อจินไตยของฌานทั้ง 4 ในยุคนี้มีแต่พ่อครูที่สอนได้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข24 มิถุนายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

อจินไตยของฌานทั้ง 4 ในยุคนี้มีแต่พ่อครูที่สอนได้ เข้าประเด็นกับคำว่า อาตมาไม่เหมือนใคร ไม่เหมือนจริงๆเพราะยุคนี้เป็นยุคที่อาตมาเป็นตัวต้องเป็นอย่างนี้ ซึ่งได้พูดไปจนกระทั่งน่าเกลียด แต่อาตมาก็จำนน จำเป็น จำยอม จำต้องแสดงความจริงว่าไอ้ตัวจริงนี่คืออาตมามันไม่เหมือนใคร เพราะมันเป็นเรื่องของคนเป็นเช่นนี้ เป็นอย่างอาตมา มันนานนนน...มากแล้วพันๆปีจะปรากฏขึ้นมาสักคนหนึ่ง หลายพันปี อาตมา 2,500 กว่าปีจึงมาเกิดยุคนี้ มาปรากฏตัวยุคนี้คนหนึ่ง ไม่เหมือนใคร ขึ้นมาทำไร? ขึ้นมาทำพรื๊อ? ขึ้นมากอบกู้พระศาสนาพระพุทธเจ้า ยืนยันตนเองมีหลักฐานอ้างอิงแล้วก็พาประพฤติบรรยายให้ฟัง พวกคุณเข้าใจพาประพฤติจนเกิดมรรคผลจนมาเป็นคนชนิดนี้ จนเป็นสังคมกลุ่มรวมอย่างนี้ ยืนยันตรงตามคำสอนพระพุทธเจ้าตามอนุสาสนี แน่นอนพิสูจน์ได้เป็นวิทยาศาสตร์ทางศาสนา นี่เป็นวิทยาศาสตร์ทางศาสนา เพราะศาสนาพุทธเป็นศาสนาวิทยาศาสตร์ไม่ใช่ศาสนาลึกลับเหมือนเทวนิยม ไม่เหมือน เพราะฉะนั้นอาตมาจึงเป็นคนไม่เหมือนใคร เป็นคนที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ทางจิตวิญญาณ ยืนยันให้คุณมาพิสูจน์ มาพิสูจน์ตัวอาตมาว่าความไม่เหมือนใครของอาตมานี้ผิดหรือถูก ตรงตามธรรมะของพระพุทธเจ้าหรือไม่ แล้วอาตมาก็กล้าพูดว่า ไม่ได้ตรงน้อยๆ ตรงอย่างลึกซึ้ง ตรงอย่างมีความสมบูรณ์ สมบูรณ์ไม่น้อยเลยสมบูรณ์เท่าที่อาตมามีความสมบูรณ์ได้ในธรรมะพระพุทธเจ้า ไม่สมบูรณ์เพียงแต่ยังไม่ถึงขั้นพระพุทธเจ้า เป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ย่างเข้าหา 8 ไป นี่ก็ท้าวความเอาคำหรือเอาภาษา เอาสิ่งที่บรรยายมายืนยันมา เอามายืนยันว่าอาตมาไม่ได้ทำหลงๆเลอะๆ แต่คนที่เขาไม่เชื่อเขาไม่มีภูมิปัญญาว่า อันนี้เป็นสิ่งประเสริฐ เป็นธรรมะขั้นที่ไม่ใช่เรื่องสามัญ คนจะเข้าใจไม่ได้ง่ายๆ เทวนิยมไม่ต้องพูด เพราะฉะนั้นอาตมาไ

อ่านต่อ

ม่มีปัญหาในเรื่องที่ทำไมอาตมาไม่ได้รางวัลจากต่างประเทศสักอย่าง แต่ขออภัยเดี๋ยวจะหาว่าไปลบหลู่เขา เกาหลีใต้ให้อาตมามา 1 รางวัลในชีวิตนี้แต่ก็ไม่มีใครรู้หรอกอาตมาพูดไปหลายทีแล้ว แต่ไม่มีใครเขาฮือฮาอะไรด้วยและไม่กล้าส่งเสริมอาตมาด้วยเพราะถูกไม้กุมเหงคาดไว้ว่า อย่ามายกย่องเชิดชูโพธิรักษ์นะ ใครมายกย่องเชิดชูจะเป็นพวกกบฏของประเทศไทย เป็นกบฏในประเทศไทยเลยนะ ถูกกั้นอย่างนั้นไว้สำหรับอาตมาเป็นถึงอย่างนั้น ซึ่งอาตมาไม่ได้เสียใจ ไม่ได้น้อยใจนะ มันยิ่งท้าทายให้อาตมานำธรรมะพระพุทธเจ้ามายืนยัน เอามาประกาศไป ไม่ใช่คนจะรู้ได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นคนที่จะรู้ได้ต้องเป็นคนที่มีบารมี ต้องใช้คำนี้ มีบารมีถึงจะรู้ได้ ไม่มีบารมีก็บังคับกันไม่ได้ ต่อให้โลกเชิดชูยกย่องเป็นผู้รู้ทางพุทธศาสนาแต่กลับมามองอาตมาว่าไม่ใช่ ดีไม่ดีมอง เป็นกบฏด้วย น่าสงสารคนนั้น มันยิ่งทำให้อาตมาเห็นว่ามันเป็นความเสื่อม ตัวนี้เป็นตัวชี้บ่งสังคมต่างประเทศยกย่องเชิดชูว่าผู้นี้เป็นผู้ เป็นคนที่สองรองจากพระถังซัมจั๋งเป็นเจ้าแห่งพระไตรปิฎกว่าอย่างนั้นเลย อย่างอาตมานี้เป็นหมาหัวเน่า ถ้าเข้าใจจะเห็นว่าที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าความเสื่อมของพระพุทธศาสนามันเสื่อมขนาดนี้ มันไปมองเห็นผิดเป็นถูก ผิดลึกเลยนะแล้วเห็นว่าถูกยอดเลยนะ เพราะฉะนั้นอาตมาจึงยากมากที่จะเอาความจริงที่ไม่เหมือนใคร มันไม่เหมือนแล้ว มันค้านแย้งกันแทบจะทุกมุมทุกเหลี่ยม แต่กระนั้นก็ดีโลกยังไม่สิ้นโดยเฉพาะคนไทยสังคมพุทธยังไม่สิ้น ยังไม่ไร้เท่าใบพุทรา ยังใบโตเหมือนผักปลังที่นี่ใบใหญ่กว่าหน้าอาตมาอีก ผักปลังของบ้านราช มันยิ่งเห็นสัจจะต่างๆที่มันยืนยัน โลกนี้ก็เป็นเช่นนี้เนาะ มันยากจริงๆที่อาตมาเกิดมาในความไม่เหมือนใครในยุคนี้ มันยากแสนยาก แต่มันก็มีคนที่จะเข้าใจความยากนี้ได้ เอาชีวิตมาสู่ความยากนี้จนได้โดยง่ายโดยไม่ลำบากในฌานทั้ง 4 พวกคุณนี่จึงมีฌานของพระพุทธเจ้า อย่านึกว่าพวกคุณไม่มีฌาน คนที่ไปนั่งหลับตาสะกดจิตนั่นแหละไม่ใช่ฌานของพระพุทธเจ้าเลย ฌานของพระพุทธเจ้าคือเป็นอาการ เป็นประสิทธิภาพของจิตวิญญาณที่เข้าใจทุกอย่างได้เปิดเผยและตื่นอยู่ตลอดเวลา ลืมตา ได้ยินเสียงเต็ม 100% ฌานไม่ได้ไปหลับตา ไม่ได้ไปทำหรี่ ไม่ได้สะกดความรับรู้ทั้ง 5 ทวาร 6 ทวารให้หรี่ให้หลบเข้าไปในภวังค์ ฌานคือความตื่นเต็ม 100% ทั้งตาหูจมูกลิ้นกายใจตื่นออกมาแล้วรับคนนี้ชักมีหวังรู้ทุกอย่าง ฌานของพระพุทธเจ้านั้นจะปฏิบัติได้ต้องมีศีล อปัณกะปฏิปทา 3 นี่เป็นหลักยืนยันอปัณกะปฏิปทาแปลว่าไม่ผิดไปจากพุทธ ถ้าผิดไปจากเอาไปอปัณกะปฏิปทา 3 นี่แหละนอกพุทธ อปัณณกปฏิปทา 3 สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ (กิน อยู่ หลับ นอน) ตื่นแล้วสำรวมอินทรีย์คือเป็นอยู่เป็นอยู่อย่างสำรวม สำรวมนี่แหละเป็นผู้ที่จะต้องตื่นรู้ตา หู จมูก ลิ้น กายอยู่เป็นปกติและปฏิบัติในการตื่นเต็มร้อย ตา หู จมู กลิ้น กายไม่ใช่ไปหลับไปหรี่เลย ไอ้นั่นมันขอเดียรถีย์โมฆะเห็นความเสื่อมไหม ไปนั่งหลับตามันเสื่อมเดี๋ยวนี้ก็ยังไปหลงอยู่ อาตมาพูดไปเถอะเขาจะไม่เชื่ออาตมา เขาจะเชื่ออาจารย์ที่พาเขาผิด เพราะเขาได้โง่สนิทสมบูรณ์แล้ว เขาจึงฟังอาตมาไม่เข้าใจไม่ขึ้น คนที่ฟังอาตมาแล้วแว้บๆว่าอันนี้น่าจะถูกนะเออ..คนนี้ ชักมีหวัง แต่คนที่ไม่แว้บเลยหาว่าอาตมามาทำลายศาสนาอีก อันนี้น่าสงสารแต่บังคับไม่ได้หรอก บังคับกันไม่ได้ อาตมาก็ได้แต่แสดงความจริง มาขยายคำว่า “ฌาน”ต่อ ซึ่งเป็นฌานวิสัย ฌานอจินไตย ฌานของพุทธไม่เข้าไม่ออก ความเป็นอาการของฌาน ความเป็นจิตที่เรียกว่าฌาน ไม่มีเข้าไม่มีออกมีแต่พลังงานที่เรียกว่าฌาน เพราะฉะนั้น คุณปฏิบัติตนเองประพฤติตนเองเรียนรู้ตนเอง มีกายวาจาใจมีตา หู จมูก ลิ้น กาย มีสัมผัสกับทุกๆอย่าง แล้วคุณก็ไปสังขารเรียกว่า ปรุงแต่งที่จิต แล้วเราก็เรียนจิตตัวนี้ เรียนจิตตัวนี้แหละ เมื่อมันปรุงแต่งออกมาแล้ว แล้วคุณก็เกิดธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์หรือมีโพชฌงค์ 7 มีสติตื่นรู้แล้วก็ธรรมวิจัยพากเพียรให้มันวิจัยให้ได้วิจัยกิเลส แล้วรู้ด้วยปัญญาว่ากิเลส กิเลส กิเลส กิเลสมันจะแพ้ปัญญา คุณทำได้คุณก็ปีติ ปัสสัทธิได้ผลก็สั่งสมลงเป็นสมาธิจนถึงขั้นเป็นฐานอุเบกขา นี่คือ โพชฌงค์ 7 อุเบกขาแปลว่าจิตบริสุทธิ์ ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสรา มาเป็นโพธิปักขิยธรรม 37 สติปัฏฐาน 4 และอิทธิบาท 4 หลับตาไม่ใช่สัมมัปปธาน 4 หลับตาไม่มีสังวร สำรวมอินทรีย์6 ไม่มีปหานปธาน ไม่ได้ประหารกิเลสได้เลย ฌานคือการเผาผลาญ ฌานคือพลังงานที่เรียก ในภาษาไทยว่า ไฟ เผากิเลสเป็นผุยผงเลย เพราะฉะนั้น ถ้าปฏิบัติฌานไม่เป็นสัมมาทิฏฐิ ไม่ถูกไปนั่งหลับตา ไม่มีวันจะได้ฌานของพระพุทธเจ้า ไม่มีวันจะเผากิเลสได้เลย ไม่มี มันผิด มันมิจฉาทิฏฐิ ถ้าผู้ที่เข้าใจผิดไปโน้น ได้มีความตื่นฟังอาตมารู้เรื่องเลิกมาได้ ศาสนาพุทธจะเจริญขึ้นอีกเยอะเลย มาฟังดีๆที่อาตมาพูด สุตสูสังลภเตปัญญัง ฟังด้วยดีจะเกิดปัญญา ปัญญา 8 จะเกิดเพราะคุณจะได้พบสัตบุรุษ คุณจะละอายอย่างแรงกล้า คุณจะรักอย่างแรงกล้าเคารพอย่างแรงกล้า เพราะฉะนั้นสัจธรรมจะเกิดอย่างนั้นจริงๆ แต่ก่อนไปศรัทธาอย่างนู้นอย่างแรงกล้าๆๆ ทีนี้จะเห็นจริงว่าโอ๊ยตาย…เพิ่งรู้จะมาศรัทธาแรงกล้าทางนี้จะรู้ประโยชน์ ปัญญา 1 2 เกิด แล้วปัญญา 3 ก็จะเข้าใจ คุณจะได้เกิดจะเห็นความสงบ 2 อย่างได้ ความสงบอย่างไปนั่งสะกดจิตหลับตา สงบอย่างนั้นยิ่งบื้อยิ่งตื้อเข้าไปอยู่ในภพในชาติ นี่มาสงบตื่นรู้เข้าใจโลกเข้าใจอัตตาเข้าใจว่าความสงบนี้คือปราศจากกิเลส กิเลสมันออกๆๆ กิเลสจิตมันยิ่งคล่องแคล่ว ว่องไว ปราดเปรียว สดชื่น เบิกบาน ยิ่งวิเศษอิสรเสรี มันตรงกันข้ามไปหมดเลย ไม่เหมือนที่คุณยืนยันศึกษามา อันนั้นมันผิดมันเพี้ยน อันนี้มันถูก ไม่เหมือนๆ เห็นหมายความไม่เหมือนจะยิ่งๆขึ้น คุณจะยิ่งเข้าใจว่ามันไม่เหมือน อาตมายังพูดความไม่เหมือนต่างๆยังไม่หมดเลย ฌานก็ไม่เหมือน สมาธิก็ไม่เหมือน เพราะฉะนั้น ฌานที่เขาได้ มันไม่ได้เผากิเลส มันมีแต่หมักดองกิเลส ทำกิเลสหมักดองเป็นปลาร้า เป็นบูดู เป็นน้ำเน่า เน่าไปกันใหญ่เลย ยิ่งเน่ายิ่งกลิ่นฉุนยิ่งชอบอะไรอย่างนี้ เปรียบเทียบกับรูปธรรม บูดูของคนปักษ์ใต้ นี่คนปักษ์ใต้เขานั่งอยู่ข้างหน้า ปลาร้าเน่าของอีสาน ทางเหนือก็ถั่วเน่าหรืออะไรเน่า (พ่อครูไอตัดออกด้วย)

สมณะฟ้าไท… ไปถามนักศึกษาที่ ม.อุบล ปลาแดกหอมไหมเขาบอกหอม ถ้างั้นเอามาใส่สเปรย์ฉีดเลย โอ้ย มันเหม็นครับ เวลากินก็หอมตอนกิน ถ้าไปฉีดเป็นสเปรย์ก็เหม็น พ่อครูว่า…มันเป็นอุปาทานว่าอันนี้น่าได้ น่ามี น่าเป็น อสุภะเป็นสุภะไปแล้ว มันวิปลาส 660623 ธรรมะพ่อครูไม่เหมือนใครตรงที่...คนทำตามบรรลุได้จริง พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน