ทานมัยที่เป็นบุญคือฆ่ากิเลสและไร้ความหวัง.docx
เนื้อหาในไฟล์
ทานมัยที่เป็นบุญคือฆ่ากิเลสและไร้ความหวัง _วันชัย สหมโนธรรม : เมื่อปีพ.ศ ๓๓-๓๔-๓๕ เดือนส.ค วันเกิด ๒๔ ส.ค ผมเหมาร้าน "มังสวิรัติ" ทั้งสามที่ สาขาสะพานควายเปาโล,สันติอโศก,ช.ม.ร จตุจักร แจกฟรีครับ (อยากบอก) ๕๕๕ พ่อครูว่า...ก็เป็นสิ่งที่ดีเป็นทานมัย การทำทานอย่างมีอานิสงส์มีประโยชน์ เราทำทางไร้ประโยชน์มีแต่โทษ ทุกวันนี้การทำทานมีแต่โทษ ก็ทำทานแล้วมีแต่ภพมีแต่ชาติ ทำทานไม่เป็นโลกุตระ ทำทานแล่วมีภพ มีชาติ มีสาเปกโข ปฏิพัทจิตโต สันนิธิเปกโข ปริภุญชิตสามีติ (คือ ตายแล้วจะได้เสวยในชาติต่อไป) หรือ ตั้งจิตความหวัง การทานแล้วตั้งจิตว่า เราทำทานแล้วเราจะต้องได้อะไรอันนี้แค่นี้ก็ผิดแล้ว แต่เดี๋ยวนี้โอ้โห อ้าว ทานแล้วก็มากรวดน้ำมาย้ำไว้ ทานแล้วขอให้ได้โน่นได้นี่ คำสอนของ พระพุทธเจ้า มันเพี้ยนผิดไปหมด อิมินาสักกาเรนะฯ ท้าวความมาเป็นบุญคุณใหญ่ยิ่ง เพราะฉะนั้นทุกวันนี้ ทาน ก็ไม่มีอานิสงส์ ศีล ก็ไม่มีอานิสงส์ไม่ต้องพูดถึงสมาธิออกนอกรีต ไปนั่งหลับหูหลับตา ไม่รู้ว่าพุทธเจ้าไปสอนนั่งหลับตาเป็นสมาธิไว้ตรงไหน อานาปานสติพระพุทธเจ้าท่านใดสอนให้นั่งกายตรงดำรงสติคงมั่น มันเป็นของเดิมที่โต่งอยู่ในป่า 6 ปี ก็ไปอยู่ในดงเดียรถีย์ ท่านก็ตรัสตามสิ่งที่มีอยู่เท่านั้นเอง ไม่ใช่ของท่าน และท่านก็ต้องสอนพวกนี้ให้ออกมา คือ อ่านพระไตรปิฎกไม่แตก คือ ท่านพูดสิ่งที่อยู่ในปัจจุบันให้ผิดเพี้ยนไปจากอดีต แล้วจมอยู่ อาตมามาแก้ไข แต่เขาก็จมอยู่กับสิ่งที่เขายึดติดซึ่งไม่ตรงกับพระพุทธเจ้า 6 ปีที่ท่านอยู่ในป่ามันเป็นเรื่องของความผิด ท่านบอกว่าท่านใช้หนี้ ท่านใช้หนี้วิบากเป็นบุพกรรม เป็นกรรมเก่า เป็นการแสวงหาโพธิญาณในทางผิด พระพุทธเจ้า ว่า...ในอดีต เราเป็นผู้ชื่อว่า โชติปาละ ได้เคยกล่าวกับพระสุคต พระนามว่า กัสสปะ
อ่านต่อ
ว่า “การตรัสรู้เป็นของได้โดยยาก ท่านจะได้จาก โพธิมณฑลที่ไหน โพธิญาณท่านได้ยากอย่างยิ่ง” ด้วยผลแห่งกรรมนั้น เราได้บำเพ็ญทุกกรกิริยาเป็นอันมาก สิ้นเวลา๖ปี เราถูกบุพกรรมตักเตือนแล้ว (ปุพพกัมเมนะ โจทิโต) จึงแสวงหาโพธิญาณโดยทางผิด เรามิได้บรรลุการตรัสรู้โดยทางนั้น บัดนี้เราเป็นผู้สิ้นบุญสิ้นบาป(ปุญญปาปปริกขีโณ)(ล.๓๒ ข.๓๙๒) ถ้าเข้าใจนี่แล้วจะรู้ว่าพระป่าออกนอกรีตเลย แล้วยิ่งไปนั่งหลับตาก็หมดเลยไม่เหลือ ศาสนาพุทธเลย แหม ไม่รู้จะทำยังไง ยิ่งคำว่าบุญคำว่าบาป บัดนี้เราเป็นผู้สิ้นบุญสิ้นบาปแล้ว ปุญญปาปปริกขีโณ ไม่รู้เรื่ื่องกันเลย คำว่า บุญจึงเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจว่าคืออะไร บุญ คือ เครื่องมือฆ่ากิเลส แหม ไม่รู้จะพูดอย่างไร มันไม่ใช่กุศล บุญไม่ใช่กุศล แต่เป็นอาวุธร้ายซึ่งไม่ควรจะมี ไม่ควรจะเป็นเลยมนุษย์ แล้วไปสะสมทำไม สะสมอาวุธกันฆ่า แล้วไม่ใช่ฆ่าอื่นด้วย ฆ่ากิเลสอย่างเดียว one way Traffic มันทำหน้าที่ฆ่ากิเลสอย่างเดียวจบไม่มีอะไรเหลือเลยจบหน้าที่แล้วก็จบกัน ไม่มีอะไรค้างตก ไม่มีอะไรจะมาสะสมรองรับกันอยู่ที่ตัวเราเลย ไม่มี ถ้ามีมันก็ไม่หมดสิ้นไม่สูญสิ้นไม่สิ้นเรื่องไม่เป็นนิพพานไม่สูญหาย บุญไม่มีอะไรต่อ เป็นเอกังสะ โดยส่วนเดียว ทางเดียวเป็น one way Traffic ทำหน้าที่เดียวแล้วก็หายไปเลย จะสำเร็จไม่สำเร็๗ก็ไปเรื่อยเลย มีแต่ไปอย่างเดียว ไม่มีโค้ง ไม่มีงอกลับมาเลย _สู่แดนธรรม... คำว่าหมดบุญเป็นเรื่องดีใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... หมดบุญเป็นเรื่องดี พระอรหันต์ทุกองค์ก็หมดบุญ พระสมณะรูปหนึ่งพระโปฐิละ ก็ใช้คำว่า เราเป็นผู้สิ้นบุญสิ้นบาป อปุญญะ อปุญญะ ไปแปลวนว่าบาปอีก ก็คือไม่เข้าใจ แม้แต่คำว่าบุญก็ไม่เข้าใจ ยังวนเวียนอีกมันจะไปนิพพานได้อย่างไร หมดบุญแล้ว ก็ยังไปวนกลับไปเป็นบาปอีก อ้าว บุญหมดแล้วบาปก็หมดแล้ว ไม่น่าจะเข้าใจยากนะ แต่อย่างว่า บังคับความรู้ความฉลาดของคนไม่ได้ คนที่ไม่รู้ไม่ฉลาดก็ไม่รู้ไม่ฉลาดจริงๆ ไม่รู้จะทำยังไงได้ 650919 ธรรมิกราชแจกแจงสังขารในปฏิจจสมุปบาท รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 55