คนจนสาธารณโภคีที่เหาะได้ทั้งชุมชน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.25 KB
วันที่แก้ไข8 มกราคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

คนจนสาธารณโภคีที่เหาะได้ทั้งชุมชน เมื่อเป็นผู้ที่สามารถทำได้จริง คนเหาะได้ สังคมเหาะได้จึงมีจริง มีเศรษฐกิจขั้นสาธารณโภคี ขอแวะ เศรษฐกิจขั้นสาธารณโภคีเป็นอย่างไร เศรษฐกิจขั้นสาธารณโภคีนั้น เป็นสังคมคนจน ทำไมเรียกว่าสังคมคนจน เพราะเป็นสังคมคนที่มีวรรณะ 9 ซ้อนใหม่ ย้อนกลับไป มีคุณสมบัติ มีคุณธรรม มีคุณวิเศษ 9 ชนิดนี้ เพราะจน จนถึงขั้นเป็นศูนย์ ไม่มีเงินรายได้เข้าเป็นของตัวเองสักบาท เอาเข้ากองกลางหมดเบิกกินเบิกใช้กับกองกลาง แม้เบิกไปใช้ไม่หมดก็เอามาคืนกองกลาง เราก็สร้างสรรไป ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อนะ เป็นเรื่องที่เป็นไปได้จริงหรือ อาตมาว่า มันเป็นจริงได้ อาตมาเป็นจริงได้ นักบวชเป็นจริงได้ ฆราวาสก็เป็นจริงได้ บางคนอาจจะมียักไว้เป็นของตัวเองบ้าง แต่ก็ไม่มีปัญหาหรอก เอาไปหยิบกันไปแจกกันมาช่วยเหลือกัน ยิ่งมีความจำเป็นเจ็บป่วยก็จะช่วยกัน ตามความจำเป็น หมดก็เบิกกองกลางได้ ข้อสำคัญก็คือ กองกลางไม่หมด ทำไมมันไม่หมดเพราะว่าสมาชิกนี้ มีแต่ความขยันมีแต่ความสามารถ สร้างสิ่งที่จำเป็น สร้างสิ่งที่สำคัญ ขึ้นมากินใช้ เหลือ ขาย ขายได้อย่างไม่ต้องเอาเปรียบเอารัด ขายอย่างแจก ขายอย่างขาดทุน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ถ้าจะพาดพิงถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงตรัสไว้ว่า “ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา” เอาเป็นแบบคนจน ท่านเป็นธรรมมิกราช ที่มาแสดงรูปธรรม แล้วก็สร้างทำ อาตมาขออภัย บอกความจริงว่าอาตมาคือธรรมิกราชคนหนึ่ง ก็มาอธิบายธรรมะโลกุตรธรรม ขยายความ ซึ่งในหลวงท่านก็ทำทางรูปธรรม อาตมาก็ทำทางนามธรรม จนกระทั่งเกิดสังคมเศรษฐกิจสาธารณโภคี นี่แหละได้ชื่อว่าคนเหาะได้ มาเป็นคนจน ไม่ได้หลอกนะ เพราะแต่ละคนไม่ได้มีเงินทองเท่ากับคนจนข้างนอกเขา บางคนจนกว่าข้างนอกเขา หลายคนด้วยชาวอโศก จนกว่าข้างนอกเขา มีแต

อ่านต่อ

่ของส่วนกลาง จะเป็นวัตถุเครื่องใช้สอยอาศัยหรืออาหารการกิน กับกองกลาง เสร็จแล้วก็ยังชีพไป เจ็บป่วยได้ไข้ก็ช่วยเหลือกัน พิการมา แก่มา อะไรก็แล้วแต่ ก็ดูแลกัน ตายสุดท้ายก็เผากันไป พึ่งเกิดแก่เจ็บตายกันได้อย่างแท้จริง เป็นสังคมที่ไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ ไม่ใช่เรื่องพูดเล่น ไม่ใช่เรื่องสักแต่ว่าคิด ว่าเมืองพระศรีอารย์ หรืออย่างยูโทเปียของโทมัสมอร์ วาดภาพไว้แต่ยังไม่มีสังคมจริง เป็นแต่เพียงการคิด ที่เรียกว่าสังคมยูโทเปีย ก็มีแนวคิดอย่างนี้แต่ไม่ละเอียดเท่านี้หรอก ไม่เป็นจริงเท่านี้ ทั้งเป็นจริงยังไม่ได้ ทั้งไม่ละเอียดละออเท่าของจริงของพระพุทธเจ้า จึงเรียกด้วยฉายาว่า พวกคนเหาะได้ ในยุคนี้นี่ประหลาดจังเลยคนเหาะได้ เขามีแต่นั่งเครื่องบิน (โยมว่า.. รูปพญาแร้งมีปีก) เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจที่พวกเราทำอยู่นี้เป็นคนใช้น้อย แต่สร้างได้มาก สะพัดได้มาก คงคลังก็เอาไว้น้อย ไม่สะสมคงคลังมากไม่นิยม สะพัดได้มีคงคลังที่พอเหมาะ ตามฐานานุฐานะ เราจะให้ประโยชน์แก่คนอื่นเพราะมีปัญญารู้จริงๆว่า ถ้าเรากักตุนไว้มากๆ คนอื่นก็ขาดแคลนใช่ไหม ตามหลักเศรษฐกิจ ของที่มีจำนวนจำกัดในประชาชนแบ่งแจกกันให้ได้ใช้สอยเสมอภาคกันทั่วถึง นี่คือนิยามภาษาคำว่าเศรษฐศาสตร์ หรือเศรษฐกิจของสังคมมนุษยชาติ เท่านี้แหละ เศรษฐศาสตร์ นิยามสั้นๆ เราก็ทำอย่างนั้นจริง โดยตัวเราเองไม่สะสมไม่เห็นแก่ตัว ไม่โลภโมโทสัน ต่างกับทุนนิยม ทุนนิยมโลภเอาให้แก่ตัวไม่รู้จักพอ คนอื่นก็ต้องขาดแคลน เสร็จแล้วก็สร้างค่ายกลเอาเปรียบให้ได้มากๆ เหมือนอย่างบริษัทใหญ่ๆ แม้แต่ในเมืองไทย ก็มีเครือข่ายบริษัทก็มีคนงาน แต่เขาเอาเปรียบ เขาไปเอาไปกองกับเขาได้เยอะๆขึ้นเยอะขึ้น แล้วคุณก็เอาไว้ให้ลูกหลานคุณเท่านั้น ลูกหลานคุณก็ผลาญไป อาตมาได้ข้อมูลว่า อย่างลูกสาวของคนร่ำรวยตระกูลหนึ่งในประเทศไทย คนงานมาเล่าให้ฟังว่า สร้างบ้านเสร็จแล้วไม่เอาก็รื้อทิ้ง หลายครั้ง จนคนงานบอกว่าไม่อยากได้แล้วเงินคนๆนี้ จู้จี้จุกจิกไม่รู้จักแล้ว ทั้งที่มันก็ได้เงินมากแต่มันทนกับความจู้จี้จุกจิกเอาแต่ใจตัวของเขาไม่ได้ เป็นคนเลี้ยงยากบำรุงยาก ทุพภระ ทุปโปสะ มักมาก ตรงกันข้ามกับพระพุทธเจ้าเลย เป็นคน “อวรรณะ 6” เป็นคนชั้นต่ำ อวรรณะ 6 (คนรวยไม่รู้จักพอเพียง คือ คนให้โทษแก่สังคม) 1. เลี้ยงยาก (ทุพภระ) 2. บำรุงยาก (ทุปโปสะ) 3. มักมาก (มหัปปิจฉะ) 4. ไม่รู้จักพอ (อสันตุฏฐิ) 5. เกียจคร้าน (โกสัชชะ) 6. คลุกคลีหมู่คณะ(คลุกกองกิเลส) (สังคณิกา) (พตปฎ. เล่ม 1 ข้อ 20) ตรงข้ามกับ วรรณะ 9

แต่รวยนี่แหละชั้นต่ำ เพราะไม่รู้จักธรรมะไม่รู้จักคุณธรรม เป็นคนมักมาก เป็นคนไม่สันโดษไม่พอเป็นคนขี้เกียจ เป็นคนเลี้ยงยากบำรุงยาก ทำให้เจริญยากบำรุงให้ยากบำรุงให้เจริญยาก มักมาก ไม่รู้จักพอ เป็นคนขี้เกียจขี้คร้าน ไม่ทำอะไรให้ตัวเอง มีแต่ชี้นิ้วๆ กุสีตะหรือโกสัชชะ และก็คลุกคลีกับคนเลว สังสัคคะ ไม่ใช่อสังสัคคะ คบหากับคนดี เป็นคนไฮโซเป็นคนหัวสูงเจ้าใหญ่นายโต อาตมาว่า อาตมาอธิบายไม่เก่งแต่คนมีภูมิปัญญาก็คงพอมีความเข้าใจ คนในโลกก็คงมีให้เห็น

640108_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนจนสาธารณโภคีที่เหาะได้ทั้งชุมชน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน