ตอบปัญหาสมณะทำการเมืองให้ถึงสัมมาธิปไตย.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข27 มิถุนายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

ตอบปัญหาสมณะทำการเมืองให้ถึงสัมมาธิปไตย _(ต่อ)นวลจันทร์ เฟื่องศิลป์ · เป็นพระมายุ่งอะไรการเมือง ผิดวินัยสงฆ์มั๊ยคะ พ่อครูว่า…คำว่าไม่ยุ่งการเมืองเป็นมิจฉาทิฏฐิชนิดหนึ่ง เรื่องของเรื่องคือพระภิกษุนี่ยังไม่มีภูมิธรรม ยังไม่มีความรู้ความสามารถอะไรที่จะมาช่วยการเมืองเขาได้ เพราะมันเป็นยุคเสื่อม ขออภัยที่อาตมาต้องพูดความจริงออกไป ไม่ได้ไปว่ากล่าว เอาความจริงมาพูด มันเป็นยุคเสื่อมที่ศาสนาพุทธมันเสื่อม ภิกษุก็เสื่อม ไม่มีพลังอำนาจอะไรพอที่จะไปทำงานกับสังคมเขาได้ เพราะฉะนั้นเรื่องการเมืองมันเขี้ยวลากดิน คือมันร้าย มันใช้เล่ห์กลแทคติกอะไรมาก ผู้ที่มีปฏิภาณปัญญาไม่มากเพียงพอเข้ามายุ่งก็จะโดนพวกนักการเมืองดึงเอาไปเป็นหัวคะแนน เอาเงินฟาดบ้างเพราะมันเสื่อมไง พระอยู่ใต้อำนาจเงิน อำนาจของอำนาจอะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นนักการเมืองจึงกลายเป็นนายเป็นเจ้าอำนาจที่จะใช้พระเป็นเครื่องมือ แล้วเขาก็ชอบด้วยนะ นักการเมืองชอบพระที่อ่อนๆ แล้วพระนี่ มีอภิสิทธิ์โดยธรรม คนเคารพนับถือ เพราะฉะนั้นจะพูดกับคนได้ง่าย จะบอกคนให้มาเอาอันนี้ มานับถืออันนี้ มาเลือกพรรคนี้ ง่ายไง มันเป็นสภาวะซับซ้อนอยู่อย่างนี้ เพราะฉะนั้นนักการเมืองจึงชอบที่จะเอาพระไปเป็นหัวคะแนน ก็ง่ายก็ใช้อิทธิพลอะไรก็แล้วแต่เท่าที่จะมีอิทธิพล แล้วพระเองก็ตกอยู่ใต้อิทธิพลของนักการเมือง เพราะไม่มีบารมี ไม่มีความรู้ ไม่มีความสามารถ ไม่มีปัญญาพอที่จะอยู่เหนือนักการเมือง ทางสงฆ์หมู่ใหญ่จึงบริหารด้วยการบอกว่ามีกฎของเถรสมาคมว่า พระอย่าไปยุ่งกับการเมือง ก็ไม่ผิดของเขา แต่มันจะเอามาใช้กับอาตมาไม่ได้ อาตมาเป็นนานาสังวาสกับคณะใหญ่ คณะใหญ่จะเป็นอย่างนั้น ก็เป็นไป คุณก็ทำอย่างนั้นถูกแล้ว ดี อาตมาว่ามันก็พอเป็นไป ถ้ามายุ่งแล้วมันจะยาก แต่อาตมานั้นเป็

อ่านต่อ

นนานาสังวาสคือเป็นอีกคณะหนึ่งของศาสนาพุทธ ที่ถูกตามธรรมวินัยมาหมด ได้ลาออกมาประกาศกับคณะสงฆ์อย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัย มีหลักฐานเป็นตัวหนังสือด้วย อาตมาเขียนประกาศต่อหน้าสงฆ์ 180 รูป ในวันที่ 6 สิงหาคม 2518 จำวันได้ด้วย เพราะฉะนั้นตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2518 อาตมาก็มาเป็นอีกคณะหนึ่งเรียกว่านานาสังวาสกับสงฆ์ นานาสังวาสนั้นเป็นพุทธร่วมกันซึ่งไม่ใช่นิกายนะ อาตมาไม่ยอมให้ใครมาว่าอาตมาเป็นนิกายเพราะอาตมาไม่มีจิตที่จะเป็นนิกาย เพราะจิตที่จะเป็นนิกายนั้นเป็นมิจฉาทิฏฐิ ถ้าไปแยกสงฆ์แม้จิตของคุณแยก อันนี้ลึกซึ้งเป็นเรื่องของวินัย จิตคุณก็ตกต่ำ เป็นอนันตริยกรรม แล้วยิ่งทำสภาพจริงของวัตถุนี้ได้ประพฤติจริงเหมือนอย่างกับสงฆ์หมู่ใหญ่ เขาออกมาประพฤติจริงด้วย แล้วทำแยกอาตมา แล้วเขาก็มาเรียกอาตมาว่าอาตมาเป็นนิกาย เห็นสิริมหามายาไหม เขามาเรียกอาตมาว่าเป็นนิกายนอกรีต ต่างกันกับของคณะใหญ่ว่างั้นเถอะ สงฆ์หมู่ใหญ่ เถรสมาคมเป็นคณะที่ประชาชนหมู่ใหญ่เขานับถือก็ใช่ แต่นับถืออย่างไม่ถูกต้องตามธรรมวินัย ไม่เจริญตามธรรมวินัย แต่อาตมาแยกมานี่มันเป็นของจริงที่เจริญตามธรรมวินัย โดยเฉพาะเป็นโลกุตรธรรม ต้องขออภัยจริงๆที่ต้องพูดความจริง ไม่ได้ไปข่มไม่ได้ไปดูถูกดูแคลน แต่แยกให้ฟังว่า อย่างนี้ถูกต้อง อย่างนี้ไม่ถูกต้อง ตามสัจจะ ถึงเวลา ถึงโอกาสจำเป็นที่จะต้องพูด ซึ่งจะมีหนังสือที่อาตมาจะออก กะว่าจะออกแจกในวันงานฉลองครบรอบ 90 ปีของอาตมา เดือนมิถุนายน 2567 ชื่อหนังสือบอกไปก่อนเลย “เกิดมาชาตินี้” นี่ยังเขียนอยู่ยังไม่จบทีเดียว ซึ่งจะเป็นหนังสือที่พูดอย่างอหังการมากเลย แต่มันจำเป็นที่จะต้องแสดงอย่างนั้น ค่อยๆเห็นก็แล้วกัน เพราะฉะนั้นอาตมาเกิดมาในชาตินี้ ตามชื่อหนังสือจึงต้องมาทำงานทางศาสนาที่ยากมากเลยในยุคที่จะกอบกู้ศาสนาพุทธขึ้นมา แล้วก็จะต้องปลูกฝังสถาปนาสัจธรรมของพระพุทธเจ้าที่ถึงขั้นโลกุตระให้ลงไปในศาสนาพุทธ เพราะศาสนาพุทธยิ่งใหญ่เพราะความมีโลกุตรธรรม เทวนิยมตะวันตก ศาสนาพระเจ้าไม่มีหรอก โลกุตรธรรมไม่มี เพราะฉะนั้นธรรมะที่เป็นโลกุตรธรรมจะเป็นธรรมะในระดับเล็กน้อยไปจนกระทั่งถึงระดับระบอบที่บริหารปกครองประเทศ ธรรมะที่อยู่ในระบอบไปบริหารประเทศนี้ เป็นธรรมะที่จะต้องมีอยู่ในการเมืองอยู่ในการบริหารประเทศ ถ้าไม่มีธรรมะอยู่ในการบริหารประเทศ ผู้บริหารประเทศไม่มีธรรมะนี่เป็นต้น ก็พังสิ ผู้บริหารประเทศไม่มีธรรมะ ประเทศก็ฉิบหายวายป่วงหมด เพราะฉะนั้นผู้บริหารประเทศจึงต้องมีธรรมะ โดยเฉพาะของพระพุทธเจ้านั้นเป็นโลกุตรธรรม เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ แม้มันจะเสื่อม อาตมาก็เอาโลกุตรธรรมมาสถาปนาลงไปแล้ว 50 กว่าปีแล้ว มีคนรู้ มีคนรับได้ มีคนปฏิบัติบรรลุมรรคผล มีสมณะ 4 เหล่า มีพฤติกรรมของโลกุตรธรรมจนเป็นสังคมชาวอโศก อยู่กันอย่าง สาราณียธรรม 6 อย่างนี้เป็นต้น เป็นของจริงมาพิสูจน์ได้ ยืนยันได้ เป็นของจริง อาตมาจำเป็นจะต้องย้ำยืนยันอ้างอิงว่ามีของจริง คุณมาสัมผัสพิสูจน์ได้เรียกว่า เอหิปัสสิโก เชิญให้มาพิสูจน์ได้ ไม่ได้พูดลอยลมไม่ได้พูดแต่เฉพาะปากเปล่า เพราะฉะนั้นในการเป็นการเมือง ที่คนพูดด้วยภาษาของความไม่รู้ของเขาว่าเป็นพระเป็นเจ้า เป็นนักธรรมะหมายถึงอย่างนั้น อย่ามายุ่งการเมือง ผิดวินัยสงฆ์ใช่ไหมคะ ซึ่งไม่ผิดวินัยสงฆ์ แต่อาจจะผิดระเบียบของเถรสมาคมที่เขากำหนด อาตมาไม่รู้แท้ว่าเขากำหนดหรือไม่กำหนด แต่ก็คงจะเข้าใจอย่างนั้นว่าพระอย่าไปยุ่งกับการเมือง ซึ่งอาตมาก็เห็นด้วย พระของเถรสมาคม อย่าให้มายุ่งกับการเมืองเลย เพราะสู้เขาไม่ได้หรอก ถูกเขาเอามาเป็นหัวคะแนนเลย แน่นอนมันก็จะเป็นอย่างนั้น

_ประวิทย์ บุญราศรี · ท่านเป็นพระอย่าไปยุ่งหรือออกความเห็นเลยครับนมัสการขอเถอะครับ พ่อครูว่า…ขออภัย อาตมาไม่ให้คุณหรอก คุณขอก็ไม่ให้ ขออะไร ขอว่าอย่าให้ไปยุ่งการเมือง อาตมาก็ขอ อาตมาขอคุณเหมือนกันว่า อาตมาขอยุ่งการเมืองเถอะ แต่จริงๆอาตมาไม่ได้เข้าไปยุ่งการเมือง อาตมากำลังเข้าไปทำการเมืองที่มันยุ่งๆให้หายยุ่ง ไปช่วยให้หายยุ่ง นี่ไม่ได้เล่นลิ้นนะ ไม่ได้ใช้คารมโวหารอะไร เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะฉะนั้นถึงวันนี้อาตมาจึงให้พวกชาวอโศกตั้งพรรคการเมืองชื่อว่า พรรคสัมมาธิปไตย และอาตมาก็ออกแบบโลโก้ให้ เป็นแบบที่คนทางโลกๆ โลกโลกีย์หรือคนที่ไม่เข้าใจทางโลกุตรธรรม ดูแล้วจะงงว่าโลโก้อะไรมีแต่ตัวเลข มีเลข 0 เลข 1 เลข 2 อยู่ในใบโพธิ์ สัมมาธิปไตยคือ อธิปไตยที่เป็นสัมมา นั่นแหละ 0 1 2 มีความหมายอะไร ใบโพธิ์ก็คือความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า หมายถึงความตรัสรู้เป็นโพธิ 0 ก็คือสุญญตา 1 ก็คือความเป็นเอกธรรม เป็นจิตที่ทำให้เป็น 1 ได้ อยู่เหนือ 2 ส่วน 2 คือความเป็นเทวะ ความเป็นสภาพคู่ของทุกสิ่งทุกอย่างในมหาจักรวาลนี้ เริ่มตั้งแต่อุตุนิยาม ตั้งแต่พลังงานสสารก็มีพลังงานบวกลบ เป็น 2 ไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงขั้นเป็นชีวะ เป็นพืช เป็นสัตว์มีพลังงาน 2 เป็นคู่ที่ทำงานตลอดเวลา เพราะฉะนั้นความรู้ของผู้ที่รู้ความเป็น 2 และจัดการปรุงแต่งกันระหว่าง 2 ให้เกิดเป็นสภาพ 3 สภาพ 3 ถ้าเป็นสภาพปรุงแต่งกัน สภาพที่สามารถคุมการปรุงแต่งของ 1 2 ได้ อันนั้นก็เรียกว่าประธาน คุมไม่ได้ก็เรียกว่าอวิชชาเรียกว่าโง่ เพราะฉะนั้นสังขารก็เป็นนายของตัวอัตตา ส่วนผู้ที่สามารถคุมได้ การคุมสภาพ 2 ได้ ก็เป็นโลกุตระ คุมไม่ได้ก็เป็นอวิชชา หรือพระเจ้า คุม 2 ไม่ได้ ได้แต่ยึด 2 เป็น 1 เทวนิยมหรือพระเจ้าศาสนาเทวนิยมยึด 2 เป็น 1 แล้วใช้อำนาจยึด เป็นศาสนาบังคับ เป็นศาสนาใช้อำนาจ อำนาจของพระเจ้า ทุกคนต้องเป็นทาสของพระเจ้า อย่างนี้เป็นต้น แต่ของพระพุทธเจ้านั้นอิสรเสรีภาพ ไม่มีทาสไม่มีนาย อันนี้นี้จะลึกซึ้งมาก อธิบายไปได้อีกกี่วันก็ได้ 660626 ตอบปัญหาให้ถึงสัมมาธิปไตย รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #27 ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน