต่มันลึกซึ้งมาก ที่จริงเป็นเรื่องวิสามัญ กลับไปกลับมาจากถูกเป็นผิดจากผิดเป็นถูก จนกลายเป็นผิดเต็มโลกเลย เราก็ต้องกลับมาสู่ความถูกต้องที่มันเป็นโลกุตระที่มันยากเย็นยิ่ง จิตมันมีปัญญากับเจโต ธาตุปัญญาปรับมาให้จิตเราลดกิเลสตัวตนน้อยลงลดลง เพราะว่าปัญญาพาให้ประพฤติ ปัญญาพาอบรมฝึกฝน เมื่อคนเป็นจริงทั้งเจโตและปัญญา เรียกอุภโตภาควิมุติ จิตก็เป็นจิตที่ 0 ไม่ยึดถือไม่สะสมได้ ปัญญาก็รู้ว่าไม่สะสมนี่แหละ ดี ชัดเจน มันเป็นปัญญาที่ไม่เฉโก เฉโก ทางสายศรัทธาก็สอนกันว่าไม่สะสมดีแต่กดข่ม แรงกดข่มไม่ยั่งยืนไม่ใช่ฉลาดแท้ ไม่ใช่ปัญญา เมื่อหมดแรงกดข่มไว้มันก็ขึ้นมาอีก ก็จะกลับมาแย่งลาภยศสรรเสริญรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเหมือนเดิม มันไม่ได้ล้าง ไม่ได้เรียนรู้โลกธรรมที่แท้จริง ไม่ได้เรียนรู้กาม ไม่ได้เรียนรู้จิตเจตสิกที่เป็นกิเลสจริงๆ ไม่ได้เรียนรู้อกุศลจิตหรือไม่ได้เรียนรู้กลิ หรือกายกลิ เรียกว่าตัวตนของกิเลส กลิ แปลว่าเป็นโทษภัย กลิ คือ ก กับ ลิ ก คือ สสาร ล.ลิงคือพลังงาน เอาเศษวรรคมาใช้ เศษวรรคมี ย ร ล ว ส ห ฬ อํ ล.ลิง เป็นตัวเส้าที่สามของ เศษวรรค เป็นพลังงานอรูปเล็ก พลังงานนี้เดินคู่กับก กล คือ กลล เริ่มต้นจะมีเซลล์ แรงเคลื่อนคือ กลล คือ static ของ ISH สามเส้า ญาณปัญญายังแยกไม่ออก กลล จนกว่าจะมีการศึกษาก็แยก ลล ออกเป็นสองอัน ตัว จุดแรกของเซลล์ กลล จึงควบแน่นแกะไม่ออกจนกว่าจะศึกษา ทำ ล ให้เป็น ร ล สามเส้า ร เหลือสองเส้า ทำสองเส้าให้เป็น 1 ก็เรียกว่ามีแรงเหนี่ยวไว้คือ อย ท่านแปลว่าแรงแม่เหล็กแรงเหนี่ยว อย ยั่วก็พัวก็พัน ใครเคยได้ฟังโคลงโลกนิติ มันก็มาดูดและมาติด กลล ถ้าไป กร นี่ยิ่งเป็นการกระทำเลย คือผู้กระทำเลย กร
พ่อครูว่า...อาตมาได้ตั้งใจวันสองวันนี้ จะตายไม่ได้ง่ายๆ เพราะว่าสังคมประเทศชาติแย่ นายธนาธรก็ยังเอาจังเลยหนักเลย อาตมาจึงต้องหนุ่ม ขณะนี่ยังไม่หนุ่ม ต้องหนุ่มกว่าธนาธร สหัมบดีพรหมก็อาราธนาไว้ อาตมาก็รับอาราธนาว่าจะไม่ตายง่ายๆ มันจะได้พิสูจน์ว่าเราจะต้องฝืนการตายของเหตุปัจจัย ซึ่งจริงๆแล้วเหตุปัจจัยแน่นอนมาลงตัวจะได้เป็นไป หากกายสเภทาปรัมมรณาก็ต้องตาย เราจัดการรูปนาม 2 สภาวะทำให้เกิดพลังงาน ที่สร้างตัวตน นิมนต์พ่อครูพักจิบน้ำ พ่อครูว่า...แวะถามก่อน อาตมากับธนาธรใครหล่อกว่ากัน... สมณะเพาะพุทธ...การจะทำให้พ่อท่านแข็งแรงบรรดาพวกเราด้วยกันต้องทำให้ตัวเองแข็งแรง จะได้มาช่วยงานพ่อท่าน เราต้องเรียนรู้ความจนทางวัตถุพฤติกรรมและจิตวิญญาณ ความจนคือการไม่สะสม การจะเข้าถึงความจนได้เราก็จะต้องเข้าถึงได้โดยวิธีการใดๆสูงสุดก็คือด้วยวิธีการของปัญญา ให้เกิดความสุขจากความว่าง เราเห็นว่าความไม่มีนี่เป็นความสุข ความมีนี้ไม่เที่ยงส่วนความไม่มีนี้เที่ยง ว่างนั่นแหละดี ไม่มีนั่นแหละเที่ยง621117_วิถีอาริยธรรม สันติอโศก มีปัญญาจน 8 ประการ จะไม่จนปัญญา