สื่อธรรมะพ่อครู(นิวรณ์ 5) ตอน รู้จักกิเลสงัวเงีย.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.62 KB
วันที่แก้ไข16 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(นิวรณ์ 5) ตอน รู้จักกิเลสงัวเงีย _1จะแยกอาการกิเลสถีนมิทธะ กับอาการง่วงที่เกิดจากการกินอาหารอิ่มหรือจิตใจร่างกายใช้พลังงานมากไป 2 พ่อท่านสอนวิธีทำให้นอนหลับสนิท พ่อครูว่า...แยกอาการกิเลสถีนมิทธะ กับอาการง่วงที่เกิดจากการกินอาหารอิ่ม กินอาหารอิ่มหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อนมันอิ่ม ด้วยสรีระร่างกายจะทำของชีววิทยามันต้องการพลังงานไปเลี้ยงย่อยอาหาร มันก็เลยจะต้อง ดึงออกพลังงานไปทำงานส่วนนั้น ยิ่งกินอิ่มมากก็ต้องง่วงมากไปย่อยเยอะก็เป็นธรรมดาธรรมชาติ ถีนมิทธะมันแรงคือมันอยากพักอยากนอนก็อย่าไปกินมากจนง่วง แต่ถ้ากินอิ่มแล้วจะง่วงก็หาวิธีเคลื่อนไหวร่างกาย แต่ขณะกินอิ่มร่างกายต้องใช้พลังงานมาก ก็อย่าไปออกแรงมากไป ให้พลังงานไปย่อยอาหารหน่อย หากไม่พอก็ย่อยไม่ละเอียดไม่ดี หรือจิตใจร่างกายใช้พลังงานมากอย่างไรก็เรียนรู้อิ่มพอดีคงไม่ง่วงหรอก จริงๆเรื่องความง่วง ความง่วงเป็นการติดอัสสาทะของความง่วง อธิบายหลายทีแล้ว คุณได้จับอาการง่วงที่มันอร่อยให้ได้ มันอร่อยที่ความงัวเงีย อาการงัวเงียคุณหลับแล้วเกิดอาการนี้ อยากจะไปกับมัน อันนี้แหละ งัวเงีย อยากจะนอน แต่มันไม่ได้นอนเต็มที่ ก็พยายามรักษาความงัวเงีย ก..อย่าให้อาการงัวเงียเกิดในอารมณ์ไม่ว่าเมื่อไหร่ให้มีแต่ตื่นกับหลับ อาการงัวเงียคืออาการกิเลสที่เกิดระหว่างตื่นกับหลับ ตื่นคือสว่างเลย หลับคือหลับ นอกจากคุณจะฟุ้งซ่าน พอลดความฟุ้งซ่านได้ก็หลับ จะให้สอนวิธีทำจิตเพื่อนอนหลับก็ลดความฟุ้งซ่าน นี่พูดง่ายๆ คนที่ไปนั่งสมาธิหลับตาสะกดจิตเขาก็หลับง่าย คุณก็ฝึกสมาธิหลับตาแล้วทำจิตให้ไม่ฟุ้งซ่าน มันจะฟุ้งซ่าน มันหลับแล้วก็พาลไปถีนมิทธะ คุณทำฟุ้งซ่านดับคุณก็หลับได้ แต่ถ้าไม่ฟุ้งซ่านแล้วแต่สะลึมสะลือคือตัวง่วงคือถีนมิทธะ

อ่านต่อ

ก็ฝึก ถ้าฝึกแบบที่ว่าคุณจะนอนหลับก็ฝึกแบบนั่งหลับตาปฏิบัติไม่ให้ฟุ้งซ่าน แต่ถ้าจะหลับแล้วมีอะไรคั่น มีปวดเยี่ยว แต่กลัวอารมณ์สะลึมสะลือรักษาไว้ ระวังตกส้วมหัวแตกนะ620814_รายการสำมะปี๋ซี่วิต สันติอโศก ครั้งที่ 63

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน